11 พ.ค. 2559

อุตสาหกรรม 4.0 & ประเทศไทย 4.0


อุตสาหกรรม 4.0 & ประเทศไทย 4.0
อุตสาหกรรม 4.0 & ประเทศไทย 4.0
ดร.สุวิทย์สรุปว่า โมเดลการพัฒนาประเทศไทย 1.0 คือการเน้นภาคเกษตร พอมา 2.0 เริ่มเน้นอุตสาหกรรมเบา และพอถึง 3.0 คือช่วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงบัดนี้ก็คือการเน้นอุตสาหกรรมหนัก และการส่งออก แต่ทั้ง 3 รหัส ตั้งแต่ 1.0, 2.0 จนถึง 3.0 ไม่พอเพียงเสียแล้ว และกำลังก้าวสู่ อุตสาหกรรม 4.0 เพราะประเทศไทยต้องเผชิญกับดักจนติดหล่มอยู่ในกลุ่มประเทศ รายได้ปานกลางขั้นสูง ไม่สามารถทะลุผ่านออกมาได้

ด้วยเหตุนี้จึงต้อง มีโมเดล หรือรหัสใหม่เป็น “ประเทศไทย 4.0” คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่  "เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม(Value-Based Economy)" ตามแนวความคิดนี้ กับการเปลี่ยนแปลงทีกำลังจะไปสู่อุตสาหกรรม 4.0

1. เปลี่ยนจากการผลักดันสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม
2. เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์
3 . เปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้าไปสู่การเน้น ภาคบริการมากขึ้น

จาก นั้นจะทำอย่างไร สำหรับการก้าวสู่ "ประเทศไทย 4.0" ? เทคโนโลยีระบบใหม่ ที่ต้องการคืออะไร? การวิจัยอะไรบ้างที่ควรเริ่มต้น? ซึ่งขอทิ้งท้าย แนวความคิดของประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนใหม่ ไว้เป็นข้อคิดการพัฒนาที่ยั่งยื่นในอนาคตเพื่อก้าวสู่ อุตสาหกรรม 4.0 หรืออุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ/หุ่นยนต์ ในการสื่อสารประสานการทำงานกันได้เอง เพื่อรองรับ “ประเทศไทย 4.0”

ยุทธศาสตร์ เพื่อก้าวสู่ อุตสาหกรรม 4.0 ของคุณเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนใหม่ ได้กำหนดไว้ 6 ด้าน คือ

1) สร้างขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยด้วยประสิทธิภาพ ผลิตภาพ และนวัตกรรม
2) พัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้ยั่งยืนด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
3) สร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมไทยด้วยการรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์
4) สร้างโอกาสให้อุตสาหกรรมไทยใช้ประโยชน์จากการเจรจาการค้า
5) พัฒนาบุคลากรเพื่อยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมไทย
6) ร่วมกับภาครัฐในการสร้างปัจจัยเอื้อต่อภาคอุตสาหกรรม

จึง ได้จัดทำกลไกการทำงานเพื่อสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่ง ขันรองรับอุตสาหกรรม 4.0 โดยแบ่งหน่วยงานภายในองค์กร 7 สถาบัน คือ

1) สถาบันรหัสสากล (GS-1) นำเทคโนโลยีเครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Reader) และระบบโลจิสติกส์เข้ามาช่วยในการลดต้นทุน
2) สถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย (RFID) การใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ด และอาร์เอฟไอดี ติดตามสำหรับการขนส่งสินค้ามูลค่าสูง
3) สถาบันวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม (IRDI) ผลักดัน ชี้แนะให้สินค้าเดิมเป็นนวัตกรรมในอนาคต
4) สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรม (ICTI) การนำเอาระบบไอทีและระบบบาร์โค้ดเข้ามามีบทบาทในโรงงาน
5) สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ (HCI) เพิ่มจำนวน ทักษะบุคลากรรองรับเทคโนโลยีใหม่ อาทิ เช่น กล้อง IP Camera แบตโซล่าเซลล์  ฯลฯ
6) สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) ช่วยพัฒนา SMEs นำระบบบาร์โค้ดเข้ามา ตั้งแต่รับออร์เดอร์ ผลิต ขนส่ง บริการ ที่ตรงกับความต้องการของตลาด
7) สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม (IIE) สนับสนุนให้สมาชิกใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Industry 4.0

Cr.ข่าวประชาชาติธุรกิจ,ไทยรัฐ

3 พ.ค. 2559

Facebook Live วีดีโอ ออนไลน์


Facebook Live วีดีโอ ออนไลน์
 Facebook Live วีดีโอ ออนไลน์

สำหรับ Facebook ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ Social Network ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นแหล่งสังคมออนไลน์ที่ หลายคนนั้นรู้จักกันดี และมีฟีเจอร์มากมาย   ล่าสุดกับการทำ Video Live Broadcast หรือทาง Facebook เรียกว่า Facebook Live ซึ่งจะเปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการวันนี้ และมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลากหลายมาแนะนำและรีวิวให้ได้อ่านกัน พร้อมแล้วเริ่มกันเลย

หลายคนคงได้เริ่มสัมผัสกับรูปแบบการเผยแพร่ข้อมูลแบบออนไลน์ Live ของเจ้าพ่อ Social Media อย่าง Facebook กันบ้างแล้ว หลังจากที่เคยออกแอพ Mentions มาช่วงนึง ก็มีการพัฒนาออกเจ้า Live ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ล่าสุด ซึ่ง Live ของ Facebook ยังเป็นรูปแบบการถ่ายทอดสด ซึ่งคาดเดาได้ไม่ยากว่าอีกสักพัก ถ้าไม่มีผลกระทบเชิงลบ ก็คงขยายวงกว้างให้ทุกคนได้ใช้กัน

จริง ๆ แล้ว Facebook Live นั้นเป็นอีกช่องทางที่เราสามารถสื่อสารให้คนทั่วโลกเห็นการกระทำ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบตัวเรา รวมไปถึงการทำวีดีโอรีวิว ของเหล่า Blogger ที่สะดวกมากขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยการทำงานนั้นเราจะต้องกดแล้วตั้งชื่อเรื่องของเราไว้แล้วเลือกว่าจะเผย แพร่ให้กับคนกลุ่มไหน ไม่ว่าจะเป็น ทั่วไป, เฉพาะเพื่อน หรือ เก็บเฉพาะตัวเองก็ได้เช่นกัน

สำหรับฟีเจอร์ออนไลน์นั้นแม้จะมีมากมาย แต่จะแบ่งออกเป็นสำหรับคนที่ถ่ายทำก่อน บันทึกภาพนิ่ง บันทึกวีดีโอ ตรวจจับการเคลื่อนไหวแล้วบันทึกวีดีโอ เปิดกล้องเว็บแคมแชทกับเพื่อนออนไลน์ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกโดยไม่ต้องรอ Upload ไปเลย เช่น

    -Live Filter เป็นฟีเจอร์ออนไลน์สำหรับการเปลี่ยนสีหน้าคนที่กำลัง Live หรือการแสดงผลวีดีโอให้เป็นสีต่าง ๆ ได้ทั้งหมด 5 สีด้วยกัน
    -Live Reaction สำหรับฟีเจอร์ออนไลน์นี้ต้องเป็นผู้ชม สามารถส่ง Emoji ของอารรมณ์ระหว่างการชม เข้าสู่วีดีโอได้ โดยมี 5 รูปแบบได้แก่ Love (รัก) Haha (ฮ่าๆ) Wow (ว้าว) Sad (เศร้า) หรือ Angry (โกรธ) ซึ่งจะปรากฏในวีดีโอไม่นาน
    -Facebook Group หรือ Facebook Event การถ่ายวีดีโอในเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือเฉพาะกลุ่มสามารถเลือกได้ ทำให้คุณเห็นเป็น ทิป เทคนิค ที่เหมาะสมกับการใช้ต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ออนไลน์ไปในกลุ่มต่าง ๆ ได้
    -Invite Friend หากเพื่อนของเราไม่ได้ออนไลน์ติดตาม Live แต่เราอยากให้เพื่อนเราเห็น ก็สามารถกดเลือกเข้ามาดูได้เช่นกัน ไม่ยากนัก

นอกจากนี้ในกรณีที่คุณเป็นผู้รับชมออนไลน์อย่างเดียว Facebook ไม่ทิ้งท่านให้ต้องกดค้นหาเองด้วยฟีเจอร์ไม่ว่าจะเป็น การ Feed Video ที่รวมวีดีโอที่กำลังถ่ายทอดสดมารวมในที่เดียว, ค้นหาวีดีโอเก่าสำหรับการถ่ายทอดสด, รวมไปถึง Live Map ที่ช่วยดูว่าแต่ละสถานที่ตอนนี้มีการ Live วีดีโอกันอยู่หรือไม่

แน่นอนว่า ความนิยมที่หลายคนได้ลองใช้งานมานั้น ผู้คนชื่นชอบอยู่ทั่วโลก และมียอดชมออนไลน์มากกว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับวีดีโอปกติ  ถือว่าเป็นอีกเครื่องมือถ้ามีงานสำคัญและเพื่อน ๆ ของคุณต้องรู้ หรือจะเป็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแบบสด ๆ เราสามารถใช้ กล้องวีดีโอจิ๋ว(Mini DVR) ถ่ายวีดีโอบันทึกเหตุการณ์และแบ่งปันได้ทันที  ซึ่งเหมาะสมกับคนที่มีเรื่องราวบอกเพื่อน ๆ ตลอดเวลา

ถ้า มองไปแล้ว จะเหมาะกับคนทำ Page ที่มีเรื่องราวบอกเล่าเยอะ ๆ ช่วยประหยัดเวลาในการเขียน Blog ลงไปได้เยอะพอสมควร และแน่นอนว่าฟีเจอร์ออนไลน์ของ Facebook Live แม้จะยังใส่ได้เท่านี้อยู่ แต่เชื่อว่าในอนาคต จะต้องมีอะไรให้น่าสนใจ และน่าใช้กว่านี้

สำหรับคนที่อยากจะลองใช้ออนไลน์นั้น ในระบบปฏิบัติการ iOS กล้องจิ๋ว(Mini DVR) สามารถใช้ได้ครบแล้ว แต่สำหรับ Android ต้องรอในบางเครื่องอาจจะยังไม่ได้ยังไม่ได้ใช้ หรือบางเครื่องได้ใช้แล้วก็ยินดีด้วย ส่วนการ Live เสร็จเราสามารถ บันทึกเป็น File วีดีโอ เพื่อนำไป Upload ได้ ซึ่งความยาวในการถ่ายกล้องวีดีโอจิ๋ว(Mini DVR) จะขึ้นอยู่เท่ากับ ความจำในตัวของโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายด้วยส่วนหนึ่ง

อ้อ และอย่าลืม ถ้าต้องการออนไลน์ให้การ Live ของคุณที่ดีเยี่ยม อย่าลืมหาอุปกรณ์เสริมกล้องวีดีโอจิ๋ว(Mini DVR) เช่นเลนส์ช่วยในการส่องภาพ ไม่โครโฟน หรือ ขาตั้งกล้อง ก็จะดีไม่น้อย

Cr.ข่าว Sanook Hitech

นางแบบสุดฮอต Behati Prinsloo

นางแบบสุดฮอต Behati Prinsloo
นางแบบสุดฮอต Behati Prinsloo



ต้อนรับช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของปีด้วยหลากลุคสวยริมชายหาด กับนางแบบสุดฮอต Behati Prinsloo ในชุดว่ายน้ำและซัมเมอร์เดรสหลากสไตล์ ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจสุดฮอตและเซ็กซี่ให้วันหยุดหน้าร้อนนี้ Behati Prinsloo นางแบบสุดฮอต ที่กำลังโด่งดังมากที่สุดในฐานะสุดยอดแอนเจลผู้เปิดแฟชั่นโชว์ของ Victoria’s Secret โคจรมาพบกับนิตยสารโว้กประเทศไทยในฐานะ Cover Girl

“นั่นสินะ มันเหลือเชื่อมาก!” บีฮาติหมายถึงโชว์ของ Victoria’s Secret ที่หญิงสาวทั่วโลกต่างตั้งหน้าตั้งตานับวันรอกันทุกปีเพื่อที่จะได้ยลโฉมนาง แบบคนโปรดของตัวเองเดินเฉิดฉายอยู่บนรันเวย์ที่ทอดยาวใต้แสงไฟและลูกเล่นแอล อีดีด้วยความอิจฉาขาเรียวยาวของพวกเธอ และตื่นตากับความอลังการของการประดับประดาชุดชั้นในที่ทำได้อย่างสวยงาม

นางแบบสุดฮอต Behati Prinsloo
นางแบบสุดฮอต Behati Prinsloo
วันนี้บีฮาติผู้นำเหล่านางฟ้ามานั่งอยู่ตรงหน้าและเธอก็ช่างดูกระตือรือร้น พร้อมที่จะเล่าทุกเรื่องราวในชีวิตของเธอให้เราฟัง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นขณะเล่าให้เราฟังว่า “คุณคงรู้อยู่แล้วว่าฉันมาจากนามิเบีย ที่นั่นคือดินแดนมหัศจรรย์ นี่ถ้าใครไม่เคยไปฉันอยากจะพาเที่ยวเองเลยเสียด้วยซ้ำ เพราะมันเต็มไปด้วยพลังที่ไม่เหมือนที่ไหน ฉันเติบโตมากับธรรมชาติอย่างชาวป่า พวกเราเดินเท้าเปล่ากันตลอดเวลาทำให้ฉันรู้สึกผูกพันกับพื้นดิน ได้วิ่งเล่นกันในฟาร์มหรือไม่ก็ออกไปเที่ยวซาฟารีกับครอบครัวในวันหยุด (บ้านของบีฮาติอยู่ใกล้กับ Etosha National Park)

 ฉันได้เห็นและเรียนรู้ชีวิตของสัตว์ป่า ฉันเข้าใจพวกมัน ที่บ้านเราเลี้ยงยีราฟด้วย เรื่องนี้สร้างความประทับใจให้อดัม (Adam Levine) มาก เขาบอกว่าเกิดมาไม่เคยเจอใครมีสัตว์เลี้ยงเป็นยีราฟ” พูดจบเธอก็หัวเราะเบาๆ เมื่อพูดถึงสามีคนดัง




บีฮาติ นางแบบสุดฮอต ถูกแมวมองตาดีค้นพบในร้านขายของที่ Cape Town ตอนอายุ 15 ปี ซึ่งมันคงเป็นเรื่องของโชคชะตาที่พาบีฮาติเข้าสู่วงการนางแบบ อาชีพที่เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะเป็น “ฉันเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์นะ และแมวมองที่มาเจอฉันคือ Strom Model Management ที่ค้นพบ Kate Moss ตอนนั้น ฉันเองก็ไม่รู้หรอก แต่แล้วทุกอย่างก็เป็นไปเองตามธรรมชาติของมัน”



นางแบบสุดฮอต Behati Prinsloo
นางแบบสุดฮอต Behati Prinsloo
บีฮาติมีงานเข้ามาไม่ขาดสาย เธอยิ้มสวย รูปร่างสมบูรณ์แบบ และได้ชื่อว่าสามารถเปลี่ยนคาแรกเตอร์ตัวเองได้สารพัดลุค จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราได้เห็นเธอบนหลายรันเวย์ดังทั้ง Chanel, Prada, Louis Vuitton และ Alexander McQueen แถมยังขึ้นปกโว้กมาแล้วหลายประเทศกับแคมเปญอีกมากมาย

ใครๆ ก็อยากได้บีฮาติไปร่วมงาน รวมไปถึงแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Victoria’s Secret ด้วย ที่จับเธอเซ็นสัญญาเป็น Victoria’s Secret Angel ในปี 2009 หลังจากที่ได้เธอมาเป็นเด็กสาวหน้าใหม่ในสังกัดไลน์เสื้อผ้า “Pink” ของแบรนด์ เพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น บีฮาติออกตัวว่าเธอคงต้องทำอะไร “ถูก” สักอย่าง แต่เธอแค่ไม่รู้และตอบไม่ได้จริงๆ ว่ามันคืออะไร

และนางแบบสุดฮอตยังสามารถเอาชนะใจ Russell James ช่างภาพของเราในการถ่ายปกครั้งนี้จนมอบตำแหน่งแบรนด์แอมแบสซาเดอร์คนแรกของ Raw Spirit น้ำหอมของเขาให้เธอ “ฉันรู้สึกว่าตัวเองเกิดมาโชคดี คุณยังจำชุดสีทองที่มีปีกได้ไหม นั่นเป็นครั้งแรกที่เราไปลอนดอน เป็นช่วงเวลาที่ฉันประทับใจที่สุด” บีฮาตินางแบบสุดฮอตสวยตะลึงในคืนนั้นโดยมีอดัมเชียร์อยู่ไม่ห่าง

นางแบบสุดฮอต Behati Prinsloo
นางแบบสุดฮอต Behati Prinsloo


 “ฉันต้องเตรียมตัวเยอะมากเพื่อให้พร้อมสำหรับทุกโชว์ ออกกำลังกายอาทิตย์ละ 5-6 วันด้วยการว่ายน้ำสลับกับเล่นพิลาทิสบ้าง ฉันต้องมีเทรนเนอร์ส่วนตัวช่วยดูแลเพราะการออกกำลังกายเพื่อเดินแบบนั้นมัก จะต้องทำอย่างเร่งด่วนเนื่องจากมีเวลาน้อย วันไหนที่ฉันขี้เกียจก็ได้พวกเขานี่แหละช่วยกระตุ้นให้ฉันตื่นขึ้นมาทุกเช้า และทำภารกิจให้สำเร็จ อยากแนะนำสาวๆ ว่าพิลาทิสหรือกีฬาที่ต้อง stretching ร่างกายนั้นดีที่สุด เพราะมันจะช่วยสร้างสมดุล ทำให้ร่างกายลีนขึ้น แข็งแรงขึ้น โดยไม่ทำให้ดูบึกจนน่ากลัว ส่วนเรื่องอาหารการกินฉันกินคลีนมาก คลีนจนคุณจะตกใจเลยแหละ” นางแบบสุดฮอตย้ำว่าการกินสำคัญมาก คนส่วนใหญ่มักจะออกกำลังกายอย่างหักโหมแต่กลับไม่ดูแลสิ่งที่ตัวเองบริโภค เข้าไปเลย


Cr.ไทยรัฐ




20 เม.ย. 2559

วิธี ประหยัด แบตมือถือ แอนดรอยด์


วิธี ประหยัด แบตมือถือ แอนดรอยด์
วิธี ประหยัด แบตมือถือ แอนดรอยด์
ถ้าหากคุณกำลังใช้มือถือ แอนดรอยด์ ( Android) อยู่ คุณสามารถประหยัดแบตเตอรี่ทั้งแบตมือถือและแบตเตอรี่สำรอง(Power Bank)ไปได้ ยืดอายุการใช้งานให้ มือถือ แอนดรอยด์ ( Android) กับวิธีประหยัด แบตมือถือแบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ ด้วยวิธีง่าย ๆ 14 วิธี

 1. Bluetooth ไม่ใช้ปิดซะ บ่อยครั้งที่สังเกตเห็นผู้ใช้มือถือ แอนดรอยด์ หลายรายที่เปิดคุณสมบัติการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth ไว้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้หูฟังไร้สายหรือโอนไฟล์แบบไร้สาย ทางที่ดีปิด Bluetooth (off) โดยแตะที่ widget บนหน้าโฮมซะเดี๋ยวนี้ จะช่วยประหยัด แบตมือถือ ได้นานขึ้นอีกนิด

2. เลิกใช้ Wireless Network ระบุตำแหน่ง แม้การระบุตำแหน่ง (My Location) ด้วยเครือข่ายไร้สายจะใช้แบตมือถือน้อย กว่า GPS (Global Positioning System) แต่ถ้าเปิดทั้งคู่ รับรองได้เลยว่าแบตเตอรี่คุณจะหมดเร็วอย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลย โดยเลือกเมนู Settings/Location/Use wireless networks สามารถประหยัดแบตเตอรี่ทั้งแบตมือถือและแบตเตอรี่สำรอง(Power Bank)

3.GPS จอมเขมือบแบตมือถือ แม้จะเป็นคุณสมบัติการทำงานที่พูดถึงเป็นอันดับที่ 3 แต่ความจริงแล้วมันเป็นฟังก์ชันที่กินไฟจากแบตมือถือแบบ ไม่บันยะบันยังเลยทีเดียว โดยเฉพาะเวลาที่ตัวเครื่องสื่อสารสัญญาณกับดาวเทียม ดังนั้นคุณควรจะเลือกเปิดใช้งานเฉพาะในยามจำเป็นเท่านั้นถ้าให้ดีควรสังเกต บริเวณ notification bar ว่ามีไอคอน GPS โผล่ขึ้นมาหรือไม่?

4. เปิด WiFi ไว้ตลอด หรือปิดดี? หลังจากผ่านมา 4 ข้อ คุณอาจจะคิดว่า ปิดมันซะทุกอย่างอย่างนี้ ปิดเครื่องเลยดีกว่าไหม? ความจริงไม่ถึงขั้นนั้นสำหรับกรณีที่คุณทำงานอยู่ใกล้บริเวณที่มีสัญญาณ WLAN ตลอดเวลา เช่นในบ้านหรือสำนักงาน การเปิด WiFi ให้ทำงานตลอดเวลาน่าจะเหมาะกว่าการเชื่อมต่อผ่าน 3G เนื่องจากการใช้คลื่นวิทยุ WiFi จะกินไฟจากแบตมือถือน้อยกว่าการติดต่อเครือข่าย 3G มาก

และ เมื่อเปิด WiFi ก็ควรจะปิด 3G ซะ สำหรับการตั้งค่าให้ WiFi เปิดทำงานตลอดเวลา (always) แตะที่ Settings/Wireless networks/WiFi Settings จากนั้นแตะที่ปุ่ม Menu ตามด้วย Advanced แตะที่ WiFi Sleep policy แล้วเลือกออปชั่น Never และในกรณีที่คุณไม่ได้อยู่ใกล้บริเวณที่มีสัญญาณ WiFi ก็ปิดมันซะ (widget ที่ homescreen) จะได้ประหยัด แบตมือถือและเหลือแบตฯไว้ใช้นานๆ

5.ประหยัดแบตมือถือและแบตเตอรี่สำรอง(Power Bank) ด้วยการยกเลิก Always-On Mobile Data ปกติที่ดีฟอลท์ตัวเลือก Always-On Mobile Data ของ Android Phone จะถูกตั้งให้เปิด (On)  สำหรับการยกเลิกตัวเลือก Always-On Mobile Data สามารถทำได้โดยแตะที่ Settings/Wireless & Networks/Mobile networks/Enable always-on mobile data

6. ตั้งค่าเวลาดับหน้าจอ (Screen Timeout) ให้เร็วขึ้น วิธีง่ายๆ ในการยืดอายุแบตมือถือและ แบตเตอรี่สำรอง(Power Bank)ของอุปกรณ์ Android ให้ใช้งานได้นานขึ้นที่นำมาฝากกันนี้ ก็คือการลดระยะเวลาดับหน้าจอให้สั้นขึ้นซึ่งมันจะช่วยประหยัด แบตมือถือได้ พอสมควรทีเดียว ขั้นตอนการตั้งเวลาปิดหน้าจอให้แตะ Settings เลือก Screen & display และ Screen timeout กำหนดเป็น 30 วินาที ก็เป็นอันเรียบร้อย

7.ลดความสว่างของหน้าจอ (Screen Brightness)  เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าหน้าจอแสดงผลของ มือถือ แอนดรอยด์ เป็นผู้บริโภคพลังแบตเตอรี่ตัวพ่อเหมือนกัน ดังนั้นการปรับแสงสว่างของหน้าจอ ด้วยการเลือกเป็น Automatic Brightness โดยแตะที่ Settings/Screen & display/Brightness แต่ถ้ามือถือ แอนดรอยด์ ของคุณไม่มีออปชั่นนี้ แนะนำให้ตั้งค่าความสว่างประมาณ 30% แล้วดูว่าคุณรับได้ไหม? แล้วค่อยๆ ปรับอีกที

8.เลิก ใช้วอลล์เปเปอร์ดิ้นได้ (Live Wallpaper) Android ใช้ลูกเล่นของการแสดงผลวอลล์เปเปอร์ด้วยภาพเคลื่อนไหวในการสร้างความตื่นตา ตื่่นใจให้กับผู้บริโภค จะเรียกว่า gimmick ก็ได้ แต่ในความเป็นจริงก็คือมันใช้พลังงานจากแบตมือถือมากกว่าแบคกราวด์ที่เป็นภาพนิ่งเพราะฉะนั้นหากไม่มีความจำเป็นแล้วล่ะก็แนะนำให้เลือกใช้วอลเปเปอร์เป็นภาพนิ่ง หรือสีเรียบๆ ดีกว่า

9. ถ้ามือถือ แอนดรอยด์ เป็นจอ AMOLED เลือกใช้วอลล์เปเปอร์สีดำ สำหรับคุณผู้อ่านที่เป็นเจ้าของมือถือ แอนดรอยด์ Samsung Galaxy S ที่มาพร้อมกับจอ AMOLED การเลือกใช้แบคดราวด์มึดๆ หรือสีดำจะช่วยประหยัด แบตมือถือได้ เมื่อพิกเซลของจอแสดงผลชนิดนี้ปิดตัวลงก็จะให้สีดำทีมึดสนิทดังนั้นการเลือก แบคกราวด์เป็นสีดำ หรือมึดๆ ก็จะช่วยลดการใช้พลังงานให้กับแต่ละพิกเซลของจอแสดงผล AMOLED ได้นั่นเอง

10. ใช้ Power Widget เปิด/ปิดฟังก์ชันที่กินไฟแบตมือถือ แนะนำให้ติดตั้ง Power Widget ไว้บนหน้าจอใดหน้าจอหนึ่งซึ่งข้้นตอนในการติดตั้งให้แตะ Widget แล้วเลือก Power Control เพื่อเพิ่มเข้าไปใหน้าจอ มือถือ แอนดรอยด์ ของคุณ เพียงแค่นี้เวลาที่คุณต้องการเปิด/ปิดการใช้งานอย่างเช่น GPS, Wireless, Bluetooth หรือความสว่างของหน้าจอ (Screen Brightness) ก็เพียงแค่แตะที่ Widget ตัวนี้ คุณก็จะเห็นสวิทช์เปิดปิดฟังก์ชันเหล่านีขึ้นมาเสนอหน้าทันทีซึ่งจะเร็ว และสะดวกกว่าการคลิกเข้าไปทีละหน้าจอกว่าจะถึงข้อกำหนด (Settings) นั้นๆ

11. แอพฯสตรีมมิ่งตัวสวาปามแบตเตอรี่แถมแบตเตอรี่สำรอง(Power Bank)อาจจจะไม่พอใช้ แอพพลิเคชันประเภทที่ต้องมีการสตรีมหรือดาวน์โหลดข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นแอพฯที่สตรีมเพลง หรือวิดีโอจากเน็ต ซึ่งทำให้มือถือ แอนดรอยด์ ของคุณจะต้องเชื่อมต่อเน็ตไร้สาย (WiFi, หรือ 3G) ตลอดเวลาเพื่อโหลดข้อมูลทั้ง audio และ video ในกรณีที่มีแบตเตอรี่เหลืออยู่ไม่มากและจำเป็นต้องใช้งาน แนะนำอย่างรัน app เหล่านี้ คอนเฟิร์มว่ากินไฟแบตมือถือค่อนข้างหนักทุกตัว

12. การทำงานของมือถือ แอนดรอยด์ ส่วนไหนกินแบตมือถือ มากน้อยเท่าไร…รู้ได้โดยผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้จากคุณสมบัติการทำงานที่มา พร้อมกับ Android ซึ่งมันสามารถบอกคุณได้อย่างค่อนข้างแม่นยำว่า ชิ้นส่วนการทำงานหลักๆ ของมือถือ แอนดรอยด์แต่ละส่วนใช้พลังานแบตมือถือเท่าไร? ตลอดจนแอพฯที่ใช้งานขณะนั้นคุณสมารถเข้าไปดูรายละเอียดดังกล่าวได้ที่ Settings/About phone/Battery/Battery use

13. ยกเลิก Widget ที่ไม่ค่อยใช้งานออกจากหน้าโฮม หลายคนชื่นชอบการใส่ Widget บนหน้า homecreen ของมือถือ แอนดรอยด์ โดยหารู้ไหมว่า Widget เหล่านี้มักจะมีการดึงข้อมูลจากเว็บซึ่งนั่นหมายความว่ามือถือ แอนดรอยด์ของคุณจะต้องมีการดึงข้อมูลเข้ามาแสดงผลในส่วนของการทำงานด้านหลัง (background) ตลอดเวลา คล้ายๆ กับแอพฯพวกสตรีมมิ่ง แต่อาจจะกินไฟแบตมือถือน้อย กว่า แต่ถ้าเกิดคุณติด Widget บนหน้าโฮมไว้หลายๆ ตัวล่ะ แน่นอนว่าแบตเตอรี่ของคุณจะถูกผลาญโดย Widget เหล่านี้ ข้อแนะนำคือ Widget ใดไม่ค่อยได้ใช้ ก็เอาออกไปดีกว่า เปลืองแบตมือถือเปล่าๆ

14. ใช้ Task Manager สอดส่องว่า แอพฯ อะไรที่ทำงานแทบตลอดเวลา สำหรับทิปในตอนสุดท้ายนี้จะมุ่งเน้นที่การตามล่าหาต้นตอตัวสวาปามแบตฯ เพื่อกำจัดหรือจัดการมันซะ การติดตั้งแอพฯอย่างเช่น  Advanced Task Cleaner น่าจะเป็นผู้ช่วยที่ดี เพราะนอกจากจะให้คุณได้ตรวจสอบแล้ว มันยังปิดบริการที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในขณะนั้นออกไปได้อีกด้วย โดยเฉพาะบริการที่มีการโหลดซ้ำหลายครั้ง และทำงานอยู่ในแบคกราวด์ซึ่งคุณสามารถตั้งให้ auto-kill แอพฯที่คุณไม่ได้ใช้บ่อยโดยอาจจะตั้งให้มันกำจัดแอพฯเหล่านี้หลังปิดหน้าจอ เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว ความร้อนทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตมือถือหมดเร็ว นั่นก็คือการวางมือถือ แอนดรอยด์ หรือที่ชาร์ตแบตสำรอง(Power Bank)ของคุณไว้ภายใต้แสงอาทิตย์ ทีมีความร้อน ดังนั้นทางที่ดีควรการเก็บมือถือ แอนดรอยด์ ไว้ในที่ไม่ร้อนจะดีที่สุด และไม่ควรให้มันทิ้งมันไว้กลางแจ้งแสงแดดจัดเพราะจะยิ่งเร่งให้แบตมือถือของคุณหมดเร็วยิ่งขึ้น เราเตือนท่านแล้ว อิอิ

Cr.ข่าวสาร AIS

Zigbee กับ นวัตกรรม IoT

 

Zigbee กับ นวัตกรรม IoT สื่อสารไร้สาย 2.4GHz

LG ได้ประกาศที่จะนำ SmartThinQ ซึ่งเป็น hub สำหรับเชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟน เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และ โทรทัศน์ เป็นต้น ตัว hub นี้จะเปิดการทำงานของ alljoyn hub ซึ่งเป็นรูปแบบการเชื่มอต่อ
สิ่งของ เครื่องใช้ภายในบ้าน IOT (internet of things) ผ่านทางสัญญาณ Zigbee,WiFi
และ Bluetooth (ระบบสื่อสารไร้สาย 2.4GHz)

SmartThinQ บนสมาร์ทโฟน แสดงผลบนหน้าจอผ่านทางโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ใช้สามารถออกคำสั่งผ่านทางลำโพงได้ อีกทั้งยังสามาถเล่นเพลงผ่านทางสถานีวิทยุ iHeartRadio ได้ฟรี หรือ สตรีมเพลง ผ่านทาง Bluetooth ด้วยโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตของผู้ใช้งาน และยังสามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ เช่น หาร้านอาหาร หรือผลการแข่งขันกีฬาได้ ทั้งหมดนี้สามารถควบคุมผ่านโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ได้ ด้วยเซ็นเซอร์ SmartThinQ ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ SmartThinQ ของ LG จะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าธรรมดากลายเป็น อุปกรณ์อัจฉริยะดังคำว่า Smart ได้เลย

โจ เซียง-จิน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และ โซลูชั่นเครื่องปรับอากาศ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัดอธิบายเพิ่มเติมว่า การก้าวไปสู่ "สมาร์ทโฮม" หรือ IoT (Internet of Things) เป็นการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ให้เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
และ ควบคุมผ่าน โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ภายใต้แพลตฟอร์มชื่อว่า LG SmartThinQ Hub

LG SmartThinQ Hub ซึ่งเป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน และ โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน รองรับการมอนิเตอร์และการควบคุมเครื่องซักผ้า ตู้เย็น เตาอบ เครื่องดูดฝุ่น เครื่องปรับอากาศ และอยู่ระหว่างพัฒนาให้รองรับกับโทรทัศน์ด้วย คาดว่าจะได้เห็นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งปัจจุบันเป็นการเชื่อมต่อผ่าน Zigbee,Pocket WiFi และ Bluetooth (ระบบสื่อสารไร้สาย 2.4GHz) แอลจี สมาร์ทธิงค์ ฮับ จะช่วยให้เทคโนโลยีของสมาร์ทโฮมสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ง่ายขึ้น และยังนำมาซึ่งข้อดีหลายประการที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้ สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าเทรนด์ของ IoT จะเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจจากหลายค่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งต่างพากันพัฒนาแพลตฟอร์มของตนให้รองรับกับเทคโนโลยี ดังกล่าว แต่สำหรับเมืองไทย นายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี ประเทศไทย จำกัด ให้ความเห็นว่า ยังเร็วไปสำหรับการทำตลาด เนื่องจากต้องสร้างการรับรู้เทคโนโลยีดังกล่าวอีกสักระยะ

ช่วงที่นำ เทคโนโลยีของสมาร์ททีวีเข้ามา ก็ใช้เวลาสร้างตลาดอยู่พอสมควร แต่เราก็มีแผนจะทดลองนำ Smart Laundry (เครื่องซักผ้า) ซึ่งยังไม่ถึงกับเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า IoT เต็มรูปแบบ เข้ามาเปิดตัวเพื่อดูผลตอบรับของตลาดก่อน กำลังพิจารณาว่า จะเข้ามาปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าโฟกัส กลุ่มพรีเมี่ยม เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวใช้การลงทุนสูงจากบริการด้านต่าง ๆ ที่จะตามมาหลายรายการ คงต้องจับตาดูว่าการหันมาเจาะกลุ่มสินค้าไฮเอนด์จะเป็นหัวหอกทะลวงเศรษฐกิจ ที่ผันผวนทั่วโลกและขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ ส่งผลอย่างที่ แอลจี ต้องการได้หรือไม่

Cr.ข่าวประชาติธุรกิจ

27 พ.ย. 2558

เวชศาสตร์นิวเคลียร์ ศิริราช


เวชศาสตร์นิวเคลียร์ ศิริราช
ปัจจุบันคนไทยเริ่มให้ความสำคัญในการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพมากขึ้น เพื่อให้ร่างกายของตนเองดูดีอยู่เสมอและห่างไกลจากโรคมะเร็ง แต่วิวัฒนาการเดียวนี้สามารถตรวจสอบร่างกายว่ามีสุขภาพดีพอที่จะสู้โรค มะเร็งได้หรือเปล่าที่ได้จาก การวัดค่าต่าง ๆ  สามารถวัดได้ทั้ง น้ำหนักร่างกาย เปอร์เซ็นไขมัน มวลน้ำ มวลกล้ามเนื้อ และมวลกระดูก เพียงแค่มีเครื่องชั่งน้ำหนักเพียงเครื่องเดียว แต่วิวัฒนาการทางการแพทย์ด้วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ก็สามารถตรวจดูลึกลงไปเพื่อตรวจดูเชื่อมะเร็งได้ด้วย

“60 ปีเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ศิริราช” พัฒนาฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายกว่าจะเป็นการบริการเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ครบ วงจรในวันนี้...นับเป็นหนึ่งในศักยภาพวงการแพทย์ประเทศไทยที่สำคัญ ทั้งด้านบริการ การเรียนการสอน และการวิจัยในอนาคต สาขาเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ภาควิชารังสีวิทยา โรงพยาบาลศิริราช ได้ให้บริการตรวจ PET/CT มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ในผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม และ ผู้ป่วยโรคลมชัก

“เวชศาสตร์ นิวเคลียร์ทางการแพทย์” คือการใช้สารเภสัชรังสีเพื่อประโยชน์ในการตรวจและรักษาผู้ป่วย การตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่เป็นประโยชน์ เช่น การตรวจการกระจายของมะเร็งมาที่กระดูก การตรวจการทำงานของไต การตรวจหาจุดอุดตันของทางเดินน้ำเหลือง การตรวจวัดมวลกระดูกและการรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ได้แก่ การรักษาผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษหรือผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์ด้วยไอโอดีนรังสี 131 และ การรักษาการกระจายตัวของมะเร็งด้วยสารเภสัชรังสี

ปัจจุบันใน ประเทศไทยมีนวัตกรรมการตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่เป็นประโยชน์ในผู้ป่วย มะเร็ง เรียกว่า PET/CT (Positron emission tomography/computed tomography) สำหรับการตรวจ รักษาโรคมะเร็งหลายชนิด อาทิ มะเร็งบริเวณศีรษะและคอ มะเร็งปอด มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เนื่องจากมีความแม่นยำสูงในการประเมินระยะโรคของมะเร็ง ประเมินผลการรักษาตรวจหาโรคมะเร็งที่กลับเป็นซ้ำ รวมทั้งสามารถพยากรณ์โรคได้ การตรวจ PET/CT จึงช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม

นอกจาก นี้แล้วก็มีนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆ กรณีมะเร็งแพร่กระจายมาที่กระดูก การตรวจกระดูกทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์และการแพร่กระจายของมะเร็ง ด้วยวิธีการที่เราให้สารเภสัชรังสีเข้าไปสะสมอยู่ในตัวกระดูก ไปทำลายเซลล์มะเร็งที่กระดูก ทำให้ยุบลง คนไข้ก็หายปวด ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิง สุนันทา เชี่ยววิทย์ หัวหน้าสาขาวิชาเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ศิริราช และ อาจารย์แพทย์หญิงเบญจาภา เขียวหวาน ให้ข้อมูลว่า ศิริราชเป็นแห่งแรกในประเทศไทย โดยท่าน ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณนายแพทย์ร่มไทร สุวรรณิก ถือเป็น “บิดาแห่งเวชศาสตร์นิวเคลียร์แห่งประเทศไทย” ก่อตั้งและทำให้เกิดความก้าวหน้าทางการแพทย์ในศาสตร์นี้

ผ่านมาถึง วันนี้ “เวชศาสตร์นิวเคลียร์” เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่จะช่วยในการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยโดยส่วนใหญ่ก็จะ เป็นผู้ป่วยมะเร็ง โดยใช้สารที่ให้รังสีโพสิตรอน ซึ่งสารพวกนี้มีในธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น คาร์บอน ไนโตรเจน ฟลูออรีน แล้วเราก็ไปจับติดฉลากให้ได้สารเภสัชรังสีที่ต้องการ

ยกตัวอย่างเรา อยากจะดูน้ำตาลก็ไปติดฉลากจนได้"น้ำตาลรังสี" เวลาเอามาตรวจ"น้ำตาลรังสี"จะวิ่งเข้าไปที่เซลล์มะเร็งสูงกว่าเซลล์ปกติ เพราะเซลล์มะเร็งใช้น้ำตาลเยอะ เมื่อเราถ่ายภาพก็จะรู้เลยว่าตรงไหนเป็นตำแหน่งมะเร็ง เพราะจะมีตำแหน่งของน้ำตาลเยอะกว่าปกติ นี่คือวิธีการ มีความแม่นยำสูง เป็นการศึกษาในระดับเมตาบอลิสม์ของเซลล์

คำถามต่อมา เมื่อพูดถึงรังสี น่ากลัวหรือเปล่า? อาจารย์แพทย์หญิงเบญจาภา เสริมว่า รังสีมีปริมาณไม่มาก แล้วจะลดระดับลงไปเรื่อยๆ ปลอดภัย คนไข้ตรวจเสร็จไม่ต้องนอนโรงพยาบาลก็สามารถกลับบ้านได้ ตัวคนไข้ไม่แพ้ โมเลกุลก็เหมือนน้ำตาลไม่มีรายงานเลยว่าแพ้

เรามี “เครื่องไซโคลตรอน”...ผลิตสารรังสีได้เอง ครบวงจรสืบเนื่องจากสารพวกนี้มีคลื่นชีวิตสั้นสองชั่วโมงก็ลดระดับลงไปครึ่ง หนึ่ง...ตัวที่ยาวที่สุด ถ้าไม่มีเครื่องไซโคลตรอนก็ต้องสั่งสารรังสีจากที่อื่น ก็จะเกิดปัญหาในเรื่องของการขนส่งที่ต้องใช้เวลา ปัจจุบันจึงมีความพยายามทำให้ครบวงจร

“เครื่องไซโคลตรอนทำให้เรา สามารถผลิตยามาฉีดคนไข้ แล้วก็ตรวจในที่เดียว ถัดมาก็คือสามารถผลิตสารได้หลากหลาย ดูเมตาบอลิสม์ต่างๆของเซลล์มะเร็งได้มากมาย ทำให้เป็นประโยชน์ในเรื่องของงานวิจัย เป็นความก้าวหน้าต่อไปในอนาคต”

หาก จะถามว่าในอนาคตจะพัฒนาก้าวหน้าไปในรูปแบบไหน นอกจากงานวิจัยก็จะเปิดให้บริการคนไข้แล้ว เราสามารถตรวจมะเร็งได้หลากหลาย เช่น มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่ไม่ดูดน้ำตาล เราไม่สามารถที่จะดูเรื่องน้ำตาลเมตาบอลิสม์ได้ เราก็ต้องไปหาสารที่ดูด เช่นโคลีน เพื่อที่จะตรวจได้อย่างครอบคลุม กว้างขึ้น

Cr.ไทยรัฐ

ฝนดาวตกลีโอนิดส์


สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร) โดย ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยว่า ในเดือนพฤศจิกายนของทุกๆ ปี ช่วงระหว่างวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2558 จะเกิดปรากฏการณ์ "ฝนดาวตกลีโอนิดส์" หรือ ฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต สังเกตได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 ต่อเนื่องไปถึงรุ่งเช้าของวันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 คาดปีนี้ เห็นได้ประมาณ 10-15 ดวงต่อชั่วโมง แนะ ดูหลังเที่ยงคืน คือช่วงที่ดีที่สุด ...

สำหรับ ในปีนี้ กลุ่มดาวสิงโต หรือ"ฝนดาวตกลีโอนิดส์" จะโผล่พ้นจากขอบฟ้าในเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 18 พฤศจิกายน ดังนั้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสังเกตปรากฏการณ์ ฝนดาวตกลีโอนิดส์มากที่สุด คือ เวลาประมาณ 03.00 น. เป็นต้นไปจนถึงรุ่งเช้า ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณใกล้กลุ่มดาวสิงโต ซึ่งเป็นศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตก

แต่ ปีนี้เป็นที่น่าเสียดาย ในประเทศไทยจะมีโอกาสมองเห็นฝนดาวตกดังกล่าวในจำนวนไม่มากนัก ประมาณ 10-15 ดวงต่อชั่วโมง แม้จะมีให้เห็นในปริมาณน้อย แต่ฝนดาวตกลีโอนิดส์ถือเป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างมากที่สุด เนื่องจากมีการเคลื่อนที่ผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศในอัตราเร็วถึง 71 กิโลเมตรต่อวินาที ผู้สนใจสามารถรอชมความสวยงามของปรากฏการณ์ฝนดาวตกลีโอนิดส์ได้ในคืนดังกล่าว

ช่วง เวลาที่ดีที่สุดในการสังเกตฝนดาวตก คือตั้งแต่หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป เนื่องจากเวลาหัวค่ำจนถึงก่อนเที่ยงคืนเป็นช่วงที่ดาวตกวิ่งสวนทางการหมุน รอบตัวเองของโลก เราจะเห็นดาวตกมีความเร็วสูง ทำให้สังเกตได้ยาก แต่หลังเที่ยงคืนไปจนถึงเวลาใกล้รุ่ง จะเป็นช่วงที่ดาวตกวิ่งตามทิศทางการหมุนของโลก เราจึงเห็นดาวตกวิ่งในอัตราเร็วที่ช้ากว่า จนมีเวลาที่สามารถชี้ชวนกันดูได้ และมองเห็นความสวยงามของดาวตกได้ชัดเจนขึ้น

สถานที่ในการชมฝนดาวตก ควรเป็นสถานที่ที่ท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีแสงไฟรบกวน จะสังเกตดาวตกมีความสว่างมาก ส่วนวิธีการชมฝนดาวตกให้สบายที่สุด ให้นอนรอชม เนื่องจากช่วงที่เกิดฝนดาวตก จุดศูนย์กลางจะอยู่เหนือท้องฟ้ากลางศีรษะพอดี ส่วนการบันทึกภาพฝนดาวตกนั้น ไม่อาจบอกได้แน่ชัดว่าควรตั้งกล้องทางทิศไหน เนื่องจากกระจายทั่วท้องฟ้า ต้องอาศัยการเดา หรือเปิดหน้ากล้องวัดแสงจากเครื่องวัดแสง(LUX Meter) ให้พร้อมเพื่อรอให้ดาวตกวิ่งผ่านหน้ากล้อง

อย่าง ไรก็ตาม ฝนดาวตกลีโอนิดส์เกิดจากสายธารเศษฝุ่นของดาวหาง 55 พี เทมเพล-ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle) ที่ยังหลงเหลืออยู่ในวงโคจรของดาวหาง ตัดผ่านวงโคจรของโลก ทำให้เศษฝุ่นของดาวหางเหล่านั้นเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก เกิดการเผาไหม้จนเห็นเป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า
ทิศ ทางวงโคจรของฝนดาวตกลีโอนิดส์ สวนทางกับทิศทางวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ทำให้ความเร็วของเม็ดฝุ่นที่เข้ามาเสียดสีกับบรรยากาศโลกมีความเร็วค่อนข้าง มาก โดยมีความเร็วสูงถึง 71 กิโลเมตรต่อวินาที ฝนดาวตกลีโอนิดส์ เป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างมากที่สุดที่สามารถวัดได้จากเครื่องมือวัดแสง(LUX Meter) จึงได้รับการขนานนามว่า "ราชาแห่งฝนดาวตก"

นอก จากฝนดาวตกลีโอนิดส์ที่จะได้ชมกันในเดือนนี้แล้ว กลางเดือนธันวาคมยังมีฝนดาวตกเจมินิดส์ หรือ ฝนดาวตกคนคู่ มาให้ได้ชมเป็นปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ส่งท้ายปี 2558 อีกด้วย สังเกตได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 13 ธันวาคม ต่อเนื่องไปจนถึงเช้ามืดของวันที่ 14 ธันวาคม 2558.

Cr.ไทยรัฐ