แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Facebook แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Facebook แสดงบทความทั้งหมด

14 ก.ค. 2559

มีอะไรใหม่บน Facebook

ปีนี้มีอะไรใหม่บน Facebook

ปีนี้มีอะไรใหม่บน Facebook
        ปีนี้   เครือข่ายสังคมอันดับ 1 ของโลกอย่าง “เฟซบุ๊ก” (Facebook) ถูกจับตามองใกล้ชิดในหลายวงการ เพราะการประกาศทดสอบระบบมากมายที่เชื่อกันว่าจะสามารถต่อยอดธุรกิจของเฟซบุ๊ก (Facebook)ในตลาดใหม่ได้อย่างยั่งยืน  ไม่ว่าจะเป็น Messenger  ฯลฯ

      ท่ามกลางนักวิเคราะห์ที่ฟันธงว่า สิ่งที่เฟซบุ๊ก (Facebook)ทำและสถิติที่สรุปได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี  นี้จะนำไปสู่เม็ดเงินรายได้เข้ากระเป๋าเฟซบุ๊ก (Facebook)มูลค่าหลักพันล้านแน่นอน
     
       ที่ฮือฮาที่สุดต้องยกให้การเปิดเสรีแชตผ่านแอปพลิเคชัน “แมสเสนเจอร์” (Messenger) โดยไม่ต้องมีบัญชีเฟซบุ๊ก (Facebook) หมากเกมนี้ของเฟซบุ๊กมีนัยซ่อนอยู่เพราะการเปิดเสรีจะทำให้แอป Messenger นั้นมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นแตะหลักพันล้านคน ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้นับหมื่นล้านเหรียญสหรัฐในอีก 5 ปี ผ่านบริการชำระเงินในแอป Messenger เมือซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ หรือ ผ่านตามห้างสรรพสินค้า ด้วยระบบบาร์โค้ด (Barcode) ผ่านเครื่องอ่านบาร์โค้ด
     
       ฮือฮารองลงมาคือ เฟซบุ๊กประกาศลุยให้บริการ “เฟซบุ๊ก ไลต์” (Facebook Lite) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้เครือข่าย 2G ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งจะมีผลช่วยให้ฐานผู้ใช้ และสถิติการชมสื่อบนเฟซบุ๊กยิ่งขยายตัวมากขึ้นอีก โดยเฉพาะยอดชมวิดีโอที่กำลังไล่ตีตื้นเบอร์ 1 อย่างยูทิวบ์ (YouTube) เข้าไปทุกที
     
       นอกจากนี้ ยังมีการประกาศทดสอบระบบกรอกข้อมูลการตลาดอัตโนมัติที่จะดึงข้อมูลประวัติ ของผู้ใช้มาเติมโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ ซึ่งไม่ใช่เพียงข้อมูลอย่างอีเมล ชื่อ หรือวันเกิดของตัวเอง แต่ยังมีโอกาสที่ข้อมูลเจาะลึกเช่นตำแหน่งงาน ชื่อบริษัทที่ทำงาน รวมถึงรหัสไปรษณีย์ จะถูกเติมลงในแบบฟอร์มแบบอัตโนมัติด้วย การทดสอบระบบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข่าวพัฒนาการอัจฉริยะของระบบวิเคราะห์ ข้อมูลตัวตนบนเฟซบุ๊ก (Facebook) รวมถึงการระบุตัวตนผู้ใช้ได้แม้จะเห็นใบหน้าเพียงเสี้ยวเดียว
     
เปิดเสรีแชต Messenger
     
       25 มิถุนายน ที่ผ่านมา เจ้าพ่อเครือข่ายสังคมอันดับ 1 ประกาศเปิดเสรีให้ผู้ใช้สามารถลงชื่อใช้งานแอปพลิเคชันแชต “Messenger” ได้โดยไม่ต้องใช้บัญชีเฟซบุ๊ก (Facebook) เพียงใช้เบอร์โทรศัพท์ก็สามารถส่งข้อความสนทนากับเพื่อนฝูงได้ทั่วโลก
     
       นักสังเกตการณ์เชื่อว่า เฟซบุ๊ก (Facebook)กำลัง พยายามเพิ่มจำนวนผู้ใช้แอปพลิเคชันแชต Messenger ที่ให้บริการแบบแยกเดี่ยว (standalone) อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นไปตามแผนที่ซีอีโอผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กเคยประกาศว่า ต้องการให้ Messenger เป็นประตูเชื่อมต่อร้านค้าปลีก ร้านอาหาร รวมถึงธุรกิจอื่นๆ กรณีที่มีการทานช็อปตามร้านต่าง ๆ ผ่านเครื่องรูดบัตร หรือ เครื่องอ่านบัตร หรือซื้อสินค้าผ่านเครื่องสแกนบาร์โค้ด (Barcode)
     
       ก่อนการเปิดเสรีแอปพลิเคชัน Messenger มีผู้ใช้ราว 700 ล้านคน (รวมยอดผู้ใช้รายใหม่ 100 ล้านคนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาแล้ว) จุดนี้เชื่อว่าการเปิดเสรีจะทำให้ Messenger มีฐานผู้ใช้เข้าใกล้หลัก 1 พันล้านอย่างรวดเร็ว
     
       ถามว่าทำไมเฟซบุ๊ก (Facebook)ต้อง เร่งมือขยายฐานผู้ใช้ คำตอบคือ กลยุทธ์หารายได้ที่เฟซบุ๊กบอกใบ้ไว้ต่อสังคมเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ครั้งนั้น เฟซบุ๊กเปิดบริการรับส่งเงินระหว่างผู้ใช้ (peer-to-peer payment) บนแอปพลิเคชัน Messenger แบบฟรีไม่มีค่าธรรมเนียมโอน ซึ่งเรียกคะแนนจากผู้ใช้อย่างเต็มเปี่ยม
     
       ระบบโอนเงินบน Messenger ไม่เพียงทำให้การซื้อสินค้า และบริการบน Messenger เกิดขึ้นได้ง่ายเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ับริการผ่านออนไลน์ หรือช็อปปิงตามร้านค้าผ่านเครื่องยิงบาร์โค้ด (Barcode) แต่ยังช่วยให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันได้ลืมตาอ้าปากผ่านการสร้างสรรค์แอปพลิเคชันสำหรับ Messenger จุดนี้เฟซบุ๊ก (Facebook)เคย ประกาศในเดือนมีนาคมว่า จะพยายามชักจูงให้แบรนด์และธุรกิจใช้ Messenger เป็นช่องทางในการออกใบเสร็จรับเงิน แจ้งข้อมูลสถานะการจัดส่งสินค้า รวมถึงการจัดการงานบริการลูกค้าที่ทั่วถึง
     
       หากเฟซบุ๊ก (Facebook)สามารถ แทรกตัวเพื่อให้บริการสุดยอดช่องทางสื่อสารระหว่างธุรกิจ และผู้บริโภคได้สำเร็จ เฟซบุ๊กก็จะยิ่งมีโอกาสสร้างเงินรายได้มากขึ้นตามไปด้วย จุดนี้ธนาคารแห่งชาติเยอรมนี (ธนาคาร Deutsche) ได้คาดการณ์ว่า แอป Messenger นั้นจะมีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 พันล้านคน และสามารถสร้างรายได้ 9-10 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี พ.ศ.2563
     
       ธนาคาร Deutsche ประเมินว่า บริการทางการเงินบน Messenger สามารถทำเงินได้มากกว่า 49 ล้านเหรียญสหรัฐแล้วในวันนี้ แต่ในปี พ.ศ.2563 จะทำเงินได้ 4.224-4.827 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 17% ของรายได้จากโฆษณาของเฟซบุ๊ก (Facebook)ทั้งหมด

Facebook เพื่อชาวเน็ต 2G
     
       หลังจากมีแผนส่ง Facebook Lite ลงเจาะประเทศกำลังพัฒนา 8 ประเทศ อย่าง บังกลาเทศ เนปาล ไนจีเรีย แอฟริกาใต้ ซูดาน ศรีลังกา เวียดนาม และซิมบับเว เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ล่าสุด โครงการนี้ทยอยเปิดตัวสู่ระดับโลกต่อเนื่อง โดยในผู้ใช้ในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกานั้นสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ก่อนชาวยุโรป
     
       ข้อมูล ระบุว่า Facebook Lite นี้มีการขยายสู่ประเทศอินเดีย และฟิลิปปินส์แล้ว เฉพาะอินเดีย เฟซบุ๊กมีฐานผู้ใช้มากกว่า 125 ล้านคน และ 90% เป็นผู้ใช้งานผ่านอุปกรณ์พกพา จุดนี้แม้โลกจะมีเครือข่าย 4G แล้ว แต่เครือข่าย 2G ที่ช้ากว่าก็ยังเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยม



       เฟสบุ๊ค ไลฟ์ (facebook live) สำหรับสมาร์ทโฟน Android กำลังจะรองรับฟีเจอร์ในการสตรีมมิ่งวิดีโอถ่ายทอดสด หรือ เฟสบุ๊ค ไลฟ์ (facebook live)  ภายในเร็ว ๆ หน้านี้ โดยจะเริ่มที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนแล้วจึงขยายออกไปยังประเทศอื่นๆต่อไป ฟีเจอร์ เฟสบุ๊ค ไลฟ์ (facebook live)  จะทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายอดวิดีโอแบบสดๆผ่านทางแอป เฟสบุ๊ค ไลฟ์ (facebook live) ได้ ซึ่งได้เปิดให้บริการฟีเจอร์ใน ใน iOS กว่า 30 ประเทศทั่วโลก

       ดูเหมือนว่าผู้คนกำลังให้ความสนใจฟีเจอร์ดังกล่าวของ เฟสบุ๊ค ไลฟ์ (facebook live) มากในเดือนนี้ เพราะด้วยฟีเจอร์นี้ จะทำให้ News Feed ของ เฟสบุ๊ค ไลฟ์ (facebook live) ยิ่งทวีความเป็นรายงานสดมากขึ้นไปอีก ทาง เฟสบุ๊ค ไลฟ์ (facebook live) ได้กล่าวว่า มีผู้ใช้ เฟสบุ๊ค ไลฟ์ (facebook live) สนใจรับชมวิดีโอที่ถ่ายทอดสดเป็นระยะเวลารวมกันนานกว่าวิดีโอที่ไม่ได้ถ่ายทอดสดถึง 3 เท่า โดยรับชมผ่าน เฟสบุ๊ค ไลฟ์ (facebook live) Live และผู้ชมกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ใช้ Android
     
       ผู้บริหารเฟซบุ๊ก (Facebook)ประเมิน ว่า ปัจจุบันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์พกพาผ่านเครือข่าย 2G นั้นมีจำนวนมากกว่า 875 ล้านคนทั่วโลก จุดนี้ทำให้เฟซบุ๊กต้องการสร้างประสบการณ์ยอดเยี่ยมเพื่อเข้าถึงคนกลุ่มนี้
     
       แม้ Facebook Lite จะไม่รองรับคุณสมบัติที่ต้องมีการรับส่งข้อมูลจำนวนมาก เช่น วิดีโอ แต่ขณะนี้สถิติการชมวิดีโอบนเฟซบุ๊กนั้นกำลังขยายตัวสุดขีด ซึ่งไม่แน่ Facebook Lite อาจจะเป็นฐานสำคัญที่ทำให้เฟซบุ๊กมียอดใช้บริการคุณสมบัติสูงในอนาคตก็ได้
     
       จากการสำรวจเมื่อกลางเดือนมิถุนายนพบว่า แม้ยอดชมวิดีโอออนไลน์บนยูทิวบ์จะยังเป็นอันดับ 1 ด้วยตัวเลขทะลุหลัก 3 ล้านล้านครั้งในปีนี้ แต่ยอดชมบนเฟซบุ๊ก (Facebook)กำลังมีแนวโน้มทะยานสู่หลัก 2 ล้านล้านครั้ง เรียกว่าเฟซบุ๊ก (Facebook)มีโอกาสครองยอดชมวิดีโอออนไลน์ 2 ใน 3 ของยอดชมวิดีโอบนยูทิวบ์
     
       บริษัทวิจัยตลาดแอมแปร์ อนาลไลสิส (Ampere Analysis) พบว่า ยอดชมวิดีโอบนยูทิวบ์ถูกมองว่าเด่นเฉพาะในแง่ปริมาณ หรือ volume แต่ยอดชมวิดีโอบน Facebook นั้นโดดเด่นเรื่องคุณภาพมาก เนื่องจากผู้ชมทุกคนจะต้องลงชื่อใช้งาน หรือ log in แน่นอนว่าเหล่าแบรนด์จะมีข้อมูลของผู้ชมบนเฟซบุ๊กมากกว่าบนยูทิวบ์
     
ข้อมูลสะพัดจาก Facebook
     
       ที่ผ่านมา นักการตลาดจำนวนมากต้องสร้างระบบเพื่อดึงให้ชาวออนไลน์เข้ามาลงทะเบียน สำหรับการรับส่งข่าวสารในอนาคต ล่าสุด เฟซบุ๊ก (Facebook)ริ เริ่มทดสอบระบบดึงข้อมูลชื่อ และอีเมลแอดเดรสของผู้ใช้แบบอัตโนมัติ ทำให้นักการตลาดทั่วโลกกำลังจะมีวิธีรวบรวมข้อมูลของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น กว่าเดิม
     
       เฟซบุ๊ก (Facebook)ทดสอบ ระบบนี้ในโฆษณาบนอุปกรณ์พกพา ชื่อของบริการคือ “ลีด แอดส์” (lead ads) นักการตลาดจะสามารถใช้ระบบนี้ในกรณีที่ขอให้ผู้ใช้ลงชื่อเพื่อรับอีเมล หรือโทรศัพท์สำหรับแจ้งข้อมูลของสินค้า และบริการเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กคลิกสมัครสมาชิก หรืออ่านโฆษณาที่ผูกพ่วงกับแบบฟอร์มอัตโนมัติ ระบบของเฟซบุ๊กจะเป็นผู้เติมแบบฟอร์มนั้นให้อัตโนมัติโดยดึงข้อมูลจากประ วัติเฟซบุ๊กโปรไฟล์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้ใช้ยินยอมเปิดเผยอยู่แล้ว เช่น ชื่อจริง อีเมลแอดเดรส เบอร์โทรศัพท์ และรหัสไปรษณีย์
     
       แต่ด้วยความที่รูปแบบของแบบฟอร์มที่จะสามารถกรอกข้อมูลได้อัตโนมัตินั้นมี หลากหลาย ซึ่งนักการตลาดจะสามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะต่อโฆษณาโมบายของตัวเองที่ลงไว้ กับเฟซบุ๊ก (Facebook)ได้อย่างเสรี นี่เองที่ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลอื่น เช่น ประเทศที่อยู่ ชื่อบริษัท ชื่อตำแหน่งงาน รวมถึงสถานภาพอื่นอาจจะถูกกรอกลงในแบบฟอร์มแบบอัตโนมัติได้ด้วย
     
       การทดสอบนี้สะท้อนว่า เฟซบุ๊ก (Facebook)กำลัง พยายามตอบโจทย์นักการตลาดที่ใส่ใจต่อกลุ่มผู้คลิกชมโฆษณาเป็นพิเศษ ซึ่งจะเป็นคนละกลุ่มกับนักการตลาดที่ให้น้ำหนักต่อยอดชมโฆษณาแบบผ่านตาเพื่อ สร้างแบรนด์เป็นหลัก จุดนี้ข้อมูลระบุว่า ปีที่ผ่านมา นักโฆษณาที่เน้นกลยุทธ์ตอบสนองลูกค้ารายคน มีการลงโฆษณาคิดเป็นสัดส่วน 59% ของยอด 5.01 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐที่สะพัดในวงการโฆษณาดิจิตอลแดนลุงแซม
     
       สถิติเหล่านี้สะท้อนคุณค่าของข้อมูลผู้ใช้ เหตุผลนี้ทำให้เฟซบุ๊ก (Facebook)ประกาศ เพิ่มความสามารถให้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กต่อเนื่องตลอดเวลา สำหรับครึ่งปีแรกปีที่ผ่านนี้ เฟซบุ๊กทดสอบอัลกอริธึมใหม่ที่สามารถวิเคราะห์ความสนใจของผู้ใช้งานแต่ละราย บนคอนเทนต์หลากหลาย ขณะเดียวกัน ก็พัฒนาระบบวิเคราะห์ภาพ ทำให้เฟซบุ๊กสามารถระบุตัวตนผู้ใช้ได้แม้จะเห็นภาพใบหน้าผู้ใช้เพียงครึ่ง เดียว
     
       เพื่อทดสอบอัลกอริธึมดังกล่าว ทีมงานของเฟซบุ๊ก (Facebook)ได้ รวบรวมภาพบุคคลจากเว็บไซต์ฟลิกเกอร์ (Flickr) จำนวน 40,000 ภาพมาให้ระบบทำการวิเคราะห์ และพบว่า ความแม่นยำในการระบุตัวบุคคลนั้นสูงถึง 83% แม้ว่าภาพบางภาพจะเห็นใบหน้าไม่ครบ ภาพไม่ชัด หรือเป็นภาพใบหน้าด้านข้าง แต่อัลกอริธึมก็สามารถหาเอกลักษณ์ของบุคคลในภาพเพื่อมาวิเคราะห์ได้อย่างถูก ต้อง เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือทรงผม
     
       ...ครึ่งปีแรกผ่านไปแล้ว ครึ่งปีที่ผ่านมา ของเฟซบุ๊กสนุกแน่นอน.. คงรอดูว่าจะมีอะไรใหม่ ๆ บน Facebook

Cr.ผู้จัดการ

3 พ.ค. 2559

Facebook Live วีดีโอ ออนไลน์


Facebook Live วีดีโอ ออนไลน์
 Facebook Live วีดีโอ ออนไลน์

สำหรับ Facebook ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ Social Network ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นแหล่งสังคมออนไลน์ที่ หลายคนนั้นรู้จักกันดี และมีฟีเจอร์มากมาย   ล่าสุดกับการทำ Video Live Broadcast หรือทาง Facebook เรียกว่า Facebook Live ซึ่งจะเปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการวันนี้ และมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลากหลายมาแนะนำและรีวิวให้ได้อ่านกัน พร้อมแล้วเริ่มกันเลย

หลายคนคงได้เริ่มสัมผัสกับรูปแบบการเผยแพร่ข้อมูลแบบออนไลน์ Live ของเจ้าพ่อ Social Media อย่าง Facebook กันบ้างแล้ว หลังจากที่เคยออกแอพ Mentions มาช่วงนึง ก็มีการพัฒนาออกเจ้า Live ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ล่าสุด ซึ่ง Live ของ Facebook ยังเป็นรูปแบบการถ่ายทอดสด ซึ่งคาดเดาได้ไม่ยากว่าอีกสักพัก ถ้าไม่มีผลกระทบเชิงลบ ก็คงขยายวงกว้างให้ทุกคนได้ใช้กัน

จริง ๆ แล้ว Facebook Live นั้นเป็นอีกช่องทางที่เราสามารถสื่อสารให้คนทั่วโลกเห็นการกระทำ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบตัวเรา รวมไปถึงการทำวีดีโอรีวิว ของเหล่า Blogger ที่สะดวกมากขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยการทำงานนั้นเราจะต้องกดแล้วตั้งชื่อเรื่องของเราไว้แล้วเลือกว่าจะเผย แพร่ให้กับคนกลุ่มไหน ไม่ว่าจะเป็น ทั่วไป, เฉพาะเพื่อน หรือ เก็บเฉพาะตัวเองก็ได้เช่นกัน

สำหรับฟีเจอร์ออนไลน์นั้นแม้จะมีมากมาย แต่จะแบ่งออกเป็นสำหรับคนที่ถ่ายทำก่อน บันทึกภาพนิ่ง บันทึกวีดีโอ ตรวจจับการเคลื่อนไหวแล้วบันทึกวีดีโอ เปิดกล้องเว็บแคมแชทกับเพื่อนออนไลน์ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกโดยไม่ต้องรอ Upload ไปเลย เช่น

    -Live Filter เป็นฟีเจอร์ออนไลน์สำหรับการเปลี่ยนสีหน้าคนที่กำลัง Live หรือการแสดงผลวีดีโอให้เป็นสีต่าง ๆ ได้ทั้งหมด 5 สีด้วยกัน
    -Live Reaction สำหรับฟีเจอร์ออนไลน์นี้ต้องเป็นผู้ชม สามารถส่ง Emoji ของอารรมณ์ระหว่างการชม เข้าสู่วีดีโอได้ โดยมี 5 รูปแบบได้แก่ Love (รัก) Haha (ฮ่าๆ) Wow (ว้าว) Sad (เศร้า) หรือ Angry (โกรธ) ซึ่งจะปรากฏในวีดีโอไม่นาน
    -Facebook Group หรือ Facebook Event การถ่ายวีดีโอในเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือเฉพาะกลุ่มสามารถเลือกได้ ทำให้คุณเห็นเป็น ทิป เทคนิค ที่เหมาะสมกับการใช้ต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ออนไลน์ไปในกลุ่มต่าง ๆ ได้
    -Invite Friend หากเพื่อนของเราไม่ได้ออนไลน์ติดตาม Live แต่เราอยากให้เพื่อนเราเห็น ก็สามารถกดเลือกเข้ามาดูได้เช่นกัน ไม่ยากนัก

นอกจากนี้ในกรณีที่คุณเป็นผู้รับชมออนไลน์อย่างเดียว Facebook ไม่ทิ้งท่านให้ต้องกดค้นหาเองด้วยฟีเจอร์ไม่ว่าจะเป็น การ Feed Video ที่รวมวีดีโอที่กำลังถ่ายทอดสดมารวมในที่เดียว, ค้นหาวีดีโอเก่าสำหรับการถ่ายทอดสด, รวมไปถึง Live Map ที่ช่วยดูว่าแต่ละสถานที่ตอนนี้มีการ Live วีดีโอกันอยู่หรือไม่

แน่นอนว่า ความนิยมที่หลายคนได้ลองใช้งานมานั้น ผู้คนชื่นชอบอยู่ทั่วโลก และมียอดชมออนไลน์มากกว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับวีดีโอปกติ  ถือว่าเป็นอีกเครื่องมือถ้ามีงานสำคัญและเพื่อน ๆ ของคุณต้องรู้ หรือจะเป็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแบบสด ๆ เราสามารถใช้ กล้องวีดีโอจิ๋ว(Mini DVR) ถ่ายวีดีโอบันทึกเหตุการณ์และแบ่งปันได้ทันที  ซึ่งเหมาะสมกับคนที่มีเรื่องราวบอกเพื่อน ๆ ตลอดเวลา

ถ้า มองไปแล้ว จะเหมาะกับคนทำ Page ที่มีเรื่องราวบอกเล่าเยอะ ๆ ช่วยประหยัดเวลาในการเขียน Blog ลงไปได้เยอะพอสมควร และแน่นอนว่าฟีเจอร์ออนไลน์ของ Facebook Live แม้จะยังใส่ได้เท่านี้อยู่ แต่เชื่อว่าในอนาคต จะต้องมีอะไรให้น่าสนใจ และน่าใช้กว่านี้

สำหรับคนที่อยากจะลองใช้ออนไลน์นั้น ในระบบปฏิบัติการ iOS กล้องจิ๋ว(Mini DVR) สามารถใช้ได้ครบแล้ว แต่สำหรับ Android ต้องรอในบางเครื่องอาจจะยังไม่ได้ยังไม่ได้ใช้ หรือบางเครื่องได้ใช้แล้วก็ยินดีด้วย ส่วนการ Live เสร็จเราสามารถ บันทึกเป็น File วีดีโอ เพื่อนำไป Upload ได้ ซึ่งความยาวในการถ่ายกล้องวีดีโอจิ๋ว(Mini DVR) จะขึ้นอยู่เท่ากับ ความจำในตัวของโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายด้วยส่วนหนึ่ง

อ้อ และอย่าลืม ถ้าต้องการออนไลน์ให้การ Live ของคุณที่ดีเยี่ยม อย่าลืมหาอุปกรณ์เสริมกล้องวีดีโอจิ๋ว(Mini DVR) เช่นเลนส์ช่วยในการส่องภาพ ไม่โครโฟน หรือ ขาตั้งกล้อง ก็จะดีไม่น้อย

Cr.ข่าว Sanook Hitech

20 พ.ย. 2558

จดจำใบหน้าของ Facebook


จดจำใบหน้าของ Facebook
ตอน นี้ทาง Facebook กับความสามารถใหม่ใน Facebook Messenger ที่จะเข้ามายุ่งย่ามเรื่องส่วนตัวของเราอีกครั้ง กำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่จดจำใบหน้าของ Facebook ที่ชื่อว่า Photo Magic เป็นระบบจดจำใบหน้าแล้วเป็นเหมือนเครื่องสแกนแบบพกพา ใน Facebook แล้วหารูปเพื่อนในเครื่องเราเพื่อเสนอการแชร์แบบอัตโนมัติได้ในทันที หรือเครื่องสแกนภาพที่เราถ่ายมาในเครื่องโทรศัพท์มือถือของเราและแจ้งเตือน ส่งภาพเหล่านั้นให้กับเพื่อนๆที่อยู่ในภาพนั้น

จริงๆ แล้วเป็นฟังชั่นจดจำใบหน้าของ Facebook ที่จะเข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายและความสนุกในการแชร์ภาพระหว่างสังคมออนไลน์ นั้นเองครับ ความสามารถใหม่ใน Facebook Messenger กำลังจะมาหาพวกท่านแล้วครับ เป็นความสามารถที่ตัวแอพจะเข้าไปทำหน้าที่เป็นเครื่องสแกนแบบพกพาทำ การสแกนหน้าบุคคลจากภาพถ่ายของเราที่บันทึกเข้าไปในอัลบั้มภาพ และระบบจะทำการค้นหาเปรียบเทียบใบหน้าจากบุคคลที่เรารู้จักใน Facebook เมื่อมีการค้นพบก็จะถูกหยิบขึ้นมาแนะนำให้เราทำการแชร์ออกไปยังเพื่อนคนนั้น ได้ในทันที

เมื่่อเราเปิดคุณลักษณะการทำงาน จดจำใบหน้าของ Facebook (Photo Magic) ดังกล่าว ถ้ามีการบันทึกภาพใหม่ๆ เข้าไปในอัลบั้ม จะมี POP-UP แจ้งเตือนแสดงขึ้นมาว่ามีการค้นพบใบหน้าของบุคคลที่เรารู้จัก เพื่อให้เรากดส่งหาเขาได้ทันทีโดยไม่ต้องไปเปิดค้นหารายชื่อเพื่อนใน Messenger ซะก่อน ซึ่งในปัจจุบันระบบนี้ยังใช้ได้แค่ในระบบปฏิบัติการ Android ในประเทศออสเตรเลียเท่านั้นครับ สำหรับเครื่องที่ใช้ระบบ iOS และผู้ใช้งานในภูมิภาคอื่นๆ จะตามมาเร็วๆ นี้

หลายคนอาจจะห่วงใน เรื่องของการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวด้วยการจดจำใบหน้าของ Facebook (Photo Magic) นั้น แต่ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Lexy Franklin ได้ออกมายืนยันแล้วว่า เราสามารถกำหนดการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของบริการจดจำใบหน้าของ Facebook และปิดการจดจำใบหน้าของ Facebook และการแจ้งเตือนดังกล่าวได้ด้วยตัวคุณเอง และแน่นอนว่า

ต่อไปนี้เวลาเราถ่ายภาพเพื่อนๆเรา ฟีเจอร์จดจำใบหน้าของ Facebook (Photo Magic) นี่จะแจ้งเตือนโดยถามว่าต้องการจะแชร์ภาพนี้ให้เพื่อนคนนี้คนนั้นหรือเปล่า ฟีเจอร์จดจำใบหน้าของ Facebook นี่จะเป็นเครื่องสแกนแบบพกพาแล้วสแกนทุกๆครั้งที่เราถ่ายภาพ ฟีเจอร์สามารถปิดได้จากการตั้งค่า ส่วนสำหรับใครที่ชอบแชตชอบแชร์ ก็เป็นการทำงานที่น่าจะสะดวกสบายมากกว่าเดิมเยอะเลยครับสำหรับการส่งภาพให้ เพื่อนของเราด้วยการแชร์แบบอัตโนมัติได้ในทันที

Cr.AppDisqus

13 ก.ย. 2558

โดรนพลังงานแสงอาทิตย์


โดรนพลังงานแสงอาทิตย์
“แอร์บัส” บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมการบินของยุโรป เผย เตรียมสร้าง “โดรนพลังงานแสงอาทิตย์” เพื่อสอดแนม ให้กับกองทัพอังกฤษ ซึ่งสามารถทำการบินอยู่บนท้องฟ้าได้นานต่อเนื่องถึง 90 วัน
     
รายงาน ซึ่งอ้างแหล่งข่าวภายในบริษัทแอร์บัสระบุว่า ทางบริษัทกำลังดำเนินโครงการลับสุดยอดเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บให้กับกองทัพของ สหราชอาณาจักร ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ โครงการพัฒนาอากาศยานไร้นักบิน หรือ โดรนพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ และสามารถบินได้ที่ระดับความสูงมากกว่าเครื่องบินโดยสารทั่วไปถึงเท่าตัว หรือที่ระดับความสูงราว 70,000 ฟุตเหนือพื้นดิน
     
รายงานซึ่ง อ้างแหล่งข่าวในบริษัทแอร์บัสยังระบุว่า โดรนพลังงานแสงอาทิตย์ดังกล่าวกำลังจะถูกพัฒนาให้สามารถทำการบินได้นานต่อ เนื่องถึง 90 วัน โดยไม่จำเป็นต้องชาร์จพลังงานใหม่สามารถให้พลังงานไฟฟ้าและแสงสว่างภายใน เครืองบินได้ เหมือนมีโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ บนเครื่องบิน ขณะเดียวกันยังสามารถแบกรับน้ำหนักของยุทโธปกรณ์ด้านการสอดแนมที่จะติดตั้ง ไปกับลำตัวของโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ได้อีก 10 กิโลกรัม
     
ก่อน หน้านี้ ทางบริษัทแอร์บัสเคยทำการทดสอบโดรนพลังงานแสงอาทิตย์รุ่น “Zephyr” ณ สถานที่ลับแห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏว่า โดรนพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นนี้สามารถทำการบินได้นานต่อเนื่อง 14 วัน และถือเป็นสถิติการบินต่อเนื่องที่ยาวนานที่สุดของโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ใน ปัจจุบัน  อย่างไรก็ดี ทางกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรยังคงไม่ออกมาให้ความเห็นใด ๆ ต่อกระแสข่าวดังกล่าว  แต่ก็ไม่ใช้เรื่องเศร้าที่เดียว เพราะก็มีการทำโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ของผู้ใจบุญนาม Facebook ต่อผู้ยากไร้ในทวีปแอฟริกา

ก่อนหน้านี้มีข่าวเรื่องโดรนพลังงานแสง อาทิตย์มาแล้ว หลายท่านคงทราบข่าวนี้ที่ผ่านมาว่า facebook ทุ่มงบกว่า 60 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ ซื้อ “Titan Aerospace” ซึ่งเป็นบริษัทผลิตโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ รุ่น “Solara 60”  เพื่อให้ผลิตโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 11,000 ลุยโปรเจค Internet.org  ซึ่งหวังให้ 2 ใน 3 ของประชากร มีช่องทางเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น  งานประชุมของกลุ่มนักพัฒนา Facebook [ F8 ] ประจำปี 2015  ซึ่งหนึ่งในเรื่องราวที่น่าสนใจและอาจอยู่ใกล้ตัวเราในอนาคต นั่นคือ โครงการ Internet.org  ซึ่งเป็นโครงการที่ตั้งเป้าว่าจะทำให้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ได้

การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ทั่วโลก ผ่านทาง 2G , 3G และ 4G  จะพบว่ามีหลายพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึง ซึ่งมีมากถึง 2 ใน 3 ของโลก และ ประชากร 1,1ooล้าน – 2,800 ล้านราย อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง 2G , 3G และ 4G เข้าไม่ถึง หากคุณในพื้นที่ที่เป็นเมือง แน่นอนว่า จะทำให้มี internet access ได้ไม่ยาก แต่ถ้าไปยังพื้นที่ห่างไกล การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ยากขึ้น  Facebook จึงคิดที่จะใช้ UAV หรือโดรนพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อให้บริการ internet ขึ้นมา

โดยโดรนพ ลังงานแสงอาทิตย์ของ facebook นี้ เป็นโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเครื่องบินเจ็ต ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ สามารถกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ บนชั้นบรรยากาศของโลก  โดยโดรนพลังงานแสงอาทิตย์นี้จะบินบนความสูงจากพื้นโลกกว่า 65,000ฟุต โดรนพลังงานแสงอาทิตย์ของ facebook จะเริ่มทดสอบบินและให้บริการที่สหรัฐ ในปีหน้า และในอนาคตเจ้าโดรนพลังงานแสงอาทิตย์จาก facebook นี้จะให้บริการใน สหรัฐอเมริกา เอเชีย และ แอฟริกา เป็นเวลา 3-5 ปี ซึ่งแอฟริกานี้เป็นประเทศที่เข้าถึงโลกออนไลน์ได้ยาก แต่คงจะดีถ้าจะมีพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นดินเพื่อเอามาชาร์ตอุปกรณ์อินเตอร์ เน็ตบนภาคพื้นดิน หรือ แม้นกระทั้งแถมโคมไฟโซล่าเซลล์ตอนเล่นเน็ตตอนกลางคืน น่าจะดี

facebook ใช้โดรนพลังงานแสงอาทิตย์ บินสูงอยู่เหนือพื้น 60,000 ฟุต เพื่อส่งสัญญาณทางอินเทอร์เน็ต กระจายสัญญาณเน็ตให้ทุกคนได้ใช้เน็ตได้ สำหรับโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ facebook ดำเนินการอยู่นี้ อยู่ในระหว่างการสร้างเป็น Prototype อยู่ โดยได้เริ่มทำตัวเครื่องแล้ว โดรนพลังงานแสงอาทิตย์ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์นี้ สามารถอยู่ได้นาน 1 เดือนต่อครั้ง โดยหากโปรเจคนี้สำเร็จจะทำให้คนทั่วโลกเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายมากขึ้น แม้สภาพพื้นที่นั้น ทั่วไปอินเทอร์เน็ตจะเข้าถึงยาก แต่หากมีโดรนพลังงานแสงอาทิตย์นี้บินอยู่ ไม่ว่าจะที่ไหนๆก็มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้ได้

Cr.ผู้จัดการ,Synergy | Twitter ,เล่าสู่กันฟัง ,e-news ,

7 ส.ค. 2558

ค้นหาใบหน้าจากเฟสบุ๊ค


ค้นหาใบหน้าจากเฟสบุ๊ค

กล้องสมัยนี้แค่เราเล็งไปเพื่อที่จะถ่ายรูปเพื่อน รูปคนรัก รูปครอบครัว ที่หน้าจอก็ปรากฏกล่องสี่เหลี่ยมโผล่ขึ้นมาคอยวงใบหน้าคนที่อยู่ในภาพให้ เหมือนมีเครื่องสแกนแบบพกพาบน กล้องเลย หรืออย่างในเฟสบุ๊ค เวลาคุณผู้อ่านจะอัพภาพ ถ่ายของกลุ่มเพื่อนนับสิบขึ้นไปโพสต์ ก็จะเห็นนะครับว่าเฟสบุ๊คเขามีตัวช่วยวาดกรอบ สี่เหลี่ยมล้อมรอบใบหน้าคนในภาพให้เราไว้แล้ว ไม่พอยังช่วยแทคชื่อเพื่อน ๆ ในภาพให้เราอัตโนมัติด้วย

เบื้องหลังของฟีเจอร์หาใบหน้า และระบุตัวตนนี้ล่ะครับ คือ สิ่งที่เรียกว่าเทคโนโลยีการรู้จำใบหน้า สำหรับแวดวงงานวิจัยเทคโนโลยีนี้ เทคโนโลยีการรู้จำใบหน้า (Face Recognition) นั้นเอง

วิธีคิดของเทคโนโลยีนี้ส่วนใหญ่ก็ตรงไปตรงมา ครับ ก็ในเมื่อเราอยากให้คอมพิวเตอร์หาใบหน้าคนที่ต้องการจากภาพให้เราได้แบบ อัตโนมัติ ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ก่อนอื่นจะต้องสอนให้คอมพิวเตอร์รู้จักว่าพิกเซลของ ภาพที่เรียงกันมาแบบไหนถึงจะเรียกว่าใบหน้าคน เช่น ต้องพบดวงตาสองข้างนะ ตรงกลางข้างใต้ตาต้องมีหนึ่งจมูก และใต้จมูกก็ต้องมีหนึ่งปาก ถ้า เจอบริเวณไหนของภาพมีแพตเทิร์นตามนี้ให้คอมพิวเตอร์ฟันธงว่าบริเวณนี้ล่ะคือ หน้าคน

เฟซบุ๊คก้าวหน้าใช้เทคโนโลยีการรู้จำใบหน้า (Face Recognition) บวกกับเทคโนโลยีระบบสแกนจดจำใบหน้า “DeepFace” เพื่อช่วยให้การแท็กชื่อแต่ละคนบนภาพถ่ายเป็นไปโดยอัตโนมัติ ง่ายและรวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ เฟซบุ๊คเข้าซื้อกิจการบริษัทสัญชาติอิสราเอลเมื่อสองปีก่อน และได้เปิดตัวเทคโนโลยี DeepFace ช่วงเดือนที่ผ่านมา

บริษัทเกิดใหม่ในอิสราเอลชื่อว่า “face.com” ได้พัฒนาเทคโนโลยีเครื่องสแกน เอามาใช้กับการสแกนใบหน้าที่เรียกว่า “DeepFace” โดยนักวิจัยใช้ซอฟต์แวร์สร้างใบหน้าแบบ 3 มิติจากรูปถ่าย และใช้อัลกอริทึมค้นหาและระบุใบหน้าที่ตรงกันอย่างถูกต้อง จากนั้นจึงสอดแทรกเป็นคำแนะนำให้ติดแท็กชื่อแต่ละคนบนภาพถ่าย โดยที่ผู้ใช้สามารถยอมรับหรือปฏิเสธก็ได้

ทีมวิจัยทดลองใช้โครงข่าย ประสาทเทียมค้นหาฐานข้อมูลใบหน้า 4,000 ภาพจากทั้งหมด 4 ล้านภาพ ได้ผลลัพธ์ถูกต้องราว 97.25% เริ่มเสนอบริการในสหรัฐอเมริกา แต่ยังไม่มีในยุโรป เนื่องจากการติดแท็กภาพในลักษณะนี้ถูกห้ามในสหภาพยุโรปเมื่อสองปีก่อนเพื่อ รักษาความปลอดภัยของข้อมูล

ล่าสุดพัฒนาไปอีกขั้น มีงานวิจัยหนึ่งที่ถูกนำเสนอในงานประชุมวิชาการ CVPR 2015  ณ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา Prof. Yann LeCun จาก Facebook AI Research (Artificial Intelligence) ร่วมกับ New York University  ได้นำเสนอไอเดียใหม่ที่สอนให้คอมพิวเตอร์สามารถระบุได้ว่าภาพที่เห็นหน้าไม่ ค่อยชัด หรือ แม้แต่ไม่เห็นหน้าคนในภาพเลยนี้น่ะ คือ ภาพของใครคนไหนได้

Prof. Yann LeCun จาก Facebook AI Research (Artificial Intelligence) ได้พัฒนาระบบต้นแบบโดยการรวบรวมภาพบุคคลจากเว็บไซต์ Flickr จำนวนกว่า 40,000 รูป เพื่อนำมาป้อนเป็นข้อมูลให้อัลกอริทึมหรือขั้นตอนวิธีอัจฉริยะที่เขาคิดขึ้น ในการทดสอบความแม่นยำของการระบุตัวตนบุคคล ภาพที่ถูกใช้ทดสอบมีทั้งแบบรูปหน้าตรง รูปแบบเห็นใบหน้าไม่ครบหรือไม่ชัด บางทีก็เป็นรูปใบหน้าด้านข้างบ้าง ด้านหลังบ้าง เป็นต้น ซึ่งจากผลการทดลองพบว่าระบบสามารถหาเอกลักษณ์ของบุคคลนั้น ๆ และระบุตัวตนที่ถูกต้องได้แม่นยำถึงประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์เลยครับ


Cr.โลกวันนี้,เดลินิวส์,e-news ,Synergy | Facebook

โทรจิตผ่านเฟซบุ๊ก

โทรจิตผ่านเฟซบุ๊ก
โทรจิตผ่านเฟซบุ๊ก (ภาพจาก  ไทยรัฐ)

มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก เชื่อว่า วันหนึ่งข้างหน้า มนุษย์โลกจะมีโอกาส ถ่ายทอดความคิด สื่อสารทางโทรจิตถึงกันโดยตรง โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อม และนี่คือทิศทางของเฟซบุ๊กในอนาคตข้างหน้า

“มัน จะเป็นเหมือนกับว่า เวลาคุณกำลังคิดถึงอะไร เพื่อนของคุณก็จะรับรู้ถึงสิ่งที่คุณคิดในทันที และนี่คือที่สุดของเทคโนโลยีการสื่อสาร”

ซัคเกอร์เบิร์ก เปิดเผยเรื่องนี้ระหว่างการตอบคำถามจากผู้ใช้ ซึ่งถามว่าแผนระยะยาวของเฟซบุ๊ก จะเป็นเช่นไร

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เฟซบุ๊กพัฒนาบริการเพื่อตอบสนองการสื่อสารของผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นจากบริการหน้าโปรไฟล์ธรรมดา จนไปถึงการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ แถมการกดไลค์ Like แบ่งกลุ่มเพื่อน ตลอดจนบริการอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นอีกมากมาย

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริการของเฟซบุ๊กเริ่มขยับจากการแชร์ข้อมูลสาธารณะ เป็นเน้นการสื่อสารส่วนบุคคลมากขึ้น นั่นเป็นที่มาของการเข้าซื้อกิจการแอพพลิเคชั่นข้อความสนทนา “วอทส์แอพ” WhatsApp ด้วยมูลค่า กว่า 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

เช่นเดียวกับการ เข้าซื้อกิจการ Oculus ผู้ผลิตอุปกรณ์สวมใส่ที่ใช้แสดงภาพ 3 มิติเสมือนจริง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า เฟซบุ๊กกำลังเดินหน้าเข้าสู่บริการเสมือนจริง เพื่อยกระดับการสื่อสารผ่านเฟซบุ๊กขึ้นไปอีกขั้น

ความจริงแล้ว การสื่อสารผ่านทางโทรจิตหรือการถ่ายทอดความคิดส่งตรงถึงกัน (Telepathy) นั้น มิใช่เรื่องใหม่ ที่อยู่ห่างไกลอีกต่อไป

มี นักวิทยาศาสตร์หลายแขนง กำลังคิดค้นการใช้คอมพิวเตอร์ถ่ายทอดความคิดของบุคคล เพื่อส่งตรงถึงกันโดยใช้ศักยภาพของคอมพิวเตอร์ในการแปลงคลื่นสมองเป็นข้อมูล เหมือนเราควบคุมเกมต่าง ๆ จากมือเราผ่านแอปฯของกล่องแอนดรอย (Android TV Box) แล้วไปปรากฎภาพ 3 มิติบนทีวีได้

ยก ตัวอย่าง มหาวิทยาลัยวอชิงตันได้เคยทำสำเร็จมาแล้ว โดยบุคคลต้นทางคิดจะขยับนิ้วมือ และคลื่นสมองก็ถูกส่งผ่านอินเตอร์เน็ตด้วยไวไฟพกพาไปยังบุคคลปลายทาง ส่งผลให้บุคคลปลายทางขยับนิ้วมือบนคีย์บอร์ดตามความคิดของบุคคลต้นทาง โดยบุคคลทั้งสองฝั่ง ต้องสวมใส่อุปกรณ์คล้ายหมวก เพื่อช่วยในการแปลงคลื่นสมองด้วย.

Cr.ไทยรัฐ, e-news ,Asia21st

11 ก.ค. 2558

ปีนี้มีอะไรใหม่บน Facebook


ปีนี้มีอะไรใหม่บน Facebook

ปีนี้มีอะไรใหม่บน Facebook
        ปีนี้ 2558  เครือข่ายสังคมอันดับ 1 ของโลกอย่าง “เฟซบุ๊ก” (Facebook) ถูกจับตามองใกล้ชิดในหลายวงการ เพราะการประกาศทดสอบระบบมากมายที่เชื่อกันว่าจะสามารถต่อยอดธุรกิจของเฟซบุ๊ก (Facebook)ในตลาดใหม่ได้อย่างยั่งยืน  ไม่ว่าจะเป็น Messenger  ฯลฯ

      ท่ามกลางนักวิเคราะห์ที่ฟันธงว่า สิ่งที่เฟซบุ๊ก (Facebook)ทำและสถิติที่สรุปได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 นี้จะนำไปสู่เม็ดเงินรายได้เข้ากระเป๋าเฟซบุ๊ก (Facebook)มูลค่าหลักพันล้านแน่นอน
     
       ที่ฮือฮาที่สุดต้องยกให้การเปิดเสรีแชตผ่านแอปพลิเคชัน “แมสเสนเจอร์” (Messenger) โดยไม่ต้องมีบัญชีเฟซบุ๊ก (Facebook) หมากเกมนี้ของเฟซบุ๊กมีนัยซ่อนอยู่เพราะการเปิดเสรีจะทำให้แอป Messenger นั้นมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นแตะหลักพันล้านคน ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้นับหมื่นล้านเหรียญสหรัฐในอีก 5 ปี ผ่านบริการชำระเงินในแอป Messenger เมือซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ หรือ ผ่านตามห้างสรรพสินค้า ด้วยระบบบาร์โค้ด (Barcode) ผ่านเครื่องอ่านบาร์โค้ด
     
       ฮือฮารองลงมาคือ เฟซบุ๊กประกาศลุยให้บริการ “เฟซบุ๊ก ไลต์” (Facebook Lite) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้เครือข่าย 2G ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งจะมีผลช่วยให้ฐานผู้ใช้ และสถิติการชมสื่อบนเฟซบุ๊กยิ่งขยายตัวมากขึ้นอีก โดยเฉพาะยอดชมวิดีโอที่กำลังไล่ตีตื้นเบอร์ 1 อย่างยูทิวบ์ (YouTube) เข้าไปทุกที
     
       นอกจากนี้ ยังมีการประกาศทดสอบระบบกรอกข้อมูลการตลาดอัตโนมัติที่จะดึงข้อมูลประวัติ ของผู้ใช้มาเติมโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ ซึ่งไม่ใช่เพียงข้อมูลอย่างอีเมล ชื่อ หรือวันเกิดของตัวเอง แต่ยังมีโอกาสที่ข้อมูลเจาะลึกเช่นตำแหน่งงาน ชื่อบริษัทที่ทำงาน รวมถึงรหัสไปรษณีย์ จะถูกเติมลงในแบบฟอร์มแบบอัตโนมัติด้วย การทดสอบระบบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข่าวพัฒนาการอัจฉริยะของระบบวิเคราะห์ ข้อมูลตัวตนบนเฟซบุ๊ก (Facebook) รวมถึงการระบุตัวตนผู้ใช้ได้แม้จะเห็นใบหน้าเพียงเสี้ยวเดียว
     
เปิดเสรีแชต Messenger
     
       25 มิถุนายน 2015 เจ้าพ่อเครือข่ายสังคมอันดับ 1 ประกาศเปิดเสรีให้ผู้ใช้สามารถลงชื่อใช้งานแอปพลิเคชันแชต “Messenger” ได้โดยไม่ต้องใช้บัญชีเฟซบุ๊ก (Facebook) เพียงใช้เบอร์โทรศัพท์ก็สามารถส่งข้อความสนทนากับเพื่อนฝูงได้ทั่วโลก
     
       นักสังเกตการณ์เชื่อว่า เฟซบุ๊ก (Facebook)กำลัง พยายามเพิ่มจำนวนผู้ใช้แอปพลิเคชันแชต Messenger ที่ให้บริการแบบแยกเดี่ยว (standalone) อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นไปตามแผนที่ซีอีโอผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กเคยประกาศว่า ต้องการให้ Messenger เป็นประตูเชื่อมต่อร้านค้าปลีก ร้านอาหาร รวมถึงธุรกิจอื่นๆ กรณีที่มีการทานช็อปตามร้านต่าง ๆ ผ่านเครื่องรูดบัตร หรือ เครื่องอ่านบัตร หรือซื้อสินค้าผ่านเครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode)
     
       ก่อนการเปิดเสรีแอปพลิเคชัน Messenger มีผู้ใช้ราว 700 ล้านคน (รวมยอดผู้ใช้รายใหม่ 100 ล้านคนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาแล้ว) จุดนี้เชื่อว่าการเปิดเสรีจะทำให้ Messenger มีฐานผู้ใช้เข้าใกล้หลัก 1 พันล้านอย่างรวดเร็ว
     
       ถามว่าทำไมเฟซบุ๊ก (Facebook)ต้อง เร่งมือขยายฐานผู้ใช้ คำตอบคือ กลยุทธ์หารายได้ที่เฟซบุ๊กบอกใบ้ไว้ต่อสังคมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2558ที่ผ่านมา ครั้งนั้น เฟซบุ๊กเปิดบริการรับส่งเงินระหว่างผู้ใช้ (peer-to-peer payment) บนแอปพลิเคชัน Messenger แบบฟรีไม่มีค่าธรรมเนียมโอน ซึ่งเรียกคะแนนจากผู้ใช้อย่างเต็มเปี่ยม
     
       ระบบโอนเงินบน Messenger ไม่เพียงทำให้การซื้อสินค้า และบริการบน Messenger เกิดขึ้นได้ง่ายเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ับริการผ่านออนไลน์ หรือช็อปปิงตามร้านค้าผ่านเครื่องยิงบาร์โค้ด (Barcode) แต่ยังช่วยให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันได้ลืมตาอ้าปากผ่านการสร้างสรรค์แอปพลิเคชันสำหรับ Messenger จุดนี้เฟซบุ๊ก (Facebook)เคย ประกาศในเดือนมีนาคมว่า จะพยายามชักจูงให้แบรนด์และธุรกิจใช้ Messenger เป็นช่องทางในการออกใบเสร็จรับเงิน แจ้งข้อมูลสถานะการจัดส่งสินค้า รวมถึงการจัดการงานบริการลูกค้าที่ทั่วถึง
     
       หากเฟซบุ๊ก (Facebook)สามารถ แทรกตัวเพื่อให้บริการสุดยอดช่องทางสื่อสารระหว่างธุรกิจ และผู้บริโภคได้สำเร็จ เฟซบุ๊กก็จะยิ่งมีโอกาสสร้างเงินรายได้มากขึ้นตามไปด้วย จุดนี้ธนาคารแห่งชาติเยอรมนี (ธนาคาร Deutsche) ได้คาดการณ์ว่า แอป Messenger นั้นจะมีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 พันล้านคน และสามารถสร้างรายได้ 9-10 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี พ.ศ.2563
     
       ธนาคาร Deutsche ประเมินว่า บริการทางการเงินบน Messenger สามารถทำเงินได้มากกว่า 49 ล้านเหรียญสหรัฐแล้วในวันนี้ แต่ในปี พ.ศ.2563 จะทำเงินได้ 4.224-4.827 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 17% ของรายได้จากโฆษณาของเฟซบุ๊ก (Facebook)ทั้งหมด

Facebook เพื่อชาวเน็ต 2G
     
       หลังจากมีแผนส่ง Facebook Lite ลงเจาะประเทศกำลังพัฒนา 8 ประเทศ อย่าง บังกลาเทศ เนปาล ไนจีเรีย แอฟริกาใต้ ซูดาน ศรีลังกา เวียดนาม และซิมบับเว เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ล่าสุด โครงการนี้ทยอยเปิดตัวสู่ระดับโลกต่อเนื่อง โดยในผู้ใช้ในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกานั้นสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ก่อนชาวยุโรป
     
       ข้อมูล ระบุว่า Facebook Lite นี้มีการขยายสู่ประเทศอินเดีย และฟิลิปปินส์แล้ว เฉพาะอินเดีย เฟซบุ๊กมีฐานผู้ใช้มากกว่า 125 ล้านคน และ 90% เป็นผู้ใช้งานผ่านอุปกรณ์พกพา จุดนี้แม้โลกจะมีเครือข่าย 4G แล้ว แต่เครือข่าย 2G ที่ช้ากว่าก็ยังเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยม
     
       ผู้บริหารเฟซบุ๊ก (Facebook)ประเมิน ว่า ปัจจุบันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์พกพาผ่านเครือข่าย 2G นั้นมีจำนวนมากกว่า 875 ล้านคนทั่วโลก จุดนี้ทำให้เฟซบุ๊กต้องการสร้างประสบการณ์ยอดเยี่ยมเพื่อเข้าถึงคนกลุ่มนี้
     
       แม้ Facebook Lite จะไม่รองรับคุณสมบัติที่ต้องมีการรับส่งข้อมูลจำนวนมาก เช่น วิดีโอ แต่ขณะนี้สถิติการชมวิดีโอบนเฟซบุ๊กนั้นกำลังขยายตัวสุดขีด ซึ่งไม่แน่ Facebook Lite อาจจะเป็นฐานสำคัญที่ทำให้เฟซบุ๊กมียอดใช้บริการคุณสมบัติสูงในอนาคตก็ได้
     
       จากการสำรวจเมื่อกลางเดือนมิถุนายนพบว่า แม้ยอดชมวิดีโอออนไลน์บนยูทิวบ์จะยังเป็นอันดับ 1 ด้วยตัวเลขทะลุหลัก 3 ล้านล้านครั้งในปีนี้ แต่ยอดชมบนเฟซบุ๊ก (Facebook)กำลังมีแนวโน้มทะยานสู่หลัก 2 ล้านล้านครั้ง เรียกว่าเฟซบุ๊ก (Facebook)มีโอกาสครองยอดชมวิดีโอออนไลน์ 2 ใน 3 ของยอดชมวิดีโอบนยูทิวบ์
     
       บริษัทวิจัยตลาดแอมแปร์ อนาลไลสิส (Ampere Analysis) พบว่า ยอดชมวิดีโอบนยูทิวบ์ถูกมองว่าเด่นเฉพาะในแง่ปริมาณ หรือ volume แต่ยอดชมวิดีโอบน Facebook นั้นโดดเด่นเรื่องคุณภาพมาก เนื่องจากผู้ชมทุกคนจะต้องลงชื่อใช้งาน หรือ log in แน่นอนว่าเหล่าแบรนด์จะมีข้อมูลของผู้ชมบนเฟซบุ๊กมากกว่าบนยูทิวบ์
     
ข้อมูลสะพัดจาก Facebook
     
       ที่ผ่านมา นักการตลาดจำนวนมากต้องสร้างระบบเพื่อดึงให้ชาวออนไลน์เข้ามาลงทะเบียน สำหรับการรับส่งข่าวสารในอนาคต ล่าสุด เฟซบุ๊ก (Facebook)ริ เริ่มทดสอบระบบดึงข้อมูลชื่อ และอีเมลแอดเดรสของผู้ใช้แบบอัตโนมัติ ทำให้นักการตลาดทั่วโลกกำลังจะมีวิธีรวบรวมข้อมูลของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น กว่าเดิม
     
       เฟซบุ๊ก (Facebook)ทดสอบ ระบบนี้ในโฆษณาบนอุปกรณ์พกพา ชื่อของบริการคือ “ลีด แอดส์” (lead ads) นักการตลาดจะสามารถใช้ระบบนี้ในกรณีที่ขอให้ผู้ใช้ลงชื่อเพื่อรับอีเมล หรือโทรศัพท์สำหรับแจ้งข้อมูลของสินค้า และบริการเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กคลิกสมัครสมาชิก หรืออ่านโฆษณาที่ผูกพ่วงกับแบบฟอร์มอัตโนมัติ ระบบของเฟซบุ๊กจะเป็นผู้เติมแบบฟอร์มนั้นให้อัตโนมัติโดยดึงข้อมูลจากประ วัติเฟซบุ๊กโปรไฟล์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้ใช้ยินยอมเปิดเผยอยู่แล้ว เช่น ชื่อจริง อีเมลแอดเดรส เบอร์โทรศัพท์ และรหัสไปรษณีย์
     
       แต่ด้วยความที่รูปแบบของแบบฟอร์มที่จะสามารถกรอกข้อมูลได้อัตโนมัตินั้นมี หลากหลาย ซึ่งนักการตลาดจะสามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะต่อโฆษณาโมบายของตัวเองที่ลงไว้ กับเฟซบุ๊ก (Facebook)ได้อย่างเสรี นี่เองที่ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลอื่น เช่น ประเทศที่อยู่ ชื่อบริษัท ชื่อตำแหน่งงาน รวมถึงสถานภาพอื่นอาจจะถูกกรอกลงในแบบฟอร์มแบบอัตโนมัติได้ด้วย
     
       การทดสอบนี้สะท้อนว่า เฟซบุ๊ก (Facebook)กำลัง พยายามตอบโจทย์นักการตลาดที่ใส่ใจต่อกลุ่มผู้คลิกชมโฆษณาเป็นพิเศษ ซึ่งจะเป็นคนละกลุ่มกับนักการตลาดที่ให้น้ำหนักต่อยอดชมโฆษณาแบบผ่านตาเพื่อ สร้างแบรนด์เป็นหลัก จุดนี้ข้อมูลระบุว่า ปีที่ผ่านมา นักโฆษณาที่เน้นกลยุทธ์ตอบสนองลูกค้ารายคน มีการลงโฆษณาคิดเป็นสัดส่วน 59% ของยอด 5.01 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐที่สะพัดในวงการโฆษณาดิจิตอลแดนลุงแซม
     
       สถิติเหล่านี้สะท้อนคุณค่าของข้อมูลผู้ใช้ เหตุผลนี้ทำให้เฟซบุ๊ก (Facebook)ประกาศ เพิ่มความสามารถให้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กต่อเนื่องตลอดเวลา สำหรับครึ่งปีแรกปี 2558 นี้ เฟซบุ๊กทดสอบอัลกอริธึมใหม่ที่สามารถวิเคราะห์ความสนใจของผู้ใช้งานแต่ละราย บนคอนเทนต์หลากหลาย ขณะเดียวกัน ก็พัฒนาระบบวิเคราะห์ภาพ ทำให้เฟซบุ๊กสามารถระบุตัวตนผู้ใช้ได้แม้จะเห็นภาพใบหน้าผู้ใช้เพียงครึ่ง เดียว
     
       เพื่อทดสอบอัลกอริธึมดังกล่าว ทีมงานของเฟซบุ๊ก (Facebook)ได้ รวบรวมภาพบุคคลจากเว็บไซต์ฟลิกเกอร์ (Flickr) จำนวน 40,000 ภาพมาให้ระบบทำการวิเคราะห์ และพบว่า ความแม่นยำในการระบุตัวบุคคลนั้นสูงถึง 83% แม้ว่าภาพบางภาพจะเห็นใบหน้าไม่ครบ ภาพไม่ชัด หรือเป็นภาพใบหน้าด้านข้าง แต่อัลกอริธึมก็สามารถหาเอกลักษณ์ของบุคคลในภาพเพื่อมาวิเคราะห์ได้อย่างถูก ต้อง เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือทรงผม
     
       ...ครึ่งปีแรกผ่านไปแล้ว ครึ่งปีหลัง 2558 ของเฟซบุ๊กสนุกแน่นอน.. คงรอดูว่าจะมีอะไรใหม่ ๆ บน Facebook

Cr.ผู้จัดการ,Synergy | Facebook ,เล่าสู่กันฟัง

28 มิ.ย. 2558

โปรไฟล์สีรุ้ง Social Network

 
โปรไฟล์สีรุ้ง Social Network
เทรนด์ใหม่ โปรไฟล์สีรุ้ง Social Network
 
เทรนด์ใหม่ โปรไฟล์สีรุ้ง Social Network

ที่ มาที่ไปของเทรนด์ดังล่าว คือ โดย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ​คือวันที่ 26 มิถุนายน 2558 ทางด้านศาลสูงของสหรัฐอเมริกาประกาศให้เกย์สามารถแต่งงานอย่างถูกต้องตาม กฏหมายได้แล้ว ด้วยคะแนนเสียง 5 – 4 เสียง 
 
ทั่วโลก จึงร่วมแสดงความยินดีเชิงสัญลักษณ์ ผ่านสื่อต่างๆ รวมไปถึงสื่อ Social Media ด้วย เช่น twitter รวมถึง Facebook ด้วยเช่นกันครับ อิอิ

ดัง นั้นทาง Facebook เอง ก็ได้มีการร่วมฉลองกิจกรรมดังกล่าวด้วย ด้วยการสร้างเครื่องมือให้ผู้ใช้สามารถปรับโทนสีของรูปโปรไฟล์ Facebook เป็นสีรุ้งได้ง่ายๆ 
 
โดยการเปิดให้ สมาชิก User ได้ใส่ filter สีรุ้ง กับรูปโปรไฟล์ของตนเองที่มีอยู่เดิม เพื่อเป็นการร่วมแสดงความยินดีกับกลุ่มคนที่รักร่วมเพศที่สามารถแต่งงานได้ อย่างถูกต้องตามกฏหมายแล้ว

หรือ แม้แต่ทางด้าน CEO ของ Facebook อย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็เอากับเค้าด้วยนะขอบอก …

แต่ อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ ในลักษณะนี้ ถือเป็น สิทธิส่วนบุคคล อาจมีบ้างในเรื่องของการขัดต่อหลักศาสนา วัฒนธรรม ความคิดเห็น และ ทัศนคติ ของคนไม่เห็นด้วย ในเรื่องของ เกย์สามารถแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนเปลี่ยนรูป คิดก่อนนะครับ  อิอิ

วิธีการเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นสีรุ้ง

1. Login เฟชบุ๊คก่อน เข้าไปยัง ลิ้งค์นี่ครับ >> www.facebook.com/celebratepride แล้วมันจะพรีวิวให้เห็นว่ารูปของคุณหลังจากใส่ filter สีรุ้งแล้วจะออกมาเป็นยังไง
โปรไฟล์สีรุ้ง Social Network
2. จากนั้น กดคลิ๊กเลือก “Use as Profile Picture” แล้ว Facebook จะเปลี่ยนรูป Profile ให้ โดยกลายเป็นรูปปัจจุบันที่ใส่  filter สีรุ้ง
โปรไฟล์สีรุ้ง Social Network
3. เมื่อทำเสร็จแล้ว ก็จะได้รูปออกมาเป็นแบบนี้