แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แบตเตอรี่สำรอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แบตเตอรี่สำรอง แสดงบทความทั้งหมด

30 ม.ค. 2561

แบตเตอรี่สำรอง เล็กที่สุดในโลก

แบตเตอรี่สำรอง เล็กที่สุดในโลก


ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีนักประดิษฐ์ไอเดียสร้างสรรค์จำนวนมาก ต่างคิดค้นที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือ แบบพกพาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้งานออกมาหลากหลายรูปแบบ แต่ส่วนใหญ่กลับพบว่าตัวอุปกรณ์แบตสำรองจะค่อนข้างใหญ่พกพาลำบาก ทำให้หลาย ๆ ครั้งก็ตัดใจไม่เอาที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือติดกระเป๋าไปด้วย ทว่าสุดท้ายก็ต้องมากังวลอีกว่าแบตมือถือ จะหมดเมื่อไหร่ เพราะในเมื่อเราต่างก้มหน้าก้มตาละเลงนิ้วมือลงบนสมาร์ทโฟนกันอย่างเมามันส์ เลย...คิดไม่ตกซะจริง ๆ ว่าจะพกสมาร์ทโฟนไปพร้อมกับที่ชาร์จโทรศัพท์มือถืออย่างไรกันดี


Fuel แบตเตอรี่สำรอง ขนาดเล็กจิ๋ว
ในเมื่อความคิดสร้างสรรค์ของคนเราไม่เคยหยุดนิ่ง ดังนั้นตอนนี้จึงมีผู้คิดค้นอุปกรณ์แบตเตอรี่สำรองจิ๋ว สำหรับ สมาร์ทโฟน หรืออาจพูดได้ว่าที่สุดในโลก ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับ ฟูเอล (Fuel) แบตเตอรี่สำรองจิ๋วแหล่งพลังงานขนาดย่อม เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ เมือได้วัดขนาดแบตสำรองจิ๋วจากเครื่องมือวัด เวอร์เนียร์ดิจิตอล ก้อขนาดเพียง 1.2 x 1.5 x 0.6 นิ้ว เท่านั้น นอกจากนี้การใช้งานก็ง่ายแสนง่าย แค่เปิดสวิทช์ที่ตัวอุปกรณ์แบตเตอรี่สำรองจิ๋ว แล้วนำสาย USB หรือ AC Micro-USB มาต่อระหว่างโทรศัพท์กับตัวอุปกรณ์ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือ เพียงเท่านี้มันก็จะค่อย ๆ เติมเต็มพลังงานให้สมาร์ทโฟนของผู้ใช้งานแล้ว

ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือ จิ๋ว เเบบพกพา
เพียงแค่ได้เห็นภาพตัวอุปกรณ์ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือชิ้นนี้เป็นครั้งแรกก็ต้องบอกว่า อึ้ง ทึ่ง ตะลึง!! อยู่เหมือนกัน ด้วยขนาดที่เล็กจิ๋ว (เล็กกว่ากุญแจรถด้วยซ้ำ) และรูปร่างหน้าตาที่น่ารักที่ทาง อดัมส์ และ อเล็กซ์ รวมทั้งทีมงานจาก Devotec Industries ช่วยกันออกแบบแบตเตอรี่สำรอง โดยมีลักษณะเป็นรูปถังใส่น้ำมันสีแดง ที่มาพร้อมกับพลังขนาด 400 mAh แบตเตอรี่จำหน่ายกระแสไฟสูงสุด 1.0A ซึ่งจะชาร์จแบตมือถือให้กับสมาร์ทโฟนของคุณในยามฉุกเฉินได้ แต่จะช่วยให้ใช้งานต่อได้นานแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานโทรศัพท์ของแต่ละคนด้วย

Power Bank จิ๋วแต่แจ๋ว
แบตเตอรี่สำรองดีไซน์ถังน้ำมันจิ๋ว ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีขนาดที่เล็กที่สุดในโลกเพียงขนาด 30 x 39 x 16 มิลลิเมตร ที่วัดจากเครื่องมือวัด เวอร์เนียร์ดิจิตอล ทำให้สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก แต่ด้วยขนาดที่เล็ก ทำให้ FUEL CHARGER แบตเตอรี่สำรองสามารถจุแบตเตอรี่ได้เพียง 400 mAh ซึ่งเพียงต่อการใช้งานสนทนาได้นาน 20-30 นาที หรือเปิดสแตนบายได้นาน 2-3 ชั่วโมง จึงมีข้อดีคือสามารถพกติตัวไปได้ทุกที่โดยใส่ไว้ที่กระเป๋าเสื้อ หรือกระเป๋ากางเกง แม้จะมีความจุเพียง 400 mAh แต่ทว่าในยามฉุกเฉิน Power Bank จิ๋วตัวนี้ จะทำให้คุณไม่พลาดสายโทรศัพท์สายสำคัญ อีเมลด่วน หรือตอบ Line อีกด้วย

ราคา แบตสำรอง เล็กที่สุดในโลก
วิธีที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือก็ง่ายมาก เพียงแค่เปิดสวิตช์แบตสำรองและเสียบเข้ากับโทรศัพท์เหมือนกับที่คุณชาร์จ โทรศัพท์ของคุณจะเริ่มชาร์จใหม่ทันที ที่ชาร์จแบตเตอรี่สำรองที่มีหัวชาร์จแบบ Micro SD มีปุ่มเปิด/ปิด ทำให้ไม่เปลืองพลังงานแบตเตอรี่ในเวลาที่ไม่ได้ใช้ นอกจากนี้ ยังมีไฟแจ้งเตือน LED 3 ดวง ที่จะบ่งบอกสถานะในขณะกำลังชาร์จ หรือชาร์จแบตเตอรี่เต็มแล้ว หากใครต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อทางออนไลน์ก็สามารถคลิกเข้าที่เว็บไซต์ devotecindustries.com ได้เช่นกัน โดยราคาจำหน่ายไว้ที่ 19.99-29.99 เหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ720-1080 บาท)

Cr.กระปุก

8 ก.ย. 2559

แบตสํารอง iphone


Power Bank หรือ แบตเตอรี่สำรอง จึงกลายเป็นแก็ดเจ็ต(Gadget)ที่หลายคนพกติดตัวไว้เพื่อไม่ให้ประสบปัญหาแบ ตมือถือหมดกลางทาง ในความเป็นจริงแล้วเราไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟมากขนาดนั้น เอาแค่ซัก 2-3 เท่าของแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนก็เกินพอแล้ว(โดยส่วนใหญ่แบตเตอรี่สมาร์ทโฟนจะ อยู่ที่ 2000-3000 mAH) เพราะยิ่งจุไฟได้มากเท่าไหร่ตัวเครื่อง Power Bank ก็จะยิ่งใหญ่และหนักกระเป๋ามากขึ้นเท่านั้น

ใครที่รักความสะดวกพก พา การเลือกใช้พลังงานน้อยๆก็น่าสนใจ จากประสบการณ์การใช้งานจริง 3000 mAH ก็ยืดอายุสมาร์ทโฟนให้แบตเต็มได้อีก 1 รอบพอดี ถ้าไม่จำเป็นต้องชาร์จหลายเครื่องหรือต้องชาร์จหลายวัน เลือกตัวเล็กหน่อยก็ได้ครับ

หนึ่งในโครงการจาก Kickstarter กับ CoBattery เคสและแบตเตอรี่สำรอง(Power Bank) สำหรับ iPhone 5, 5S และ 6 ซึ่งมีจุดที่การสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำรองด้านหลังได้รวดเร็ว ดึงออกแล้วสลับกับแบตเตอรี่สำรองอีกก้อนก่อนจะนำก้อนเดิมไปใส่แท่น ที่ชาร์ตแบตสํารอง iphone เพื่อชาร์จไฟ โดยใน1 ก้อนจะสามารถชาร์จโทรศัพท์ได้ประมาณ 2.5 รอบ


สำ หรับเคสของ CoBattery ใช้พลาสติกกันกระแทกเป็นวัสดุในการผลิต ป้องกัน iPhone ได้แม้จะร่วงหรือตกกระทบรุนแรง มีน้ำหนักเบา เมื่อชั่งรวมกับแบตเตอรี่สำรอง ( Power Bank )แล้วจะหนักเพียง 73 กรัม


นอก จากนี้เจ้าของโครงการอ้างว่าหากใช้งาน CoBattery อยู่ตลอดจะช่วยรักษาและยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ของ iPhone ให้ยาวนานขึ้นมากกว่าเดิมมากเนื่องจากไม่ต้องชาร์จกับไฟบ้านโดยตรง

อย่างไรก็ดี CoBattery ยังอยู่ในระหว่างการระดุมทุนเท่านั้นและไม่มีการวางจำหน่าย คาดว่ามีราคาประมาณ 60 ดอลลาร์ (2,020 บาท)


Cr.ที่นี่มีเดีย

7 ก.ย. 2559

Poke ball ล่า Pokemon Go


ใครที่เล่นเกม Pokemon Go มาสักพักจนเจอโปเกม่อน (Pokemon Go) CP 500+ จะเริ่มรู้สึกว่าการจับโปเกม่อน (Pokemon Go)มันเริ่มลำบากมากขึ้น ตอนต้นเกมเพียงแค่เราโยนบอลให้โดนเฉยๆ ก็จับได้ง่ายๆ แล้ว เหล่าเทรนเนอร์ถูกใจ“Poke ball” ของจริงใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนล่าโปเกม่อน (Pokemon Go)แถมพ่วงพาวเวอร์แบงก์กันแบตเตอรี่หมด

วันนี้ถือเป็น Gadget ที่เหล่าเทรนเนอร์ ต้องกรีดร้อง สำหรับ “Poke ball” ของจริงใช้ล่าโปเกม่อน (Pokemon Go)ที่ไม่ได้มีแต่ในเกม โดยจะทำหน้าที่เป็นคอนโทรลเลอร์สำหรับจับโปเกม่อน (Pokemon Go)ในเกม “Pokemon Go” โดยจะมาพร้อมกับ Bluetooth ในตัว สำหรับใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน   โปเกม่อน (Pokemon Go)แต่ละชนิดจะมีอัตราความสำเร็จในการจับแตกต่างกัน โดยจะคิดเป็นค่าพื้นฐาน เช่น ฟุชิกิบานะ (Venusaur) มีโอกาสจับสำเร็จพื้นฐานอยู่ที่ 4% ซึ่งจะนำไปคำนวณเพิ่มเติมจากปัจจัยอื่นๆ ในภายหลัง นอกจากนี้เลเวลของเทรนเนอร์เองก็มีผลกับการจับโปเกม่อน (Pokemon Go)ด้วย หากเรากับโปเกม่อน (Pokemon Go)ที่เจอมีเลเวลต่างกันมาก ก็จะยิ่งจับยากยิ่งขึ้น

โปเกม่อน (Pokemon Go)บางตัวแม้จะจับไม่ยาก แต่ก็มีอัตราหนีสูง ทำให้เรามีโอกาสโยนบอลแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น เช่น เคซี (Abra) ที่มีอัตราการหนี 99% เมื่อเจอกับโปเกม่อน (Pokemon Go)แบบนี้ ให้เราโยน Berries และใช้ลูกบอลระดับสูงสุดที่มีในการจับเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จให้สูงที่สุด หรือหากใครมั่นใจว่าปา Curved Ball ไม่พลาด ก็ปาได้เลย

นอกจากนี้“Poke ball”  ยังมีเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหว ที่เหล่าเทรนเนอร์สามารถโยนได้จริง เพียงแค่ทำท่าให้ดูเหมือนจะโยนลูกบอลออกไปเท่านั้น ลูกบอลที่อยู่ในเกมก็จะถูกโยนออกไปด้วยเช่นกัน ถือเป็นการเพิ่มความสมจริงในการเล่นให้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ภายใน Poke Ball ยังมีแบตเตอรี่สำรอง ที่ทำให้สามารถใช้เป็นที่ชาร์จแบตเตอรี่ขณะออกตามล่าหาโปเกม่อน (Pokemon Go)ได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มวางจำหน่ายได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 ราคาอยู่ที่ 55 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,900 บาท


Cr.ข่าว TNN24,Synergy | Facebook

Solar Charger บางสุดในโลก


“Solar Cell Charger” ที่ชาร์จเก็บไฟด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่บางเฉียบที่สุดในโลก !!!

เชื่อ ว่าหลายคนคงเคยจะได้ยินเรื่องของพลังงานโซล่าเซลล์ (Solar Cell)กันมาบ้างแล้ว แต่ยังไงมันก็ยังเป็นเรื่องที่ไกลตัวคนธรรมดาอย่างเราอยู่ดี เพราะด้วยการติดตั้งและบริษัทที่เชี่ยวชาญในการทำนั้นยังมีไม่มาก แต่วันนี้มีสิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งที่จะทำให้เราเข้าใกล้กับพลังงาน Solar Cell ได้ง่ายมากขึ้นสิ่งประดิษฐ์ที่ว่านี้มีชื่อว่า “Solar Paper”  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับการระดมทุนจากเว็บไซต์ start-up ชื่อดังอย่าง Kickstarter

“Solar Paper” คือที่ชาร์จแบตเตอรี่สำรอง พลังงาน โซล่าเซลล์ (Solar Cell) ที่บางที่สุดในโลก โดยเจ้า Solar Paper สามารถใช้งานได้กับหลากหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน (Smartphone) โน๊ตบุ๊ค หรือแม้กระทั่งกล้องบางประเภท ขนาดของมันก็พอๆกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ๆประมาณ iPhone 6 Plus หรือ Samsung Galaxy Note 4 แต่จะมีความหนาแค่เพียง 1.5 มิลลิเมตรเท่านั้น

ที่ ชาร์จแบตพวกอุปกรณ์สมาร์ทโฟน (Smartphone) หรือที่หลายๆคนอาจจะเรียกมันว่าแบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) ที่ทำมาจากโซล่าเซลล์นั้น น่าสนใจไม่ใช่น้อย แต่หลายๆคนก็อาจจะสงสัยว่า มันจะหนักมั้ย? หรือมันจะใหญ่เทอะทะไปมั้ย?  เพราะคิดว่าแผงโซล่าเซลล์ต้องใหญ่ๆ ถึงจะเก็บไฟได้เยอะๆ

เมื่อแบตของ Solar paper หมดลงคุณก็สามารถชาร์จแบตฯ ให้กับมันได้ด้วยการนำ Solar Paper วางไว้กลางแดด ถึงแม้ว่าแหล่งพลังงานของ  Solar Paper จะมาจากแสงอาทิตย์แต่มันก็สามารถให้พลังงานกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ไม่ต่างจากปลั๊กไฟที่บ้านเลย

หากอยากจะเพิ่มปริมาณความจุพลังงาน แสงอาทิตย์ให้กับ Solar Paper ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการเพิ่มแผ่น Solar Paper ต่อกันไปเรื่อย ๆ ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดถือเป็นการเก็บสำรองไฟฟ้า Solar Collector ที่มีประโยชน์ ถ้าจะใช้งานก็แค่เปิดแผงออกมา แล้วก็เสียบเข้ากับอุปกรณ์ของคุณเพื่อเริ่มการชาร์จไฟ และไม่ว่าจะชาร์จกับแดดกลางแจ้ง หรือแม้แต่ชาร์จกับไฟในห้อง ก็ใช้ได้

นอก จากจะช่วยประหยัดค่าไฟที่บ้านคุณแล้ว Solar Paper ยังช่วยประหยัดพลังงาน และไม่สร้างมลพิษให้กับโลกอีกด้วย ล่าสุด เจ้า Solar Cell Charger ราคาอยู่ที่ 69 ดอลล่าร์ (ประมาณ 2,350 บาท) ซึ่งตัวเดียวน่าจะเพียงพอที่จะชาร์จไฟให้กับโทรศัพท์ แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) หรืออุปกรณ์เล็กๆที่กินไฟไม่มาก ส่วนแท็ปเล็ต หรือ กล้องถ่ายรูป อาจต้องใช้ประมาณ 3 – 4 แผงเลย ถ้าจะชาร์จไฟให้เต็ม ซึ่งสามารถซื้อแยกได้ แล้วเอามาติดกันแบบแม่เหล็กได้


Cr.Marketeer

20 เม.ย. 2559

วิธี ประหยัด แบตมือถือ แอนดรอยด์


วิธี ประหยัด แบตมือถือ แอนดรอยด์
วิธี ประหยัด แบตมือถือ แอนดรอยด์
ถ้าหากคุณกำลังใช้มือถือ แอนดรอยด์ ( Android) อยู่ คุณสามารถประหยัดแบตเตอรี่ทั้งแบตมือถือและแบตเตอรี่สำรอง(Power Bank)ไปได้ ยืดอายุการใช้งานให้ มือถือ แอนดรอยด์ ( Android) กับวิธีประหยัด แบตมือถือแบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ ด้วยวิธีง่าย ๆ 14 วิธี

 1. Bluetooth ไม่ใช้ปิดซะ บ่อยครั้งที่สังเกตเห็นผู้ใช้มือถือ แอนดรอยด์ หลายรายที่เปิดคุณสมบัติการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth ไว้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้หูฟังไร้สายหรือโอนไฟล์แบบไร้สาย ทางที่ดีปิด Bluetooth (off) โดยแตะที่ widget บนหน้าโฮมซะเดี๋ยวนี้ จะช่วยประหยัด แบตมือถือ ได้นานขึ้นอีกนิด

2. เลิกใช้ Wireless Network ระบุตำแหน่ง แม้การระบุตำแหน่ง (My Location) ด้วยเครือข่ายไร้สายจะใช้แบตมือถือน้อย กว่า GPS (Global Positioning System) แต่ถ้าเปิดทั้งคู่ รับรองได้เลยว่าแบตเตอรี่คุณจะหมดเร็วอย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลย โดยเลือกเมนู Settings/Location/Use wireless networks สามารถประหยัดแบตเตอรี่ทั้งแบตมือถือและแบตเตอรี่สำรอง(Power Bank)

3.GPS จอมเขมือบแบตมือถือ แม้จะเป็นคุณสมบัติการทำงานที่พูดถึงเป็นอันดับที่ 3 แต่ความจริงแล้วมันเป็นฟังก์ชันที่กินไฟจากแบตมือถือแบบ ไม่บันยะบันยังเลยทีเดียว โดยเฉพาะเวลาที่ตัวเครื่องสื่อสารสัญญาณกับดาวเทียม ดังนั้นคุณควรจะเลือกเปิดใช้งานเฉพาะในยามจำเป็นเท่านั้นถ้าให้ดีควรสังเกต บริเวณ notification bar ว่ามีไอคอน GPS โผล่ขึ้นมาหรือไม่?

4. เปิด WiFi ไว้ตลอด หรือปิดดี? หลังจากผ่านมา 4 ข้อ คุณอาจจะคิดว่า ปิดมันซะทุกอย่างอย่างนี้ ปิดเครื่องเลยดีกว่าไหม? ความจริงไม่ถึงขั้นนั้นสำหรับกรณีที่คุณทำงานอยู่ใกล้บริเวณที่มีสัญญาณ WLAN ตลอดเวลา เช่นในบ้านหรือสำนักงาน การเปิด WiFi ให้ทำงานตลอดเวลาน่าจะเหมาะกว่าการเชื่อมต่อผ่าน 3G เนื่องจากการใช้คลื่นวิทยุ WiFi จะกินไฟจากแบตมือถือน้อยกว่าการติดต่อเครือข่าย 3G มาก

และ เมื่อเปิด WiFi ก็ควรจะปิด 3G ซะ สำหรับการตั้งค่าให้ WiFi เปิดทำงานตลอดเวลา (always) แตะที่ Settings/Wireless networks/WiFi Settings จากนั้นแตะที่ปุ่ม Menu ตามด้วย Advanced แตะที่ WiFi Sleep policy แล้วเลือกออปชั่น Never และในกรณีที่คุณไม่ได้อยู่ใกล้บริเวณที่มีสัญญาณ WiFi ก็ปิดมันซะ (widget ที่ homescreen) จะได้ประหยัด แบตมือถือและเหลือแบตฯไว้ใช้นานๆ

5.ประหยัดแบตมือถือและแบตเตอรี่สำรอง(Power Bank) ด้วยการยกเลิก Always-On Mobile Data ปกติที่ดีฟอลท์ตัวเลือก Always-On Mobile Data ของ Android Phone จะถูกตั้งให้เปิด (On)  สำหรับการยกเลิกตัวเลือก Always-On Mobile Data สามารถทำได้โดยแตะที่ Settings/Wireless & Networks/Mobile networks/Enable always-on mobile data

6. ตั้งค่าเวลาดับหน้าจอ (Screen Timeout) ให้เร็วขึ้น วิธีง่ายๆ ในการยืดอายุแบตมือถือและ แบตเตอรี่สำรอง(Power Bank)ของอุปกรณ์ Android ให้ใช้งานได้นานขึ้นที่นำมาฝากกันนี้ ก็คือการลดระยะเวลาดับหน้าจอให้สั้นขึ้นซึ่งมันจะช่วยประหยัด แบตมือถือได้ พอสมควรทีเดียว ขั้นตอนการตั้งเวลาปิดหน้าจอให้แตะ Settings เลือก Screen & display และ Screen timeout กำหนดเป็น 30 วินาที ก็เป็นอันเรียบร้อย

7.ลดความสว่างของหน้าจอ (Screen Brightness)  เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าหน้าจอแสดงผลของ มือถือ แอนดรอยด์ เป็นผู้บริโภคพลังแบตเตอรี่ตัวพ่อเหมือนกัน ดังนั้นการปรับแสงสว่างของหน้าจอ ด้วยการเลือกเป็น Automatic Brightness โดยแตะที่ Settings/Screen & display/Brightness แต่ถ้ามือถือ แอนดรอยด์ ของคุณไม่มีออปชั่นนี้ แนะนำให้ตั้งค่าความสว่างประมาณ 30% แล้วดูว่าคุณรับได้ไหม? แล้วค่อยๆ ปรับอีกที

8.เลิก ใช้วอลล์เปเปอร์ดิ้นได้ (Live Wallpaper) Android ใช้ลูกเล่นของการแสดงผลวอลล์เปเปอร์ด้วยภาพเคลื่อนไหวในการสร้างความตื่นตา ตื่่นใจให้กับผู้บริโภค จะเรียกว่า gimmick ก็ได้ แต่ในความเป็นจริงก็คือมันใช้พลังงานจากแบตมือถือมากกว่าแบคกราวด์ที่เป็นภาพนิ่งเพราะฉะนั้นหากไม่มีความจำเป็นแล้วล่ะก็แนะนำให้เลือกใช้วอลเปเปอร์เป็นภาพนิ่ง หรือสีเรียบๆ ดีกว่า

9. ถ้ามือถือ แอนดรอยด์ เป็นจอ AMOLED เลือกใช้วอลล์เปเปอร์สีดำ สำหรับคุณผู้อ่านที่เป็นเจ้าของมือถือ แอนดรอยด์ Samsung Galaxy S ที่มาพร้อมกับจอ AMOLED การเลือกใช้แบคดราวด์มึดๆ หรือสีดำจะช่วยประหยัด แบตมือถือได้ เมื่อพิกเซลของจอแสดงผลชนิดนี้ปิดตัวลงก็จะให้สีดำทีมึดสนิทดังนั้นการเลือก แบคกราวด์เป็นสีดำ หรือมึดๆ ก็จะช่วยลดการใช้พลังงานให้กับแต่ละพิกเซลของจอแสดงผล AMOLED ได้นั่นเอง

10. ใช้ Power Widget เปิด/ปิดฟังก์ชันที่กินไฟแบตมือถือ แนะนำให้ติดตั้ง Power Widget ไว้บนหน้าจอใดหน้าจอหนึ่งซึ่งข้้นตอนในการติดตั้งให้แตะ Widget แล้วเลือก Power Control เพื่อเพิ่มเข้าไปใหน้าจอ มือถือ แอนดรอยด์ ของคุณ เพียงแค่นี้เวลาที่คุณต้องการเปิด/ปิดการใช้งานอย่างเช่น GPS, Wireless, Bluetooth หรือความสว่างของหน้าจอ (Screen Brightness) ก็เพียงแค่แตะที่ Widget ตัวนี้ คุณก็จะเห็นสวิทช์เปิดปิดฟังก์ชันเหล่านีขึ้นมาเสนอหน้าทันทีซึ่งจะเร็ว และสะดวกกว่าการคลิกเข้าไปทีละหน้าจอกว่าจะถึงข้อกำหนด (Settings) นั้นๆ

11. แอพฯสตรีมมิ่งตัวสวาปามแบตเตอรี่แถมแบตเตอรี่สำรอง(Power Bank)อาจจจะไม่พอใช้ แอพพลิเคชันประเภทที่ต้องมีการสตรีมหรือดาวน์โหลดข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นแอพฯที่สตรีมเพลง หรือวิดีโอจากเน็ต ซึ่งทำให้มือถือ แอนดรอยด์ ของคุณจะต้องเชื่อมต่อเน็ตไร้สาย (WiFi, หรือ 3G) ตลอดเวลาเพื่อโหลดข้อมูลทั้ง audio และ video ในกรณีที่มีแบตเตอรี่เหลืออยู่ไม่มากและจำเป็นต้องใช้งาน แนะนำอย่างรัน app เหล่านี้ คอนเฟิร์มว่ากินไฟแบตมือถือค่อนข้างหนักทุกตัว

12. การทำงานของมือถือ แอนดรอยด์ ส่วนไหนกินแบตมือถือ มากน้อยเท่าไร…รู้ได้โดยผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้จากคุณสมบัติการทำงานที่มา พร้อมกับ Android ซึ่งมันสามารถบอกคุณได้อย่างค่อนข้างแม่นยำว่า ชิ้นส่วนการทำงานหลักๆ ของมือถือ แอนดรอยด์แต่ละส่วนใช้พลังานแบตมือถือเท่าไร? ตลอดจนแอพฯที่ใช้งานขณะนั้นคุณสมารถเข้าไปดูรายละเอียดดังกล่าวได้ที่ Settings/About phone/Battery/Battery use

13. ยกเลิก Widget ที่ไม่ค่อยใช้งานออกจากหน้าโฮม หลายคนชื่นชอบการใส่ Widget บนหน้า homecreen ของมือถือ แอนดรอยด์ โดยหารู้ไหมว่า Widget เหล่านี้มักจะมีการดึงข้อมูลจากเว็บซึ่งนั่นหมายความว่ามือถือ แอนดรอยด์ของคุณจะต้องมีการดึงข้อมูลเข้ามาแสดงผลในส่วนของการทำงานด้านหลัง (background) ตลอดเวลา คล้ายๆ กับแอพฯพวกสตรีมมิ่ง แต่อาจจะกินไฟแบตมือถือน้อย กว่า แต่ถ้าเกิดคุณติด Widget บนหน้าโฮมไว้หลายๆ ตัวล่ะ แน่นอนว่าแบตเตอรี่ของคุณจะถูกผลาญโดย Widget เหล่านี้ ข้อแนะนำคือ Widget ใดไม่ค่อยได้ใช้ ก็เอาออกไปดีกว่า เปลืองแบตมือถือเปล่าๆ

14. ใช้ Task Manager สอดส่องว่า แอพฯ อะไรที่ทำงานแทบตลอดเวลา สำหรับทิปในตอนสุดท้ายนี้จะมุ่งเน้นที่การตามล่าหาต้นตอตัวสวาปามแบตฯ เพื่อกำจัดหรือจัดการมันซะ การติดตั้งแอพฯอย่างเช่น  Advanced Task Cleaner น่าจะเป็นผู้ช่วยที่ดี เพราะนอกจากจะให้คุณได้ตรวจสอบแล้ว มันยังปิดบริการที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในขณะนั้นออกไปได้อีกด้วย โดยเฉพาะบริการที่มีการโหลดซ้ำหลายครั้ง และทำงานอยู่ในแบคกราวด์ซึ่งคุณสามารถตั้งให้ auto-kill แอพฯที่คุณไม่ได้ใช้บ่อยโดยอาจจะตั้งให้มันกำจัดแอพฯเหล่านี้หลังปิดหน้าจอ เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว ความร้อนทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตมือถือหมดเร็ว นั่นก็คือการวางมือถือ แอนดรอยด์ หรือที่ชาร์ตแบตสำรอง(Power Bank)ของคุณไว้ภายใต้แสงอาทิตย์ ทีมีความร้อน ดังนั้นทางที่ดีควรการเก็บมือถือ แอนดรอยด์ ไว้ในที่ไม่ร้อนจะดีที่สุด และไม่ควรให้มันทิ้งมันไว้กลางแจ้งแสงแดดจัดเพราะจะยิ่งเร่งให้แบตมือถือของคุณหมดเร็วยิ่งขึ้น เราเตือนท่านแล้ว อิอิ

Cr.ข่าวสาร AIS

24 ก.ค. 2558

Solar Charger บางสุดในโลก


Solar Charger บางสุดในโลก

“Solar Cell Charger” ที่ชาร์จเก็บไฟด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่บางเฉียบที่สุดในโลก !!!

เชื่อ ว่าหลายคนคงเคยจะได้ยินเรื่องของพลังงานโซล่าเซลล์ (Solar Cell)กันมาบ้างแล้ว แต่ยังไงมันก็ยังเป็นเรื่องที่ไกลตัวคนธรรมดาอย่างเราอยู่ดี เพราะด้วยการติดตั้งและบริษัทที่เชี่ยวชาญในการทำนั้นยังมีไม่มาก แต่วันนี้มีสิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งที่จะทำให้เราเข้าใกล้กับพลังงาน Solar Cell ได้ง่ายมากขึ้นสิ่งประดิษฐ์ที่ว่านี้มีชื่อว่า “Solar Paper”  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับการระดมทุนจากเว็บไซต์ start-up ชื่อดังอย่าง Kickstarter

“Solar Paper” คือที่ชาร์จแบตเตอรี่สำรอง พลังงานโซล่าเซลล์ (Solar Cell) ที่บางที่สุดในโลก โดยเจ้า Solar Paper สามารถใช้งานได้กับหลากหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน (Smartphone) โน๊ตบุ๊ค หรือแม้กระทั่งกล้องบางประเภท ขนาดของมันก็พอๆกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ๆประมาณ iPhone 6 Plus หรือ Samsung Galaxy Note 4 แต่จะมีความหนาแค่เพียง 1.5 มิลลิเมตรเท่านั้น

ที่ชาร์จแบตพวกอุปกรณ์สมาร์ทโฟน (Smartphone) หรือที่หลายๆคนอาจจะเรียกมันว่าแบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) ที่ทำมาจากโซล่าเซลล์นั้น น่าสนใจไม่ใช่น้อย แต่หลายๆคนก็อาจจะสงสัยว่า มันจะหนักมั้ย? หรือมันจะใหญ่เทอะทะไปมั้ย?  เพราะคิดว่าแผงโซล่าเซลล์ต้องใหญ่ๆ ถึงจะเก็บไฟได้เยอะๆ

เมื่อแบตของ Solar paper หมดลงคุณก็สามารถชาร์จแบตฯ ให้กับมันได้ด้วยการนำ Solar Paper วางไว้กลางแดด ถึงแม้ว่าแหล่งพลังงานของ  Solar Paper จะมาจากแสงอาทิตย์แต่มันก็สามารถให้พลังงานกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ไม่ต่างจากปลั๊กไฟที่บ้านเลย

หากอยากจะเพิ่มปริมาณความจุพลังงาน แสงอาทิตย์ให้กับ Solar Paper ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการเพิ่มแผ่น Solar Paper ต่อกันไปเรื่อย ๆ ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดถือเป็นการเก็บสำรองไฟฟ้า Solar Collector ที่มีประโยชน์ ถ้าจะใช้งานก็แค่เปิดแผงออกมา แล้วก็เสียบเข้ากับอุปกรณ์ของคุณเพื่อเริ่มการชาร์จไฟ และไม่ว่าจะชาร์จกับแดดกลางแจ้ง หรือแม้แต่ชาร์จกับไฟในห้อง ก็ใช้ได้

นอก จากจะช่วยประหยัดค่าไฟที่บ้านคุณแล้ว Solar Paper ยังช่วยประหยัดพลังงาน และไม่สร้างมลพิษให้กับโลกอีกด้วย ล่าสุด เจ้า Solar Cell Charger ราคาอยู่ที่ 69 ดอลล่าร์ (ประมาณ 2,350 บาท) ซึ่งตัวเดียวน่าจะเพียงพอที่จะชาร์จไฟให้กับโทรศัพท์ แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) หรืออุปกรณ์เล็กๆที่กินไฟไม่มาก ส่วนแท็ปเล็ต หรือ กล้องถ่ายรูป อาจต้องใช้ประมาณ 3 – 4 แผงเลย ถ้าจะชาร์จไฟให้เต็ม ซึ่งสามารถซื้อแยกได้ แล้วเอามาติดกันแบบแม่เหล็กได้


Cr.Marketeer