แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บาร์โค้ด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บาร์โค้ด แสดงบทความทั้งหมด

28 ก.ย. 2560

ชำระเงิน ด้วย บัตรมาสเตอร์การ์ด

ชำระเงิน ด้วย บัตรมาสเตอร์การ์ด


ชำระเงิน ด้วย บัตรมาสเตอร์การ์ด

ชำระเงิน ด้วย บัตรมาสเตอร์การ์ด


บัตรมาสเตอร์การ์ด มีการขยายโซลูชั่นเกี่ยวกับการชำระเงินผ่านบาร์โค้ด เพื่อให้ผู้บริโภคหรือ ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ต สามารถสแกนบาร์โค้ดบนโทรศัพท์มือถือผ่านเครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Reader) ณ จุดชำระเงิน ได้ทันที ใช้ได้ร่วมกันทั่วโลกไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไหนก็ตาม การประกาศนี้เป็นการให้ข่าวสารเพิ่มเติมต่อเนื่องมาจากโครงการ Bharat QR การชำระเงินด้วยบาร์โค้ดที่ได้เปิดตัวไปแล้วในอินเดียปีนี้ และตามมาด้วยการประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจในประเทศไทยในการเปิดตัวบาร์โค้ดมาตรฐาน ( Standardized QR BarCode) เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

บัตรมาสเตอร์การ์ด EMV
ในการประกาศการใช้งานบัตรมาสเตอร์การ์ด EMVCoครั้งนั้นบัตรมาสเตอร์การ์ดได้มีการเผยแผนที่จะเริ่มทยอยใช้โซลูชั่นการชำระเงินด้วยบาร์โค้ดของระบบบัตรมาสเตอร์การ์ด EMVCo ภายในปีนี้ในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังจะมีการเริ่มทดลองใช้มาสเตอร์การ์ดบาร์โค้ดในประเทศอินโดนีเซียภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พร้อม ๆ กับอีกหลายแห่งในเอเชียแปซิฟิกก่อนจะถึงสิ้นปี ตลอดไปจนถึงช่วงต้นของปี 2561

บาร์โค้ด มาตรฐานสากล
บัตรมาสเตอร์การ์ด EMVCo ได้ร่วมมือกับบริษัทอื่น ๆ ในวงการค้าปลีกค้าส่งได้ร่วมมือกันสร้างมาตรฐานชำระเงินด้วยบาร์โค้ด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบาร์โค้ดระบบใหม่ จะมีความสอดคล้องต้องกันทั้งในด้านการสร้างรหัส และการอ่านรหัส ผ่านทางโทรศัพท์มือถือของผู้บริโภค บัตรมาสเตอร์การ์ดยังได้ระบุแผนการในการเพิ่มทางเลือกให้กับรูปแบบการชำระเงินในส่วนของการค้าปลีกมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ต สามารถสแกนบาร์โค้ดบนโทรศัพท์มือถือผ่าน เครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Reader) ณ จุดชำระเงิน ได้ทันทีผ่านการขยายวิธีการชำระเงินด้วยบาร์โค้ด

ชำระเงิน บน โทรศัพท์มือถือ
บัตรมาสเตอร์การ์ด EMVCo เป็นการต่อยอดมาจากผลงานด้านบาร์โค้ดของบัตรมาสเตอร์การ์ดในอินเดีย และแอฟริกา ที่ทางบัตรมาสเตอร์การ์ดตั้งตารอเพื่อนำมาตรฐานบาร์โค้ดสากลของ EMVCo มาใช้ ซึ่งในระหว่างนี้ บัตรมาสเตอร์การ์ดยังคงร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ได้ว่า การชำระเงินและรับชำระเงินด้วยบัตรมาสเตอร์การ์ดนั้น จะมีความปลอดภัย ไม่ว่าจะทำโดยผ่านอุปกรณ์ใดก็ตามแม้นกระทั้งการสแกนบาร์โค้ดบนโทรศัพท์มือถือ

ชำระเงินแบบไร้สัมผัส ด้วย บาร์โค้ด
การใช้บาร์โค้ดชำระเงิน ณ จุดขายในประเทศต่าง ๆ จะช่วยเติมเต็มระบบการชำระเงินแบบไร้สัมผัสด้วยบาร์โค้ด (contactless payment) ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ช่วยให้ ร้านค้าทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าในเครือบริษัทข้ามชาติ ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือ ผู้ขายรายย่อยหรือแม้แต่ร้านค้าข้างทาง สามารถสแกนบาร์โค้ดบนโทรศัพท์มือถือผ่าน เครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Reader) ณ จุดชำระเงิน ก็สามารถรับชำระเงินได้ด้วยบัตรมาสเตอร์การ์ดด้วยวิธีการที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีต้นทุนต่ำ

บัตรมาสเตอร์การ์ด & ร้านค้าข้างทาง
โซลูชั่นการใช้บาร์โค้ดชำระเงิน ณ จุดขายของมาสเตอร์การ์ดเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับตลาด ทั้งตลาดแบบดั้งเดิมและตลาดแบบใหม่ (non- traditional markets) ในทุกช่วงของการพัฒนา ตั้งแต่ผู้ค้าปลีกขนาดเล็กในแอฟริกา เช่น ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือ หรือร้านค้าข้างทาง ไปจนถึงร้านค้าปลีกรายใหญ่ ห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตในประเทศจีน ให้สามารถรองรับการชำระเงินด้วยบาร์โค้ดได้ไม่ว่าสินค้าจะมีมูลค่าเท่าใดก็ตาม

บัตรมาสเตอร์การ์ด & โทรศัพท์มือถือ
มาสเตอร์การ์ด เริ่มเปิดตัวการชำระเงินผ่านบาร์โค้ดในปี 2559 ช่วยให้ผู้คนที่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะรุ่นใดแบบใด สามารถทำการชำระเงินซื้อสินค้าและบริการด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องพกบัตรพลาสติก เพียงแค่ลูกค้าใช้สมาร์ทโฟนสแกนบาร์โค้ด ณ จุดชำระค่าบริการของผู้ค้า หรือป้อนรหัสใส่ในโทรศัพท์ที่รองรับการใช้งานเท่านนี้ก็สามารถช็อปปิ้งซื้อสินค้าได้สะดวกและปลอดภัยอีกด้วย

เครื่องอ่านบาร์โค้ด & บัตรมาสเตอร์การ์ด
การใช้บาร์โค้ดชำระเงิน ณ จุดขายของมาสเตอร์การ์ดได้นำเสนอให้กับผู้บริโภคนี้ จะช่วยให้ผู้ขายสามารถสแกนบาร์โค้ดจากสมาร์ทโฟนผ่านเครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Reader) และรับชำระเงินผ่านระบบเครือข่ายของมาสเตอร์การ์ดได้ทันที เป็นการใช้เทคโนโลยี M/Chip เพื่อสร้างรูปแบบการชำระเงินที่มีความปลอดภัยบนโครงข่ายของบัตรมาสเตอร์การ์ด EMV

Cr.สยามโฟน

ร้านสะดวกซื้อ จ่ายด้วย สมาร์ทโฟน

ร้านสะดวกซื้อ จ่ายด้วย สมาร์ทโฟน


 

ร้านสะดวกซื้อ จ่ายด้วย สมาร์ทโฟน


ร้านสะดวกซื้อ จ่ายด้วย สมาร์ทโฟน


แม้ว่าห้างสรรพสินค้านั้นจะเปิดตัวน้อยลงจากปีที่แล้ว แต่ทว่าอุตสาหกรรมค้าปลีกหรือร้านสะดวกซื้อในประเทศไทยกลับได้รับผลตอบรับในทิศทางบวก งานนี้ต้องขอบคุณการเปิดรับอีคอมเมิร์ซผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อ รวมทั้ง ช่องทางโซเชี่ยลมีเดียใหม่ๆที่ช่วยเพิ่มยอดขาย ร้านค้าออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และไลน์ ตลาดค้าปลีกในไทยกำลังแสดงถึงสัญญาณตอบรับที่ดี พร้อมๆด้วยโครงการที่เพิ่มอัตราการเติบโตขึ้นมากขึ้น นับตั้งแต่คนไทยเริ่มตอบรับอีคอมเมิร์ซ ร้านค้าออนไลน์มากขึ้น ชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านสมาร์ทโฟนและโมบายแบงกิ้ง

โมบายแบงกิ้ง & QR Code
ยิ่งในต่างประเทศ เราเห็นคนใช้เงินสดกันลดลง หันมาใช้โมบายแบงกิ้งด้วยบัตรเครดิตหรือเงินอิเล็กทรอนิกส์ผ่านสมาร์ทโฟนกันมากขึ้น เช่น คนจีนเวลามาไทยก็ใช้โมบายแบงกิ้งผ่านแอปฯ อาลีเพย์ วีแชทเพย์ โดยเขาจะเปิดมือถือเอาบาร์โค้ด ของเขามาสแกนด้วยเครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Reader) ณ จุดรับชำระเงินร้านสะดวกซื้อ เห็นได้ตามร้านสะดวกซื้อและร้านขายของฝากของที่ระลึกที่รับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตที่ไม่ใช่เงินสดแล้ว ซึ่งเจ้าตัวบาร์โค้ดจะเหมือนกับบาร์โค้ดสินค้าที่เราใช้กันอยู่ทั่วไป  โดยปัจจุบันโมบายแบงกิ้งเชื่อมโยงข้อมูลกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) เข้าไว้ด้วยกัน

ร้านสะดวกซื้อ ไร้พนักงานขาย 
เมือเร็ว ๆ นี้ ที่ประเทศจีน เปิดร้านสะดวกซื้อชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผูกกับสมาร์ทโฟน ชื่อว่า บิงโก บ็อกซ์ ใกล้กับซูเปอร์มาร์เก็ตอู่ซาง ในเขตหยังผู่ นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งไร้พนักงานขายที่อยู่ประจำร้านแม้แต่เพียงคนเดียว ร้านสะดวกซื้อแนวนี้ มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่าง ๆน้อยลงเพราะไม่มีพนักงานขายประจำร้านและชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านสมาร์ทโฟนและโมบายแบงกิ้ง ส่วนวิธีการเข้าร้านเพื่อมาจับจ่ายใช้สอยสินค้าต่าง ๆ เพียงลูกค้าใช้สมาร์ทโฟนสแกนบาร์โค้ดที่ประตูทางเข้าประตูก็เปิดออก หลังจากนั้นประตูจะปิดล็อคเมื่อลูกค้าเข้าร้านแล้ว และหากลูกค้าคนอื่นต้องการเข้ามาก็ต้องใช้สมาร์ทโฟนสแกนบาร์โค้ดก่อนเสมอ ร้านค้าแนวใหม่นี้ที่เริ่มบุกเบิกกันจริงจังก่อนหน้านี้หลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น อเมซอน โก, ลอว์สัน และอาลีบาบา สำหรับตอนนี้ บิงโก บ็อกซ์ เปิดร้านอยู่สองร้านในเขตที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ ในเซี่ยงไฮ้แล้ว

บัตรเครดิต & สมาร์ทโฟน
ลูกค้าสามารถเดินชมสินค้าในร้านสะดวกซื้อไร้พนักงานขายและออกไปโดยไม่ซื้ออะไรก็ได้ โดยการใช้สมาร์ทโฟนสแกนบาร์โค้ดบนผนังที่ทางเข้าหลังจากเดิมชมสินค้าเสร็จแต่ยังไม่ซื้อสามารถสแกนบาร์โค้ดที่ทางออก ประตูก็จะเปิดออก หลังจากที่ลูกค้าเดินช้อปปิ้งในร้านสะดวกซื้อ ถ้าสนใจสินค้าตัวไหนสามารถตรวจดูที่ป้ายกำกับพร้อมใช้& สมาร์ทโฟนสแกนบาร์โค้ดบนแต่ละผลิตภัณฑ์ ช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบราคาของแต่ละรายการได้จาก เครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Reader)แอปฯบนมือถือได้ หากต้องการชำระเงินก็ไปที่ตู้ชำระเงินบริเวณทางออกของร้าน แล้วชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านแอปฯมือถือ ซึ่งเมื่อลูกค้าจ่ายเงินแล้ว สามารถเดินออกจากร้านสะดวกซื้อได้เลย แต่ถ้ามีคนหยินสินค้าไปและพยายามจะออกไปโดยไม่จ่ายเงินค่าสินค้า จะมีสัญญาณเตือนที่ประตูและประตูไม่เปิดจนกว่าลูกค้าจะคืนสินค้าหรือชำระเงินค่าสินค้าให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

ร้านสะดวกซื้อ & สมาร์ทโฟน
ด้านผู้บุกเบิกร้านสะดวกซื้อแนวนี้อย่าง บริษัท Amazon Go เปิดร้านสะดวกซื้อแห่งแรกในเมืองซีแอตเทิลของสหรัฐฯ อเมซอน โก ร้านสะดวกซื้ออัจฉริยะที่สร้างความสะดวกสบายให้กับการชอปปิง โดยไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องจ่ายเงิน เพียงแค่ใช้แอพพลิเคชั่น ของ Amazon GO จากนั้นหยิบของที่ต้องการสแกนบาร์โค้ดแล้วกลับบ้านได้เลย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการในปี 2017 และจะขยายสาขาให้กระจายทั่วทั้งอเมริกาภายใน 10 ปี แล้วเรียกเก็บค่าสินค้าจากบัตรเครดิตบัญชีอเมซอนของลูกค้า นอกจากนี้ทางยุโรปก็มีร้านสะดวกซื้อไร้พนักงานขายจากค่าย Wheelys ในประเทศสวีเดน สามารถซื้อของได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเป็นร้านค้าที่ไม่มีพนักงานเฝ้าร้าน แต่ลูกค้าสามารถใช้แอพของสมาร์ทโฟน เพื่อเลือกซื้อสินค้าในร้านนี้ได้ ซึ่งภายในร้านจะมีสินค้าประมาณ 450 อย่าง ไม่ต่างจากสินค้าที่หาซื้อตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าไปซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อโดยใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว

Cr.ประชาชาติธุรกิจ,

บาร์โค้ด ร้านมินิมาร์ท

บาร์โค้ด ร้านมินิมาร์ท


บาร์โค้ด ร้านมินิมาร์ท

บาร์โค้ด ร้านมินิมาร์ท



ปัจจุบันร้านมินิมาร์ทหรือร้านสะดวกซื้อได้กลายเป็นร้านค้าที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้บริการ มีแนวโน้มร้านมินิมาร์ทจะเปิดบริการมากขึ้นเรื่อยๆ ตามแหล่งที่พักอาศัยของคน เพื่อความสะดวกของลูกค้า แต่เมื่อเทคโนโลยีเครื่องอ่านบาร์โค้ดได้เข้ามามีบทบาทในธุรกิจร้านสะดวกซื้อช่วยดูแลสต็อกให้พอเพียงกับลูกค้าใกล้บ้าน เร็วๆ นี้เราอาจไม่ต้องเดินทางไปไหน เมื่อร้านมินิมาร์ทสามารถนำสินค้าเดินทางมาหาเราได้ถึงประตูบ้านของคุณ แล้วสงสัยไหมว่าที่ร้านสะดวกซื้อมี  เครื่องอ่านบาร์โค้ด นั้น เพื่อชำระเงินและดูแลสต็อกให้เพียงพอต่อลูกค้าได้ทันท่วงที่ แล้วบาร์โค้ดที่ร้านมินิมาร์ทใช้เขามีกี่ระบบแล้วประเทศไทยเราร้านสะดวกซื้อใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดระบบไหนกัน มาลองดูนะว่ามีอะไรกันบ้าง

เครื่องอ่านบาร์โค้ด ร้านมินิมาร์ท
การติดบาร์โค้ดของสินค้าและใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดของร้านสะดวกซื้อนั้น ๆ นอกจากจะคำนึงถึงความสะดวกรวดเร็วในการทำงานขึ้นแล้ว ยังจะต้องคำนึงถึงการใช้มาตรฐานการกำหนดเลขหมายระบบบาร์โค้ดที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกอีกด้วย

มาตรฐานบาร์โค้ดทั่วโลก
ปัจจุบันเครื่องอ่านบาร์โค้ดที่อ่านค่าบาร์โค้ดที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ได้แก่บาร์โค้ดระบบ UPC,EAN,CODE 39,บาร์โค้ด UPC/EAN, UPC/EA with sNupplementals, UCC/EAN128, code 39, code 39 full ASCII, code 39 trioptic, code 128, code 128 full ASCII, codabar, interleaved 2 of 5, discrete 2 of 5, code 93, MSI, code 11, ATA, RSS variants, Chinese 2 of 5 แต่ที่นิยมกันจริงจังอย่างแพร่หลายทั่วโลก มีประมาณ 11 ระบบ ได้แก่

UPC [Uniform Product Code] ใช้เมื่อปี พ.ศ. -2515 ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา แบ่งออกเป็น 4 ประเภท
1.1 แบบย่อมี 8 หลัก หรือเรียก UPC-E ใช้กับสินค้าที่มีข้อมูลน้อย
1.2 แบบมาตรฐานมี 12 หลัก หรือเรียก UPC-A ซึ่งเป็นแบบที่นิยมใช้อยู่ทั่วไป
1.3 แบบเพิ่มตัวเลข 2 หลัก หรือเรียก UPC-A+2 ในกรณีที่ UPC-A เก็บข้อมูลไม่พอ
1.4 แบบเพิ่มตัวเลข 5 หลัก หรือเรียก UPC-A+5 เพื่อเพิ่มข้อมูลให้มากขึ้น

EAN [European Article Number] เริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ.- 2519 แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
2.1 แบบย่อมี 8 หลัก หรือเรียก EAN-8 ใช้กับธุรกิจเล็ก มีข้อมูลไม่มาก
2.2 แบบมาตรฐานมี 13 หลัก หรือเรียก EAN-13
2.3 แบบเพิ่มตัวเลข 2 หลัก หรือเรียก EAN-13+12 เพื่อเพิ่มข้อมูล ถ้า EAN-13 บรรจุข้อมูลไม่หมด
2.4 แบบเพิ่มตัวเลข 5 หลัก หรือเรียก EAN-13+5 เพื่อเพิ่มข้อมูลให้มากขึ้น

CODE 39 เริ่มใช้ในปี พ.ศ.-2517 ในธุรกิจอุตสาหกรรมเป็นบาร์โค้ดระบบแรกที่ใช้รวมกับตัวอักษรได้ เก็บข้อมูลได้มาก 
INTERLEAVE 1 of 5 หรือเรียกว่า ITF เป็นบาร์โค้ดตัวใหญ่ใช้กับหีบบรรจุสินค้า หรือเรียก Cass Code

CODABAR ถูกพัฒนาขึ้นมาใช้กับธุรกิจเวชภัณฑ์ ในปี พ.ศ.-2515
CODE 128 ได้ถูกพัฒนาขึ้นและยอมรับว่าได้ใช้เป็นทางการในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี พ.ศ. 2524 นิยมใช้ในวงการดีไซเนอร์และแฟชั่น ปัจจุบันกำลังเริ่มนิยมใช้ในสหรัฐอเมริกา

CODE 93 ได้เริ่มพัฒนาขึ้นในปี พ.ศ.- 2525 ปัจจุบันเริ่มนิยมใช้ในวงการอุตสาหกรรม
CODE 49 ได้เริ่มพัฒนาขึ้นในปี พ.ศ. 2530 โดยพัฒนาจาก CODE 39 ให้บรรจุข้อมูลได้มากขึ้น ในพื้นที่เท่าเดิม
CODE 16k เหมาะสำหรับใช้กับอุตสาหกรรมผลิตสินค้าที่เล็กมาก มีพื้นที่ในการใสบาร์โค้ดน้อย เช่น อุปกรณ์อะไหล่ เครื่องไฟฟ้า

ISSN / ISBN [International Standard Book Number] ใช้กับหนังสือ และนิตยสาร

EAN / UCC 128 หรือ Shipping Container Code เป็นระบบใหม่ โดยการร่วมมือระหว่าง EAN ของยุโรป และ UCC ของสหรัฐอเมริกา โดยเอาระบบ EAN มาใช้ร่วมกับ CODE 128 เพื่อบอกรายละเอียดของสินค้ามากขึ้น เช่น วันเดือนปีที่ผลิต ครั้งที่ผลิต วันที่สั่งซื้อ มีกี่สี กี่ขนาด เป็นต้น

ปัจจุบัน เครื่องอ่านบาร์โค้ด ที่สามาถอ่านบาร์โค้ดมาตรฐานที่ยอมรับกันมากมีอยู่ 2 ระบบ คือ UPC และ EAN ระบบ UPC ถือเป็นบาร์โค้ดระบบแรกของโลก ใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเท่านั้น มีหน่วยงาน Uniform Code Council [UCC] ตั้งอยู่ที่รัฐ OHIO ประเทศสหรัฐอเมริกาทำหน้าที่ดูแล ส่วนระบบ EAN เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก โดยมีประเทศต่าง ๆ ใช้กว่า 60 ประเทศ ในภาคพื้นยุโรป, เอเชียและแปซิฟิก รวมทั้งประเทศไทย EAN มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม

บาร์โค้ดในประเทศไทย
สำหรับบาร์โค้ดในประเทศไทยเริ่มนำมาใช้อย่างจริงจังในปี พ.ศ.- 2536 โดยมีสถาบันสัญลักษณ์รหัสแท่งไทย [Thai Article Numbering Council] หรือ "TANC" เป็นองค์กรตัวแทนของ EAN ภายใต้การดูแลของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แล้วเครื่องอ่านบาร์โค้ดและระบบบาร์โค้ดได้ถูกนำมาใช้ในร้านสะดวกซื้อหรือร้านมินิมาร์ทบ้านเราอย่างแพร่หลาย

ระบบ EAN-13 ที่ประเทศไทยเลือกใช้ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะของเลขชุด 13 หลัก มีความหมายดังนี้
885 3 หลักแรก คือรหัสของประเทศไทย
1234 4 ตัวถัดมา เป็นรหัสโรงงานที่ผลิต
56789 5 ตัวถัดมา เป็นรหัสของสินค้า
8 1 ตัวเลขหลักสุดท้ายเป็นตัวเลขตรวจสอบ เลข 12 ข้างหน้าว่ากำหนดถูกต้องหรือไม่ ถ้าตัวสุดท้ายผิดบาร์โค้ดตัวนั้นจะอ่านไม่ออก สื่อความหมายไม่ได้

Cr.Pennueng,TNN24,Spokedark,

6 ต.ค. 2559

บาร์โค้ด เทคโนโลยีใกล้ตัว


บาร์โค้ด เทคโนโลยีใกล้ตัว
บาร์โค้ด เทคโนโลยีใกล้ตัว
ใครยังไม่เคยซื้อสินค้าจากห้าง หรือร้านสะดวกซื้อ กันบ้าง? เชื่อว่าอัตราส่วนของคำตอบดังกล่าวคงอยู่ที่ 0.00001% เพราะนอกจากความศิวิไลซ์ที่กระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ ปัจจุบัน ร้านค้าน้อย-ใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ในรูปแบบซื้อสะดวกและทันสมัยก็ได้ขยายตัวไปทั่วทุกแห่งหนของประเทศแล้ว

ชีวิตประจำวันแต่ละคนจะต้องวนเวียนอยู่กับ "บาร์โค้ด (Barcode)" แบบไม่รู้ตัว ทุกครั้งที่คุณซื้อสินค้าก็จะมีพนักงานขายใช้ เครื่องอ่านบาร์โค้ด อ่านรหัสบนตัวสินค้า แล้วคุณรู้จักประวัติ ความเป็นมาของเจ้าเทคโนโลยีนี้แค่ไหน เราจะพาไปหาคำตอบ…

หนึ่งในเทคโนโลยี ใกล้ตัวที่เราได้พบเห็นและเรียกว่าผูกพันอยู่กับวิถีการจับจ่ายของเรา แต่อาจไม่เคยรู้ที่มาที่ไปก็คือ "บาร์โค้ด" (Barcode) ซึ่งเราได้รวบรวมเรื่องน่ารู้และความเป็นมาของบาร์โค้ดมาฝากกัน!

10 ข้อ คลายสงสัยเกี่ยวกับ "บาร์โค้ด (Barcode)"

1. ต้นแบบเทคโนโลยี บาร์โค้ด (Barcode) มาจากแนวคิดของ Wallace Flint นักศึกษามหาวิทยาลัย Harvard ในปี 1932 ซึ่งใช้บัตรเจาะรูเป็นตัวกำหนดรหัสสินค้าแล้วนำไปตอกในเครื่องอ่าน ต่อมา Bernard Silver นักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยี Drexel ได้นำมาพัฒนาต่อ โดยใช้หมึกเรืองแสงและการฉายแสง UV แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากไม่เสถียรในการใช้งานและต้นทุนสูง

2. Joseph Woodland ได้ช่วยเหลือ Bernard Silver จนทำให้ทั้ง 2 คน สามารถจดสิทธิบัตรการออกแบบ บาร์โค้ด (Barcode)เป็นครั้งแรก ในวันที่ 7 ต.ค.1952 โดยมีรูปแบบในขั้นแรกเป็นวงกลมคล้ายแผ่นปาเป้า ซึ่งถูกนำไปทดลองใช้งานเป็นครั้งแรกที่ร้านค้าเครือ Kroger ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ปี 1967

3. ในเดือนมิ.ย. 1974 เครื่องสแกนบาร์โค้ด ก็ถูกพัฒนาขึ้นสำเร็จ ทั้งยังมีการปรับปรุงให้ บาร์โค้ด (Barcode)กลายเป็นลักษณะแบบแท่งและมีตัวเลขเช่นเดียวกับในปัจจุบัน

4. เพียง 26 วัน หลังจากเครื่องสแกนบาร์โค้ดหรือบางที่เรียกว่า เครื่องยิงบาร์โค้ด ถูกพัฒนาขึ้น ก็มีการนำไปใช้งานจริงเป็นครั้งแรกในซุปเปอร์มาร์เก็ตทันที โดยสินค้าแรกที่ถูกสแกน คือ หมากฝรั่ง Wringley

5. การทำงานของบาร์โค้ดใช้รูปแบบของแถบสีดำและขาวที่มีความกว้าง-ถี่ แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตัวเลขที่กำกับอยู่ด้านล่าง การอ่านข้อมูลจะอาศัยหลักการสะท้อนแสงของเครื่องสแกน เพื่อนอ่านข้อมูลสู่คอมพิวเตอร์

6. ความสะดวก รวดเร็ว และน่าเชื่อถือ รวมถึงโอกาสผิดพลาดเพียง 1 ใน 10,000,000 ทำให้ระบบบาร์โค้ดได้รับความนิยมไปทั่วโลก

7. ประเทศไทยมีบาร์โค้ดใช้เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2530 โดยสภาอุตสาหกกรมแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบสิทธิ์นายทะเบียนรับสมัครสมาชิกจดทะเบียนบาร์โค้ด ซึ่งทำให้ระบบดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในทันที

8. "รหัสแท่ง" คือ ชื่อภาษาไทยของบาร์โค้ด

9. การสแกน QR Code ก็ถือเป็นบาร์โค้ดประเภทหนึ่ง โดยถือเป็นบาร์โค้ด 3 มิติ ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ตามยุคสมัยที่มีความเจริญมากขึ้น

10. จากการใช้งานเพื่อสแกนสินค้าในยุคแรกได้ใช้ ปัจจุบันบาร์โค้ดถูกนำไปใช้ในหลากลายช่องทาง อาทิ เกม การแอดเพื่อนบนโซเชียล หรือการดูรายละเอียดเพิ่มเติมของสินค้า

Cr. FHM, Asia21st

11 พ.ค. 2559

อุตสาหกรรม 4.0 & ประเทศไทย 4.0


อุตสาหกรรม 4.0 & ประเทศไทย 4.0
อุตสาหกรรม 4.0 & ประเทศไทย 4.0
ดร.สุวิทย์สรุปว่า โมเดลการพัฒนาประเทศไทย 1.0 คือการเน้นภาคเกษตร พอมา 2.0 เริ่มเน้นอุตสาหกรรมเบา และพอถึง 3.0 คือช่วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงบัดนี้ก็คือการเน้นอุตสาหกรรมหนัก และการส่งออก แต่ทั้ง 3 รหัส ตั้งแต่ 1.0, 2.0 จนถึง 3.0 ไม่พอเพียงเสียแล้ว และกำลังก้าวสู่ อุตสาหกรรม 4.0 เพราะประเทศไทยต้องเผชิญกับดักจนติดหล่มอยู่ในกลุ่มประเทศ รายได้ปานกลางขั้นสูง ไม่สามารถทะลุผ่านออกมาได้

ด้วยเหตุนี้จึงต้อง มีโมเดล หรือรหัสใหม่เป็น “ประเทศไทย 4.0” คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่  "เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม(Value-Based Economy)" ตามแนวความคิดนี้ กับการเปลี่ยนแปลงทีกำลังจะไปสู่อุตสาหกรรม 4.0

1. เปลี่ยนจากการผลักดันสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม
2. เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์
3 . เปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้าไปสู่การเน้น ภาคบริการมากขึ้น

จาก นั้นจะทำอย่างไร สำหรับการก้าวสู่ "ประเทศไทย 4.0" ? เทคโนโลยีระบบใหม่ ที่ต้องการคืออะไร? การวิจัยอะไรบ้างที่ควรเริ่มต้น? ซึ่งขอทิ้งท้าย แนวความคิดของประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนใหม่ ไว้เป็นข้อคิดการพัฒนาที่ยั่งยื่นในอนาคตเพื่อก้าวสู่ อุตสาหกรรม 4.0 หรืออุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ/หุ่นยนต์ ในการสื่อสารประสานการทำงานกันได้เอง เพื่อรองรับ “ประเทศไทย 4.0”

ยุทธศาสตร์ เพื่อก้าวสู่ อุตสาหกรรม 4.0 ของคุณเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนใหม่ ได้กำหนดไว้ 6 ด้าน คือ

1) สร้างขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยด้วยประสิทธิภาพ ผลิตภาพ และนวัตกรรม
2) พัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้ยั่งยืนด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
3) สร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมไทยด้วยการรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์
4) สร้างโอกาสให้อุตสาหกรรมไทยใช้ประโยชน์จากการเจรจาการค้า
5) พัฒนาบุคลากรเพื่อยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมไทย
6) ร่วมกับภาครัฐในการสร้างปัจจัยเอื้อต่อภาคอุตสาหกรรม

จึง ได้จัดทำกลไกการทำงานเพื่อสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่ง ขันรองรับอุตสาหกรรม 4.0 โดยแบ่งหน่วยงานภายในองค์กร 7 สถาบัน คือ

1) สถาบันรหัสสากล (GS-1) นำเทคโนโลยีเครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Reader) และระบบโลจิสติกส์เข้ามาช่วยในการลดต้นทุน
2) สถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย (RFID) การใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ด และอาร์เอฟไอดี ติดตามสำหรับการขนส่งสินค้ามูลค่าสูง
3) สถาบันวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม (IRDI) ผลักดัน ชี้แนะให้สินค้าเดิมเป็นนวัตกรรมในอนาคต
4) สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรม (ICTI) การนำเอาระบบไอทีและระบบบาร์โค้ดเข้ามามีบทบาทในโรงงาน
5) สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ (HCI) เพิ่มจำนวน ทักษะบุคลากรรองรับเทคโนโลยีใหม่ อาทิ เช่น กล้อง IP Camera แบตโซล่าเซลล์  ฯลฯ
6) สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) ช่วยพัฒนา SMEs นำระบบบาร์โค้ดเข้ามา ตั้งแต่รับออร์เดอร์ ผลิต ขนส่ง บริการ ที่ตรงกับความต้องการของตลาด
7) สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม (IIE) สนับสนุนให้สมาชิกใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Industry 4.0

Cr.ข่าวประชาชาติธุรกิจ,ไทยรัฐ

18 พ.ย. 2558

บาร์โค้ด 3 มิติ


ปัจจุบันวิวัฒนาการของบาร์โค้ด(Barcode) พัฒนาไปมาก ทั้งรูปแบบและความสามารถในการเก็บข้อมูล  โดยบาร์โค้ดที่ใช้ในยุคสมัยนี้มีทั้งแบบ 1 มิติ 2 มิติ และกำลังจะมาเร็ว ๆ นี้ บาร์โค้ด 3 มิติแบบเข็ม แต่ที่เราใช้กันทั่วไปในสินค้านั้นเป็นแบบมิติเดียว บันทึกข้อมูลได้จำกัด ตามขนาดและความยาว โดยบาร์โค้ด 2 มิติ จะสามารถบันทึกข้อมูลได้มากกว่าแบบอื่น ๆ มาก และขนาดเล็กกว่า รวมทั้งสามารถพลิกแพลงการใช้งานได้มากกว่า ขนาดที่ว่าสามารถซ่อนไฟล์ใหญ่ ๆ ทั้งไฟล์ลงบนรูปภาพได้เลยทีเดียว

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแบรด ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ร่วมกับบริษัท ซอฟแมท ผู้ให้บริการเทคโนโลยีป้องกันการปลอมแปลง พัฒนาระบบบาร์โค้ด 3 มิติแบบใหม่ที่สามารถติดตั้งลงในเนื้อวัสดุหรือสินค้าอย่างเช่นเวชภัณฑ์ ต่างๆ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและลอกเลียนแบบสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ บาร์โค้ด 3 มิติแบบใหม่ไม่ได้ใช้แถบสีดำพิมพ์ลงบนบรรจุภัณฑ์เหมือนเช่นที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งพบว่ามีการปลอมแปลงได้ง่าย แต่ใช้เข็มขนาดเล็กมากจัดเป็นกลุ่มเรียงตัวอยู่ด้วยกันโดยแต่ละเล่มมีความ สูงไม่เท่ากัน เข็มแต่ละชุดจะใช้แทนตัวอักษรและตัวเลขแตกต่างกันออกไป บาร์โค้ด 3 มิติแบบเข็มเหล่านี้สามารถนำไปใช้งานได้สองรูปแบบ คือ สามารถติดตั้งไว้กับแบบหล่อหรือเบ้าของสินค้า หรือเวชภัณฑ์ ตั้งแต่ในกระบวนการผลิตเลยก็ได้ หรือจะนำมาใช้ประทับเป็นบาร์โค้ด 3 มิติลงในเนื้อผลิตภัณฑ์เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ ผลิตแล้วก็ได้อีกเช่นกัน

ผลลัพธ์ ที่ได้แทบจะมองไม่เห็นบาร์โค้ด 3 มิติด้วยตาเปล่า หรือแม้แต่ใช้มือลูบบาร์โค้ด 3 มิติยังแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างของพื้นผิว แต่หากใช้อุปกรณ์ เครื่องอ่านบาร์โค้ด ด้วยเลเซอร์สแกนในตรวจสอบจะสามารถตรวจสอบที่มาของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นได้ อย่างรวดเร็ว สามารถใช้ในการติดตามเส้นทางการเคลื่อนไหวและพิสูจน์ผลิตภัณฑ์ว่าเป็นของแท้ หรือของปลอมที่ทำเทียมเลียนแบบขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

สภาหอการค้า สากล (ไอซีซี) ระบุว่า ปัจจุบันสินค้าปลอมแปลงทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ก่อให้เกิดปัญหาแก่ผู้บริโภคอย่างมาก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ปลอมเป็นปัญหาต่อทั้งผู้ซื้อและเจ้าของสินค้าตัวจริง ในขณะที่เวชภัณฑ์ปลอมมีอันตรายถึงตาย เพราะมีปริมาณตัวยาผิดๆ หรือไม่มีตัวยาอยู่เลย แต่หากได้นำเทคโนโลยีบาร์โค้ด 3 มิติ มาใช้ ก็สามารถช่วยป้องกันการปลอมแปลงสินค้าได้ในอนาคต

การนำเทคโนโลยีบาร์ โค้ด 3 มิติเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ อาทิ ด้านการค้า โดยนำบาร์โค้ด 3 มิติมาติดกับตัวสินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการจัดเก็บชื่อ รหัส และราคาของสินค้า หรือทางด้านการจัดการสต๊อกสินค้า ช่วยในการตรวจสอบจำนวนสินค้าคงเหลือได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทั้งนี้การนำบาร์โค้ดมาใช้อย่างแพร่หลายและเป็นที่นิยมกันมาก ทว่า คุณสมบัติที่มีอยู่ของบาร์โค้ดแบบ 1 มิตินั้น ยังไม่รองรับความต้องการของผู้ใช้งานได้มากเท่าที่ควร เช่น การบรรจุข้อมูลได้น้อย และการใช้ฐานข้อมูลในการจัดเก็บ และความปลอดภัยจากการปลอมแปลง เป็นต้น ดังนั้นจึงทำให้มีการพัฒนาบาร์โค้ด 2 มิติขึ้นมา และก้าวอีกขั้นของการปกป้องข้อมูลและการปลอมแปลง จึงเกิดเทคโนโลยีบาร์โค้ด 3 มิติ ในอนาคตอันใกล้นี้

Cr.มติชน

19 มิ.ย. 2558

บาร์โค้ด เทคโนโลยีใกล้ตัว


บาร์โค้ด (Barcode)
ใครยังไม่เคยซื้อสินค้าจากห้าง หรือร้านสะดวกซื้อ กันบ้าง? เชื่อว่าอัตราส่วนของคำตอบดังกล่าวคงอยู่ที่ 0.00001% เพราะนอกจากความศิวิไลซ์ที่กระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ ปัจจุบัน ร้านค้าน้อย-ใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ในรูปแบบซื้อสะดวกและทันสมัยก็ได้ขยายตัวไปทั่วทุกแห่งหนของประเทศแล้ว

ชีวิตประจำวันแต่ละคนจะต้องวนเวียนอยู่กับ "บาร์โค้ด (Barcode)" แบบไม่รู้ตัว ทุกครั้งที่คุณซื้อสินค้าก็จะมีพนักงานขายใช้ เครื่องอ่านบาร์โค้ด อ่านรหัสบนตัวสินค้า แล้วคุณรู้จักประวัติ ความเป็นมาของเจ้าเทคโนโลยีนี้แค่ไหน เราจะพาไปหาคำตอบ…

หนึ่งในเทคโนโลยี ใกล้ตัวที่เราได้พบเห็นและเรียกว่าผูกพันอยู่กับวิถีการจับจ่ายของเรา แต่อาจไม่เคยรู้ที่มาที่ไปก็คือ "บาร์โค้ด" (Barcode) ซึ่งเราได้รวบรวมเรื่องน่ารู้และความเป็นมาของบาร์โค้ดมาฝากกัน!

10 ข้อ คลายสงสัยเกี่ยวกับ "บาร์โค้ด (Barcode)"

1. ต้นแบบเทคโนโลยี บาร์โค้ด (Barcode) มาจากแนวคิดของ Wallace Flint นักศึกษามหาวิทยาลัย Harvard ในปี 1932 ซึ่งใช้บัตรเจาะรูเป็นตัวกำหนดรหัสสินค้าแล้วนำไปตอกในเครื่องอ่าน ต่อมา Bernard Silver นักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยี Drexel ได้นำมาพัฒนาต่อ โดยใช้หมึกเรืองแสงและการฉายแสง UV แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากไม่เสถียรในการใช้งานและต้นทุนสูง

2. Joseph Woodland ได้ช่วยเหลือ Bernard Silver จนทำให้ทั้ง 2 คน สามารถจดสิทธิบัตรการออกแบบ บาร์โค้ด (Barcode)เป็น ครั้งแรก ในวันที่ 7 ต.ค.1952 โดยมีรูปแบบในขั้นแรกเป็นวงกลมคล้ายแผ่นปาเป้า ซึ่งถูกนำไปทดลองใช้งานเป็นครั้งแรกที่ร้านค้าเครือ Kroger ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ปี 1967

3. ในเดือนมิ.ย. 1974 เครื่องสแกนบาร์โค้ด ก็ถูกพัฒนาขึ้นสำเร็จ ทั้งยังมีการปรับปรุงให้ บาร์โค้ด (Barcode)กลายเป็นลักษณะแบบแท่งและมีตัวเลขเช่นเดียวกับในปัจจุบัน

4. เพียง 26 วัน หลังจากเครื่องสแกนบาร์โค้ดหรือบางที่เรียกว่า Barcode Scanner ถูกพัฒนาขึ้น ก็มีการนำไปใช้งานจริงเป็นครั้งแรกในซุปเปอร์มาร์เก็ตทันที โดยสินค้าแรกที่ถูกสแกน คือ หมากฝรั่ง Wringley

5. การทำงานของบาร์โค้ดใช้รูปแบบของแถบสีดำและขาวที่มีความกว้าง-ถี่ แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตัวเลขที่กำกับอยู่ด้านล่าง การอ่านข้อมูลจะอาศัยหลักการสะท้อนแสงของเครื่องสแกน เพื่อนอ่านข้อมูลสู่คอมพิวเตอร์

6. ความสะดวก รวดเร็ว และน่าเชื่อถือ รวมถึงโอกาสผิดพลาดเพียง 1 ใน 10,000,000 ทำให้ระบบบาร์โค้ดได้รับความนิยมไปทั่วโลก

7. ประเทศไทยมีบาร์โค้ดใช้เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2530 โดยสภาอุตสาหกกรมแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบสิทธิ์นายทะเบียนรับสมัคร สมาชิกจดทะเบียนบาร์โค้ด ซึ่งทำให้ระบบดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในทันที

8. "รหัสแท่ง" คือ ชื่อภาษาไทยของบาร์โค้ด

9. การสแกน QR Code ก็ถือเป็นบาร์โค้ดประเภทหนึ่ง โดยถือเป็นบาร์โค้ด 3 มิติ ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ตามยุคสมัยที่มีความเจริญมากขึ้น

10. จากการใช้งานเพื่อสแกนสินค้าในยุคแรกได้ใช้ ปัจจุบันบาร์โค้ดถูกนำไปใช้ในหลากลายช่องทาง อาทิ เกม การแอดเพื่อนบนโซเชียล หรือการดูรายละเอียดเพิ่มเติมของสินค้า

Cr. FHM, Asia21st