แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แอนดรอยด์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แอนดรอยด์ แสดงบทความทั้งหมด

3 ก.ย. 2559

สมาร์ทวอทช์ (Smart Watch)


คอนเซ็ปต์นาฬิกาสมาร์ทวอทช์อัจฉริยะของเวลโลกราฟคือ อุปกรณ์เก็บข้อมูลสุขภาพของผู้สวมใส่ โดยออกแบบมาให้มีเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งบ่งบอกได้ถึงความแข็งแรงของสุขภาพ ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลจากตัวเรือนหรือใช้งานคู่กับแอพ Wellograph ซึ่งดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการไอโอเอส แอนดรอยด์และวินโดวส์


เป็น ปีแห่งเครื่องประดับบนข้อมือที่สุดแสนอัจฉริยะอย่างแท้จริง โดยเฉพาะแวร์เอเบิลประเภทสมาร์ทฟิตเนสแทรคเกอร์ ซึ่งฟังก์ชันการติดตามผลการเคลื่อนไหวของร่างกายเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมาก ที่สุด เช่นเดียวกับ "เวลโลกราฟ” (Wellograph) แวร์เอเบิลดีไวซ์สัญชาติไทยที่ประสบความสำเร็จในตลาดต่างประเทศ


"เป้า หมายในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เวลโลกราฟจะแบรนด์สินค้าสำหรับคอนซูเมอร์เทคโนโลยีสัญชาติไทยที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักในตลาดโลก" คำประกาศของ สารสิน บุพพานนท์ ผู้ก่อตั้งบริษัท เวลโลกราฟ จำกัด ที่ประสบความสำเร็จจากการขาย เครื่องสแกน หนังสือ “Bookdrive” ทั่วโลกมาแล้ว


ปั้นนวัตกรรมในตลาดโลก

“ข้อมูลสำคัญที่สุด คือข้อมูลเกี่ยวกับหัวใจของเรา ผมมองว่า สมาร์ทวอทช์ติดตัวไปกับเราได้ทุกที่ มันจะรู้ว่าเรามีกิจกรรมอะไรยังไงบ้าง แล้วมันก็จะเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพโดยตรง สมาร์ทวอทช์ข้อ มือเรือนนี้จึงถูกออกแบบมาให้มี Heart Rate Sensor เป็นคอร์เทคโนโลยีของเราที่บอกได้ว่า ผู้สวมใส่มีอัตราการเต้นของหัวใจเท่าไหร่ มีสุขภาพแข็งแรงมากน้อยแค่ไหน มีความเครียดอยู่รึเปล่า ประเมินได้ว่าอายุสุขภาพที่แท้จริงเป็นเท่าไหร่ ทั้งหมดดูจากการเต้นของหัวใจได้เลย”


ปัจจุบันหน้าร้านของเวลโลก ราฟอยู่ในช็อปไอที และเป็นที่ตอบรับจากกลุ่มวัยรุ่นและผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี เพราะตลาดเมืองไทยเปิดรับสินค้าเทคโนโลยีเร็ว สังเกตได้จากการเข้ามาของสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สวมใส่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ( wearable) ที่จะมีฟังก์ชันใหม่ๆ ออกมาดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคกลุ่มนี้ ทั้งแบรนด์เนมดังๆ เป็นจำนวนมากมีมูลค่า 1,000 ล้านบาท


เขาบอกว่า โอกาสธุรกิจคิดใหม่ของสมาร์ทวอทช์เพื่อ สุขภาพที่เริ่มขึ้นได้ อาศัยจุดแข็งการเป็นสินค้านวัตกรรมสัญชาติไทยที่มีคุณภาพระดับโลกทั้งใน เรื่องของเทคโนโลยีและดีไซน์ ซึ่งได้รับรางวัลจากเวทีในต่างประเทศมาแล้ว ขณะเดียวกันไลฟ์ไสตล์ผู้บริโภคยุคนี้ก็พร้อมจ่ายเพื่อซื้อความพิเศษกันมาก ขึ้น เหมือนเช่นที่ผ่านมาเกี่ยวกับสินค้า เครื่องสแกนแบบพกพา ที่สามารถทำยอดขายได้ดีในต่างประเทศ
"เรา มองเห็นเทรนด์เทคโนโลยีนี้มา 4-5 ปีที่แล้วว่า อุปกรณ์แวร์เอเบิลจะเข้ามามีบทบาทในอีก 10 ปีต่อจากนี้ในแง่ของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญฟังก์ชันจะแอดวานซ์มากกว่านาฬิกาสมาร์ทวอทช์ทั่วไป ผมต้องการโฟกัสและพัฒนาการใช้ wearableในเรื่องสุขภาพโดยเฉพาะ"


ฟังก์ชันสุดล้ำหัวใจการพัฒนา

ไอ เดียของออกแบบเน้นมินิมอลดีไซน์ที่สวมใส่ได้ในทุกโอกาส ทีมงานออกแบบให้ตัวเรือนชั้นบนเป็นสแตนเลส ชั้นล่างเป็นอะลูมิเนียม หน้าจอแซฟไฟล์คริสตัลที่ป้องกันรอยขีดข่วน สามารถถอดเปลี่ยนสายได้สะดวกโดยเลือกได้ว่าจะใช้สายหนังในชีวิตประจำวัน หรือสายสปอร์ตเมื่อต้องการใส่ออกกำลังกาย แบตเตอรี่นาน 7 วัน


"แม้ จะยังใหม่และต้องใช้เวลาสื่อสารกับตลาด แต่การตีโจทย์ให้แตกตั้งแต่ต้น ทำให้เวลโลกราฟได้รับการตอบรับจากตลาดระดับหลักหมื่นเรือน หลังจากเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา" สารสินกล่าวและว่า สัดส่วนรายได้จากตลาดในประเทศ 20 % ต่างประเทศ 80% ซึ่งตลาดหลักเป็นอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ส่วนตลาดในประเทศอาจไม่หวือหวาส่วนหนึ่งจากสภาพเศรษฐกิจ ในอนาคตสัดส่วนในประเทศไทยอาจลดลงเหลือ 5% แต่จะขยายตลาดไปต่างประเทศมากขึ้น


สารสิน วิเคราะห์ว่า 5-10 ปีต่อจากนี้ ดีไซน์สมาร์ทวอทช์จะ บางและเล็กแต่มีความสามารถมากขึ้น แบตเตอรีอยู่ได้นานขึ้น ฟังก์ชันต่างๆอจะเพิ่มขึ้น ส่วนคุณสมบัติการบอกเวลาจะกลายเป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ต้องมีแต่ไม่ใช้เป็น จุดขายเพราะสามารถดูเวลาในมือถือ แต่ที่หลายคนยังสวมใส่สมาร์ทวอทช์เนื่องจากรู้สึกถึงความเท่หรือบ่งบอกฐานะ บุคลิกภาพและรสนิยม เหมือนการต่อยอด เครื่อง Scanner มาเป็นแบบพกพากระทัดรัด สะดวกสบายกว่าแบบเดิม ๆ


"ผม มั่นใจว่า Heart Rate Sensor จะเป็นฟังก์ชันพื้นฐานในอุปกรณ์ wearable เหมือนกับฟังก์ชันกล้องถ่ายรูปที่ต้องมีในสมาร์ทโฟน ขณะที่เวลโลกราฟเองก็จะต้องมีไอเดียในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีความล้ำหน้า ต้องโดดเด่นไม่เหมือนใคร เพื่อก้าวไปอีกขั้นหนึ่งของตลาด แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ามันจะเป็นในรูปไหนได้ในตอนนี้" วิศวกรนักคิดกล่าวทิ้งท้าย

Cr.กรุงเทพธุรกิจ

20 เม.ย. 2559

วิธี ประหยัด แบตมือถือ แอนดรอยด์


วิธี ประหยัด แบตมือถือ แอนดรอยด์
วิธี ประหยัด แบตมือถือ แอนดรอยด์
ถ้าหากคุณกำลังใช้มือถือ แอนดรอยด์ ( Android) อยู่ คุณสามารถประหยัดแบตเตอรี่ทั้งแบตมือถือและแบตเตอรี่สำรอง(Power Bank)ไปได้ ยืดอายุการใช้งานให้ มือถือ แอนดรอยด์ ( Android) กับวิธีประหยัด แบตมือถือแบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ ด้วยวิธีง่าย ๆ 14 วิธี

 1. Bluetooth ไม่ใช้ปิดซะ บ่อยครั้งที่สังเกตเห็นผู้ใช้มือถือ แอนดรอยด์ หลายรายที่เปิดคุณสมบัติการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth ไว้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้หูฟังไร้สายหรือโอนไฟล์แบบไร้สาย ทางที่ดีปิด Bluetooth (off) โดยแตะที่ widget บนหน้าโฮมซะเดี๋ยวนี้ จะช่วยประหยัด แบตมือถือ ได้นานขึ้นอีกนิด

2. เลิกใช้ Wireless Network ระบุตำแหน่ง แม้การระบุตำแหน่ง (My Location) ด้วยเครือข่ายไร้สายจะใช้แบตมือถือน้อย กว่า GPS (Global Positioning System) แต่ถ้าเปิดทั้งคู่ รับรองได้เลยว่าแบตเตอรี่คุณจะหมดเร็วอย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลย โดยเลือกเมนู Settings/Location/Use wireless networks สามารถประหยัดแบตเตอรี่ทั้งแบตมือถือและแบตเตอรี่สำรอง(Power Bank)

3.GPS จอมเขมือบแบตมือถือ แม้จะเป็นคุณสมบัติการทำงานที่พูดถึงเป็นอันดับที่ 3 แต่ความจริงแล้วมันเป็นฟังก์ชันที่กินไฟจากแบตมือถือแบบ ไม่บันยะบันยังเลยทีเดียว โดยเฉพาะเวลาที่ตัวเครื่องสื่อสารสัญญาณกับดาวเทียม ดังนั้นคุณควรจะเลือกเปิดใช้งานเฉพาะในยามจำเป็นเท่านั้นถ้าให้ดีควรสังเกต บริเวณ notification bar ว่ามีไอคอน GPS โผล่ขึ้นมาหรือไม่?

4. เปิด WiFi ไว้ตลอด หรือปิดดี? หลังจากผ่านมา 4 ข้อ คุณอาจจะคิดว่า ปิดมันซะทุกอย่างอย่างนี้ ปิดเครื่องเลยดีกว่าไหม? ความจริงไม่ถึงขั้นนั้นสำหรับกรณีที่คุณทำงานอยู่ใกล้บริเวณที่มีสัญญาณ WLAN ตลอดเวลา เช่นในบ้านหรือสำนักงาน การเปิด WiFi ให้ทำงานตลอดเวลาน่าจะเหมาะกว่าการเชื่อมต่อผ่าน 3G เนื่องจากการใช้คลื่นวิทยุ WiFi จะกินไฟจากแบตมือถือน้อยกว่าการติดต่อเครือข่าย 3G มาก

และ เมื่อเปิด WiFi ก็ควรจะปิด 3G ซะ สำหรับการตั้งค่าให้ WiFi เปิดทำงานตลอดเวลา (always) แตะที่ Settings/Wireless networks/WiFi Settings จากนั้นแตะที่ปุ่ม Menu ตามด้วย Advanced แตะที่ WiFi Sleep policy แล้วเลือกออปชั่น Never และในกรณีที่คุณไม่ได้อยู่ใกล้บริเวณที่มีสัญญาณ WiFi ก็ปิดมันซะ (widget ที่ homescreen) จะได้ประหยัด แบตมือถือและเหลือแบตฯไว้ใช้นานๆ

5.ประหยัดแบตมือถือและแบตเตอรี่สำรอง(Power Bank) ด้วยการยกเลิก Always-On Mobile Data ปกติที่ดีฟอลท์ตัวเลือก Always-On Mobile Data ของ Android Phone จะถูกตั้งให้เปิด (On)  สำหรับการยกเลิกตัวเลือก Always-On Mobile Data สามารถทำได้โดยแตะที่ Settings/Wireless & Networks/Mobile networks/Enable always-on mobile data

6. ตั้งค่าเวลาดับหน้าจอ (Screen Timeout) ให้เร็วขึ้น วิธีง่ายๆ ในการยืดอายุแบตมือถือและ แบตเตอรี่สำรอง(Power Bank)ของอุปกรณ์ Android ให้ใช้งานได้นานขึ้นที่นำมาฝากกันนี้ ก็คือการลดระยะเวลาดับหน้าจอให้สั้นขึ้นซึ่งมันจะช่วยประหยัด แบตมือถือได้ พอสมควรทีเดียว ขั้นตอนการตั้งเวลาปิดหน้าจอให้แตะ Settings เลือก Screen & display และ Screen timeout กำหนดเป็น 30 วินาที ก็เป็นอันเรียบร้อย

7.ลดความสว่างของหน้าจอ (Screen Brightness)  เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าหน้าจอแสดงผลของ มือถือ แอนดรอยด์ เป็นผู้บริโภคพลังแบตเตอรี่ตัวพ่อเหมือนกัน ดังนั้นการปรับแสงสว่างของหน้าจอ ด้วยการเลือกเป็น Automatic Brightness โดยแตะที่ Settings/Screen & display/Brightness แต่ถ้ามือถือ แอนดรอยด์ ของคุณไม่มีออปชั่นนี้ แนะนำให้ตั้งค่าความสว่างประมาณ 30% แล้วดูว่าคุณรับได้ไหม? แล้วค่อยๆ ปรับอีกที

8.เลิก ใช้วอลล์เปเปอร์ดิ้นได้ (Live Wallpaper) Android ใช้ลูกเล่นของการแสดงผลวอลล์เปเปอร์ด้วยภาพเคลื่อนไหวในการสร้างความตื่นตา ตื่่นใจให้กับผู้บริโภค จะเรียกว่า gimmick ก็ได้ แต่ในความเป็นจริงก็คือมันใช้พลังงานจากแบตมือถือมากกว่าแบคกราวด์ที่เป็นภาพนิ่งเพราะฉะนั้นหากไม่มีความจำเป็นแล้วล่ะก็แนะนำให้เลือกใช้วอลเปเปอร์เป็นภาพนิ่ง หรือสีเรียบๆ ดีกว่า

9. ถ้ามือถือ แอนดรอยด์ เป็นจอ AMOLED เลือกใช้วอลล์เปเปอร์สีดำ สำหรับคุณผู้อ่านที่เป็นเจ้าของมือถือ แอนดรอยด์ Samsung Galaxy S ที่มาพร้อมกับจอ AMOLED การเลือกใช้แบคดราวด์มึดๆ หรือสีดำจะช่วยประหยัด แบตมือถือได้ เมื่อพิกเซลของจอแสดงผลชนิดนี้ปิดตัวลงก็จะให้สีดำทีมึดสนิทดังนั้นการเลือก แบคกราวด์เป็นสีดำ หรือมึดๆ ก็จะช่วยลดการใช้พลังงานให้กับแต่ละพิกเซลของจอแสดงผล AMOLED ได้นั่นเอง

10. ใช้ Power Widget เปิด/ปิดฟังก์ชันที่กินไฟแบตมือถือ แนะนำให้ติดตั้ง Power Widget ไว้บนหน้าจอใดหน้าจอหนึ่งซึ่งข้้นตอนในการติดตั้งให้แตะ Widget แล้วเลือก Power Control เพื่อเพิ่มเข้าไปใหน้าจอ มือถือ แอนดรอยด์ ของคุณ เพียงแค่นี้เวลาที่คุณต้องการเปิด/ปิดการใช้งานอย่างเช่น GPS, Wireless, Bluetooth หรือความสว่างของหน้าจอ (Screen Brightness) ก็เพียงแค่แตะที่ Widget ตัวนี้ คุณก็จะเห็นสวิทช์เปิดปิดฟังก์ชันเหล่านีขึ้นมาเสนอหน้าทันทีซึ่งจะเร็ว และสะดวกกว่าการคลิกเข้าไปทีละหน้าจอกว่าจะถึงข้อกำหนด (Settings) นั้นๆ

11. แอพฯสตรีมมิ่งตัวสวาปามแบตเตอรี่แถมแบตเตอรี่สำรอง(Power Bank)อาจจจะไม่พอใช้ แอพพลิเคชันประเภทที่ต้องมีการสตรีมหรือดาวน์โหลดข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นแอพฯที่สตรีมเพลง หรือวิดีโอจากเน็ต ซึ่งทำให้มือถือ แอนดรอยด์ ของคุณจะต้องเชื่อมต่อเน็ตไร้สาย (WiFi, หรือ 3G) ตลอดเวลาเพื่อโหลดข้อมูลทั้ง audio และ video ในกรณีที่มีแบตเตอรี่เหลืออยู่ไม่มากและจำเป็นต้องใช้งาน แนะนำอย่างรัน app เหล่านี้ คอนเฟิร์มว่ากินไฟแบตมือถือค่อนข้างหนักทุกตัว

12. การทำงานของมือถือ แอนดรอยด์ ส่วนไหนกินแบตมือถือ มากน้อยเท่าไร…รู้ได้โดยผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้จากคุณสมบัติการทำงานที่มา พร้อมกับ Android ซึ่งมันสามารถบอกคุณได้อย่างค่อนข้างแม่นยำว่า ชิ้นส่วนการทำงานหลักๆ ของมือถือ แอนดรอยด์แต่ละส่วนใช้พลังานแบตมือถือเท่าไร? ตลอดจนแอพฯที่ใช้งานขณะนั้นคุณสมารถเข้าไปดูรายละเอียดดังกล่าวได้ที่ Settings/About phone/Battery/Battery use

13. ยกเลิก Widget ที่ไม่ค่อยใช้งานออกจากหน้าโฮม หลายคนชื่นชอบการใส่ Widget บนหน้า homecreen ของมือถือ แอนดรอยด์ โดยหารู้ไหมว่า Widget เหล่านี้มักจะมีการดึงข้อมูลจากเว็บซึ่งนั่นหมายความว่ามือถือ แอนดรอยด์ของคุณจะต้องมีการดึงข้อมูลเข้ามาแสดงผลในส่วนของการทำงานด้านหลัง (background) ตลอดเวลา คล้ายๆ กับแอพฯพวกสตรีมมิ่ง แต่อาจจะกินไฟแบตมือถือน้อย กว่า แต่ถ้าเกิดคุณติด Widget บนหน้าโฮมไว้หลายๆ ตัวล่ะ แน่นอนว่าแบตเตอรี่ของคุณจะถูกผลาญโดย Widget เหล่านี้ ข้อแนะนำคือ Widget ใดไม่ค่อยได้ใช้ ก็เอาออกไปดีกว่า เปลืองแบตมือถือเปล่าๆ

14. ใช้ Task Manager สอดส่องว่า แอพฯ อะไรที่ทำงานแทบตลอดเวลา สำหรับทิปในตอนสุดท้ายนี้จะมุ่งเน้นที่การตามล่าหาต้นตอตัวสวาปามแบตฯ เพื่อกำจัดหรือจัดการมันซะ การติดตั้งแอพฯอย่างเช่น  Advanced Task Cleaner น่าจะเป็นผู้ช่วยที่ดี เพราะนอกจากจะให้คุณได้ตรวจสอบแล้ว มันยังปิดบริการที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในขณะนั้นออกไปได้อีกด้วย โดยเฉพาะบริการที่มีการโหลดซ้ำหลายครั้ง และทำงานอยู่ในแบคกราวด์ซึ่งคุณสามารถตั้งให้ auto-kill แอพฯที่คุณไม่ได้ใช้บ่อยโดยอาจจะตั้งให้มันกำจัดแอพฯเหล่านี้หลังปิดหน้าจอ เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว ความร้อนทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตมือถือหมดเร็ว นั่นก็คือการวางมือถือ แอนดรอยด์ หรือที่ชาร์ตแบตสำรอง(Power Bank)ของคุณไว้ภายใต้แสงอาทิตย์ ทีมีความร้อน ดังนั้นทางที่ดีควรการเก็บมือถือ แอนดรอยด์ ไว้ในที่ไม่ร้อนจะดีที่สุด และไม่ควรให้มันทิ้งมันไว้กลางแจ้งแสงแดดจัดเพราะจะยิ่งเร่งให้แบตมือถือของคุณหมดเร็วยิ่งขึ้น เราเตือนท่านแล้ว อิอิ

Cr.ข่าวสาร AIS

11 ก.ย. 2558

นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์

นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์
Photo : Moto 360

ทาง Google ในสหรัฐฯได้พัฒนา Android Wear อุปกรณ์สวมใส่อย่างนาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch)  ทีทำงานด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ท่ามกลางการพัฒนาของ Apple Watch เป็นที่น่าจับตามองของเกมการแข่งขันนี้

ทาง Google ได้เริ่มผลิต Android Wear ร่วมกับพันธมิตรหลายรายแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Asus, HTC, LG, Motorola และ Samsung แล้ว การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Sundar Pichai หัวหน้าทีม Android ของ Google ได้เปรยออกมาแล้วว่า Google จะออกอุปกรณ์สวมใส่เวอร์ชันแอนดรอยด์ในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ไฮไลท์ของ "นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch)" ที่มีการนำเสนออกมาจะเป็นความสามารถในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับตัวเรา ไม่ว่าจะเป็น (location) ที่เราอยู่ในขณะนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ (อัตราการเต้นของหัวใจ เครื่องวัดความดันโลหิต ฯลฯ) และการใช้ร่วมกับการออกกำลังกาย (fitness) ฯลฯ โดยส่วนติดต่อผู้ใช้จะทำงานด้วยงการสั่งการด้วยเสียง (voice-based interface) ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับ นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) ที่ทาง Google ได้โพสต์ข้อมูลเบื้องต้นไว้ในบล็อกของบริษัทมีดังนี้ค่ะ

-ผู้ใช้ นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) อัจฉริยะที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android สามารถดูภาพสดจากกล้องวงจรปิดหรือ กล้อง IP Camera ของตัวเอง โดยดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “IP Camera Viewer” ซึ่งเป็นโปรแกรมเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิด หรือ กล้อง IP Camera สำหรับสอดส่องความปลอดภัยและเหตุการณ์ต่างๆ ในบ้าน ออฟฟิศ ที่จอดรถ และสถานที่อื่นๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา   แอพพลิเคปพลิเคชันกล้อง IP Camera เป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจบางประเภทและเจ้าของบ้านบางราย และเพิ่มความสะดวกมากขึ้นเมื่อตรวจสอบได้จากนาฬิกาสวมใส่ ไม่ต้องรับชมจากจอทีวีขนาดใหญ่บนผนัง  นอกจากนี้ผู้ใช้สามารถทำการอัพเดทคุณสมบัติอื่นๆ เพิ่มเติมในกล้อง IP Cameraได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งไดรเวอร์เพิ่ม การปรับปรุงแก้ไขไดรเวอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ตลอดจนการตั้งค่าให้บันทึกวิดีโอลงแหล่งเก็บข้อมูลออนไลน์ Dropbox มีทางลัดที่หน้าจอหลัก และรองรับการใช้งานกับ Chromecast ส่งหน้าจอขึ้นทีวีได้ทันที

-การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ มากที่สุด นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) จะแสดงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวผู้ใช้ และสามารถแนะนำสิ่งที่จำเป็นให้ได้อีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อเวลาที่คุณต้องการข้อมูลนั้น ด้วยแอพพลิเคชันชันต่างๆ บน Android ที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์สวมใส่ดังกล่าว จะทำให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลอย่างเช่น โพสต์ข้อความ และอัพเดทจากแอพโซเชียลเน็ตเวิร์ก แชตด้วยแอพเมสเสจจิ้ง แจ้งเตือนเกี่ยวกับข้อมูลสินค้าบริการที่คุณสนใจจากเว็บไซต์ชอปปิ้ง ข่าววสาร และภาพถ่าย จากแอพต่างๆ เป็นต้น

-เลขาส่วนตัวบนนาฬิกาข้อ มือแอนดรอยด์ (Android Watch)ที่สั่งด้วยเสียงได้เลย แค่ออกคำสั่งว่า “OK Google”  ผู้ใช้ก็จะสามารถมถามข้อมูลที่ต้องการทราบได้ทันที อย่างเช่น อะโวคาโดให้พลังงานกี่แคลอรี่ เที่ยวบินของคุณจะออกกี่โมง ผลฟุตบอล เป็นต้น นอกจากนี้ คุณยังสามารถบอกว่า “OK Google” เพื่อให้ Android Wear จัดการงานบางอย่างให้คุคณได้ เช่น เรียกแท็กซี่ ส่งข้อความ จองที่นั่งในภัตตาคาร หรือแม้แต่ตั้งนาฬิกาปลุก

-ติดตาม และดูแลสุขภาพให้คุณฟิตอยู่เสมอ ผู้ใช้สามารถตั้งเป้าการดูแลสุขภาพ ตลอดจนการออกกำลังกาย โดยมีผู้ช่วยอย่าง นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) คอยแจ้งเตือนให้คุณมีวินัยกับตัวเอง พร้อมทั้งสรุปความฟิตแอนด์เฟิร์มให้คุณทราบได้อีกด้วย แอพฟิตเนสที่คุณชื่นชอบจะสามารถแจ้่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ให้ทราบได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการวิ่งของคุณ ระยะทาง ตลอดจนเวลาที่ใช้ในการวิ่ง จำนวนรอบ ไปจนถึงจำนวนก้าวได้ หรืออัตราการเต้นของหัวใจและวัดความดันโลหิตได้ด้วย สุขภาพมาพร้อมกับความสนุกค่ะ

-ประตูสู่โลกหลายจอ ผู้ใช้ นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) จะสามารถเข้าถึง และควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ จากข้อมือได้ เพียงแค่ออกคำสั่งว่า “OK Google” เพื่อเปิดเพลงที่ชื่นชอบบนมือถือ หรือเลือกดูหนังที่ต้องการบนทีวี และอื่นๆ อีกมากมาย สรุป มันก็คือ รีโมทสั่งด้วยเสียงสำหรับอุปกรณ์ฉลาด smart devices นั่นเอง

แนวคิดที่อยู่เบื้องหลัง นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) ก็คือ การทำให้ผู้ใช้ได้ทราบข้อมูลที่จำเป็น และเกี่ยวข้องกับตัวเองตลอดเวลารวมทั้งสอดส่องความปลอดภัยและเหตุการณ์ต่างๆ ในบ้าน ออฟฟิศ โดยโต้ตอบด้วยกิจกรรมต่างๆ กับข้อมูลที่ต้องการด้วยการสั่งด้วยเสียงของผู้ใช้ เพื่อให้เข้าใจการทำงานของอุปกรณ์สวมใส่สายพันธุ์ Android มากขึ้น เชื่อว่า มันจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของเราค่ะ

มาดูทางฝั่งของผู้ผลิตกันบ้าง นะคะ นอกจาก Google จะเริ่มผลิตอุปกรณ์ร่วมกับบริษัทไอทีชั้นนำแล้ว ทางบริษัทยังกำลังทำงานร่วมกับผู้ผลิตชิป และบริษัทแฟชั่น เพื่อทำสมาร์ทวอช หรือนาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch)อัจฉริยะ Android Wear ของ Google เองอีกด้วย ไม่ว่าจะเปิดตัวนาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) รุ่น G Watch หรือ  Moto Moto 360 smartwatch

อุปกรณ์สวมใส่เป็น แนวโน้มที่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีที่สำคัญ ทางด้าน Apple ก็มีข่าวว่า ซุ่มพัฒนาสมาร์ทวอชรุ่นใหม่ ๆเหมือนกัน แต่การมี นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) ของ Google น่าจะสร้างความสนใจให้กับผู้บริโภคทั่วโลกได้มากที่สุด เพราะเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่ไม่ได้มาเป็นแบรนด์เดียว แต่มีผู้สนับสนุนทางด้านฮาร์ดแวร์หลายเจ้าลงมาเล่นพร้อมๆ กัน  แรงกระเพื่อมครั้งนี้จะทำให้หมวดผลิตภัณฑ์สวมใส่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่าง แน่นอน

Cr.โลกวันนี้,ครอบครัวข่าว,Synergy | Twitter ,Asia21st ,

12 มิ.ย. 2558

เครื่องมือวัดบนสมาร์ทโฟน


 เครื่องมือวัดบนสมาร์ทโฟน

เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็ใช้สมาร์ทโฟน(Smartphone)ทำได้หมด  แค่หานู่นหานี่มาเติมนิดหน่อย เพิ่มการวัดอุณหภูมิ เพิ่มการวัดทิศทางและแรงลม เพิ่มเครื่องมือวัดแสง วัดการเต้นหัวใจ ตรวจสภาพแรงดันลมยางรถยนตร์ ฯลฯ ก็กลายเป็นเครื่องมือต่าง เช่น เครื่องอุตินิยมวิทยา เครื่องวัดความเข้มแสง  เครื่องมือวัดการเต้นหัวใจ (Medical Device)  เครื่องมือวัดขนาด (Vernier Caliper) เครื่องมือตรวจสภาพความเร็วลม (Anemometers) หรือตรวจสภาพยางรถยนตร์ ได้แล้ว

ทาง Sleipnir ถือเป็นอุปกรณ์คู่สมาร์ทโฟน(Smartphone) อีกชิ้นหนึ่ง Vaavud Sleipnir ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับความเร็วลม โดยมีช่วงการวัดความเร็วอยู่ที่ 2 ถึง 40 เมตรต่อวินาที และมีค่าความแม่นยำถึง +/- 4% แถมยังตรวจจับทิศทางลมได้อีกด้วย เชื่อว่าต้องถูกใจนักเล่นโดรนหลายคนไม่น้อย เพราะช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนจะปล่อยโดรน (Drone) ออกไปส่องอะไร นักปีนเขา นักดำน้ำ นักเล่นลมโต้คลื่น นักปั่นจักรยาน รวมถึงกิจกรรมหลายๆ อย่างที่ต้องอาศัยแรงลมเป็นปัจจัยหลัก

นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือวัดแรงดันลมยาง FOBO Tire คือเครื่องมือวัดแรง ดันลมยางบลูทูธ(Bluetooth) ตัวแรกของโลก ทำให้เราสามารถตรวจสอบลมยางได้ทันทีผ่านสมาร์ทโฟน(Smartphone)  เพียงแค่เปิดแอพฯเท่านั้น ไม่ต้องลงไปเสียบเครื่องมือวัดที่จุกยางให้ยุ่งยาก ช่วยให้มือไม่เลอะอีกต่างหาก สะดวกสุดๆ

FOBO Tire ประกอบไปด้วย เซนเซอร์ที่อยู่ในรูปของจุกปิดยาง, แอพฯ บนระบบ iOSและแอนดรอยด์ จอแสดงข้อมูลในรถยนต์ สำหรับใช้ในกรณีที่ลืมสมาร์ทโฟนหรือแบตเตอรี่หมด วิธีการตั้งค่าการใช้งานก็ง่ายมาก แค่นำเซนเซอร์ไปติดแทนจุกลมเดิม จากนั้นก็เปิดแอพฯขึ้นมา เชื่อมต่อกับเซนเซอร์ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย โดยบลูทูธที่ใช้จะเป็นเวอร์ชั่น 4.0 และใช้แบตเตอรี่แบบกระดุม ทำงานต่อเนื่องได้นานถึง 2 ปี

จุดเด่นอีกอย่างของ FOBO Tire ก็คือ สามารถใช้เชื่อมต่อรถยนต์ได้สูงสุดถึง 20 คัน แถมยังส่งข้อมูลไปให้เพื่อนสนิทได้อีก 100 คน โดยเซนเซอร์แต่ละตัวจะเชื่อมต่อกับบัญชีผู้ใช้ของ FOBO บนระบบ cloud ซึ่งตัวแอพฯเองยังมีระบบตรวจจับและรายงานทันทีเมื่อเซนเซอร์หายหรือถูกขโมย นอกจากนี้ยังสามารถแจ้งรอยแตกร้าวของตัวมันเองได้อีกด้วย

เดี่ยวนี้อะไร ๆ ก็ง่ายมาก ๆ  เพราะแค่มือถืออัจฉริยะอย่างสมาร์ทโฟน (Smartphone) แล้วต่อกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์เครื่องมือวัด เวอร์เนียร์ แล้วใช้แอปจากสมาร์ทโฟน(Smartphone) ทุกอย่างก็อยู่ในมือเรา



Cr.MThai, Asia21st

5 มิ.ย. 2558

เก็บตกงาน Google I/O 2015


Google I/O 2015

งาน Google I/O 2015 ปีนี้... ซี ฉัตรปวีณ์ ขอรายงานในแง่ "ผู้ใช้" เป็นหลักมีอะไรให้พอตื่นเต้นรอเล็งจะ "ใช้" จะ "สอย" ได้บ้างแต่ไร้แววอุปกรณ์ใหม่ให้เสียเงิน!!!เพราะงานนี้เค้าเน้น "ทางหาเงิน" ของคนทำแอพให้รวยขึ้นบนช่องทางของพี่ "กู๋" สารพัดแบบ


เริ่มจาก 8 หมัดแย็บ...ที่ผู้ใช้ไม่หงอยแน่!!!  จากงาน Google I/O 2015


1.google Photos แอพที่จัดการรูปถ่ายอันล้นเครื่องให้เก็บบนออนไลน์ไม่อั้นแถมแบ่งหมวดหมู่ ให้เราหาหน้าคน หาตามสถานที่ หรือ เวลาได้เหมือนเป็น "บ้านของภาพถ่ายเรา" ที่สำคัญ ฟรี!!! ทั้งไอโฟน และแอนดรอยด์ ??


2.Android Pay ระบบการจ่ายเงินประกอบการสแกนนิ้วมือ บนเครื่องแอนดรอยด์คล้ายของไอโฟน แต่ผู้บริการยืนยันเลยว่ามีอุปกรณ์ทั่วอเมริกาที่รองรับการใช้แล้วกว่า หลายแสนตัว!!! ขอแค่มือถือ Android มี NFC ?+App AndroidPay ก็ "โอเคนะคะ"


3.Android Wear แอพบนนาฬิกาแอนดรอยด์มีมากถึง 4,000 กว่าแอพ     แต่ที่คนโห คือการวาดแล้วขึ้นเป็นอิโมจิให้ส่งแถมย้ำว่าสิ้นปีมาอีกหลายยี่ห้อ ?


4.โปรเจกต์ Brillo สำหรับคนเขียนแอพ ที่เป็นภาษากลางให้มือถือคุยกับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น รองรับยุค IOT (Internet of Things)ในไม่ช้าเราจะซื้อแยกชิ้นให้มันคุยกันได้เหมือนมี "ระบบปฏิบัติการ" เดียวกันงั้นแหละ


5.การเตรียมเปิด Google Maps Offline โหลดแผนที่ที่จะไป มาใส่เครื่องก่อน ไม่มีเน็ตก็นำทางได้บอกทางได้ ละเอียดเหมือนมีเน็ต อันนี้สะดวกและมีประโยชน์มาก?


6.การจัดเรตติ้งแอพ และเนื้อหาเด็กด้วย "ดาวเขียว" บน google Play พ่อแม่โล่งใจลูกปลอดภัยใช้แอนดรอยด์แท็บเล็ตได้แค่ตั้งค่าการดาวน์โหลด


7.แว่นกระดาษสามมิติ Cardboard เป็นเสมือน กล้องจุลทรรศน์ ที่ขยายภาพและข้อความ รับจอมือถือที่ใหญ่ขึ้นยุคนี้ เสนอไอเดียให้โรงเรียนที่สนใจจะใช้มาลงทะเบียน เอาแว่นสามมิติใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน (Expedition)?


8.เมื่อแว่นกับจอยังขาดเนื้อหา เมือสวมแว่นสามมิติก็เหมือน กล้องจิ๋ว แล้วหมุนไปมาดูได้ไม่เยอะ เลยไปร่วมกับ Gopro ทำคอนเทนต์ 360 องศา แล้วจะเอาลง youtube ให้คนที่มีแว่น cardboard ส่องสนุกกันได้ตั้งแต่อาทิตย์ต้นเดือนมิถุนายน ??น่าเสียดายที่งานนี้ ไม่มีอุปกรณ์ใหม่มาเปิดตัว ไม่มีวี่แววแว่นตา google glass รุ่นใหม่ และมือถือประกอบเองได้อย่างที่คาดหวัง เน้นไปที่โปรแกรมและเนื้อหาจากจอที่ฉลาดมากขึ้นจนตอนนี้ จะเดาสิ่งที่เราอยากรู้ก่อนที่จะถามมันซะอีก ?


ส่วนหมัดฮุกเด็ด 1 อย่างของงาน Google I/O 2015 คือซีมองว่า การจัดงานครั้งนี้มีมากกว่า 3 บูธ ที่จัดโชว์เนื้อเรื่อง "การถ่ายทำแบบ 360 องศา" ทั้งบูธของ Cardboard เองหรือบูธ Project พิเศษที่เอาผู้กำกับขั้นเทพที่กำกับ Fast&Furios มาลองทำหนังแบบ VR (Virtual Reality)  หมุนจอ ส่ายจอซ้ายขวาตามดูตัวละครได้ต่างจากการดูหนังแช่ วางจอนิ่งกับที่เท่านั้น


นี่อาจเรียกได้ว่า "โปรดักชั่นไฮเทค" ในงาน Google I/O 2015  ยุคหน้าที่ตอนนี้ลองทำออกมาให้เห็นแต่การเปลี่ยนแปลงท่าจะปรับตัวกันอีกพอ ตัวแต่ท้าทายและน่าสนุกกับวงการหนัง วงการทีวีมาก โดยมีปัจจัยที่จะทำได้ต้อง


1.ผู้กำกับทำงานหนักมากแน่นอน กล้องมัดรวมอยู่ด้วยกันมากกว่า 3-4 ตัวทุกองศา การเขียนบทเพื่อถ่ายสาดในทุกมุมมอง แต่ในขณะเดียวกัน คนดูอินสุดๆ เหมือนดูหนัง ระแวดระวังไปกับตัวละคร เพราะหนังตัวอย่างที่คนเอามาโชว์คือหนังเอเลี่ยนบุกโลก
มาประชิดรอบตัวเราทุกมุม


2.กล้องชนิดพิเศษ และจอมอนิเตอร์พร้อมๆ กัน 4 ตัว หรือจะเป็นแบบ GoPro16 ตัว ที่มัดรวมกันมาก็ได้ถ่าย 360 องศา ได้เหมือนกัน


3.การเรียบเรียงตัดต่อ ว่ากันว่ายังใช้โปรแกรมธรรมดาแต่เชื่อง่ายไม่น่าเวียนหัวและท้าทายกับ Post-Production ทีเดียวเลยแหละ


4.ช่องทางการรับชม เร็วๆ นี้ youtube เตรียมอัพโหลดคอนเทนต์ 360 เพิ่มให้ได้รับชมผ่าน youtube ส่วนผู้ผลิตคลิปรออีกสักพักผลิตได้จะอัพได้ในไม่ช้า


ส่วนสำหรับผู้ชม มี 2 วิธีรับชม คือดูจากแอพ Spotlight Stories แล้วจะเข้าใจความสนุกของการส่ายจอหาตัวละครตอนดูหนัง หรือ รอดูเนื้อหาผ่านแว่นตา VR ในอนาคตกันใกล้บน youtube ได้จ้ะ  เก็บตกจากงาน Google I/O 2015


Cr.ไทยรัฐ

29 พ.ค. 2558

ต้นแบบมือถือ 4จี ค่าย‘ควอลคอมม์’

ต้นแบบมือถือ 4จี ค่าย‘ควอลคอมม์’
ต้นแบบมือถือ 4จี ค่าย‘ควอลคอมม์’


ควอลคอมม์’ โชว์ต้นแบบมือถือ 4จี
การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อก้าวไปสู่ 4จี ของบริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์อินคอร์ปอเรทเต็ด(Qualcomm) ผู้พัฒนาด้านเทคโนโลยีระบบ 3จี 4จี เทคโนโลยีด้านการสื่อสารไร้สายและหน่วยประมวลผล (ชิปเซ็ต)สเน็ปดราก้อนที่ใช้ในในอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ“


นายแมนทอช มัลโฮตร้า ประธานประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์อินคอร์ปอเรทเต็ด(Qualcomm) กล่าวว่า ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาก้าวไกลทำให้วันนี้โทรศัพท์มือถือเป็นเหมือน คอมพิวเตอร์พกพา โดยปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่ใช้หน่วยประมวลผลสเน็ปดราก้อนของควอลคอมม์ที่รองรับระบบ 3จี 4จี และใช้งานระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์แล้วกว่า 1 พันล้านชิ้น


ในปี พ.ศ. 2561 ทั่วโลกจะมีการเชื่อมต่อด้วยระบบ 3จีและ 4จี ผ่านอุปกรณ์สื่อสารมากถึง 5.2 พันล้านผู้ใช้งาน โดย 80% ของโทรศัพท์มือถือที่จำหน่ายทั่วโลกจะเป็นสมาร์ทโฟน (Smartphone)


ขณะ ที่คอนเท้นท์ที่มากับสมาร์ทโฟนกำลังพัฒนาให้สามารถเชื่อมต่อการทำงานเข้ากับ อุปกรณ์สื่อสารอื่น ๆ ได้ เช่น เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายในบ้าน ข้อมูลการดูแลสุขภาพ รถยนต์และอุปกรณ์พกพาอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ซึ่งนำไปสู่เรื่องของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเข้ากับทุกสิ่งหรือที่เรียก ว่า อินเทอร์เน็ตออฟ เอเวอรี่ธิงส์ (Internet of Everything (IoE)” นายแมนทอชกล่าว


วันนี้หน่วยประมวลผลสเน็ปดราก้อนของควอลคอมม์มีอยู่ในอุปกรณ์สื่อสารทั้งระดับราคาสูงและราคาถูก ซึ่งความหลากหลายของเทคโนโลยีที่ควอลคอมม์พัฒนาจะทำให้ผู้บริโภคทุกระดับมีโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี นอกจากนี้ควอลคอมม์ยัง ออกแบบโทรศัพท์มือถือเพื่อให้ผู้ผลิตรายเล็ก ๆ มาซื้อสิทธิ หรือไลเซ่นส์ (License) เพื่อนำไปผลิตและทำให้โทรศัพท์มือถือมีราคาถูก สามารถขายให้กับผู้มีรายได้น้อย  สามารถนำไปต่อยอดเป็น กล่องทีวีดิจิตอล กล่องแอนดรอย (Android TV Box) ซึ่งควอลคอมม์ใช้เงิน 20% ของรายได้ต่อปีในการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์


นายสุวิทย์ พฤกษ์วัฒนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจประจำประเทศไทย บริษัท ควอลคอมม์ฯ กล่าวถึงทิศทางเทคโนโลยี 4จี ในประเทศไทยว่า จากตัวเลขพบว่า เดือน ธ.ค. 2557 ประทศไทยมีโทรศัพท์มือถือที่รองรับการใช้งาน 4จี อยู่ 14.1% โดยเดือน เม.ย. 2558 เพิ่มเป็น 18% และคาดว่าในเดือน ธ.ค. 2558 จะมีโทรศัพท์มือถือที่รองรับการใช้งาน 4จี ในไทยมากถึง 30.7% จากการคาดการณ์ยอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือในไทย 16-18 ล้านเครื่องในปี 2558


สำหรับปัจจัยการเติบโตของโทรศัพท์มือถือที่รองรับ 4จี ในไทย เกิดจากผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ (Smartphone) เปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ๆโดยช่วงกลางปีนี้จะเริ่มเห็นโทรศัพท์มือถือรองรับ 4จี ที่มีราคาถูกวางจำหน่าย “ควอลคอมม์(Qualcomm)ทำต้นแบบโทรศัพท์มือถือที่รองรับการใช้งาน 4จี โดยใช้หน่วยประมวลผลควอลคอมม์เอ็ม เอสเอ็ม 8909 หน้าจอ 4.5 นิ้ว กล้องหลัง 5 เมกะพิกเซล กล้องหน้า 2 เมกะพิกเซลรองรับปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชั่นล่าสุด และใช้งานได้กับโครงข่าย 4จี แอลทีอี บนคลื่นความถี่ 2100/180 เมกะเฮิรตซ์ โดยราคาต้นทุนต่อเครื่องอยู่ที่ 60 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 2,000 บาท” นายสุวิทย์ กล่าว


แม้ราคาโทรศัพท์มือถือเครื่องต้นแบบที่รองรับ 4จี จะมีราคา 2,000 บาท แต่เมื่อผู้ผลิตนำไปผลิตจะบวกกำไรเข้าไปด้วยดังนั้นราคาขายจึงขึ้นอยู่กับ ผู้ผลิตว่าจะกำหนดราคาอยู่ที่เท่าไหร่ ขณะนี้มีผู้ผลิตจากประเทศจีนมาซื้อสิทธิเพื่อไปผลิตแล้วคาดจะวางจำหน่ายใน เดือน มิ.ย. นี้หรือช่วงกลางปี ส่วนประเทศไทยหากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอปเรเตอร์) จะนำเข้ามาจำหน่ายโดยติดต่อผ่านผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือจีนก็อาจได้เห็น โทรศัพท์มือถือที่รองรับ 4จีราคาถูก


การก้าวเข้าสู่เทคโนโลยี 4จี จะเร็วกว่าการเปลี่ยนผ่านจากช่วง 2จี สู่ 3จี และเรื่องของราคาก็จะถูกลงเร็วกว่า ส่วนการก้าวเข้าสู่ 4จี ของไทย จะคึกคักเกิดจากการประมูลคลื่นความถี่ 1800/900 เมกะเฮิรตซ์เพื่อรองรับการใช้งาน 4จี การจำหน่ายอุปกรณ์ที่รองรับ 4จี ในราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ และการที่โอปเรเตอร์ช่วยกันผลักดันเรื่องของ 4จี และนำเทคโนโลยีเข้าถึงผู้ใช้งานอย่างแพร่หลาย ใครมีงบน้อยอดใจรออีกนิดเดี๋ยวโทร ศัพท์มือถือที่รองรับ 4จี ในราคาย่อมเยาก็มา.

Cr.เดลินิวส์