แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ WiFi แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ WiFi แสดงบทความทั้งหมด

1 ก.ย. 2559

"3G & 4G " สังคมก้มหน้า



"3G & 4G "  จุดเปลี่ยนสังคมก้มหน้า

สังคม เมืองและสังคมชนบท จุดเปลี่ยนจากเดิมไปสู่ โซเชียวบนมือถือหรือสังคมก้มหน้า ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ หรือเฉพาะจังหวัดใหญ่ ๆ อีกต่อไปที่การใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ในประเทศไทยต่างเห็นประโยชน์ของการใช้สมาร์ทดี ไวซ์ (Smart Device) หลากหลายรูปแบบ และมีความต้องการซื้อสูง ไม่ว่าจะเป็นไวไฟพกพา ( Pocket WiFi ) เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์เข้าถึงอินเทอร์เน็ต

ประมูล 3G & 4G จุดเปลี่ยน

โทรศัพท์ มือถือระบบ 3G 4G เกิดขึ้นในปี 2555 และ 2559 ตามลำดับทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เพราะราคาการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตถูกลง ประกอบกับสมาร์ทดีไวซ์ (Smart Device)ขยับราคาลงมามาก จนในสิ้นปี 2556 ที่โครงข่ายครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ มีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือเพิ่มเป็น 93.1 ล้านเลขหมาย และมีผู้ใช้งาน 3G มากถึง 55.5 ล้านเลขหมาย

ล่าสุดในสิ้นปีที่ผ่านมา มีปัจจัยบวกเข้ามาทั้งจากราคาแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่ราคาเพียง 29 บาท/วัน และสมาร์ทดีไวซ์ (Smart Device) มีราคาเหลือ 1,000-2,000 บาท ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในประเทศไทยไปไกลถึง 96 ล้านเลขหมาย และมีคนใช้งาน 3G มากกว่า 77 ล้านเลขหมาย และกำลังแข่งกันก้าวสู้ 4G ในอีกเร็ว ๆ นี้

สังคมก้มหน้าจาก ปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดผู้ใช้ 3G และ 4G โตเร็ว คือเกิดการบอกต่อประโยชน์จากผู้ใช้คนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง ตัวอย่าง เช่น ลูกสอนแม่ให้ใช้ไลน์ (Line)เพื่อติดต่อสื่อสาร หรือใช้ยูทูบ (Youtube) รับสื่อบันเทิงรูปแบบต่าง ๆ พอใช้จริงก็เกิดประโยชน์อย่างชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์มือถือจากเดือนละ 500 บาท เหลือเพียง 200-300 บาท  เพราะพวกเขาเชื่อมต่อผ่าน ไวไฟพกพา (Pocket WiFi)ใช้ร่วมกันในบ้าน  เมือออกนอกบ้านก็มีไวไฟฟรีตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อใช้ไลน์ (Line)ในการโทรหากัน ส่วนเรื่องยูทูบ (Youtube)ก็ทำให้ดูหนังหรือฟังเพลงเมื่อไรก็ได้ จากเดิมที่ต้องเฝ้าดูรายการต่าง ๆผ่านโทรทัศน์เท่านั้น

พฤติกรรมภูธรสังคมก้มหน้า

"เอ็ม อินเตอร์แอคชั่น" ได้สำรวจผู้ที่ใช้สมาร์ทดีไวซ์น้อยกว่า 12 เดือน จำนวน 100 ตัวอย่าง ในภาคเหนือ, กลาง, ตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตกระจายอยู่ในทุกระดับรายได้ โดยเหตุผลที่ขยับเข้ามาใช้งาน จากเครื่อข่ายมือถือ 3G ครอบคลุมพื้นที่ สามารถรับข่าวสารได้รวดเร็วกว่าสื่อปกติ

แม้นไม่มีโทรศัพท์บ้านก็สามารถใช้ระบบ 3G และ 4G รองรับการเชื่อมต่อผ่าน ไวไฟพกพา (Pocket WiFi) ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเป็นการกดติดตามแฟนเพจบนเฟซบุ๊ก (Facebook), สามารถติดต่อสื่อสารกับคนในครอบครัวผ่านไลน์ (Line) โซเซียลมีเดียอื่น ๆ และประยุกต์ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กกับลักษณะงาน เช่น สร้างกลุ่มเพื่อติดต่อระหว่างคนในองค์กร

เมื่อเจาะไปที่การค้าขาย สินค้าผู้ใช้ในเฟซบุ๊ก (Facebook),อินสตาแกรม (Instagram) และไลน์ (Line)ในการซื้อขายสินค้า ใช้ตู้เอทีเอ็มเป็นช่องทางชำระผ่านการโอนเงิน ตั้งแต่ราคาสินค้า 500-2,000 บาทเท่านั้น ไม่มีการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ  หรือไลน์ (Line)ช็อปเหมือนในหัวเมืองใหญ่ เพราะยังมองว่าขั้นตอนในการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซค่อนข้างยุ่งยาก และการพูดคุยกับผู้ขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก่อนโอนเงินจากบัญชีธนาคารผ่านเอทีเอ็มนั้นง่าย และสะดวกมากกว่า แล้วการรับสินค้าง่ายดายจาก EMS ส่งตรงถึงบ้าน

ฟรีไวไฟ (Free WiFi) จุดพลุโมบายเน็ต

เมื่อ ผู้บริโภคใช้ชีวิตอยู่บนหน้าจอเกือบตลอดเวลา สังคมก้มหน้าทำให้สื่อดั้งเดิมเช่น หนังสือพิมพ์ และคลื่นวิทยุ แทบไม่มีการใช้งานในต่างจังหวัด เพราะสามารถเสพสื่อผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เร็วกว่าสื่อเดิม รวมถึงฟังเพลงผ่านยูทูบ (Youtube)แบบไม่มีโฆษณา และมีเสียง ดีเจ.คั่นเหมือนในวิทยุ ทำให้ธุรกิจเหล่านี้อยู่ยากขึ้น ที่สำคัญการขยายตัวของ "ฟรีไวไฟ (Free WiFi)" ตามร้านอาหารและร้านตัดผม ทำให้ผู้ใช้ในต่างจังหวัดใช้สมาร์ทดีไวซ์เพื่อเข้าถึงคอนเทนต์เหล่านี้ได้ เช่นกัน ซึ่งร้านค้าเหล่านี้ก็อาศัย "ฟรีไวไฟ (Free WiFi)" ปล่อยสัญญาณไวไฟผ่านไวไฟพกพา (Pocket WiFi) เป็นตัวดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการในร้าน

คนในต่างจังหวัดมองเรื่อง ค่าใช้จ่ายต้องมาก่อนดังนั้นอะไรที่ฟรีพวกเขาก็จะมองก่อน ซึ่งเมื่อเทียบความคุ้มค่าระหว่างสมาร์ทโฟนราคาหลักพันกับโทรทัศน์ และวิทยุที่รวมราคาก็พอ ๆ กัน เขาก็เลือกสมาร์ทโฟนก่อน เพราะซื้อครั้งเดียวทำได้ทุกอย่าง  ทำให้คนต่างจังหวัดอ่านหนังสือพิมพ์น้อยลง และแทบไม่ฟังวิทยุ ส่วนบริการที่กำลังบูมคือเรื่องดิจิทัลต่าง ๆ ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งจึงมีความสำคัญมากขึ้น


Cr.ประชาชาติธุรกิจ

7 ส.ค. 2559

ซีอีโอ กลุ่มจัสมิน




ยุคที่2 (พิชญ์)โพธารามิก ถึงเวลาขยายอาณาจักรกลุ่มจัสมิน นับเป็นลูกไม้ใต้ต้นอย่างแท้จริง สำหรับ "พิชญ์ โพธารามิก" ซีอีโอ"กลุ่มจัสมิน ที่มากกว่าคือเขาสามารถก่อร่างสร้างธุรกิจของตนเองขึ้นมาได้เองแต่แรก ตั้งแต่ช่วงตั้งไข่ธุรกิจดอตคอมในเมืองไทยในฐานะผู้สนับสนุนเงินทุนให้นัก พัฒนาเรียกว่าเป็น "วีซี" "ยุคแรก ๆ ก็น่าจะได้


รวมเข้ากับความ สนใจส่วนตัวด้านความบันเทิง ทั้งภาพยนตร์, ละคร, เพลง, เกม หรือแม้แต่สิ่งพิมพ์ ให้บริการเกม, ข่าว SMS, คอนเทนต์ต่าง ๆ บนมือถือ และเข้าไปซื้อเว็บไซต์เอ็มไทยดอทคอม เวลานั้น"ไม่มีใครคิดว่าจะเพิ่มมูลค่าเพิ่มได้

เมื่อต้องมารับช่วงกิจการต่อ ก็ไม่ทำให้ "ดร.อดิศัย โพธารามิก" ผู้พ่อผิดหวัง เขาไม่เพียงพลิกฟื้นธุรกิจจากบริษัทที่โดนฟ้องล้มละลายให้กลับสู่สนามแข่งขัน อย่างไม่น้อยหน้าใครกับธุรกิจบรอดแบนด์ภายใต้ชื่อ"3BB" ฟากคอนเทนต์ที่รักยังขยายไปใน "ดิจิทัลทีวี" และในปีเดียวช่องโมโนก้าวขึ้นสู่ 1 ใน 5 ช่องที่มีเรตติ้งสูงสุด

ไฟแนนเชียลเกมเป็นเครื่องมือในการจัดการได้หลายวิธี

- ขยายอาณาจักรไปสู่สิ่งใหม่ด้วย แม้นพลาดประมูล 4G

จริง ๆ เป็นสิ่งที่คุณพ่ออยากทำมาตั้งแต่สมัยก่อน เราเคยได้ไลเซนส์มือถือที่อินเดีย พอปี 1997 วิกฤตเศรษฐกิจ"ทุกอย่างก็ล้มไปหมด วันนี้เป็นสิ่งที่เรามาสานต่อ แต่ถ้าไม่ทำวันนี้โอกาสที่บรอดแบนด์จะมีปัญหาก็มี ถ้าต่อไปมี 5G ล่ะ คือคนจะหันมาใช้มือถือเยอะขึ้น บรอดแบนด์ก็ยังมีแต่อาจเริ่มนิ่ง การลุย 4G และ 5G อาจทำให้เราอยู่ในโพซิชันนิ่งที่ได้เปรียบ เพื่อรองรับเทคโนโลยีโมบายอินเตอร์เน็ต ที่สามารนำ ไวไฟพกพา (Pocket WiFi) รองรับ 4G มาเล่นเน็ต WiFi ได้ แม้นพลาด 4G แต่รอโอกาสประมูลครั้งหน้า

- มือถือลงทุนเยอะไม่ใหญ่จริงเหนื่อย

ไม่ เรียกว่าเหนื่อย กลยุทธ์ผม คือ
1.ประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจ
2.เน็ตเวิร์ก
3.อุปกรณ์หรือดีไวซ์ สมาร์ทโฟน"มีในไทย 30 ล้านเครื่อง

ที่เป็นไฮเอนด์รองรับ LTE อยู่แล้ว และต่ำหมื่นเริ่มเข้ามาเยอะ ยุคต่อไปของมือถือรุ่นใหม่จะเป็น LTE แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีคือไวไฟ เพื่อรองรับการใช้งาน ไวไฟพกพา(Pocket WiFi) ถ้าเป็นค่ายมือถืออย่างเดียวอาจไม่สนไวไฟมาก แต่ผมเป็นบรอดแบนด์ มีไวไฟอยู่แล้ว ทุกคน"ที่เชื่อมต่อเข้าสู่ไวไฟได้ถือเป็นลูกค้าเรา คำว่า ดีไวซ์ของผม ที่บอกมี 30 กว่าล้าน มือถือมี 15 ล้านที่เป็นโพสต์เพดจ่ายรายเดือน คนกลุ่มนี้ที่จะดึงมาเป็นลูกค้า เราบันเดิลหรือทำมัลติดีไวซ์ได้ เราก็ต้องมีกลยุทธ์ "มีแท็กติกในการเข้าสู่ตลาด

- ยากที่สุดคือไลเซนส์

คง แข่งขันกันพอสมควร มุมธุรกิจ"คอนเทนต์ เรามีช่องโมโน ทำดิจิทัลทีวี วันนี้อยู่ในอันดับ 5 โฆษณาเริ่มเยอะ ปีที่ผ่านมา เข้ามา 50 กว่าล้านบาทแล้ว เต็มสลอต 18 ชั่วโมงจากเป้าเดือนละ 100 ล้านบาท ทำให้ปรับราคาขึ้นจาก 5 พัน เป็น 8 พัน และขยับมาหมื่นสอง หมื่นห้า"และสองหมื่น ชนะช่อง 5 และ 9 เราซื้อหนังและซีรีส์เยอะที่สุดในประเทศจากสตูดิโอใหญ่ทุกราย ซื้อเป็นออลไรต์ใช้ได้ทุกอย่าง เมื่อมี 4G 5G ก็ง่ายเลย มีดูหนัง ดอตคอมอยู่แล้วในอินเทอร์เน็ต ลูกเล่นตรงนี้เอามาใช้ประโยชน์บน 4G ได้

- จบการเงินเข้าสู่ธุรกิจคอนเทนต์ได้ยัง

มีพรรคพวกมาชวน ทำตั้งแต่ 15-16 ปีที่แล้ว เริ่มจากทำละครให้ช่อง 7 ก็เจ๊งนะ ละครชื่อสื่อรักภาษาใจเรื่องแรก กับช่อง 3 ก็เคย หนังทำเจ๊งมาไม่รู้กี่เรื่อง จากวันนั้น"ทำให้มีพื้นฐานด้านนี้ เป็นที่มาของช่องโมโนที่โฟกัสเป็นช่องหนังกับซีรีส์ ค่อย ๆ ทำของเราไปเอง ตอนนั้นผมยังไม่ได้เข้ามาในกลุ่มจัสมิน คุณพ่อออกไปทำงานการเมืองแล้วให้มืออาชีพมาทำต่อ ผมเลยไปทำอะไรของตัวเอง กอสซิปสตาร์ มีรุ่นน้องมาเสนอ ก็ลองทำ พิมพ์ครั้งแรก 5 พันเล่ม ปีเดียวเพิ่มมาพิมพ์เกือบสองแสนเล่ม เพิ่มทุกเดือน เป็นหนังสือเล่มเดียวที่กำไรจากการขาย เพราะตั้งราคาสูงและยอดขายเยอะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้วนะ"ต่อมาก็ซื้อเว็บไซต์เอ็มไทย คือฝั่งหนึ่งอยู่ด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ อีกฝั่งเรื่องไอที

- สร้างธุรกิจเอง

ตอน นั้นคุณพ่อยุ่งเรื่องการเมือง แต่ก็คอยแนะนำว่า ให้ไปหัดทำอะไรเอง ไปเกาหลี ไปญี่ปุ่น ไปเจอ KT ไปเจอซอฟต์แบงก์"ถึงบอกว่าเรื่องพวกนี้อยู่ในหัวอยู่แล้ว ธุรกิจคอนเทนต์ รู้ว่าทำยังไง

2 ปีที่แล้วมีประมูลทีวี โมโนเพิ่งเข้าตลาดเลยมีเงินทำให้เข้าประมูลด้วย แต่สุดท้ายแล้วเรื่องไฟแนนเชียลสำคัญ "คนอื่นอาจสะบักสะบอม แต่เราสบาย เพราะเงินมีอยู่แล้ว 7 หมื่นล้าน คือ"ถ้าเจาะถูกจุด เงินจะไหลมาเอง ถึงได้มีการปรับราคาโฆษณาขึ้น ฐานลูกค้าเว็บกับทีวีคนละกลุ่ม ลูกค้าหลัก"ของโมโน 29 อายุ 40 อัพ ซึ่งก็ดี โฆษณาชอบ ขณะที่เด็กยุคใหม่ไปอยู่กับอินเทอร์เน็ต


- พนักงานทั้งหมด

จัส มิน 6,000 กว่า โมโนพันคน มีสิ่งพิมพ์ 10 กว่าหัว ไบโอสโคปเรื่องหนัง, กอสซิปสตาร์ เป็นต้น เราไม่ได้ทางเดียว แต่จะต่อยอดไปหลายทางทั้งเว็บ สิ่งพิมพ์ ต้องคิดให้ครบทุกด้าน


Cr.ประชาชาติธุรกิจ
     

4 ส.ค. 2559

กล้องวงจรปิดยุคใหม่


     
       กล้องวงจรปิดหรือที่เราคุ้นกันในชื่อของ CCTV นั้น ความเข้าใจส่วนใหญ่ หรือแม้แต่ฟังก์ชันหลักๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้งานทางด้านความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ด้วยความคมชัดและซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย ทำให้การติดกล้องวงจรปิดในปัจจุบันไม่ใช่แค่การรักษาความปลอดภัยอีกต่อไป เพราะกล้องวงจรปิดบางชนิด สามารถนำมาใช้ในการช่วยวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจได้ และน่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ของกล้องวงจรปิดนับจากนี้
     
       ด้วยเทคโลยีใหม่ที่จะมาเปลี่ยนโฉมหน้าและการทำงานนี่เอง ทำให้มีคาดการณ์กันว่าปี 2018 ส่วนแบ่งในตลาดกล้องแบบอนาล็อกจะเหลือไม่ถึง 10% ของตลาดรวม จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งอยู่ที่ประมาณ 50% โดยกล้องแบบไอพีเน็ตเวิร์ก หรือที่เรียกว่า กล้อง IP Camera (IP Camera) ที่บรรจุเทคโนโลยีทันสมัยจะเริ่มเข้ามากลืนกินพื้นที่ตั้งแต่ปี 2016 นี้เป็นต้นไป ซึ่งสาเหตุของการเสื่อมสลายของกล้องแบบอนาล็อกนอกเหนือจากการไม่สามารถเพิ่ม หน้าที่ใดๆ ให้แล้ว ปัจจุบันยังเริ่มขาดแคลนอะไหล่อีกด้วย
     
       กล้องวงจรปิดแบบไอพีเน็ตเวิร์ก หรือ กล้อง IP Camera (IP Camera) นอกจากจะให้ประสิทธิภาพในหลายๆ ด้านที่น่าพึงพอใจมากกว่าแล้ว ยังสามารถลดขนาดพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลด้วยซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยได้อีก อย่างล่าสุดแบรนด์แอ็กซิสได้นำเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า “ชิปสตรีม” เข้ามาเพิ่มความจุในการจัดเก็บข้อมูล วิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณกล้องตรวจการณ์แบบวิดีโอ เน็ตเวิร์กแบบเรียลไทม์ และยังสามารถเพิ่มความชาญฉลาดให้กับตัวกล้องได้อีก
     
       ***กล้องวงจรปิดยุคใหม่ไม่ใช่แค่กล้องกับที่เก็บข้อมูล
     
       ชิปสตรีมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดพื้นที่จัดเก็บ แต่สำหรับการทำงานของกล้องวงจรปิดยุค ใหม่ยังต้องประกอบด้วยการทำงานของเครือข่ายที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ และยังต้องสามารถเก็บข้อมูลได้อย่างละเอียดเพื่อส่งไปทำการวิเคราะห์ได้ อย่างแม่นยำ และนำผลที่ได้มาตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน เฮลท์แคร์ การผลิต สนามบิน หรือแม้แต่ภาคการศึกษา  กล้องที่รองรับพวกนี้ เช่น กล้อง WIFI หรือที่เรียกกันคุ้นปากว่า กล้อง IP (IP Camera) ฯลฯ
     
       ธงชัย วัฒนโสภณวงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน แอ็กซิส กล่าวว่า การนำเสนอโซลูชันตัวใหม่นี้นอกจากจะช่วยลดการใช้แบนด์วิธและพื้นที่การจัด เก็บข้อมูลให้กับกล้องและบีบอัดสัญญาณได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยในการวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณได้อีก โดยฉากที่มีรายละเอียดที่น่าสนใจจะได้รับการบันทึกไว้ด้วยความคมชัดสูงสุด ความละเอียดมากที่สุด ส่วนพื้นที่อื่นๆ จะถูกคัดกรองออก ซึ่งจะทำให้การทำงานสอดส่องดูแลมีประสิทธิภาพมากที่สุด และสอดคล้องกับความต้องการใช้งานมากที่สุด
     
       ด้วยความสามารถที่เพิ่มขึ้น ในอุตสาหกรรมออยแอนด์แก๊ส ยังใช้กล้องวงจรปิดใน การรักษาความปลอดภัยสำหรับพื้นที่ต้องห้าม ด้วยการใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการวิเคราะห์และควบคุมพื้นที่ในเขตอันตรายต่างๆ ซึ่งหากมีเหตุเกิดขึ้นกล้องจะสามารถส่งสัญญาณมาที่ฝ่ายควบคุมได้ทันที
     
       นอกจากนี้ทางด้านความปลอดภัยนั้น กล้องยังสามารถให้ข้อมูลด้านนิติวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยยับยั้งหรือชะลอเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือแม้แต่การใส่เทคโนโลยีเชิงลึก ที่จะแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อมีการรุกล้ำระดับความปลอดภัยที่ตั้งไว้ สำหรับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ที่ต้องการดูแลในระดับสูงสุด
     
       ทั้งนี้การทำธุรกิจในตลาดกล้องวงจรปิดนับ จากนี้ แอ็กซิสมองทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์ม เช่น กล้อง ชิป รวมไปถึงตัวซอฟต์แวร์ที่เอามาใช้งานบนตัวกล้อง ซึ่งต้องเป็นภาพที่ใช้งานได้จริงอยู่ในแพลตฟอร์มที่เปิดกว้าง เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้เป็นอย่างดี โดยได้ร่วมกันพัฒนากับพาร์ทเนอร์ 65,000 ราย เพื่อนำเสนอแอปพลิเคชันที่พร้อมใช้งาน เพื่อตอบสนองกับการใช้งานในหน้าที่ใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมไปถึงการเน้นในเรื่องของคุณภาพตัวกล้องก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มักจะติดตั้งอยู่ในที่ซึ่งซ่อมบำรุงได้ยาก
     
       ***วิเคราะห์ด้านการตลาดลูกเล่นใหม่
     
       ด้านนายฮิโรอากิ ซากะโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทพานาโซนิค ซิสเต็มโซลูชั่น เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า ปลายปีที่ผ่านมาตลาดกล้องวงจรปิดค่อน ข้างซบเซา และเพิ่งจะเริ่มดีขึ้นในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยธุรกิจกล้องซีซีทีวีของพานาโซนิคก็มีอัตราการเติบโตสูงถึง 40% ในไตรมาสที่ผ่านมา ประกอบกับความต้องการใช้งานกล้องวงจรปิดในปัจจุบันนั้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะการใช้งานด้านความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานด้านการตลาดที่สามารถนำมาใช้วิเคราะห์ถึงความสนใจของ ลูกค้าในพื้นที่นั้นๆได้ ดังนั้นด้วยความพร้อมทางด้านผลิตภัณฑ์ของพานาโซนิคที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยี เอง และมีพาร์ทเนอร์ที่มีความพร้อม จึงสามารถสร้างสรรค์การใช้งานของกล้องวงจรปิดให้สามารถตอบสนองกับธุรกิจ ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และมีโซลูชันที่เพรียบพร้อมเพื่อให้สามารถนำไปสู่การใช้งานในรูปแบบของการ วิเคราะห์ได้มากขึ้น
     
       ในส่วนธุรกิจรีเทล การใช้กล้องวงจรปิดความ คมชัดสูง สามารถบอกเจ้าของธุรกิจได้ว่าสินค้าในหมวดหมู่ไหนที่กำลังจะหมด หรือสินค้าประเภทใดได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก ก็จะสามารถใส่เติมเข้าไปได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที นอกจากนี้ยังช่วยในการวิเคราะห์ได้ว่าหากต้องการจะจัดโปรโมชันจะใช้พื้นที่ ส่วนไหนจึงจะได้รับความสนใจจากลูกค้ามากที่สุด หรือ แม้แต่การจัดพื้นที่สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่จะเลือกได้อย่างเหมาะสมได้มากขึ้น และสามารถรับรู้การตอบรับของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จากเดิมที่ต้องมานั่งรอการรวมรวมข้อมูลช่วงปลายเดือนเพื่อ ทำการวิเคราะห์ แล้วค่อยมาทำการปรับให้สอดคล้องกับพฤติกรรมเหล่านั้น ซึ่งอาจเกิดความล้มเหลวมากกว่าการนำข้อมูลที่ได้วันนี้มาปรับเปลี่ยนให้ เหมาะสมได้ในวันรุ่งขึ้น
     
       หรือแม้แต่ในที่จอดรถของห้างสรรพสินค้าก็สามารถนำกล้องวงจรปิดเข้า ไปช่วยควบคุมปริมาณการจราจรได้ เพราะกล้องเหล่านี้จะมีความสามารถในการตรวจนับว่ามีรถทั้งหมดกี่คัน เหลือช่องจอดอีกกี่คันในชั้นไหนบ้าง เพื่อให้ผู้ดูแลควบคุมอาคารสามารถจัดการจราจรให้เป็นไปอย่างสะดวกสบาย และรวดเร็วตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยนี้นอกจากจะทำให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าไปได้อย่าง รวดเร็ว ช่วยให้คนที่เข้ามาใช้บริการรู้สึกดีจนกลายเป็นแบรนด์รอยัลตี้ได้แบบไม่รู้ ตัวแล้ว ส่วนตัวเจ้าของธุรกิจเองยังสามารถควบคุมต้นทุนต่างๆ ได้ดีขึ้นอีก
     
       ***เทคโนโลยีใหม่ใส่ซอฟต์แวร์เพิ่มความฉลาด
     
       กล้องวงจรปิดที่ ทันสมัยแบบเดิมนั้น ด้วยความฉลาดที่เราเรียนรู้กันนั้นเพียงแค่กล้องๆ หนึ่งสามารถหันหน้าไปตามผู้ต้องสงสัยได้ และเมื่อพ้นรัศมีก็จะจะส่งต่อไปให้กล้องอีกตัวหนึ่งทำหน้าที่ต่อ ก็ถือได้ว่ามีความสามารถที่เพียงพอแล้ว แต่ด้วยการพัฒนาที่ก้าวไปอีกขั้นทำให้กล้องวงจรปิดเหล่านี้ทำหน้าที่ได้โดด เด่นกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นการใส่ฟังก์ชันอย่างการวิเคราะห์ภาพในส่วนของการนับคนเข้าออก การวิเคราะห์ภาพในเรื่องของความหนาแน่นของคนในภาพ อย่างเช่น บริเวณที่มีคนหนาแน่นก็จะปรากฏเป็นสีแดง บริเวณคนน้อยจะเป็นสีฟ้า เป็นต้น
     
       ทั้งนี้ในยุคก่อนหน้าที่เทคโนโลยีความคมชัดอย่าง HD เริ่มเข้ามาในตลาดกล้องวงจรปิด ก็เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ดีแล้ว แต่ในปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีความคมชัดระดับ 4K ลงตลาด ดูเหมือนกล้องแบบ Full HD ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดไม่นานก็ดูเหมือนจะล้าสมัยลงไป เพราะเทคโนโลยี 4K นั้น ช่วยให้กล้อง 1 ตัว สามาถใช้แทนกล้อง Full HD ได้ถึง 4 ตัว และแทนกล้องแบบ HD เดิมๆ ได้ถึง 9 ตัวเลยทีเดียว
     
       นอกจากการทดแทนในเรื่องของปริมาณแล้ว กล้องวงจรปิดแบบ เทคโนโลยีใหม่นี้ ยังให้ความคมชัดที่มากกว่า และให้การครอบคลุมพื้นที่ที่มากกว่า สามารถนำภาพที่ได้มาวิเคราะห์ได้แบบชัดเจน ไม่คลุมเคลือเหมือนกล้องแบบเดิม โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัยแล้วถือว่าสามารถตอบสนองในการหาตัวคนร้ายได้ อย่างชัดเจนเลยทีเดียว
     
       กล้องวงจรปิดนับ จากนี้จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานไปตามเทคโนโลยียุคใหม่ ซึ่งต่อไปกล้อง 1 ตัวที่จะมีส่วนประกอบภายในมากมาย ที่นอกจากจะบันทึกข้อมูลภาพและวิดีโอได้แล้ว อาจจะสามารถวิเคราะห์ได้ถึงพฤติกรรมของคนๆ หนึ่งด้วยการประมวลผลในเวลาสั้นๆ และสามารถส่งข้อมูลเหล่านั้นไปให้กับผู้ควบคุมเพื่อให้สามารถป้องกันเหตุที่ จะเกิดขึ้นได้อย่างทันที หรือแม้แต่การใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดยุคใหม่ที่จะนำมาใช้ในการสอดส่อง พฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้า และช่วยให้เจ้าของรีเทลนั้นๆ สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อนำสิ่งที่ได้มาสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า อันจะส่งผลต่อการซื้อครั้งต่อไปได้ไม่ยาก และก็จะไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือจับโจรในห้างเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

Cr.ผู้จัดการ

20 เม.ย. 2559

Zigbee กับ นวัตกรรม IoT

 

Zigbee กับ นวัตกรรม IoT สื่อสารไร้สาย 2.4GHz

LG ได้ประกาศที่จะนำ SmartThinQ ซึ่งเป็น hub สำหรับเชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟน เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และ โทรทัศน์ เป็นต้น ตัว hub นี้จะเปิดการทำงานของ alljoyn hub ซึ่งเป็นรูปแบบการเชื่มอต่อ
สิ่งของ เครื่องใช้ภายในบ้าน IOT (internet of things) ผ่านทางสัญญาณ Zigbee,WiFi
และ Bluetooth (ระบบสื่อสารไร้สาย 2.4GHz)

SmartThinQ บนสมาร์ทโฟน แสดงผลบนหน้าจอผ่านทางโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ใช้สามารถออกคำสั่งผ่านทางลำโพงได้ อีกทั้งยังสามาถเล่นเพลงผ่านทางสถานีวิทยุ iHeartRadio ได้ฟรี หรือ สตรีมเพลง ผ่านทาง Bluetooth ด้วยโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตของผู้ใช้งาน และยังสามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ เช่น หาร้านอาหาร หรือผลการแข่งขันกีฬาได้ ทั้งหมดนี้สามารถควบคุมผ่านโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ได้ ด้วยเซ็นเซอร์ SmartThinQ ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ SmartThinQ ของ LG จะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าธรรมดากลายเป็น อุปกรณ์อัจฉริยะดังคำว่า Smart ได้เลย

โจ เซียง-จิน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และ โซลูชั่นเครื่องปรับอากาศ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัดอธิบายเพิ่มเติมว่า การก้าวไปสู่ "สมาร์ทโฮม" หรือ IoT (Internet of Things) เป็นการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ให้เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
และ ควบคุมผ่าน โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ภายใต้แพลตฟอร์มชื่อว่า LG SmartThinQ Hub

LG SmartThinQ Hub ซึ่งเป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน และ โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน รองรับการมอนิเตอร์และการควบคุมเครื่องซักผ้า ตู้เย็น เตาอบ เครื่องดูดฝุ่น เครื่องปรับอากาศ และอยู่ระหว่างพัฒนาให้รองรับกับโทรทัศน์ด้วย คาดว่าจะได้เห็นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งปัจจุบันเป็นการเชื่อมต่อผ่าน Zigbee,Pocket WiFi และ Bluetooth (ระบบสื่อสารไร้สาย 2.4GHz) แอลจี สมาร์ทธิงค์ ฮับ จะช่วยให้เทคโนโลยีของสมาร์ทโฮมสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ง่ายขึ้น และยังนำมาซึ่งข้อดีหลายประการที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้ สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าเทรนด์ของ IoT จะเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจจากหลายค่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งต่างพากันพัฒนาแพลตฟอร์มของตนให้รองรับกับเทคโนโลยี ดังกล่าว แต่สำหรับเมืองไทย นายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี ประเทศไทย จำกัด ให้ความเห็นว่า ยังเร็วไปสำหรับการทำตลาด เนื่องจากต้องสร้างการรับรู้เทคโนโลยีดังกล่าวอีกสักระยะ

ช่วงที่นำ เทคโนโลยีของสมาร์ททีวีเข้ามา ก็ใช้เวลาสร้างตลาดอยู่พอสมควร แต่เราก็มีแผนจะทดลองนำ Smart Laundry (เครื่องซักผ้า) ซึ่งยังไม่ถึงกับเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า IoT เต็มรูปแบบ เข้ามาเปิดตัวเพื่อดูผลตอบรับของตลาดก่อน กำลังพิจารณาว่า จะเข้ามาปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าโฟกัส กลุ่มพรีเมี่ยม เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวใช้การลงทุนสูงจากบริการด้านต่าง ๆ ที่จะตามมาหลายรายการ คงต้องจับตาดูว่าการหันมาเจาะกลุ่มสินค้าไฮเอนด์จะเป็นหัวหอกทะลวงเศรษฐกิจ ที่ผันผวนทั่วโลกและขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ ส่งผลอย่างที่ แอลจี ต้องการได้หรือไม่

Cr.ข่าวประชาติธุรกิจ

24 พ.ย. 2558

วีดีโอสตรีมมิ่งบนWiFi


วีดีโอสตรีมมิ่งบนWiFi
"วิดีโอสตรีมมิ่ง" (วิดีโอออนดีมานด์) เป็นการนำข้อมูลในรูปแบบของภาพและเสียงส่งผ่านทางอินเทอร์เน็ตในระบบเครื่อ ข่ายไวไฟ(WiFi)หรือ 4G กลายเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์มากกว่า เพราะไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา แต่จะดูที่ไหน เมื่อไรก็ได้

จากรายงาน การศึกษาประจำปีฉบับล่าสุด Ericsson ConsumerLab TV & Media Report 2015 ที่ศึกษาพฤติกรรม และสัมภาษณ์ผู้บริโภคกว่า 22,500 คน ใน 20 ประเทศ ระบุว่า 1 ใน 3 (35%) ของการรับชมทีวีทั่วโลกเป็นระบบวีดีโอสตรีมมิ่งบนWiFi เพราะเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา และการรับชมวิดีโอบนสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นถึง 71% ตั้งแต่ปี 2012 โดยเกือบ 2 ใน 3 ของเวลาทั้งหมดที่วัยรุ่นรับชมทีวีและวิดีโอจะชมผ่านอุปกรณ์โมบายต่าง ๆ

"บัญญัติ เกิดนิยม" ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท อีริคสัน ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า กระแสการรับชมรายการต่าง ๆ ของผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้ว โดยมีสมาร์ทดีไวซ์ที่ราคาลดลงเป็นตัวแปรหลักที่มาพร้อมกับความเร็ว และความครอบคลุมของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทำให้ผู้บริโภคเป็นผู้เลือกรายการต่าง ๆ ที่ชื่นชอบด้วยตนเอง และยอมจ่ายเงินเพื่อรายการที่มีคุณภาพ แตกต่างจากในอดีตที่มองว่าเป็น "ของฟรี" ทำให้มีผู้ให้บริการวีดีโอสตรีมมิ่งบนWiFi เกิดขึ้นจำนวนมาก

การ เติบโตของวีดีโอสตรีมมิ่งบนWiFi อ้างอิงจากพฤติกรรมการรับชมรายการผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่กินเวลา 30 ชั่วโมง/สัปดาห์ โดยดูหนังซีรีส์รายการต่าง ๆ และหนังแบบออนดีมานด์ทางทีวีสูงกว่า 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากปี 2011 ที่อยู่ที่ 2.9 ชั่วโมง และเป็นการรับชมซีรีส์และภาพยนตร์เป็นหลัก รองลงมาเป็นการรับชมช่องโทรทัศน์ปกติในรูปแบบออนไลน์

นอกจากนี้ การที่ผู้บริโภคมีระบบ 4G ทำให้มีทางเลือกในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมากขึ้น เพราะการรับชมวีดีโอสตรีมมิ่งบนWiFi จะทำผ่านตัวรับสัญญาณ WiFi ที่ส่งมาจากอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูง โดยกว่า 50% ของผู้บริโภคต่างดูวิดีโอออนดีมานด์ผ่านระบบวีดีโอสตรีมมิ่งบนWiFi อย่างน้อยวันละครั้ง เพิ่มจากปี 2012 ซึ่งมีเพียง 30%

กลุ่มวัยรุ่น (อายุ 16-34 ปี) จะดูทีวีส่วนใหญ่บนสมาร์ทโฟน แล็ปทอป หรือแท็บเลต คิดเป็นประมาณ 53% ของเวลาการดูทีวีและวิดีโอทั้งหมด ซึ่งจำนวนผู้บริโภคที่ดูวิดีโอบนสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นถึง 71% และสูงขึ้นเป็น 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เมื่อเทียบกับปี 2012 ก็จะดูวีดีโอสตรีมมิ่งบนWiFi เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ประเทศที่มี 4G แล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ และเกาหลีใต้ ต่างมีการใช้ดาต้าเติบโต 2.5-4 เท่า เมื่อเทียบกับตอนที่ให้บริการ 3G เพราะเมื่อความเร็วอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคจะกล้าตัดสินใจที่จะนำสัญญาณอินเทอร์เน็ตมารับชมวีดีโอสตรีมมิ่ง บนWiFi มากขึ้นจากเดิมที่กลัวว่าจะดูได้ไม่ต่อเนื่อง และเสี่ยงต่อความเร็วที่จะลดลงอย่างมาก โดยในสหรัฐอเมริกามีการรับชมสตรีมมิ่งผ่านสัญญาณโทรศัพท์มือถือสูงถึง 29% ปัจจัยนี้เองทำให้มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2563 การใช้โมบายดาต้าเพื่อรับชมวีดีโอสตรีมมิ่งบนWiFiจะสูงถึง 60% ของโครงข่ายโทรศัพท์มือถือทั้งหมด หรือเติบโต 13 เท่าตัว

ในทางกลับ กัน การรับชมรายการผ่านโทรทัศน์จะหดตัวลงอย่างช้า ๆ จนในปี 2563 ลงมาเท่ากับการรับชม "วิดีโอสตรีมมิ่งบน WiFi" โดยเหลือเพียงคนอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือคนที่อยู่นอกเขตเมือง ส่วนคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นจะให้ความสำคัญกับการรับชมแบบวีดีโอสตรีมมิ่ง บนWiFiมากกว่า รองลงมาเป็นการรับชมคอนเทนต์ละเมิดลิขสิทธิ์และการรับชมอะไรก็ตามผ่านยู ทูบ(Youtube) ทำให้การรับชมโทรทัศน์ยุคก่อนที่ประกอบด้วยฟรีทีวี ระบบการอัดรายการและเพย์ทีวีต่างต้องปรับตัวเพื่อสร้างความแตกต่างไป จากบริการวีดีโอสตรีมมิ่งบนWiFiและดูผ่านยูทูบ(Youtube)ให้ได้

"ตอน นี้การรับชมแบบวิดีโอสตรีมมิ่งบน WiFi เริ่มเหนือกว่าช่องทางปกติเพราะเริ่มใช้โมเดลเอ็กซ์คลูซีฟในการให้รับชมซี รีส์หรือภาพยนตร์ก่อนที่จะเข้าไปฉายในช่องปกติเสียอีก จากที่อีริคสันเข้าไปสำรวจผู้บริโภคกว่า 20,000 คน ใน 40 ประเทศ พบว่ามีเพียง 5% เท่านั้นที่ไม่เคยรับชมบริการสตรีมมิ่ง และกว่า 87% ของผู้ใช้งานเข้าใช้วิดีโอสตรีมมิ่งบน WiFi สัปดาห์ละครั้ง และมีถึง 50% ที่เข้าใช้งานวิดีโอสตรีมมิ่งบน WiFi เป็นประจำทุกวันเพื่อรับชมรายการต่าง ๆ ที่ตนเองชื่นชอบ"

สำหรับในประเทศไทย การรับชมสตรีมมิ่งกำลังเติบโตขึ้นเช่นกัน สังเกตจากผู้ให้บริการประเภทนี้เข้ามาทำตลาดมากกว่า 5 ราย นอกจากนี้ สังคมเมือง หรือการใช้ชีวิตแบบคนเมือง เริ่มกระจายเข้าสู่จังหวัดต่าง ๆ นอกจากนี้การใช้โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เชื่อมต่อผ่านUSB WiFi ทำได้ง่ายขึ้นและความเร็วไวไฟก็เร็วมากขึ้น ทำให้ตรงกับสมมุติฐานที่ตั้งไว้ แต่ด้วยปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ ทำให้ราคาค่าบริการสตรีมมิ่งในประเทศไทยยังอยู่ในอัตราที่ต่ำเพื่อกระตุ้น การรับชม แตกต่างจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีการใช้จ่ายเกี่ยวกับเรื่องนี้สูงถึง 100 เหรียญสหรัฐ/เดือน (ราว 3,600 บาท)

Cr.ประชาชาติ

18 พ.ย. 2558

เทคโนโลยีใหม่ MU-MIMO


เทคโนโลยีใหม่ MU-MIMO
เทคโนโลยีไวไฟ(WiFi) ที่เราใช้มาตลอดในปัจจุบันเราเรียกว่า SU-MIMO (single-user multiple-input and multiple-output) คือในช่วงเวลาหนึ่ง ตัวเราเตอร์ (Router)จะสามารถรับ-ส่งข้อมูลกับอุปกรณ์ตัวรับสัญญาณ WiFi ได้แค่ 1 ตัวเท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ตัวรับสัญญาณ WiFi หลายๆ ตัว ตัวเราเตอร์ (Router)ก็จะส่งสัญญาณสลับไปสลับมาอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ใช่ส่งพร้อมกันทุกๆ อุปกรณ์ ทำให้เมื่อมีอุปกรณ์มาก ตัวเราเตอร์ (Router)หมุนไปคุยกับทุกคนไม่ทัน ก็ทำให้เกิดอาการเน็ตสะดุดขึ้น จึงมีการพัฒนาเป็นเทคโนโลยีใหม่ MU-MIMO

ในวงการไวไฟ(WiFi) เริ่มมีเทคโนโลยีใหม่ MU-MIMO เข้ามา แต่ก่อนเราเริ่มต้นใช้เทคโนโลยี MIMO (multiple-input and multiple-output) กันมาตั้งแต่ปี 2007 แล้วนะครับ ตั้งแต่มาตรฐาน 802.11n ที่เริ่มใช้เทคโนโลยีใหม่ MU-MIMO นี้ ทำให้ ตัวเราเตอร์ (Router)มีเสาอากาศหลายต้นเพื่อส่งสัญญาณพร้อมกันหลายคลื่น และเครื่องรับก็รับพร้อมกันหลายคลื่น ให้ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น

เทคโนโลยีใหม่ MU-MIMO นี้เราก็จะเห็นเลขอย่าง 1×1, 2×2 หรือ 3×3 อยู่ในสเปกของอุปกรณ์ตัวรับสัญญาณ WiFi ที่รับคลื่น เช่นเราใช้ ตัวเราเตอร์ (Router) ที่รองรับการส่งสัญญาณ 3 สตรีม และใช้อุปกรณ์ที่รองรับ 3×3 ด้วย ความเร็วที่ได้ก็จะสูงสุดตามที่ ตัวเราเตอร์ (Router)ทำได้ครับ แต่ส่วนใหญ่พวกสมาร์ทโฟนก็จะเป็นแบบ 1×1 ทั้งนั้นเพราะมีพื้นที่ในเครื่องน้อย

เทคโนโลยีใหม่ MU-MIMO มีข้อดี/ข้อด้อยอย่างไร

เทคโนโลยี ใหม่ MU-MIMO (multi-user multiple-input and multiple-output) นั้นแก้ไขข้อจำกัดของเทคโนโลยีเดิมคือ ตัวเราเตอร์ (Router)1 ตัวสามารถรับส่งข้อมูลกับหลายๆ อุปกรณ์พร้อมกัน ซึ่งนั้นก็สามารถคุยกับอุปกรณ์ได้พร้อมๆ กัน 3 ตัวในเวลาเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะทำให้รับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นแล้ว ยังทำให้ ตัวเราเตอร์ (Router)สามารถรองรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้มากกว่าเดิมด้วยไม่ว่าจะผ่าน USB WiFi หรือตัวรับสัญญาณ WiFi  เหมือนมี ตัวเราเตอร์ (Router)หลายตัวในเครื่องเดียว

แต่ ข้อจำกัดของเทคโนโลยีใหม่ MU-MIMO ก็อยู่ที่นอกจากตัว ตัวเราเตอร์ (Router) จะต้องรองรับมาตรฐานนี้แล้ว อุปกรณ์ที่ใช้งานก็ต้องรองรับมาตรฐานนี้ด้วยเช่นกัน ถ้าหากเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในตอนนี้ที่ยังไม่มีตัวไหนรองรับเทคโนโลยีใหม่ MU-MIMO การทำงานก็จะเป็น SU-MIMO ตามปกติ ซึ่งปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐานเทคโนโลยีใหม่ MU-MIMO นี้น้อยมาก

ฝั่ง ตัวเราเตอร์ (Router) ก็แทบจะมีแค่ Linksys EA8500 ที่ใช้ชิป Qualcomm QCA9980 รุ่นเดียวที่รองรับ ส่วนฝั่งอุปกรณ์ตอนนี้้เรารู้แค่โน้ตบุ๊ก Acer E-series เท่านั้นที่รองรับเทคโนโลยีใหม่ MU-MIMO นอกจากนี้ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ MU-MIMO นั้นจะอยู่ที่ฝั่งดาวน์โหลดเป็นหลัก ฝั่งอัปโหลดจะไม่ได้เห็นความแตกต่างที่มากมายนัก

Cr.แบไต๋

4 ต.ค. 2558

รถไฟอินเดียกับ Google


รถไฟอินเดียกับ Google
ก่อนหน้านี้ Google สร้างความฮือฮาในวงการไอทีไม่น้อย หลังจากที่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อเทคโนโลยีของโลกอย่าง "กูเกิล" เปิดตัว CEO คนใหม่ไฟเเรงที่เป็นชาวอินเดียเเท้ๆ วิศวกรหนุ่มผู้ทำงานกับกูเกิลมากว่า 12 ปี ผู้บุกเบิกเเละอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ "Chrome" หนึ่งในบราวเซอร์ที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลกจากฝีมือการนำทีมของเขา สร้างรายได้ปีที่เเล้วให้กับกูเกิลอย่างมหาศาลถึง 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯเลยทีเดียว

 "Sundar Pichai" (สุนทร พิชัย) วิศวกรอัจฉริยะจากดินเเดนชมพูทวีปวัย 43 ปีกับก้าวเเห่งชีวิตของเด็กน้อยที่เกิดในครอบครัวยากจนสู่ CEO ผู้เป็นที่รักในบริษัทที่มีการเติบโตสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ด้วย ความที่เป็นเด็กเรียนเก่งเเละมีความมุ่งมั่น Sundar เข้าเรียนต่อในสาขาวิศวกรรมวัสดุ ของ Indian Institute of Technology มหาวิทยาลัยชั้นนำของอินเดีย ด้วยความฉลาดเขากลายเป็นนักเรียนระดับหัวกะทิของมหาวิทยาลัยได้ไม่ยาก ผลของการเป็นเด็กขยันเเละสมองดี ซึ่งมีผลการเรียนอยู่ในระดับดีมากSundar จึงได้ทุนไปศึกษาต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยสเเตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา จนจบปริญญาโท

หลังจากที่เรียนจบด้านบริหารธุรกิจมาไม่นาน Sundar เข้ามาทำงานเป็น ที่ปรึกษาในบริษัท mzkinsay ก่อนจะเข้ามาร่วมงานกับกูเกิล เมื่อปี 2004  ช่วงเเรกที่เขาเริ่มทำงานกับกูเกิล เขาก็เหมือนพนักงานทั่วไปที่มีความเฉลียวฉลาดเเละมีความสามารถ ทำหน้าที่อยู่ในทีมเล็กๆ ในส่วนพัฒนา Google Toolbar จากนั้น Sundar ก็ได้สร้างผลงานเด็ด โดยเขาเสนอไอเดียให้บริษัทกูเกิลสร้างโปรเจ็กต์ทำ "บราวเซอร์" ของตัวเองขึ้นมา ซึ่งนั้นก็ถือเป็นจุดกำเนิดของ "Chrome"

นอก จากนี้ Sundar  ยังช่วยดูในเรื่องการพัฒนาระบบปฎิบัติการ Chrome สำหรับเเล็ปท็อปที่เก็บข้อมูลไว้ในคลาวด์ที่กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างเเพร่ห ลายในปัจจุบัน อีกทั้งเขายังดูเเลโครงการใหญ่ๆที่กูเกิลกำลังผลักดัน เช่น G-mail , Google Drive Google Mapเเละการดูเเลระบบปฎิบัติการเเอนดรอยบนมือถือ โดยเขามุ่งหวังเพื่อขยายฐานตลาดล่างของสมาร์ทโฟนระบบเเอนดรอยในตลาดไอทีที่ กำลังเกิดใหม่ รวมไปถึงการผลักดันสร้างผู้ช่วยส่วนตัวของสมาร์ทโฟนที่มีความคล้ายกับ "Siri" อีกด้วย
Sundar Pichai  CEO of Google


และแล้วความความฮือฮาในวงการไอทีก็กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งที่ ชาวอินเดียจะได้รับ ประเทศอินเดียจะได้ใช้รถไฟที่ทันสมัย พร้อมรองรับไวไฟบนรถไฟฟรีตลอดการเดินทางที่อันยาวนานของคนอินเดีย ที่เป็นความร่วมมือกับทาง “Google” ยักษ์ใหญ่ไอทีระดับโลก นั้นคือ โครงการ “Project Nilgiri”

“รถไฟอินเดีย” ดึง “Google” ติดตั้ง wifi กว่า 400 แห่ง ให้ผู้โดยสารใช้งานฟรีได้ตลอดเวลา และตลอดระยะการเดินทางเลย ถือเป็นการยกระดับปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการรถไฟของประเทศอิเดียครั้งใหญ่เลย ล่ะค่ะ เพียงแค่ผู้โดยสารมี ตัวรับสัญญาณ WiFi หรือถ้าไม่มีในเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าก็สามารถหา USB WiFi เสียบเข้าที่เครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ต USB คอมพิวเตอร์ของคุณก็ใช้งานได้เลยค่ะ

สำนัก ข่าวABP News รายงานว่า การรถไฟอินเดีย ได้ตกลงร่วมมือกับทาง “Google” ยักษ์ใหญ่ไอทีระดับโลก ในการร่วมกันพัฒนาเพื่อยกระดับรถไฟในประเทศอินเดียครั้งยิ่งใหญ่เลย โดย Google ตั้งชื่อโครงการนี้ว่า “Project Nilgiri” ทั้งนี้ Google ตกลงที่จะติดตั้งอินเตอร์เน็ตไวไฟ ที่สถานีรถไฟทั่วอินเดียกว่า 400 แห่ง เพื่อให้ผู้โดยสารรถไฟสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลาและใช้ได้แบบ ฟรีๆเลยด้วยค่ะ

ส่วนการใช้งาน สามารถเปิดรับการเชื่อมต่อที่ทรงประสิทธิภาพ สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุ๊คใช้งานสะดวก หรือถ้าไม่มีอุปกรณ์ไวไฟในเครื่อง เพียงคุณเชื่อมต่อกับ ตัวรับสัญญาณ WiFi  เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ต USB คอมพิวเตอร์ของคุณ ทำให้คุณสามารถค้นหาสัญญาณ WiFi เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทได้ทันทีเช่นกันค่ะ

ทางรัฐมนตรีว่าการ รถไฟอินเดีย ก็ยังได้เดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเริ่มความร่วมมือในการพัฒนารถไฟในอินเดีย โดยญี่ปุ่นตกลงร่วมลงทุนกับอินเดีย ในการพัฒนารถไฟ รวมกว่า 400 สถานีให้ทันสมัย ภายใต้แผนพัฒนาระยะ 5 ปี มูลค่า 140,000 ล้านเหรียญ หรือ (ประมาณ4.9 ล้านล้านบาท)

การพัฒนารถไฟในอินเดีย จะรวมถึงการพัฒนาตู้ขบวนรถให้สะอาดทันสมัย ห้องน้ำบนรถจะใช้ระบบเดียวกับเครื่องบิน รวมทั้งเพิ่มีะดับความหรูหรา สะดวกสบายบนตู้ขบวนทั้งหมดด้วย แค่นึกภาพตามก็รู้สึกว่าน่าขึ้น และรู้สึกปลอดภัยอีกด้วยนะค่ะ

ก็อยากให้ประเทศไทยได้ไอเดียดีๆแบบนี้ ไปใช้บ้างน้า รถไฟไทยจะได้น่าขึ้น และปลอดภัยมากกว่านี้ค่ะ เพราะไทยก็ไม่ใช่ย่อยเรื่องการทำรถไฟอยู่แล้่ว เอาใจช่วยนะค่ะ !!

Cr.แบไต๋,ประชาติธุรกิจ

22 ส.ค. 2558

ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ


ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ
ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ
คงไม่มีใครปฏิเสธได้ถึงการใช้ชีวิตของสังคมปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตเข้ามามี บทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมาก ไม่ว่าจะเพื่อการประกอบอาชีพ การสนทนาติดต่อสื่อสาร หรือการสั่งซื้อของและการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งจำเป็นต้องใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ต ไม่เช่นนั้นก็ควรมี Pocket WiFi ติดตัวไปเพื่อการดังกล่าว    

      ปัญหาอินเทอร์เน็ตไม่เป็นดังใจหวังหากไม่มีสัญญาณไวไฟ หรือไม่มีอุปกรณ์ไวไฟพกพาติด ตัวไปด้วย เมื่อไปยังสถานที่ไม่คุ้นเคย  กลายเป็นปัญหาสำคัญสำหรับใครหลายๆ คน หากต้องติดต่องานผ่านอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จึงปิ๊งไอเดียสร้างเครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตหยอดเหรียญ หรือ ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ สร้างเครือข่ายอออนไลน์ไม่สะดุด
     
       สารพัดตู้หยอดเหรียญที่เข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้คนในปัจจุบันกลาย เป็นวิถีชีวิตคนเมืองที่หลายคนขาดไม่ได้ ล่าสุดมีผู้คิดค้น “ตู้กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบหยอดเหรียญ” ตอบโจทย์เทรนด์คนรุ่นใหม่ พร้อมจดอนุสิทธิบัตร การันตีนวัตกรรมไอทีหนึ่งเดียวในไทย
     
       ผศ.ดร.ชุติมา ประสาทแก้ว อาจารย์สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เจ้าของผลงาน “เครื่องให้บริการกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบหยอดเหรียญ (Wi-Fi Vending Machine)"
     
       เผยที่มาไอเดียนี้ว่าเกิดมาจากตัวเองล้วนๆ ที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดอยู่บ่อยครั้ง แต่ยังต้องติดต่องานผ่านทางอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ซึ่งบางครั้งหลายสถานที่ก็ไม่เอื้ออำนวยในการทำงานต้องไปหาร้านอินเทอร์เน็ต เพื่อทำงานซึ่งไม่สะดวก จึงคิดว่าหากมีเครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตหยอดเหรียญเหมือนตู้น้ำดื่ม หยอดเหรียญ ตู้เติมเงินมือถือก็คงจะดี จึงเป็นที่มาของ ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ

        ทำให้อาจารย์ชุติมาเริ่มศึกษาข้อมูลเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อนำมาปรับ ใช้ในการสร้างเครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยพบว่าปัจจุบันมีวิธีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไร้สาย Wireless Lan สามารถลดค่าใช้จ่ายในการวางระบบบเครือข่าย โดยไม่ต้องมีการวางระบบเครือข่ายให้ยุ่งยากซับซ้อน ไม่ต้องเดินสาย LAN เพียงมีจุดในการวางอุปกรณ์ Access Point ที่สามารถกระจายสัญญาณได้ดี
      
         รวมถึงเป็นทำเลที่ขยายระบบได้ง่าย ปรับใช้ในองค์กรหรือความต้องการได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานได้ โดย ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ ดังกล่าวเหมาะสำหรับสถานประกอบการต่างๆ ด้านธุรกิจการสื่อสารหรือตามสถานที่ต่างๆ เช่น สถานีรถขนส่ง สถานีรถไฟหรือรถไฟฟ้า โรงพยาบาล หน่วยงานราชการ (อำเภอ ที่ดิน และศาล) สถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์การให้บริการสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ง่ายและสะดวกในการใช้งาน
     
       สำหรับเครื่องกระจายสัญญาณไวไฟแบบหยอดเหรียญ หรือ ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ เป็นการซื้อเวลาในการเข้าใช้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยลักษณะการทำงานของผู้ใช้หยอดเหรียญเข้าไปในเครื่องตามจำนวนชั่วโมงที่ ต้องการใช้ เครื่องจะพิมพ์ User Name และ Password สำหรับใช้งานในระบบ จากนั้นระบบจะทำการจับเวลาในการเข้าใช้งานและจะหยุดบริการเมื่อหมดเวลาใช้ งาน ถือว่าขั้นตอนไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ใช้งานเลย

       ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาต่อยอด ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ กับนักศึกษา โดยพัฒนาระบบเพื่อตอบสนองความต้องการให้กับกลุ่มผู้ใช้หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะผู้พิการทางสายตา พิการทางการได้ยิน เช่น การจัดทำอักษรเบรลหรือคำบรรยาย สำหรับคำสั่งต่างๆ ในการใช้งาน หรือมีเสียงประกอบ เป็นต้น

        นอกจากนี้ยังพัฒนาเพิ่มระยะของการปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ให้มีความไกลและแรงมากขึ้น เพิ่มเครื่องรับเงินแบบธนบัตร เพิ่มเครื่องทอนเงิน ให้มีการแจ้งเตือนเมื่อเวลาการใช้งานใกล้จะหมดตามจำนวนเงินที่หยอด มีกล้องวงจรปิดติดที่เครื่องเก็บข้อมูลลงฐานข้อมูลเพื่อใช้อ้างอิงกรณีที่ อาจเกิดปัญหาหรือต้องการใช้อ้างอิงในทางกฎหมาย มีระบบสัญญาณกันขโมยติดที่เครื่อง

        ผู้สนใจเครื่องกระจายสัญญาณ Wi-Fi แบบหยอดเหรียญ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ผศ.ดร.ชุติมา ประสาทแก้ว โทร.080-5791872 หรือสนใจเข้าชมผลงานดังกล่าวได้ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โดยที่ผ่านมามีผู้สนใจซื้อตู้WiFiหยอดเหรียญเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่ทางอาจารย์ชุติมายังไม่พร้อมเพราะต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาบางส่วน แต่คาดว่าจะออกจำหน่ายได้ในเร็วๆ นี้
     
        ล่าสุดเครื่องกระจายสัญญาณไวไฟแบบหยอดเหรียญ หรือ ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ อาจารย์ชุติมาได้ทำการจดอนุสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยแล้วป้องกันการลอกเลียนแบบ

Cr.ผู้จัดการ,Flashfly,Asia21st ,Lady Accessories ,

21 ส.ค. 2558

วิธีง่ายๆ เพิ่มสัญญาณWiFi ในบ้าน


วิธีง่ายๆ เพิ่มสัญญาณWiFi ในบ้าน
Photo : Vox.com
เคยเจอปัญหาสัญญาณไวไฟ(WiFi)ในบ้านไปไม่ทั่ว มีจุดอับสัญญาณ แถมความรู้ ความชำนาญก็ไม่เยอะหรือเปล่า แล้วจะทำยังไงให้มีไวไฟ(WiFi)แรง ๆ ใช้ทั่วบ้าน
ปัจจุบันนี้คนที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้านต้องปวดหัวเนื่องมาจากสัญญาณไว ไฟ(WiFi)ที่ช้า หรือบางทีไม่วิ่งเลย ทำให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในหัวใจ บางทีคุณอาจจะได้รับสัญญาณไวไฟ(WiFi)ได้เต็มขีดที่ห้องนอน แต่พอคุณก้าวพ้นห้องนอนไปที่ห้องครัวเท่านั้น ตัวรับสัญญาณ WiFi บนไอแพดของคุณกลับเหลือ 2 ขีดซะงั้น เรามี 5 วิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้เพื่อเพิ่มระยะทางและสัญญาณไวไฟ(WiFi)ให้กับบ้านของคุณ
     
1.เปลี่ยนเสาอากาศของเราเตอร์(WiFi Router Antenna)
   
เพราะ เสาอากาศที่ติดมานั้นถูกออกแบบให้ส่งสัญญาณได้รอบทิศทาง ซึ่งบ่อยครั้งที่สัญญาณจะไปชนกับผนังหรือตู้ ดังนั้น การเปลี่ยนเสาอากาศใหม่ที่สามารถเน้นไปในทิศทางที่คุณต้องการมากที่สุด หรือที่เรียกว่าเสาอากาศแบบ high-gain ซึ่งทั้งบริษัท D-Link Linksys และ Hawking ต่างมีเสาอากาศแบบนี้จำหน่าย
     
2.เพิ่มไวไฟรีพีตเตอร์(WiFi Repeater)

ตัว ไวไฟรีพีตเตอร์(WiFi Repeater)นี้จะเพิ่มระยะส่งสัญญาณไวไฟ(WiFi)ให้ไกลขึ้น คุณสามารถติดตั้งตัวนี้โดยไม่ต้องเดินสายเพิ่ม เพียงแค่ติดตั้งไวไฟรีพีตเตอร์(WiFi Repeater)ในจุดที่อยู่ระหว่างเราท์เตอร์และจุดที่คุณต้องการเพิ่มสัญญาณ โดยหลังจากติดตั้งไว-ไฟรีพีตเตอร์ คุณควรจะเห็นประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นในทันที
     
3.กำจัดสิ่งที่รบกวนสัญญาณไวไฟ(WiFi)ออกไป
     
สิ่ง ที่หนักและหนา เช่น กำแพงที่หนา ตู้ที่มีโลหะเป็นส่วนประกอบ และอื่นๆ ล้วนแต่เป็นอุปสรรคได้ พยายามที่จะย้ายเราเตอร์ของคุณให้ห่างจากสิ่งเหล่านี้ หรือตั้งมันให้อยู่ในที่สูงขึ้น เพื่อให้มันกระจายสัญญาณได้ดีขึ้น ในทางเดียวกัน ตัวส่งสัญญาณอื่นๆ เช่น โทรศัพท์บ้านแบบไร้สาย เครื่องมอนิเตอร์เด็กทารก และรีโมตเปิดประตูโรงรถสามารถส่งคลื่นรบกวนสัญญาณไวไฟ(WiFi)ของเราเตอร์ได้ ดังนั้นพยายามที่จะไม่ให้สิ่งพวกนี้อยู่ใกล้ๆ กับเราเตอร์ของคุณ
     
4.อัปเดตเฟิร์มแวร์ของเราเตอร์(Router)
     
โดย ปกติแล้วบริษัทผู้ผลิตมักจะให้อัปเดตเฟิร์มแวร์ของผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ เข้าเว็บไซต์บริษัทเราเตอร์เพื่อทำการอัปเดต และถ้าคุณใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ ให้แน่ใจว่าคุณได้อัปเดตซอฟต์แวร์ของเน็ตเวิร์กล่าสุดสหรับระบบปฏิบัติการวิ นโดวส์(Windows) ตอนนี้ก็มีวินโดวส์ 10(Windows10) มาให้ลองใช้งานฟรีแล้ว
     
5.เปลี่ยนตัวรับสัญญาณ WiFi แบบ USB WiFi 
     
ถ้าหากคุณมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กรุ่นเก่าที่ไม่สามรถรับสัญญาณไวไฟ(WiFi)ในตัว ให้พิจารณาเปลี่ยนมาใช้ตัวรับสัญญาณ WiFi แบบ USB WiFi   แทนที่จะเป็นแบบการ์ด มันจะเพิ่มศักยภาพการรับสัญญาณของตัวโน้ตบุ๊กอย่างเห็นได้ชัด

และ สุดท้ายก่อนจบ ขอให้ตรวจเช็คว่าระบบไวไฟ(WiFi)ในบ้านคุณนั้นไม่มีเพื่อนบ้านแอบมาร่วมแจม อาจจะไม่เกี่ยวกับเพิ่มประสิทธิภาพเท่าไหร่นัก แต่มันทำให้คุณนอนหลับได้ ทำให้มั่นใจว่ามีแต่คุณและคนในครอบครัวเท่านั้นที่สามารถใช้ระบบไวไฟ(WiFi) ของบ้านคุณได้เท่านั้น
ระบบรักษาความปลอดภัยทางเน็ตเวิร์กโดยพื้นฐานแล้วมี 2 วิธี คือ WPA (wifi protected access) และ WEP (Wired Equivalent Privacy) ซึ่งทั้ง 2 วิธีต้องการพาสเวิร์ด(password)เพื่อใช้แสดงตัวในการผ่านเข้าระบบเพื่อใช้ งาน แต่ถ้าคุณไม่มีทั้งคู่ควรปรึกษากับผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ตของคุณ

Cr.ผู้จัดการ,Asia21st ,e-news ,เล่าสู่กันฟัง

25 ก.ค. 2558

"3G " สังคมก้มหน้า


 "3G " สังคมก้มหน้า

"3G "  จุดเปลี่ยนสังคมก้มหน้า

สังคม เมืองและสังคมชนบท จุดเปลี่ยนจากเดิมไปสู่ โซเชียวบนมือถือหรือสังคมก้มหน้า ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ หรือเฉพาะจังหวัดใหญ่ ๆ อีกต่อไปที่การใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ในประเทศไทยต่างเห็นประโยชน์ของการใช้สมาร์ทดี ไวซ์ (Smart Device) หลากหลายรูปแบบ และมีความต้องการซื้อสูง ไม่ว่าจะเป็นไวไฟพกพา ( Pocket WiFi ) เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์เข้าถึงอินเทอร์เน็ต

ประมูล 3G จุดเปลี่ยน

โทรศัพท์ มือถือระบบ 3G เกิดขึ้นในปี 2555 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เพราะราคาการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตถูกลง ประกอบกับสมาร์ทดีไวซ์ (Smart Device)ขยับราคาลงมามาก จนในสิ้นปี 2556 ที่โครงข่ายครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ มีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือเพิ่มเป็น 93.1 ล้านเลขหมาย และมีผู้ใช้งาน 3G มากถึง 55.5 ล้านเลขหมาย

ล่าสุดในสิ้นปี 2557 มีปัจจัยบวกเข้ามาทั้งจากราคาแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่ราคาเพียง 29 บาท/วัน และสมาร์ทดีไวซ์ (Smart Device) มีราคาเหลือ 1,000-2,000 บาท ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในประเทศไทยไปไกลถึง 96 ล้านเลขหมาย และมีคนใช้งาน 3G มากกว่า 77 ล้านเลขหมาย

สังคมก้มหน้าจาก ปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดผู้ใช้ 3G โตเร็ว คือเกิดการบอกต่อประโยชน์จากผู้ใช้คนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง ตัวอย่าง เช่น ลูกสอนแม่ให้ใช้ไลน์ (Line)เพื่อติดต่อสื่อสาร หรือใช้ยูทูบ (Youtube) รับสื่อบันเทิงรูปแบบต่าง ๆ พอใช้จริงก็เกิดประโยชน์อย่างชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์มือถือจากเดือนละ 500 บาท เหลือเพียง 200-300 บาท  เพราะพวกเขาเชื่อมต่อผ่าน ไวไฟพกพา (Pocket WiFi)ใช้ร่วมกันในบ้าน  เมือออกนอกบ้านก็มีไวไฟฟรีตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อใช้ไลน์ (Line)ในการโทรหากัน ส่วนเรื่องยูทูบ (Youtube)ก็ทำให้ดูหนังหรือฟังเพลงเมื่อไรก็ได้ จากเดิมที่ต้องเฝ้าดูรายการต่าง ๆผ่านโทรทัศน์เท่านั้น

พฤติกรรมภูธรสังคมก้มหน้า

"เอ็ม อินเตอร์แอคชั่น" ได้สำรวจผู้ที่ใช้สมาร์ทดีไวซ์น้อยกว่า 12 เดือน จำนวน 100 ตัวอย่าง ในภาคเหนือ, กลาง, ตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตกระจายอยู่ในทุกระดับรายได้ โดยเหตุผลที่ขยับเข้ามาใช้งาน จากเครื่อข่ายมือถือ 3G ครอบคลุมพื้นที่ สามารถรับข่าวสารได้รวดเร็วกว่าสื่อปกติ

แม้นไม่มีโทรศัพท์บ้านก็สามารถใช้ระบบ 3G รองรับการเชื่อมต่อผ่าน ไวไฟพกพา (Pocket WiFi) ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเป็นการกดติดตามแฟนเพจบนเฟซบุ๊ก (Facebook), สามารถติดต่อสื่อสารกับคนในครอบครัวผ่านไลน์ (Line) โซเซียลมีเดียอื่น ๆ และประยุกต์ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กกับลักษณะงาน เช่น สร้างกลุ่มเพื่อติดต่อระหว่างคนในองค์กร

เมื่อเจาะไปที่การค้าขาย สินค้าผู้ใช้ในเฟซบุ๊ก (Facebook),อินสตาแกรม (Instagram) และไลน์ (Line)ในการซื้อขายสินค้า ใช้ตู้เอทีเอ็มเป็นช่องทางชำระผ่านการโอนเงิน ตั้งแต่ราคาสินค้า 500-2,000 บาทเท่านั้น ไม่มีการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ  หรือไลน์ (Line)ช็อปเหมือนในหัวเมืองใหญ่ เพราะยังมองว่าขั้นตอนในการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซค่อนข้างยุ่งยาก และการพูดคุยกับผู้ขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก่อนโอนเงินจากบัญชีธนาคารผ่านเอทีเอ็มนั้นง่าย และสะดวกมากกว่า แล้วการรับสินค้าง่ายดายจาก EMS ส่งตรงถึงบ้าน

ฟรีไวไฟ (Free WiFi) จุดพลุโมบายเน็ต

เมื่อ ผู้บริโภคใช้ชีวิตอยู่บนหน้าจอเกือบตลอดเวลา สังคมก้มหน้าทำให้สื่อดั้งเดิมเช่น หนังสือพิมพ์ และคลื่นวิทยุ แทบไม่มีการใช้งานในต่างจังหวัด เพราะสามารถเสพสื่อผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เร็วกว่าสื่อเดิม รวมถึงฟังเพลงผ่านยูทูบ (Youtube)แบบไม่มีโฆษณา และมีเสียง ดีเจ.คั่นเหมือนในวิทยุ ทำให้ธุรกิจเหล่านี้อยู่ยากขึ้น ที่สำคัญการขยายตัวของ "ฟรีไวไฟ (Free WiFi)" ตามร้านอาหารและร้านตัดผม ทำให้ผู้ใช้ในต่างจังหวัดใช้สมาร์ทดีไวซ์เพื่อเข้าถึงคอนเทนต์เหล่านี้ได้ เช่นกัน ซึ่งร้านค้าเหล่านี้ก็อาศัย "ฟรีไวไฟ (Free WiFi)" ปล่อยสัญญาณไวไฟผ่านไวไฟพกพา (Pocket WiFi) เป็นตัวดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการในร้าน

คนในต่างจังหวัดมองเรื่อง ค่าใช้จ่ายต้องมาก่อนดังนั้นอะไรที่ฟรีพวกเขาก็จะมองก่อน ซึ่งเมื่อเทียบความคุ้มค่าระหว่างสมาร์ทโฟนราคาหลักพันกับโทรทัศน์ และวิทยุที่รวมราคาก็พอ ๆ กัน เขาก็เลือกสมาร์ทโฟนก่อน เพราะซื้อครั้งเดียวทำได้ทุกอย่าง  ทำให้คนต่างจังหวัดอ่านหนังสือพิมพ์น้อยลง และแทบไม่ฟังวิทยุ ส่วนบริการที่กำลังบูมคือเรื่องดิจิทัลต่าง ๆ ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งจึงมีความสำคัญมากขึ้น


Cr.ประชาชาติธุรกิจ

12 พ.ค. 2558

4G โมบายบรอดแบนด์


นับเป็นลูกไม้ใต้ต้นอย่างแท้จริง สำหรับ "พิชญ์ โพธารามิก" ซีอีโอ"กลุ่มจัสมิน ที่มากกว่าคือเขาสามารถก่อร่างสร้างธุรกิจของตนเองขึ้นมาได้เองแต่แรก ตั้งแต่ช่วงตั้งไข่ธุรกิจดอตคอมในเมืองไทยในฐานะผู้สนับสนุนเงินทุนให้นัก พัฒนาเรียกว่าเป็น "วีซี" "ยุคแรก ๆ ก็น่าจะได้


ยุคที่2 (พิชญ์)โพธารามิก ถึงเวลาขยายอาณาจักรกลุ่มจัสมิน


นับ เป็นลูกไม้ใต้ต้นอย่างแท้จริง สำหรับ "พิชญ์ โพธารามิก" ซีอีโอ"กลุ่มจัสมิน ที่มากกว่าคือเขาสามารถก่อร่างสร้างธุรกิจของตนเองขึ้นมาได้เองแต่แรก ตั้งแต่ช่วงตั้งไข่ธุรกิจดอตคอมในเมืองไทยในฐานะผู้สนับสนุนเงินทุนให้นัก พัฒนาเรียกว่าเป็น "วีซี" "ยุคแรก ๆ ก็น่าจะได้


รวมเข้ากับความ สนใจส่วนตัวด้านความบันเทิง ทั้งภาพยนตร์, ละคร, เพลง, เกม หรือแม้แต่สิ่งพิมพ์ ให้บริการเกม, ข่าว SMS, คอนเทนต์ต่าง ๆ บนมือถือ และเข้าไปซื้อเว็บไซต์เอ็มไทยดอทคอม เวลานั้น"ไม่มีใครคิดว่าจะเพิ่มมูลค่าเพิ่มได้

เมื่อต้องมารับช่วงกิจการต่อ ก็ไม่ทำให้ "ดร.อดิศัย โพธารามิก" ผู้พ่อผิดหวัง

เขา ไม่เพียงพลิกฟื้นธุรกิจจากบริษัทที่โดนฟ้องล้มละลายให้กลับสู่สนามแข่งขัน อย่างไม่น้อยหน้าใครกับธุรกิจบรอดแบนด์ภายใต้ชื่อ"3BB" ฟากคอนเทนต์ที่รักยังขยายไปใน "ดิจิทัลทีวี" และในปีเดียวช่องโมโนก้าวขึ้นสู่ 1 ใน 5 ช่องที่มีเรตติ้งสูงสุด

อะไรคือเป้าหมายถัดไป และอนาคตกลุ่มจัสมิน "ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสพูดคุยกับแม่ทัพกลุ่มจัสมินดังนี้

- ประกาศว่าจะเข้าประมูล 4G

4G เราทำแน่นอน เมื่อฟิกซ์บรอดแบนด์แข็งแรงแล้ว จะไปต่อที่โมบาย จริง ๆ "ไม่ได้มองแค่โมบาย แต่เป็นเรื่องการ"เชื่อมต่อ (Connectivity) คนดูเฟซบุ๊ก"อัพรูปขึ้นไอจี ใช้มือถือหมด แต่สปีดยัง"ไม่ใช่ของจริง อย่าง 3G เรียกว่าโมบายอินเทอร์เน็ตได้ แต่ไม่ถึงโมบายบรอดแบนด์ ทำให้ทุกครั้งที่เราเจอไวไฟ เราจะวิ่งเข้าไปหาก่อน อาจเชื่อมต่อผ่านมือถือ หรือ ไวไฟพกพา (ดู ตัวรับสัญญาณ WiFi  ) การ เข้าประมูล 4G เป็นไดเร็กชั่นที่ค่อนข้างชัด คิดว่าสู้ได้ ที่ผ่านมาแข่งกัน "3 ราย แต่วันนี้เรามาเป็นรายที่ 4 เป็น"นิวคัมเมอร์ ช่วงแรกไม่ได้ตั้งเป้าลูกค้าเยอะ ทาร์เก็ต กลุ่มที่ใช้ดาต้ามาก ๆ

เรื่อง พาร์ตเนอร์มีมากกว่า 5 รายที่สนใจ เกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลียและฝั่งยุโรปด้วย สนใจเข้ามาถือหุ้นในจัสมิน เพราะอยากได้ทั้งฟิกซ์และโมบาย

นับเป็นลูกไม้ใต้ต้นอย่างแท้จริง สำหรับ "พิชญ์ โพธารามิก" ซีอีโอ"กลุ่มจัสมิน ที่มากกว่าคือเขาสามารถก่อร่างสร้างธุรกิจของตนเองขึ้นมาได้เองแต่แรก ตั้งแต่ช่วงตั้งไข่ธุรกิจดอตคอมในเมืองไทยในฐานะผู้สนับสนุนเงินทุนให้นัก พัฒนาเรียกว่าเป็น "วีซี" "ยุคแรก ๆ ก็น่าจะได้

รวมเข้ากับความสนใจ ส่วนตัวด้านความบันเทิง ทั้งภาพยนตร์, ละคร, เพลง, เกม หรือแม้แต่สิ่งพิมพ์ ให้บริการเกม, ข่าว SMS, คอนเทนต์ต่าง ๆ บนมือถือ และเข้าไปซื้อเว็บไซต์เอ็มไทยดอทคอม เวลานั้น"ไม่มีใครคิดว่าจะเพิ่มมูลค่าเพิ่มได้

เมื่อต้องมารับช่วงกิจการต่อ ก็ไม่ทำให้ "ดร.อดิศัย โพธารามิก" ผู้พ่อผิดหวัง

เขา ไม่เพียงพลิกฟื้นธุรกิจจากบริษัทที่โดนฟ้องล้มละลายให้กลับสู่สนามแข่งขัน อย่างไม่น้อยหน้าใครกับธุรกิจบรอดแบนด์ภายใต้ชื่อ"3BB" ฟากคอนเทนต์ที่รักยังขยายไปใน "ดิจิทัลทีวี" และในปีเดียวช่องโมโนก้าวขึ้นสู่ 1 ใน 5 ช่องที่มีเรตติ้งสูงสุด

อะไรคือเป้าหมายถัดไป และอนาคตกลุ่มจัสมิน "ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสพูดคุยกับแม่ทัพกลุ่มจัสมินดังนี้

- ประกาศว่าจะเข้าประมูล 4G

4G เราทำแน่นอน เมื่อฟิกซ์บรอดแบนด์แข็งแรงแล้ว จะไปต่อที่โมบาย จริง ๆ "ไม่ได้มองแค่โมบาย แต่เป็นเรื่องการ"เชื่อมต่อ (Connectivity) คนดูเฟซบุ๊ก"อัพรูปขึ้นไอจี ใช้มือถือหมด แต่สปีดยัง"ไม่ใช่ของจริง อย่าง 3G เรียกว่าโมบายอินเทอร์เน็ตได้ แต่ไม่ถึงโมบายบรอดแบนด์ ทำให้ทุกครั้งที่เราเจอไวไฟ เราจะวิ่งเข้าไปหาก่อน

การ เข้าประมูล 4G เป็นไดเร็กชั่นที่ค่อนข้างชัด คิดว่าสู้ได้ ที่ผ่านมาแข่งกัน "3 ราย แต่วันนี้เรามาเป็นรายที่ 4 เป็น"นิวคัมเมอร์ ช่วงแรกไม่ได้ตั้งเป้าลูกค้าเยอะ ทาร์เก็ต กลุ่มที่ใช้ดาต้ามาก ๆ

เรื่อง พาร์ตเนอร์มีมากกว่า 5 รายที่สนใจ เกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลียและฝั่งยุโรปด้วย สนใจเข้ามาถือหุ้นในจัสมิน เพราะอยากได้ทั้งฟิกซ์และโมบาย

- จะเปิดทางให้เข้ามาแค่ไหน

15-20% ส่วนตัวผมถืออยู่ 25% นิด ๆ ถ้ามีพันธมิตรเข้ามาก็จะไดลูตลงไป ผมไม่มีปัญหา ถ้าแวลูบริษัทดีขึ้น อาจมีการเพิ่มทุนที่บริษัทแม่ก็ต้องมาคุยกันว่า กี่เปอร์เซ็นต์ยังไม่ได้สรุป เพราะคงประมูลก่อน ถ้าได้ไลเซนส์ชัดแล้วค่อยว่ากันอีกที มาตอนนี้กับหลังประมูลได้ไม่ต่างกัน ยังไงเราก็ลุยประมูล เข้ามาทีหลังก็ได้แวลูสูงขึ้น

- ธุรกิจมือถือยากสำหรับรายใหม่

ต้อง มีกลยุทธ์ ที่เป็นจุดแข็งอันดับแรก คือ ประสิทธิภาพในการบริหารงาน เห็นได้จาก Ebitda (กำไรจากการดำเนินงาน) ของกลุ่มเราอยู่ที่ 57% เราคุมค่าใช้จ่ายได้ดีมาก สูงสุดในอุตสาหกรรม แต่ละบริษัทมีการบริหารจัดการไม่เหมือนกัน ไปดูช็อปคนอื่นโก้หรู ของเราเล็ก ๆ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เราคุมค่าใช้จ่ายได้ดี เรามีบุคลากร 6 พันคนทั่วประเทศ มี 350 ช็อปคีออสก์ พอเกิด 4G ก็ต่อยอดได้ทันที

- เสาสัญญาณไม่มีสักต้น

เสา คือค่าใช้จ่ายหลัก ที่ผ่านมาต้องลงทุนเยอะ แต่วันนี้เราคุยกับทรูจีฟ (กองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม) เขาก็พร้อมให้เช่า ไม่ต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ เรื่องประสิทธิภาพในการบริหารงานไม่เป็นรองใคร ในแง่เน็ตเวิร์กก็แข็งแรง หมายถึงมีไฟเบอร์ออปติกล้านกว่าคอร์กิโลเมตรทั่วประเทศ

วันนี้อยู่ใน กองทุนแล้ว และนำใช้ประโยชน์ได้หมด เน็ตเวิร์กมีเหลือเฟือ ซึ่งเชื่อมโยงไปตามเสา อุปกรณ์ที่เสาต้องติดตั้ง"ที่เหลือเป็นการเชื่อมเน็ตเวิร์กกลับเข้ามา"คอร์ เน็ตเวิร์กที่ต่อไปต่างประเทศก็มีเครือข่าย"ไวไฟแสนจุดที่ให้เอไอเอสและดี แทคใช้อยู่" ซึงสามารถ ต่อเข้ากับ ตัวรับสัญญาณ WiFi
ก็ใช้ได้แล้ว  ซึ้งก็ดับเบิลคาพาซิตี้ ได้ไวไฟเป็นตัวที่ทำให้เกิดซีมเลสระหว่าง 4G มาที่ไวไฟ โดยอัตโนมัติ

- เป้าหมายคือต้องประมูลให้ได้

ถ้าครั้งนี้ไม่ได้ ครั้งต่อไปก็ต้องได้ คือให้ได้สักใบ

- เคยบอกจะทำตั้งแต่ 3G แล้ว

3G เทคโนโลยีดีไม่เท่า LTE ยังไม่ใช่โมบายบรอดแบนด์ เป็นไทมิ่งด้วย มีเงินพอดี ถ้าเร็วกว่านั้นอาจไม่ทัน แต่วันนี้ได้เงินมาก้อนหนึ่ง จากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตจัสมิน (JASIF) เมื่อจ่ายปันผลพิเศษให้ผู้ถือหุ้นแล้ว หนี้จริงเหลือแค่พันล้าน ฉะนั้นศักยภาพในการกู้ใหม่มี ทั้งมีวอร์แรนต์ซึ่งมีมูลค่า 5 ปี เท่ากับเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น เป็นอีกเครื่องมือ"ในการทยอยการเพิ่มทุนได้

ไฟแนนเชียลเกมเป็นเครื่องมือในการจัดการได้หลายวิธี

- ขยายอาณาจักรไปสู่สิ่งใหม่ด้วย

จริง ๆ เป็นสิ่งที่คุณพ่ออยากทำมาตั้งแต่สมัยก่อน เราเคยได้ไลเซนส์มือถือที่อินเดีย พอปี 1997 วิกฤตเศรษฐกิจ"ทุกอย่างก็ล้มไปหมด วันนี้เป็นสิ่งที่เรามาสานต่อ แต่ถ้าไม่ทำวันนี้โอกาสที่บรอดแบนด์จะมีปัญหาก็มี ถ้าต่อไปมี 5G ล่ะ คือคนจะหันมาใช้มือถือเยอะขึ้น บรอดแบนด์ก็ยังมีแต่อาจเริ่มนิ่ง การลุย 4G ทำให้เราอยู่ในโพซิชันนิ่งที่ได้เปรียบ คนอื่นคลื่น 12.5 MHz น้อย แต่เราเยอะแล้ว โอกาสที่คุณภาพบริการจะดีกว่าก็ค่อนข้างสูง

- มือถือลงทุนเยอะไม่ใหญ่จริงเหนื่อย

ไม่ เรียกว่าเหนื่อย กลยุทธ์ผม คือ 1.ประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจ 2.เน็ตเวิร์ก 3.อุปกรณ์หรือดีไวซ์ สมาร์ทโฟน"มีในไทย 30 ล้านเครื่อง ที่เป็นไฮเอนด์รองรับ LTE อยู่แล้ว และต่ำหมื่นเริ่มเข้ามาเยอะ ยุคต่อไปของมือถือรุ่นใหม่จะเป็น LTE แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีคือไวไฟ โดยต่อเข้ากับ ตัวรับสัญญาณ WiFi  ถ้าเป็นค่ายมือถืออย่างเดียวอาจไม่สนไวไฟมาก แต่ผมเป็นบรอดแบนด์ มีไวไฟอยู่แล้ว ทุกคน"ที่เชื่อมต่อเข้าสู่ไวไฟได้ถือเป็นลูกค้าเรา คำว่า ดีไวซ์ของผม ที่บอกมี 30 กว่าล้าน มือถือมี 15 ล้านที่เป็นโพสต์เพดจ่ายรายเดือน คนกลุ่มนี้ที่จะดึงมาเป็นลูกค้า เราบันเดิลหรือทำมัลติดีไวซ์ได้ เราก็ต้องมีกลยุทธ์ "มีแท็กติกในการเข้าสู่ตลาด

- เงินลงทุนก้อนแรก

ในแง่ไลเซนส์ แบ่งจ่าย 50% แล้วค่อยทยอยจ่าย เงินที่เตรียมไว้คงยังบอกไม่ได้ แต่รวม ๆ มี 3-4 หมื่นสบาย ๆ กระแสเงินสดหมื่นกว่าล้านบาทในบริษัทจากกองทุน และมีวอร์แรนต์ที่จะทยอยเข้าอีกหลักหมื่นล้านบาท และกู้ได้อีก รวมถึงการมีพาร์ตเนอร์ ส่วนบุคลากรมีอยู่แล้วทั่วประเทศ ไม่ได้นับหนึ่งใหม่

- ยากที่สุดคือไลเซนส์

คง แข่งขันกันพอสมควร มุมธุรกิจ"คอนเทนต์ เรามีช่องโมโน ทำดิจิทัลทีวี "วันนี้อยู่ในอันดับ 5 โฆษณาเริ่มเยอะ มี.ค."ที่ผ่านมา เข้ามา 50 กว่าล้านบาทแล้ว เต็มสลอต 18 ชั่วโมงจากเป้าเดือนละ 100 ล้านบาท ทำให้ปรับราคาขึ้นจาก 5 พัน เป็น 8 พัน และขยับมาหมื่นสอง หมื่นห้า"และสองหมื่น ชนะช่อง 5 และ 9 เรา"ซื้อหนังและซีรีส์เยอะที่สุดในประเทศจากสตูดิโอใหญ่ทุกราย ซื้อเป็นออลไรต์ใช้ได้ทุกอย่าง เมื่อมี 4G ก็ง่ายเลย มีดูหนัง"ดอตคอมอยู่แล้วในอินเทอร์เน็ต ลูกเล่นตรงนี้เอามาใช้ประโยชน์บน 4G ได้

- จบการเงินเข้าสู่ธุรกิจคอนเทนต์ได้ยัง

มีพรรคพวกมาชวน ทำตั้งแต่ 15-16 ปีที่แล้ว เริ่มจากทำละครให้ช่อง 7 ก็เจ๊งนะ ละครชื่อสื่อรักภาษาใจเรื่องแรก กับช่อง 3 ก็เคย หนังทำเจ๊งมาไม่รู้กี่เรื่อง จากวันนั้น"ทำให้มีพื้นฐานด้านนี้ เป็นที่มาของช่องโมโนที่โฟกัสเป็นช่องหนังกับซีรีส์ ค่อย ๆ ทำของเราไปเอง ตอนนั้นผมยังไม่ได้เข้ามาในกลุ่มจัสมิน คุณพ่อออกไปทำงานการเมืองแล้วให้มืออาชีพมาทำต่อ ผมเลยไปทำอะไรของตัวเอง กอสซิปสตาร์ มีรุ่นน้องมาเสนอ ก็ลองทำ พิมพ์ครั้งแรก 5 พันเล่ม ปีเดียวเพิ่มมาพิมพ์เกือบสองแสนเล่ม เพิ่มทุกเดือน เป็นหนังสือเล่มเดียวที่กำไรจากการขาย เพราะตั้งราคาสูงและยอดขายเยอะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้วนะ"ต่อมาก็ซื้อเว็บไซต์เอ็มไทย คือฝั่งหนึ่งอยู่ด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ อีกฝั่งเรื่องไอที

- สร้างธุรกิจเอง

ตอนนั้นคุณพ่อยุ่งเรื่องการเมือง แต่ก็คอยแนะนำว่า ให้ไปหัดทำอะไรเอง ไปเกาหลี ไปญี่ปุ่น ไปเจอ KT ไปเจอซอฟต์แบงก์"ถึงบอกว่าเรื่องพวกนี้อยู่ในหัวอยู่แล้ว ธุรกิจคอนเทนต์ รู้ว่าทำยังไง

2 ปีที่แล้วมีประมูลทีวี โมโนเพิ่งเข้าตลาดเลยมีเงินทำให้เข้าประมูลด้วย แต่สุดท้ายแล้วเรื่องไฟแนนเชียลสำคัญ "คนอื่นอาจสะบักสะบอม แต่เราสบาย เพราะเงินมีอยู่แล้ว 7 หมื่นล้าน คือ"ถ้าเจาะถูกจุด เงินจะไหลมาเอง ถึงได้มีการปรับราคาโฆษณาขึ้น
ฐานลูกค้าเว็บกับทีวีคนละกลุ่ม ลูกค้าหลัก"ของโมโน 29 อายุ 40 อัพ ซึ่งก็ดี โฆษณาชอบ ขณะที่เด็กยุคใหม่ไปอยู่กับอินเทอร์เน็ต

- ความท้าทาย

4G ก็ท้าทาย สำหรับผมเป็นสเต็ป ๆ ทำบรอดแบนด์มาจุดหนึ่ง ดูภาพรวมจัสมิน"ก็ท้าทาย ไปคุยกับต่างชาติบินไปรอบโลกใน 4-5 วัน คุยกับนักลงทุน คอนวินซ์ให้มาลงทุนไม่ง่าย วันก่อนไปบอสตันวันเดียวไม่รู้กี่ที่ 4G มาเติมเต็มตลาดมีอยู่แล้วถ้าเอาเซอร์วิสที่ดีมากมาให้โอกาสเติบโตจะสูง

- ภาพผูกกับตลาดหุ้น

ต้อง เข้าใจตลาดเงิน ผมว่าเข้าใจเยอะแล้วก็ยังไม่มากพอ เราต้องพยายามศึกษา ที่ใช้ก็เพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น อย่างโมโน ถ้าไม่รู้เรื่องการเงิน เดินดุ่ย ๆ ไปประมูลทีวีดิจิทัลมาทำก็เจ๊ง คู่แข่งตั้ง 20 กว่าคน จึงต้องวิเคราะห์ทุกรายมาแล้วว่า แต่ละรายแข็งแรงด้านการเงินไหม ดูเงินสดมีเท่าไร หนี้เท่าไร รู้ตรงนี้ช่วยได้เยอะ ไฟแนนเชียลเกมสำคัญ

- พนักงานทั้งหมด

จัส มิน 6,000 กว่า โมโนพันคน ถ้ามี 4G ก็คงขยายเพิ่มบ้างแต่ไม่เยอะ มีสิ่งพิมพ์ 10 กว่าหัว ไบโอสโคปเรื่องหนัง, กอสซิปสตาร์ เป็นต้น เราไม่ได้ทางเดียว แต่จะต่อยอดไปหลายทางทั้งเว็บ สิ่งพิมพ์ ต้องคิดให้ครบทุกด้าน

- เป็นจัสมินในยุคของพิชญ์

คุณพ่อก็ยังให้คำแนะนำตลอดเวลา อย่าง 4G ท่านก็บอกให้ลุย

สำหรับเราเป็นเจเนอเรชั่นต่อไปก็ต้องสู้"ตรงนี้ ท่านร่างกายไม่แข็งแรงแต่มองขาด"การอ่านเกม ความเก๋ายังมี ถ้าบวกกันได้ก็ไปได้


Cr.ประชาชาติธุรกิจ

30 เม.ย. 2558

เทรนเทคโนโลยี IT

 เทรนเทคโนโลยี IT

เทรนเทคโนโลยี IT
ข่าว จาก Gartner ระบุว่ามีศักยภาพที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคนรอบข้างในอีก 3 ปีข้างหน้า เนื่องด้วยมีเทคโนโลยีไอทีใหม่เกิดขึ้นเร็ว อย่างพลิกผันเหมือนเช่น สตีป จ๊อป ที่เปลี่ยนมุมมองคอมพิวเตอร์ เป็น สมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ถ้าใครตามเทรนไอทีไม่ทันก็จะล้าหลัง กลายเป็นมนุษย์พันธ์ลุงกับป้า ในไม่ช้า

แนวโน้มเทคโนโลยีไอที ทีจะเกินขึ้นเร็ว ๆ นี้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้านี้ ครอบคลุม 3 หัวเรื่องใหญ่คือ
1.การหลอมรวมกันของโลกจริงและโลกเสมือน
2.การมาถึงของความเฉลียวฉลาดที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง 
3.ผลกระทบทางเทคโนโลยีของการเคลื่อนสู่ธุรกิจดิจิตอล
มีแนวโน้มเทคโนโลยีไอที อะไรบ้างที่จะเกิดขึ้น

1. Computing Everywhere แม้ ว่าอุปกรณ์พกพาจะยังคงพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง Gartner พยากรณ์ว่าต่อจากนี้จะมุ่งเน้นที่การตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่มี ความหลากหลายทั้งด้านเนื้อหาและสภาพแวดล้อมรอบตัวเรามากกว่า

2. The Internet of Things ข้อมูล ที่พรั่งพรูจากอุปกรณ์ดิจิตอลจะก่อให้เกิดการใช้งาน 4 รูปแบบคือ การบริหารจัดการ การคิดค่าใช้จ่าย การควบคุม และ การขยายผล ซึ่งรูปแบบการใช้งานทั้ง 4 จะประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์อินเตอร์เน็ตได้ 4-5 ชนิด คือ สินทรัพย์ บริการ บุคคล สถานที่ และ ระบบ เชื่อมโยงข้อมูลด้วยอุปกรณ์อินเตอร์เน็ตต่าง ๆ สะดวกสบาย เช่น WiFi พกพา

3. 3D Printing คาดกันว่ายอดจำหน่ายเครื่องพิมพ์ 3 มิติซึ่งมีราคาย่อมเยาว์จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในปี 2015 ก่อให้เกิดขยายการใช้งานไปตามอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ อย่างรวดเร็ว เช่น ชีวการแพทย์ การทำสินค้าต้นแบบ และ การผลิดปริมาณน้อยๆ

4. Advanced, Pervasive and Invisible Analytics การ วิเคราะห์เชิงลึกหรือ Analytics จะได้เป็นพระเอกเนื่องด้วยมีการผลิตข้อมูลจากระบบต่างๆ ทั้งที่อยู่ภายในและภายนอกองค์กรเพิ่มขึ้นเป็นปริมาณมหาศาล องค์กรจะต้องสามารถบริหารจัดการและกลั่นกรองข้อมูลให้ได้เป็นผลลัพธ์ที่เป็น ประโยชน์จริงๆ กับแต่บุคคล

5. Context-Rich Systems ระบบ ที่ปราดเปรื่องรอบรู้ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะและการวิเคราะห์เชิงลึก จะเป็นระบบที่สามารถแจ้งเตือนไปยังสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวและสามารถตอบสนองได้อย่างเหมาะสม 

6. Smart Machines จักร กลอันชาญฉลาด เช่น รถยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์ล้ำสมัย ผู้ช่วยเสมือน จะถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเข้าสู่ยุคของผู้ช่วยที่เป็นจักรกล จักรกลอันชาญฉลาดจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไอทีไปอย่างสิ้นเชิง

7. Cloud/Client Computing การ ผนวกเข้ากันของการประมวลผลคลาวด์กับอุปกรณ์พกพาจะกระตุ้นการเติบโตของ ซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ประสานงานจากส่วนกลาง Cloud เป็นการประมวลผลสมัยใหม่ที่สามารถขยับขยายได้และเป็นบริการด้วยตนเอง ต่อไปซอฟต์แวร์ทั้งที่ใช้ภายในและภายนอกองค์กรจะใช้การประมวลผลสมัยใหม่นี้

8. Software-Defined Applications and Infrastructure การ ใช้ชุดคำสั่งโปรแกรมมิ่งไปกำหนด infrastructure ต่างๆ เช่น network, storage, data center และความปลอดภัย จะเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อองค์กรเพื่อให้มีความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ ดิจิตอล ธุรกิจดิจิตอลมักมีการเปลี่ยนแปลงด้านความต้องการอย่างรวดเร็วจึงจะต้องมี การขยับขยายเพิ่ม หรือ ลด ขนาดของระบบอย่างรวดเร็วด้วย 

9. Web-Scale IT เป็น การประมวลผลทั่วโลกที่อาศัยขีดความสามารถของผู้ให้บริการ cloud ขนาดใหญ่ จะมีองค์กรจำนวนมากขึ้นเรื่ิอยๆ ที่ได้เริ่มคิด ลงมือ และสร้างซอฟต์แวร์ที่มีขนาดใหญ่ยักษ์อย่าง Facebook 

10. Risk-Based Security and Self-Protection แม้ ว่าถนนดิจิตอลแห่งอนาคตทุกๆ สายจะมุ่งสู่ประเด็นความปลอดภัย แต่ในโลกของธุรกิจดิจิตอลประเด็นความปลอดภัยก็ไม่อาจเป็นสิ่งกีดขวางที่จะ หยุดยั้งความก้าวหน้าได้ องค์กรจะรับรู้ว่าไม่มีระบบอะไรที่จะปลอดภัย 100 % เมื่อองค์กรยอมรับเช่นนี้แล้วก็จะประเมินความเสี่ยงเข้มข้นขึ้นและเพิ่ม เครื่องมือในป้องกันความปลอดภัยมากขึ้น

Cr.Whitespace,Gartner

11 เม.ย. 2558

วิธีเพิ่มความแรง สัญญาณ wifi



4

1. นำกระป๋องเบียร์เปล่ามา ล้างให้สะอาด

 5

2. ใช้คัตเตอร์ตัดก้นออก


6

3. ตัดหัวกระป๋องออก แต่ไม่ต้องตัดหมด เหลือไว้ราว 1 นิ้ว



7

4. ใช้กรรไกรตัดตั้งแต่ด้านล่างกระป๋องจนถึงด้านบน มันจะทำให้แบบเป็นแผ่นกระดาษได้


8
5. หลังจากนั้นเอามาสวมตรงเสา router โดยเองเสาหย่อนในรูกระป๋อง และแบกระป๋องออกตามภาพ


เรามาดูขั้นตอนละเอียดตาม คลิป กันอีกทีเลยดีกว่า:





Cr.Kitdoo, USB WiFi , กล่อง Android,โคมไฟแสงอาทิตย์,