แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยูทูบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยูทูบ แสดงบทความทั้งหมด

1 ก.ย. 2559

"3G & 4G " สังคมก้มหน้า



"3G & 4G "  จุดเปลี่ยนสังคมก้มหน้า

สังคม เมืองและสังคมชนบท จุดเปลี่ยนจากเดิมไปสู่ โซเชียวบนมือถือหรือสังคมก้มหน้า ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ หรือเฉพาะจังหวัดใหญ่ ๆ อีกต่อไปที่การใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ในประเทศไทยต่างเห็นประโยชน์ของการใช้สมาร์ทดี ไวซ์ (Smart Device) หลากหลายรูปแบบ และมีความต้องการซื้อสูง ไม่ว่าจะเป็นไวไฟพกพา ( Pocket WiFi ) เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์เข้าถึงอินเทอร์เน็ต

ประมูล 3G & 4G จุดเปลี่ยน

โทรศัพท์ มือถือระบบ 3G 4G เกิดขึ้นในปี 2555 และ 2559 ตามลำดับทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เพราะราคาการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตถูกลง ประกอบกับสมาร์ทดีไวซ์ (Smart Device)ขยับราคาลงมามาก จนในสิ้นปี 2556 ที่โครงข่ายครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ มีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือเพิ่มเป็น 93.1 ล้านเลขหมาย และมีผู้ใช้งาน 3G มากถึง 55.5 ล้านเลขหมาย

ล่าสุดในสิ้นปีที่ผ่านมา มีปัจจัยบวกเข้ามาทั้งจากราคาแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่ราคาเพียง 29 บาท/วัน และสมาร์ทดีไวซ์ (Smart Device) มีราคาเหลือ 1,000-2,000 บาท ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในประเทศไทยไปไกลถึง 96 ล้านเลขหมาย และมีคนใช้งาน 3G มากกว่า 77 ล้านเลขหมาย และกำลังแข่งกันก้าวสู้ 4G ในอีกเร็ว ๆ นี้

สังคมก้มหน้าจาก ปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดผู้ใช้ 3G และ 4G โตเร็ว คือเกิดการบอกต่อประโยชน์จากผู้ใช้คนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง ตัวอย่าง เช่น ลูกสอนแม่ให้ใช้ไลน์ (Line)เพื่อติดต่อสื่อสาร หรือใช้ยูทูบ (Youtube) รับสื่อบันเทิงรูปแบบต่าง ๆ พอใช้จริงก็เกิดประโยชน์อย่างชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์มือถือจากเดือนละ 500 บาท เหลือเพียง 200-300 บาท  เพราะพวกเขาเชื่อมต่อผ่าน ไวไฟพกพา (Pocket WiFi)ใช้ร่วมกันในบ้าน  เมือออกนอกบ้านก็มีไวไฟฟรีตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อใช้ไลน์ (Line)ในการโทรหากัน ส่วนเรื่องยูทูบ (Youtube)ก็ทำให้ดูหนังหรือฟังเพลงเมื่อไรก็ได้ จากเดิมที่ต้องเฝ้าดูรายการต่าง ๆผ่านโทรทัศน์เท่านั้น

พฤติกรรมภูธรสังคมก้มหน้า

"เอ็ม อินเตอร์แอคชั่น" ได้สำรวจผู้ที่ใช้สมาร์ทดีไวซ์น้อยกว่า 12 เดือน จำนวน 100 ตัวอย่าง ในภาคเหนือ, กลาง, ตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตกระจายอยู่ในทุกระดับรายได้ โดยเหตุผลที่ขยับเข้ามาใช้งาน จากเครื่อข่ายมือถือ 3G ครอบคลุมพื้นที่ สามารถรับข่าวสารได้รวดเร็วกว่าสื่อปกติ

แม้นไม่มีโทรศัพท์บ้านก็สามารถใช้ระบบ 3G และ 4G รองรับการเชื่อมต่อผ่าน ไวไฟพกพา (Pocket WiFi) ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเป็นการกดติดตามแฟนเพจบนเฟซบุ๊ก (Facebook), สามารถติดต่อสื่อสารกับคนในครอบครัวผ่านไลน์ (Line) โซเซียลมีเดียอื่น ๆ และประยุกต์ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กกับลักษณะงาน เช่น สร้างกลุ่มเพื่อติดต่อระหว่างคนในองค์กร

เมื่อเจาะไปที่การค้าขาย สินค้าผู้ใช้ในเฟซบุ๊ก (Facebook),อินสตาแกรม (Instagram) และไลน์ (Line)ในการซื้อขายสินค้า ใช้ตู้เอทีเอ็มเป็นช่องทางชำระผ่านการโอนเงิน ตั้งแต่ราคาสินค้า 500-2,000 บาทเท่านั้น ไม่มีการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ  หรือไลน์ (Line)ช็อปเหมือนในหัวเมืองใหญ่ เพราะยังมองว่าขั้นตอนในการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซค่อนข้างยุ่งยาก และการพูดคุยกับผู้ขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก่อนโอนเงินจากบัญชีธนาคารผ่านเอทีเอ็มนั้นง่าย และสะดวกมากกว่า แล้วการรับสินค้าง่ายดายจาก EMS ส่งตรงถึงบ้าน

ฟรีไวไฟ (Free WiFi) จุดพลุโมบายเน็ต

เมื่อ ผู้บริโภคใช้ชีวิตอยู่บนหน้าจอเกือบตลอดเวลา สังคมก้มหน้าทำให้สื่อดั้งเดิมเช่น หนังสือพิมพ์ และคลื่นวิทยุ แทบไม่มีการใช้งานในต่างจังหวัด เพราะสามารถเสพสื่อผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เร็วกว่าสื่อเดิม รวมถึงฟังเพลงผ่านยูทูบ (Youtube)แบบไม่มีโฆษณา และมีเสียง ดีเจ.คั่นเหมือนในวิทยุ ทำให้ธุรกิจเหล่านี้อยู่ยากขึ้น ที่สำคัญการขยายตัวของ "ฟรีไวไฟ (Free WiFi)" ตามร้านอาหารและร้านตัดผม ทำให้ผู้ใช้ในต่างจังหวัดใช้สมาร์ทดีไวซ์เพื่อเข้าถึงคอนเทนต์เหล่านี้ได้ เช่นกัน ซึ่งร้านค้าเหล่านี้ก็อาศัย "ฟรีไวไฟ (Free WiFi)" ปล่อยสัญญาณไวไฟผ่านไวไฟพกพา (Pocket WiFi) เป็นตัวดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการในร้าน

คนในต่างจังหวัดมองเรื่อง ค่าใช้จ่ายต้องมาก่อนดังนั้นอะไรที่ฟรีพวกเขาก็จะมองก่อน ซึ่งเมื่อเทียบความคุ้มค่าระหว่างสมาร์ทโฟนราคาหลักพันกับโทรทัศน์ และวิทยุที่รวมราคาก็พอ ๆ กัน เขาก็เลือกสมาร์ทโฟนก่อน เพราะซื้อครั้งเดียวทำได้ทุกอย่าง  ทำให้คนต่างจังหวัดอ่านหนังสือพิมพ์น้อยลง และแทบไม่ฟังวิทยุ ส่วนบริการที่กำลังบูมคือเรื่องดิจิทัลต่าง ๆ ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งจึงมีความสำคัญมากขึ้น


Cr.ประชาชาติธุรกิจ

20 ส.ค. 2559

ไฮสปีดอินเทอร์เน็ต



นโยบายดิจิทัลอีโคโนมีขอบรัฐบาล "อัลคาเทล-ลูเซ่น (Alcatel Lucent Thailand))" ตามกระแสเปิดตัวซอฟต์แวร์ "Nuage" อัพ สปีด "บรอดแบนด์" ไฮสปีดอินเทอร์เน็ต รับกระแสคนไทยเสพติดออนไลน์ ลุยเจาะตลาดสถาบันการเงิน-ประกันภัย-ค้าปลีก

นายเซบาสเตียน โลฮอง ประธานภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนตะวันตก และกรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลคาเทล-ลูเซ่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยมี 24.94% และใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตมากกว่าดูทีวี 43-50% คือ ใช้อินเทอร์เน็ต 16.36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ขณะที่ดูทีวี 10.56 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
เนื่องจาก เห็นว่าอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญและน่าเชื่อถือ โดยใช้เวลาออนไลน์ 25.78% ไปกับการใช้งานอีเมล์ 23.42% กับการใช้งานโซเชียลและ 9.9% ฟังเพลง และใช้งานระบบความปลอดภัยผ่าน IP Camera รวมทั้งการอัดวิดิโอผ่านกล้อง IP Camera แล้วแชร์ขึ้นยูทูบ (Youtube) ทั้งประเทศไทยยังติดอันดับที่ 10 ของประเทศที่ใช้งานยูทูบ(Youtube) มากที่สุดในโลก

ข้อมูล จาก www.netindex.com พบว่าคนไทยใช้ความเร็วเฉลี่ยของอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 17.7 Mbps ในขณะที่ในประเทศจีนอยู่ที่ 18.3 Mbps ความเร็วเฉลี่ยที่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกใช้งานอยู่ที่ 12.4 Mbps และความเร็วเฉลี่ยที่ทั่วโลกใช้งานอยู่ที่ 17.5 Mbps

"พฤติกรรมการ ใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยเริ่มเปลี่ยน สมาร์ททีวีก็เริ่มเข้ามามากขึ้น จากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ความต้องการใช้บริการต่าง ๆ อาทิ การเชื่อมต่ออุปกรณ์ดิจิตอลทีวีผ่าน กล่องแอนดรอย การเก็บข้อมูลบนคลาวด์ ผ่านการใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ต่าง ๆ ที่มีการส่งทั้งภาพ เสียง วิดีโอ ทำให้มีการใช้ทราฟฟิกหนาแน่น ตลาดเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งจึงน่าโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับไฮสปีดอินเทอร์เน็ต ระบบการสนับสนุนการเชื่อมต่อส่งผ่านข้อมูลมีความสำคัญมากขึ้น"

ล่า สุดแนะนำแพลตฟอร์มเพื่อคลาวด์ป้อนสู่ตลาดมาแล้วภายใต้ชื่อ Nuage เป็นซอฟต์แวร์ไอพีเราเตอร์ (IP Router) ยุคเน็กซ์เจเนอเรชั่นใหม่รองรับไฮสปีดอินเทอร์เน็ต สปีด 400 Gbps ลดค่าใช้จ่าย และลดการบริโภคพลังงานต่อบิตลง 50% เหมาะในการเพิ่มศักยภาพเครือข่ายบรอดแบนด์ และนำไปติดตั้งในอุปกรณ์เซอร์วิสเราเตอร์ ของดาต้าเซ็นเตอร์

ปัจจุบัน อัลคาเทล-ลูเซ่น (Alcatel Lucent Thailand) มีส่วนแบ่งตลาดด้านเทคโนโลยี IP Edge Routing เป็นอันดับที่ 2 ของโลกและเป็นอันดับที่ 1 ในภูมิภาคเอเชีย สำหรับในประเทศไทยตั้งเป้าจะเพิ่มลูกค้ากลุ่มสถาบันการเงิน ประกันภัย และค้าปลีก รวมถึงเจาะตลาดระบบงานเครือข่ายไอพีด้วยกล้องวงจรปิด หรือ กล้อง IP Camera ให้มากขึ้นด้วย

"นโยบาย ดิจิทัลอีโคโนมีจะผลักดันให้ไทยมีการลงทุนด้านไอทีเพิ่มขึ้นในอนาคตหากมีการ ลงทุนทางด้านดาต้าเซ็นเตอร์ของภาครัฐทางบริษัทพร้อมที่จะนำเสนอเทคโนโลยีการ เชื่อมโยงข้อมูลไฮสปีดอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการสำรองข้อมูลระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์และเทคโนโลยีอื่นๆ ด้วยเช่นกัน"

Cr.ประชาชาติธุรกิจ,Synergy | Twitter

25 ก.ค. 2558

"3G " สังคมก้มหน้า


 "3G " สังคมก้มหน้า

"3G "  จุดเปลี่ยนสังคมก้มหน้า

สังคม เมืองและสังคมชนบท จุดเปลี่ยนจากเดิมไปสู่ โซเชียวบนมือถือหรือสังคมก้มหน้า ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ หรือเฉพาะจังหวัดใหญ่ ๆ อีกต่อไปที่การใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ในประเทศไทยต่างเห็นประโยชน์ของการใช้สมาร์ทดี ไวซ์ (Smart Device) หลากหลายรูปแบบ และมีความต้องการซื้อสูง ไม่ว่าจะเป็นไวไฟพกพา ( Pocket WiFi ) เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์เข้าถึงอินเทอร์เน็ต

ประมูล 3G จุดเปลี่ยน

โทรศัพท์ มือถือระบบ 3G เกิดขึ้นในปี 2555 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เพราะราคาการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตถูกลง ประกอบกับสมาร์ทดีไวซ์ (Smart Device)ขยับราคาลงมามาก จนในสิ้นปี 2556 ที่โครงข่ายครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ มีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือเพิ่มเป็น 93.1 ล้านเลขหมาย และมีผู้ใช้งาน 3G มากถึง 55.5 ล้านเลขหมาย

ล่าสุดในสิ้นปี 2557 มีปัจจัยบวกเข้ามาทั้งจากราคาแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่ราคาเพียง 29 บาท/วัน และสมาร์ทดีไวซ์ (Smart Device) มีราคาเหลือ 1,000-2,000 บาท ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในประเทศไทยไปไกลถึง 96 ล้านเลขหมาย และมีคนใช้งาน 3G มากกว่า 77 ล้านเลขหมาย

สังคมก้มหน้าจาก ปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดผู้ใช้ 3G โตเร็ว คือเกิดการบอกต่อประโยชน์จากผู้ใช้คนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง ตัวอย่าง เช่น ลูกสอนแม่ให้ใช้ไลน์ (Line)เพื่อติดต่อสื่อสาร หรือใช้ยูทูบ (Youtube) รับสื่อบันเทิงรูปแบบต่าง ๆ พอใช้จริงก็เกิดประโยชน์อย่างชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์มือถือจากเดือนละ 500 บาท เหลือเพียง 200-300 บาท  เพราะพวกเขาเชื่อมต่อผ่าน ไวไฟพกพา (Pocket WiFi)ใช้ร่วมกันในบ้าน  เมือออกนอกบ้านก็มีไวไฟฟรีตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อใช้ไลน์ (Line)ในการโทรหากัน ส่วนเรื่องยูทูบ (Youtube)ก็ทำให้ดูหนังหรือฟังเพลงเมื่อไรก็ได้ จากเดิมที่ต้องเฝ้าดูรายการต่าง ๆผ่านโทรทัศน์เท่านั้น

พฤติกรรมภูธรสังคมก้มหน้า

"เอ็ม อินเตอร์แอคชั่น" ได้สำรวจผู้ที่ใช้สมาร์ทดีไวซ์น้อยกว่า 12 เดือน จำนวน 100 ตัวอย่าง ในภาคเหนือ, กลาง, ตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตกระจายอยู่ในทุกระดับรายได้ โดยเหตุผลที่ขยับเข้ามาใช้งาน จากเครื่อข่ายมือถือ 3G ครอบคลุมพื้นที่ สามารถรับข่าวสารได้รวดเร็วกว่าสื่อปกติ

แม้นไม่มีโทรศัพท์บ้านก็สามารถใช้ระบบ 3G รองรับการเชื่อมต่อผ่าน ไวไฟพกพา (Pocket WiFi) ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเป็นการกดติดตามแฟนเพจบนเฟซบุ๊ก (Facebook), สามารถติดต่อสื่อสารกับคนในครอบครัวผ่านไลน์ (Line) โซเซียลมีเดียอื่น ๆ และประยุกต์ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กกับลักษณะงาน เช่น สร้างกลุ่มเพื่อติดต่อระหว่างคนในองค์กร

เมื่อเจาะไปที่การค้าขาย สินค้าผู้ใช้ในเฟซบุ๊ก (Facebook),อินสตาแกรม (Instagram) และไลน์ (Line)ในการซื้อขายสินค้า ใช้ตู้เอทีเอ็มเป็นช่องทางชำระผ่านการโอนเงิน ตั้งแต่ราคาสินค้า 500-2,000 บาทเท่านั้น ไม่มีการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ  หรือไลน์ (Line)ช็อปเหมือนในหัวเมืองใหญ่ เพราะยังมองว่าขั้นตอนในการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซค่อนข้างยุ่งยาก และการพูดคุยกับผู้ขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก่อนโอนเงินจากบัญชีธนาคารผ่านเอทีเอ็มนั้นง่าย และสะดวกมากกว่า แล้วการรับสินค้าง่ายดายจาก EMS ส่งตรงถึงบ้าน

ฟรีไวไฟ (Free WiFi) จุดพลุโมบายเน็ต

เมื่อ ผู้บริโภคใช้ชีวิตอยู่บนหน้าจอเกือบตลอดเวลา สังคมก้มหน้าทำให้สื่อดั้งเดิมเช่น หนังสือพิมพ์ และคลื่นวิทยุ แทบไม่มีการใช้งานในต่างจังหวัด เพราะสามารถเสพสื่อผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เร็วกว่าสื่อเดิม รวมถึงฟังเพลงผ่านยูทูบ (Youtube)แบบไม่มีโฆษณา และมีเสียง ดีเจ.คั่นเหมือนในวิทยุ ทำให้ธุรกิจเหล่านี้อยู่ยากขึ้น ที่สำคัญการขยายตัวของ "ฟรีไวไฟ (Free WiFi)" ตามร้านอาหารและร้านตัดผม ทำให้ผู้ใช้ในต่างจังหวัดใช้สมาร์ทดีไวซ์เพื่อเข้าถึงคอนเทนต์เหล่านี้ได้ เช่นกัน ซึ่งร้านค้าเหล่านี้ก็อาศัย "ฟรีไวไฟ (Free WiFi)" ปล่อยสัญญาณไวไฟผ่านไวไฟพกพา (Pocket WiFi) เป็นตัวดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการในร้าน

คนในต่างจังหวัดมองเรื่อง ค่าใช้จ่ายต้องมาก่อนดังนั้นอะไรที่ฟรีพวกเขาก็จะมองก่อน ซึ่งเมื่อเทียบความคุ้มค่าระหว่างสมาร์ทโฟนราคาหลักพันกับโทรทัศน์ และวิทยุที่รวมราคาก็พอ ๆ กัน เขาก็เลือกสมาร์ทโฟนก่อน เพราะซื้อครั้งเดียวทำได้ทุกอย่าง  ทำให้คนต่างจังหวัดอ่านหนังสือพิมพ์น้อยลง และแทบไม่ฟังวิทยุ ส่วนบริการที่กำลังบูมคือเรื่องดิจิทัลต่าง ๆ ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งจึงมีความสำคัญมากขึ้น


Cr.ประชาชาติธุรกิจ

18 ก.ค. 2558

ไฮสปีดอินเทอร์เน็ต


ไฮสปีดอินเทอร์เน็ต

นโยบายดิจิทัลอีโคโนมีขอบรัฐบาล "อัลคาเทล-ลูเซ่น (Alcatel Lucent Thailand))" ตามกระแสเปิดตัวซอฟต์แวร์ "Nuage" อัพ สปีด "บรอดแบนด์" ไฮสปีดอินเทอร์เน็ต รับกระแสคนไทยเสพติดออนไลน์ ลุยเจาะตลาดสถาบันการเงิน-ประกันภัย-ค้าปลีก

นายเซบาสเตียน โลฮอง ประธานภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนตะวันตก และกรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลคาเทล-ลูเซ่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยมี 24.94% และใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตมากกว่าดูทีวี 43-50% คือ ใช้อินเทอร์เน็ต 16.36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ขณะที่ดูทีวี 10.56 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
เนื่องจากเห็นว่าอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญและน่าเชื่อถือ โดยใช้เวลาออนไลน์ 25.78% ไปกับการใช้งานอีเมล์ 23.42% กับการใช้งานโซเชียลและ 9.9% ฟังเพลง และใช้งานระบบความปลอดภัยผ่าน IP Camera รวมทั้งการอัดวิดิโอผ่านกล้อง IP Camera แล้วแชร์ขึ้นยูทูบ (Youtube) ทั้งประเทศไทยยังติดอันดับที่ 10 ของประเทศที่ใช้งานยูทูบ(Youtube) มากที่สุดในโลก

ข้อมูล จาก www.netindex.com พบว่าคนไทยใช้ความเร็วเฉลี่ยของอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 17.7 Mbps ในขณะที่ในประเทศจีนอยู่ที่ 18.3 Mbps ความเร็วเฉลี่ยที่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกใช้งานอยู่ที่ 12.4 Mbps และความเร็วเฉลี่ยที่ทั่วโลกใช้งานอยู่ที่ 17.5 Mbps

"พฤติกรรมการ ใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยเริ่มเปลี่ยน สมาร์ททีวีก็เริ่มเข้ามามากขึ้น จากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ความต้องการใช้บริการต่าง ๆ อาทิ การเชื่อมต่ออุปกรณ์ดิจิตอลทีวีผ่าน กล่องแอนดรอย การเก็บข้อมูลบนคลาวด์ ผ่านการใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ต่าง ๆ ที่มีการส่งทั้งภาพ เสียง วิดีโอ ทำให้มีการใช้ทราฟฟิกหนาแน่น ตลาดเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งจึงน่าโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับไฮสปีดอินเทอร์เน็ต ระบบการสนับสนุนการเชื่อมต่อส่งผ่านข้อมูลมีความสำคัญมากขึ้น"

ล่า สุดแนะนำแพลตฟอร์มเพื่อคลาวด์ป้อนสู่ตลาดมาแล้วภายใต้ชื่อ Nuage เป็นซอฟต์แวร์ไอพีเราเตอร์ (IP Router) ยุคเน็กซ์เจเนอเรชั่นใหม่รองรับไฮสปีดอินเทอร์เน็ต สปีด 400 Gbps ลดค่าใช้จ่าย และลดการบริโภคพลังงานต่อบิตลง 50% เหมาะในการเพิ่มศักยภาพเครือข่ายบรอดแบนด์ และนำไปติดตั้งในอุปกรณ์เซอร์วิสเราเตอร์ ของดาต้าเซ็นเตอร์

ปัจจุบัน อัลคาเทล-ลูเซ่น (Alcatel Lucent Thailand) มีส่วนแบ่งตลาดด้านเทคโนโลยี IP Edge Routing เป็นอันดับที่ 2 ของโลกและเป็นอันดับที่ 1 ในภูมิภาคเอเชีย สำหรับในประเทศไทยตั้งเป้าจะเพิ่มลูกค้ากลุ่มสถาบันการเงิน ประกันภัย และค้าปลีก รวมถึงเจาะตลาดระบบงานเครือข่ายไอพีด้วยกล้องวงจรปิด หรือ กล้อง IP Camera ให้มากขึ้นด้วย

"นโยบาย ดิจิทัลอีโคโนมีจะผลักดันให้ไทยมีการลงทุนด้านไอทีเพิ่มขึ้นในอนาคตหากมีการ ลงทุนทางด้านดาต้าเซ็นเตอร์ของภาครัฐทางบริษัทพร้อมที่จะนำเสนอเทคโนโลยีการ เชื่อมโยงข้อมูลไฮสปีดอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการสำรองข้อมูลระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์และเทคโนโลยีอื่นๆ ด้วยเช่นกัน"

Cr.ประชาชาติธุรกิจ,Asia21st ,Synergy | Facebook

5 มิ.ย. 2558

คนไทยติดอันดับโลกบน ยูทูบ (YouTube)

คนไทยติดอันดับโลกบน ยูทูบ (YouTube)

หลังจาก กรุงเทพมหานคร เคยเป็น 1 ใน 10 เมืองที่มีผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กชื่อดัง "เฟซบุ๊ก (FacebooK)" มาแล้ว   และตามมาด้วย คนไทยติดอันดับโลกอีกครั้งบน ยูทูบ (YouTube) โดยครั้งนี้ติด 1 ใน 10 ประเทศที่มีระยะเวลารับชมวิดีโอออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ "ยูทูบ (YouTube)  " สูงที่สุด

"กูเกิล" ต้นสังกัด "ยูทูบ (YouTube) ประเทศไทย" พูดถึงความสำเร็จของ "ยูทูบ (YouTube)" ว่ามีทั้งในแง่การผลักดันให้มีผู้พัฒนาเนื้อหาเพิ่มขึ้น และระยะเวลาในการรับชม ทำให้มีช่องรายการที่มีผู้ติดตามมากกว่าล้านไอดีเป็นจำนวนมาก

วันนี้ครบรอบ 1 ปี "ยูทูบ (YouTube) ประเทศไทย" และ 10 ปี "ยูทูบ (YouTube)" ในโลกหลังเปิดบริการเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2548 (กูเกิลซื้อกิจการมาในปี 2549)
"กัวทาม อนันต์" ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและพันธมิตร ยูทูบ (YouTube)เอเชียแปซิฟิกบอกว่า หลังจากเป็นช่องทางให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกอัพโหลดเนื้อหาวิดีโอผ่านทาง Pocket WiFi ขึ้นมาเผยแพร่ให้คนบนโลกออนไลน์ได้รับชมครบ 1 ปีเต็ม


บริษัทก็เปิดตัว Partner Program หรือระบบโฆษณาแทรกไว้บนวิดีโอเพื่อหารายได้ โดยไม่ลืมจะสร้างระบบป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ไว้ด้วย
การ รุกเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เป็นการกระตุ้นให้แบรนด์สินค้า และผู้พัฒนาคอนเทนต์ตื่นตัวใช้แพลตฟอร์ม "วิดีโอ" ส่งผลให้มี "คอนเทนต์" ท้องถิ่นเพิ่มขึ้นถึง 50% ขณะที่เวลาในการรับชมเองก็เพิ่มขึ้นถึง 110%  สูงกว่าเวลาในการรับชม ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 50%

ปัจจุบัน "ยูทูบ (YouTube)" ให้บริการเป็นภาษาท้องถิ่น 76 ภาษา ครอบคลุม 95% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก และมีผู้เข้าใช้งานเพิ่มขึ้น 40% ผ่านทาง ตัวรับสัญญาณ WiFi    อัตราการเติบโตในประเทศไทย ล้ำหน้าตลาดโลกไปไกลทั้งในแง่การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้ และระยะเวลาในการรับชม ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะปัจจัยเสริมส่งครบถ้วน


ปัจจัยที่ส่งผล ก็มีตั้งแต่ราคาเครื่อง, ค่าบริการ, พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยที่ชื่นชอบการเสพคอนเทนต์ด้านความบันเทิงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นละคร, เพลง หรือเกมโชว์ เป็นต้น และระบบอินเทอร์เน็ต ไวไฟ (Wi-Fi)  อุปกรณ์ไวไฟ (Wi-Fi) ต่าง ๆ มากมายที่รองรับการเชื่อมต่อไวไฟ ( WIFI ) ในทุกที


"อริยะ พนมยงค์" หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ กูเกิล ประเทศไทยระบุว่า ผู้ใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตในไทย ปัจจุบันมีสัดส่วนกว่า 45% ของจำนวนประชากร หรือคิดเป็น 2 ใน 3 ของประชากรที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ และมีไวไฟ (WIFI) รองรับมากมาย


เท่ากับว่า "อินเทอร์เน็ต" ได้กลายเป็นช่องทางในการรับ "สื่อ" ที่สำคัญมาก เป็นรองแค่ "โทรทัศน์" เท่านั้น จึงไม่แปลกที่แบรนด์สินค้าและผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตวิดีโอจะ หันมาเข้าถึงผู้บริโภคผ่าน "ยูทูบ (YouTube)"


"ราคาอุปกรณ์ที่ถูกลงทำให้คนทุกระดับเข้าถึงได้ ขณะที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือยังสร้างแพ็กเกจรับชมยูทูบ (YouTube)ได้ไม่อั้นในราคาต่ำสุดแค่ 29 บาท/วัน ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น"

ปัจจุบันผู้ใช้ "ยูทูบ (YouTube)" ในประเทศไทยมีการรับชมผ่านมือถือคิดเป็นสัดส่วน 50% ของวิธีรับชมทั้งหมด ขณะที่แบรนด์สินค้าเริ่มจับทางได้และการสร้างวิดีโอโฆษณาออนไลน์ได้ดีขึ้น ทำให้มีช่องรายการของแบรนด์ต่าง ๆ ถึง 15 ราย มีผู้ติดตามเกินล้าน และโฆษณาที่ได้รับความนิยมสูงสุด 10 อันดับแรกเป็นโฆษณาของบริษัทไทยทั้งหมด"


ปีนี้ "ยูทูบ (YouTube)" ไม่รีรอที่จะเพิ่มความเข้มข้นในการทำตลาดมากขึ้นไปอีก    โดยประกาศตัวว่าจะเป็นแพลตฟอร์มของทุกกลุ่มผู้ใช้ ไม่ว่าจะในฐานะช่องรายการที่รวมรายการจำนวนมากไว้, ช่องทางปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์, ช่องทางสร้างรายได้ให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ และเป็นช่องทางหลักในการประชาสัมพันธ์ให้สินค้า


ไม่ใช่แค่นั้น กูเกิลต้องการดึงดูดให้คน (ไทย) เสพความบันเทิงผ่านเว็บ "ยูทูบ (YouTube)" มากขึ้นไปอีกด้วยการเปิดบริการ "YouTube Offline Viewing" (การรับชมโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต)     แล้วไทยเป็นประเทศที่ 4 ที่มี YouTube Offline Viewing ให้เลือกใช้ตามหลังอินเดีย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

บริการดังกล่าวขีดวงไว้ให้ใช้ได้เฉพาะบน "สมาร์ทดีไวซ์" และไม่รวมคอนเทนต์เพลงด้วยเหตุผลทางธุรกิจของค่ายเพลงต่าง ๆ นอกนั้นดึงลงมาเก็บไว้ดูแบบออฟไลน์ได้หมด มีข้อแม้เพิ่มเติมอีกนิดว่า คอนเทนต์ที่ดึงมาเก็บไว้ดูมีอายุในการรับชมแค่ 48 ชม.หลังเริ่มต้นดู

"YouTube Offline Viewing" มีให้บริการเฉพาะในภูมิภาคเอเชียเท่านั้น ด้วยเหตุผลว่าต้องการช่วยผู้บริโภคแถบนี้ให้เข้าถึงการรับชมรายการได้อย่าง สะดวกและถูกลง เพราะจัดเก็บวิดีโอที่ต้องการรับชมผ่านการเชื่อมต่อเครือข่าย "ไวไฟ (WiFi)" ไว้ล่วงหน้าได้ ประหยัดค่าอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือไปได้เยอะ


เอาใจและอำนวยความสะดวกขนาดนี้ ไม่รู้ว่าครบ 2 ปีคนไทยจะขยับอันดับโลกขึ้นมาเป็นเท่าไร ?


Cr.ประชาชาติธุรกิจ