แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กล้องวงจรปิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กล้องวงจรปิด แสดงบทความทั้งหมด

10 ก.ย. 2559

สมาร์ทโฟน ทำได้มากกว่า โทรศัพท์


ยุคสมัยตอนนี้มันก็เปลี่ยนไปกว่าแต่ก่อนมาก เมื่อก่อนมือถือทำได้แค่ รับสาย โทรเข้า โทรออก ส่งข้อความ แต่สมัยนี้มือถือ ถูกเรียกว่าสมาร์ทโฟนไปแล้ว เพราะทำอะไรได้หลายอย่าง จนบางทีก็นึกไม่ถึงเลยก็ว่าได้ และวันนี้ MacThai ได้นำ 1ุ6 สิ่งที่เราไม่คิดว่าสมาร์ทโฟนจะสามารถทำได้นอกจากการทำหน้าที่เป็นแค่ โทรศัพท์

1) โปรเจคเตอร์
สมาร์ท โฟนสมัยนี้สามารถใช้เป็น Mini Projector เอาไว้ดูหนังหรือพรีเซ็นต์งาน โดยไม่ต้องซื้อเครื่องโปรเจคเตอร์ใหญ่ ๆ อีกต่อไป ตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy Beam ที่เป็นโปรเจคเตอร์ในตัวเลย และสำหรับไอโฟนก็มีเช่นกันแต่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมมาต่อเพิ่ม

2) หมวกกันน็อค
หมวก กันน็อคที่ว่านี้จะมีเซ็นเซอร์จาก ICEdot’s Crash ซึ่งจะฝั่งสมาร์ทโฟนเข้าไปในหมวก เพื่อตรวจจับแรกกระแทก เมื่อมีอุบัติเหตุ ก็จะแจ้งเตือนพร้อมแนบตำแหน่งจาก GPS ให้คนที่ต้องการเรารู้ เหมาะกับนักกีฬาผาดโผน

3) รีโมท คอนโทรล
รีโมทของ iPhly นี้จะเป็นเคสไว้ใช้กับไอโฟนซึ่งจะทำให้ไอโฟนของคุณเป็นรีโมททีวี แอร์ หรือจะเป็นรีโมทบังคับเครื่องบินของเล่นต่าง ๆ

4) กล้องวงจรปิดสำหรับหนูน้อย
กล้องวงจร ปิดสำหรับดูเด็กทารก ก็มีมากมายหลายยี่ห้อในตลาด ซึ่งมันสามารถจะดูลูกน้อยของคุณได้ตลอดเวลาผ่าน กล้อง IP Camera ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนผ่านสมาร์ทโฟนของคุณ นอกจากนี้ยังสามารถคุยกับลูก หรือสั่งให้กล้องหมุนไปรอบ ๆ แบบระยะไกลได้

5) Fitness Tracker
ขณะ นี้เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง และนี่เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะจดบันทึกพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการออกกำลัง กายของเรา ซึ่ง Fitness Tracker สมัยนี้สามารถ วัดชีพจร วัดความเครียด หรือแม้กระทั่งวัดปริมาณแสง UV (UV Meter)ได้

6) ที่ล็อคประตูบ้าน
Lockitron เป็นบริษัทที่ผลิตที่ล็อคประตูอัจฉริยะ (Digital Door Lock) ซึ่งมันสามารถเปิดล็อคกลอนประตูไฟฟ้าผ่านสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องใช้กุญแจ แจ้งเตือนไปที่สมาร์ทโฟนเมื่อมีคนมาเคาะประตู เป็นต้น

7) สัตว์เลี้ยงแสนรู้
สมาร์ท โฟนเดี๋ยวนี้สามารถเป็นสัตว์เลี้ยงแก้เหงาได้ด้วย โดยจะนำสมาร์ทโฟนฝังเข้าไปในตุ๊กตา ทำให้ตุ๊กตานั้นเหมือนมีชีวิตขึ้นมา สามารถพูดคุยได้ ร้องเพลงได้ หรือตุ๊กตาที่เคยเห็นอาจจะเป็น เฟอร์บี้ ที่เคยฮิต ๆ กัน

8) บัตรเครดิตและบัตรสมนาคุณต่าง ๆ
ปัจจุบันโลก มันเปลี่ยนไป สมัยนี้ไม่มีใครเค้าพกบัตรเป็นสิบ ๆ ใบในกระเป๋าสตางค์กันแล้ว เดี๋ยวนี้มีเพียงแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถเป็นเครื่องรูดบัตร แลกแต้มได้แล้ว และบริการเก็บบัตรต่าง ๆ ไว้ในไอโฟนของแอปเปิลนั่นก็คือ Passbook

9) ตัวติดตามเอาไว้หาของหาย
ตัว นี้จะเป็นเซ็นเซอร์เล็ก ๆ เท่าเหรียญ หรือเป็นบัตร เอาไว้ห้อยติดกับพวงกุญแจ ใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์ หรือว่าจะให้ลูก ๆ พกติดตัวก็ได้ โดยเราจะสามารถหาของเหล่านี้ได้จากสมาร์ทโฟน เพียงแค่กด เซ็นเซอร์ตัวนี้ก็จะมีเสียงร้องออกมาให้เราได้ยิน

10) รีโมทควบคุมรถ
รถ ยนต์สมัยใหม่ ๆ จะสามารถสั่งงานจากสมาร์ทโฟนได้ทันที เช่น เปิดล็อค ปิดประตู บีบแตร แจ้งเตือนเมื่อยางแบน เครื่องยนต์เสียตรงไหน มันก็จะส่งข้อมูลพร้อมพิกัด ให้ศูนย์ซ่อมรถมาซ่อมให้เรา ขณะที่เราจอดเสียอยู่กลางทาง

11) เครื่องรูดบัตรเครดิต
Square เป็นบริษัทที่ทำเครื่องอ่านบัตรแถบแม่เหล็กไว้ใช้กับสมาร์ทโฟน ไอโฟน ไอแพต เมื่อเราเปิดร้านขายของ เราไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องรูดบัตรขนาดใหญ่ ๆ อีกแล้ว มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถรูดบัตรได้แล้ว

12) เซ็นเซอร์วัดสภาพแวดล้อม
นี่เป็นเซ็นเซอร์วัดสภาพแวดล้อมของ Sensordrone ซึ่งสามารถวัดคุณภาพอากาศ แก๊สรั่ว อุณหภูมิ ความชื้นของอากาศและส่งไปที่สมาร์ทโฟนได้

13) เครื่องให้อาหารสัตว์
เครื่องให้อาหารสัตว์เดี๋ยวนี้สามารถตั้งเวลาให้อาหารสัตว์เลี้ยงของคุณผ่านสมาร์ทโฟนได้แล้ว ไม่ว่าคุณจะอยู่ไหนก็ตาม

14) สวิตซ์เปิด-ปิดไฟ
หลอดไฟในปัจจุบันมี Wi-Fi ในตัวซึ่งทำให้สามารถเป็นไฟอัตโนมัติ เปิด-ปิด หรือเปลี่ยนสีไฟ ได้จากสมาร์ทโฟนของเรา

15) รีโมทกล้องถ่ายรูป
ปัจจุบัน กล้องถ่ายรูปก็มี Wi-Fi หรือ NFC ในการเชื่อมต่อกับมือถือของเรา ไว้ส่งรูปเข้าสมาร์ทโฟนและแชร์รูปผ่านโซเชียลมีเดียร์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นรีโมท สายลั่นชัตเตอร์ และระบุตำแหน่งเพื่อใส่ไปใน EXIF ของภาพ

16) เครื่องตั้งเวลาปิด-เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องตั้ง เวลาปิด-เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ Thermostat จะเป็นตัวตัดกระแสไฟฟ้าในเวลาที่เรากำหนด เช่นตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ หรือตั้งอุณหภูมิของแอร์ให้เข้ากับอากาศภายนอก เพื่อทำให้ประหยัดไฟได้สูงสุด

และนี่เป็น 16 สิ่งที่สมาร์ทโฟนทำได้แล้วในปัจจุบัน แต่คุณอาจจะยังไม่รู้ โดยส่วนใหญ่แล้วเทคโนโลยีจะเข้าไปในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น อนาคตเราจะเห็น ทีวี ตู้เย็น รถ แอร์ พัดลมต่อ Wi-Fi และเชื่อมต่อกับมือถือของเราเพื่อสั่งงานด้วยเสียง และนี่เป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Internet of Things” (IoT)

ซึ่งแอ ปเปิลก็ได้รุกตลาด IoT นี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยใช้ชื่อว่า HomeKit คือสร้างเครื่องมือให้นักพัฒนาได้ใช้ไอโฟนควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านได้

Cr. MacThai,Synergy | Facebook

4 ส.ค. 2559

กล้องวงจรปิดยุคใหม่


     
       กล้องวงจรปิดหรือที่เราคุ้นกันในชื่อของ CCTV นั้น ความเข้าใจส่วนใหญ่ หรือแม้แต่ฟังก์ชันหลักๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้งานทางด้านความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ด้วยความคมชัดและซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย ทำให้การติดกล้องวงจรปิดในปัจจุบันไม่ใช่แค่การรักษาความปลอดภัยอีกต่อไป เพราะกล้องวงจรปิดบางชนิด สามารถนำมาใช้ในการช่วยวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจได้ และน่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ของกล้องวงจรปิดนับจากนี้
     
       ด้วยเทคโลยีใหม่ที่จะมาเปลี่ยนโฉมหน้าและการทำงานนี่เอง ทำให้มีคาดการณ์กันว่าปี 2018 ส่วนแบ่งในตลาดกล้องแบบอนาล็อกจะเหลือไม่ถึง 10% ของตลาดรวม จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งอยู่ที่ประมาณ 50% โดยกล้องแบบไอพีเน็ตเวิร์ก หรือที่เรียกว่า กล้อง IP Camera (IP Camera) ที่บรรจุเทคโนโลยีทันสมัยจะเริ่มเข้ามากลืนกินพื้นที่ตั้งแต่ปี 2016 นี้เป็นต้นไป ซึ่งสาเหตุของการเสื่อมสลายของกล้องแบบอนาล็อกนอกเหนือจากการไม่สามารถเพิ่ม หน้าที่ใดๆ ให้แล้ว ปัจจุบันยังเริ่มขาดแคลนอะไหล่อีกด้วย
     
       กล้องวงจรปิดแบบไอพีเน็ตเวิร์ก หรือ กล้อง IP Camera (IP Camera) นอกจากจะให้ประสิทธิภาพในหลายๆ ด้านที่น่าพึงพอใจมากกว่าแล้ว ยังสามารถลดขนาดพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลด้วยซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยได้อีก อย่างล่าสุดแบรนด์แอ็กซิสได้นำเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า “ชิปสตรีม” เข้ามาเพิ่มความจุในการจัดเก็บข้อมูล วิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณกล้องตรวจการณ์แบบวิดีโอ เน็ตเวิร์กแบบเรียลไทม์ และยังสามารถเพิ่มความชาญฉลาดให้กับตัวกล้องได้อีก
     
       ***กล้องวงจรปิดยุคใหม่ไม่ใช่แค่กล้องกับที่เก็บข้อมูล
     
       ชิปสตรีมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดพื้นที่จัดเก็บ แต่สำหรับการทำงานของกล้องวงจรปิดยุค ใหม่ยังต้องประกอบด้วยการทำงานของเครือข่ายที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ และยังต้องสามารถเก็บข้อมูลได้อย่างละเอียดเพื่อส่งไปทำการวิเคราะห์ได้ อย่างแม่นยำ และนำผลที่ได้มาตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน เฮลท์แคร์ การผลิต สนามบิน หรือแม้แต่ภาคการศึกษา  กล้องที่รองรับพวกนี้ เช่น กล้อง WIFI หรือที่เรียกกันคุ้นปากว่า กล้อง IP (IP Camera) ฯลฯ
     
       ธงชัย วัฒนโสภณวงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน แอ็กซิส กล่าวว่า การนำเสนอโซลูชันตัวใหม่นี้นอกจากจะช่วยลดการใช้แบนด์วิธและพื้นที่การจัด เก็บข้อมูลให้กับกล้องและบีบอัดสัญญาณได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยในการวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณได้อีก โดยฉากที่มีรายละเอียดที่น่าสนใจจะได้รับการบันทึกไว้ด้วยความคมชัดสูงสุด ความละเอียดมากที่สุด ส่วนพื้นที่อื่นๆ จะถูกคัดกรองออก ซึ่งจะทำให้การทำงานสอดส่องดูแลมีประสิทธิภาพมากที่สุด และสอดคล้องกับความต้องการใช้งานมากที่สุด
     
       ด้วยความสามารถที่เพิ่มขึ้น ในอุตสาหกรรมออยแอนด์แก๊ส ยังใช้กล้องวงจรปิดใน การรักษาความปลอดภัยสำหรับพื้นที่ต้องห้าม ด้วยการใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการวิเคราะห์และควบคุมพื้นที่ในเขตอันตรายต่างๆ ซึ่งหากมีเหตุเกิดขึ้นกล้องจะสามารถส่งสัญญาณมาที่ฝ่ายควบคุมได้ทันที
     
       นอกจากนี้ทางด้านความปลอดภัยนั้น กล้องยังสามารถให้ข้อมูลด้านนิติวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยยับยั้งหรือชะลอเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือแม้แต่การใส่เทคโนโลยีเชิงลึก ที่จะแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อมีการรุกล้ำระดับความปลอดภัยที่ตั้งไว้ สำหรับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ที่ต้องการดูแลในระดับสูงสุด
     
       ทั้งนี้การทำธุรกิจในตลาดกล้องวงจรปิดนับ จากนี้ แอ็กซิสมองทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์ม เช่น กล้อง ชิป รวมไปถึงตัวซอฟต์แวร์ที่เอามาใช้งานบนตัวกล้อง ซึ่งต้องเป็นภาพที่ใช้งานได้จริงอยู่ในแพลตฟอร์มที่เปิดกว้าง เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้เป็นอย่างดี โดยได้ร่วมกันพัฒนากับพาร์ทเนอร์ 65,000 ราย เพื่อนำเสนอแอปพลิเคชันที่พร้อมใช้งาน เพื่อตอบสนองกับการใช้งานในหน้าที่ใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมไปถึงการเน้นในเรื่องของคุณภาพตัวกล้องก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มักจะติดตั้งอยู่ในที่ซึ่งซ่อมบำรุงได้ยาก
     
       ***วิเคราะห์ด้านการตลาดลูกเล่นใหม่
     
       ด้านนายฮิโรอากิ ซากะโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทพานาโซนิค ซิสเต็มโซลูชั่น เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า ปลายปีที่ผ่านมาตลาดกล้องวงจรปิดค่อน ข้างซบเซา และเพิ่งจะเริ่มดีขึ้นในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยธุรกิจกล้องซีซีทีวีของพานาโซนิคก็มีอัตราการเติบโตสูงถึง 40% ในไตรมาสที่ผ่านมา ประกอบกับความต้องการใช้งานกล้องวงจรปิดในปัจจุบันนั้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะการใช้งานด้านความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานด้านการตลาดที่สามารถนำมาใช้วิเคราะห์ถึงความสนใจของ ลูกค้าในพื้นที่นั้นๆได้ ดังนั้นด้วยความพร้อมทางด้านผลิตภัณฑ์ของพานาโซนิคที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยี เอง และมีพาร์ทเนอร์ที่มีความพร้อม จึงสามารถสร้างสรรค์การใช้งานของกล้องวงจรปิดให้สามารถตอบสนองกับธุรกิจ ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และมีโซลูชันที่เพรียบพร้อมเพื่อให้สามารถนำไปสู่การใช้งานในรูปแบบของการ วิเคราะห์ได้มากขึ้น
     
       ในส่วนธุรกิจรีเทล การใช้กล้องวงจรปิดความ คมชัดสูง สามารถบอกเจ้าของธุรกิจได้ว่าสินค้าในหมวดหมู่ไหนที่กำลังจะหมด หรือสินค้าประเภทใดได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก ก็จะสามารถใส่เติมเข้าไปได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที นอกจากนี้ยังช่วยในการวิเคราะห์ได้ว่าหากต้องการจะจัดโปรโมชันจะใช้พื้นที่ ส่วนไหนจึงจะได้รับความสนใจจากลูกค้ามากที่สุด หรือ แม้แต่การจัดพื้นที่สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่จะเลือกได้อย่างเหมาะสมได้มากขึ้น และสามารถรับรู้การตอบรับของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จากเดิมที่ต้องมานั่งรอการรวมรวมข้อมูลช่วงปลายเดือนเพื่อ ทำการวิเคราะห์ แล้วค่อยมาทำการปรับให้สอดคล้องกับพฤติกรรมเหล่านั้น ซึ่งอาจเกิดความล้มเหลวมากกว่าการนำข้อมูลที่ได้วันนี้มาปรับเปลี่ยนให้ เหมาะสมได้ในวันรุ่งขึ้น
     
       หรือแม้แต่ในที่จอดรถของห้างสรรพสินค้าก็สามารถนำกล้องวงจรปิดเข้า ไปช่วยควบคุมปริมาณการจราจรได้ เพราะกล้องเหล่านี้จะมีความสามารถในการตรวจนับว่ามีรถทั้งหมดกี่คัน เหลือช่องจอดอีกกี่คันในชั้นไหนบ้าง เพื่อให้ผู้ดูแลควบคุมอาคารสามารถจัดการจราจรให้เป็นไปอย่างสะดวกสบาย และรวดเร็วตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยนี้นอกจากจะทำให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าไปได้อย่าง รวดเร็ว ช่วยให้คนที่เข้ามาใช้บริการรู้สึกดีจนกลายเป็นแบรนด์รอยัลตี้ได้แบบไม่รู้ ตัวแล้ว ส่วนตัวเจ้าของธุรกิจเองยังสามารถควบคุมต้นทุนต่างๆ ได้ดีขึ้นอีก
     
       ***เทคโนโลยีใหม่ใส่ซอฟต์แวร์เพิ่มความฉลาด
     
       กล้องวงจรปิดที่ ทันสมัยแบบเดิมนั้น ด้วยความฉลาดที่เราเรียนรู้กันนั้นเพียงแค่กล้องๆ หนึ่งสามารถหันหน้าไปตามผู้ต้องสงสัยได้ และเมื่อพ้นรัศมีก็จะจะส่งต่อไปให้กล้องอีกตัวหนึ่งทำหน้าที่ต่อ ก็ถือได้ว่ามีความสามารถที่เพียงพอแล้ว แต่ด้วยการพัฒนาที่ก้าวไปอีกขั้นทำให้กล้องวงจรปิดเหล่านี้ทำหน้าที่ได้โดด เด่นกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นการใส่ฟังก์ชันอย่างการวิเคราะห์ภาพในส่วนของการนับคนเข้าออก การวิเคราะห์ภาพในเรื่องของความหนาแน่นของคนในภาพ อย่างเช่น บริเวณที่มีคนหนาแน่นก็จะปรากฏเป็นสีแดง บริเวณคนน้อยจะเป็นสีฟ้า เป็นต้น
     
       ทั้งนี้ในยุคก่อนหน้าที่เทคโนโลยีความคมชัดอย่าง HD เริ่มเข้ามาในตลาดกล้องวงจรปิด ก็เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ดีแล้ว แต่ในปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีความคมชัดระดับ 4K ลงตลาด ดูเหมือนกล้องแบบ Full HD ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดไม่นานก็ดูเหมือนจะล้าสมัยลงไป เพราะเทคโนโลยี 4K นั้น ช่วยให้กล้อง 1 ตัว สามาถใช้แทนกล้อง Full HD ได้ถึง 4 ตัว และแทนกล้องแบบ HD เดิมๆ ได้ถึง 9 ตัวเลยทีเดียว
     
       นอกจากการทดแทนในเรื่องของปริมาณแล้ว กล้องวงจรปิดแบบ เทคโนโลยีใหม่นี้ ยังให้ความคมชัดที่มากกว่า และให้การครอบคลุมพื้นที่ที่มากกว่า สามารถนำภาพที่ได้มาวิเคราะห์ได้แบบชัดเจน ไม่คลุมเคลือเหมือนกล้องแบบเดิม โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัยแล้วถือว่าสามารถตอบสนองในการหาตัวคนร้ายได้ อย่างชัดเจนเลยทีเดียว
     
       กล้องวงจรปิดนับ จากนี้จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานไปตามเทคโนโลยียุคใหม่ ซึ่งต่อไปกล้อง 1 ตัวที่จะมีส่วนประกอบภายในมากมาย ที่นอกจากจะบันทึกข้อมูลภาพและวิดีโอได้แล้ว อาจจะสามารถวิเคราะห์ได้ถึงพฤติกรรมของคนๆ หนึ่งด้วยการประมวลผลในเวลาสั้นๆ และสามารถส่งข้อมูลเหล่านั้นไปให้กับผู้ควบคุมเพื่อให้สามารถป้องกันเหตุที่ จะเกิดขึ้นได้อย่างทันที หรือแม้แต่การใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดยุคใหม่ที่จะนำมาใช้ในการสอดส่อง พฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้า และช่วยให้เจ้าของรีเทลนั้นๆ สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อนำสิ่งที่ได้มาสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า อันจะส่งผลต่อการซื้อครั้งต่อไปได้ไม่ยาก และก็จะไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือจับโจรในห้างเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

Cr.ผู้จัดการ

21 พ.ย. 2558

กล้องวงจรปิดนกฮูก


กล้องวงจรปิดนกฮูก
สำหรับใครที่กำลังมองหาอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านของคุณ เดี๋ยวนี้เรามีเทคโนโลยีทางด้านความปลอดภัยมากมาย ซึ่งระบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นกล้องวงจรปิด(กล้อง IP Camera)แล้ว ล่ะ แต่ด้วยลักษณะของกล้องวงจรปิด(กล้อง IP Camera)ทั่วไปอาจจะดูไม่ค่อยงามซักเท่าไหร่ แต่หน้าตากล้องที่วางขายก็เป็นที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมแบบเดิมๆ แต่เดียวนี้ไม่แล้วเพราะมีกล้องวงจรปิดนกฮูก(IP Camera)

เพราะฉะนั้นแล้วหากอยากจะมีกล้องดีๆ ซักตัวติดไว้ที่บ้าน พร้อมกับดีไซน์อันน่ารักเฉพาะตัว เจ้ากล้องวงจรปิดนกฮูก(IP Camera) เจ้านกฮูกน้อยตัวนี้คือคำตอบสุดท้ายแล้วล่ะ!!  มันเป็นกล้องวงจรปิดนกฮูก(IP Camera)ระวังภัยเป็นกล้องจิ๋วที่สามารถติดไว้ตรงไหนก็ได้ในบริเวณบ้าน แถมยังมีความสามารถที่น่าสนใจสุดๆ เลยล่ะ อย่างเช่นการตรวจจับการเคลื่อนไหว หากมีอะไรเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้อง(ดวงตาก็ขยับมองตามด้วยนะ) ก็จะทำการส่งอีเมล์แจ้งเตือนทันที รวมไปถึงการปรับแต่งสีสันดวงตาของเจ้านกฮูกน้อยผ่านสมาร์ทโฟน การดูกล้องผ่านสมาร์ทโฟน ถ่ายรูปภาพ และอื่นๆ

แก็ตเจ็ต(Gadget) เจ๋งๆ ที่น่ารักที่สุดในโลก! อันนี้มีชื่อเรียกว่ากล้องวงจรปิดนกฮูก Ulo ถูกพัฒนาขึ้นโดยนาย Vivien Muller ชาวฝรั่งเศส ที่มีดีไซน์ฉีกกฏกล้อง โดยมาพร้อมกับดีไซน์น่ารัก รูปทรงคล้ายนกฮูกตากลมโต แถมยังมีระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว  เพื่อรักษาความปลอดภัยด้วยนะ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีวางขายอย่างเป็นทางการนะครับ โดยยังเป็นโปรเจ็คระดมทุน KickStarter อยู่ตอนนี้

จุดเด่นของกล้องวงจรปิดนกฮูก Ulo คือเป็นกล้องวงจรปิด(IP Camera)ดีไซน์น่ารัก รวมไปถึงยังมีความฉลาดมาก เพราะในหลายๆ ฟีเจอร์ เราสามารถควบคุมได้ด้วยสมาร์ทโฟนของเราครับ ไม่ว่าจะเป็นโหมดการตรวจจับการเคลื่อนไหว ที่เมื่อมีวัตถุเคลื่อนไหวขณะเราเปิดโหมด Alert Mode อยู่ เจ้ากล้องวงจรปิดนกฮูก(IP Camera)ตัวน้อยก็จะบันทึกคลิปวีดีโอ แล้วอีเมลหาคุณทันที รวมไปถึงยังมีโหมด Live Video ที่ให้คุณชมภาพในห้องแบบ real time

ที่ทำให้มันดูโดดเด่นก็คือความน่ารักนี่แหละ เลนส์กล้องวงจรปิดนกฮูกก็เป็นเหมือนกับดวงตาของนกฮูก กระพริบตาแป๋วๆ ยิ่งเวลาแบตเตอรี่ใกล้หมดก็จะแสดงอาการเหนื่อย ตาปิด อะไรแบบนี้ น่ารักมากๆ เลยแฮะ การใช้งานก็ง่าย ๆ เพียงแตะเบาๆ ที่หัวกล้องวงจรปิดนกฮูก(IP Camera) ก็จะเป็นการเปิด หรือปิดทันที เมือเปิดใช้งาน Alert Mode สามารถบันทึกภาพสิ่งเคลื่อนไหว แล้วส่งให้คุณทันที แม้นแต่การเปลี่ยนสีสัน หรือรูปแบบดวงตาของกล้องวงจรปิดนกฮูกสามารถทำได้ด้วยสมาร์ทโฟน หรือเพียงแค่ตั้งกล้องวงจรปิดนกฮูกไว้ในห้องนอนลูก อยู่ที่ไหนก็สามารถเฝ้าดูคนที่คุณรักได้ตลอดเวลา

ในความน่ารัก ก็ยังแฝงความน่ากลัวไว้ด้วยนะครับ เพราะถ้าสาวๆ ซื้อแล้วเอากล้องวงจรปิดนกฮูก(IP Camera)ไปแอบตั้งไว้ในห้องแฟน แล้วบอกว่าเป็นแค่ตุ๊กตาตั้งโชว์เฉยๆ ให้รู้ไว้เลยว่าคุณซวยแล้วแน่นอน เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน นะครับ

อย่างไรก็ตามเจ้ากล้องวงจรปิดนกฮูก Ulo นี้ยังเป็นเพียงแค่โครงการเริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่ได้ผลิตวางจำหน่ายอย่างจริงจัง ซึ่งหากมีการผลิตออกมาเป็นที่เรียร้อยแล้วค่าตัวจะอยู่ที่ 7,743 บาท (199 ยูโร) แต่หากใครสนใจร่วมลงทุนตอนนี้ก็จะได้ส่วนลด 50% เหลืออยู่ที่ 3,852 บาท (99 ยูโร)

Cr.Mthai,CatDumb

2 ต.ค. 2558

ซุปเปอร์ฮีโร่ กล้องวงจรปิด


ซุปเปอร์ฮีโร่ กล้องวงจรปิด
ในยุคที่สังคมไทย โดยเฉพาะในเมืองหลวงหรือตัวเมืองของแต่ละจังหวัด ฝากแขวนชีวิตไว้กับความสุ่มเสี่ยง จากน้ำมือคนที่คิดไม่ดี  ขโมยขโจรต่าง ๆ นาๆ ที่ไม่คำนึงถึงชีวิตผู้บริสุทธิ์และทรัพย์สินผู้ที่ทำมาหากินโดยสุจริต ...ถ้าเป็นหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่ อยากได้ชีวิตที่อุ่นใจ คงต้องหันไปพึ่ง “แบทแมน” “ซุปเปอร์แมน” ไม่ก็ “สไปเดอร์แมน” แต่ในชีวิตจริง พระเอกตัวจริงของโลกยุคนี้ คงต้องหันไปพึ่ง กล้องวงจรปิด (CCTV Camera)!!!

เพราะ ด้วยมันเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยแจ้งเบาะแสให้ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคง สามารถไขคดี ตามสะกดรอย และตามจับโจรหรือคนไม่ดีทั้งหลาย มาลงโทษตามกฎหมายมานักต่อนัก จึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกวันนี้ทั่ว กทม. มีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ตามสถานที่ต่างๆรวมทั้งสิ้นมากกว่า 1 ล้านเครื่อง (ทั้งที่ใช้ได้ และใช้ไม่ได้) หรือแม้นแต่ตามต่่างจังหวัดที่เขาพอมีงบหน่อยก็จะลงทุนติดตั้งกล้องวงจรปิด กัน เป็นหูเป็นตาแทนเรา ๆ ที่นี้มาลองดูครับว่า กล้องที่ทำหน้าที่เป็นซุปเปอร์ฮีโรของเรา เป็นอย่างไรกันบ้างครับ

หลัก การทำงานของ กล้องวงจรปิด (CCTV Camera) อาศัยวิธีส่ง สัญญาณภาพ ไปยังอุปกรณ์ปลายทาง เช่น เครื่องบันทึกภาพ หรือจอภาพของคอมพิวเตอร์ โดยจะทำการ จับภาพไปยังพื้นที่เฉพาะจุด เท่านั้น ซึ่งต่างจากระบบการกระจายสัญญาณภาพของโทรทัศน์ ที่ใช้หลักการกระจายภาพทางอากาศผ่านไปยังพื้นที่ต่างๆ ซึ่งสัญญาณภาพสามารถกระจายไปถึงทุกวันนี้กล้องวงจรปิดจึงเปรียบเสมือน กล่องดวงใจ ของแหล่งธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ธนาคาร สถานที่ราชการ สนามบิน โรงงาน โรงแรม ที่พักอาศัย หรือที่ใดก็ตามที่คาดว่าจะมีโจร...

ก่อน หน้านี้แหล่งข่าวระดับสูงของบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายกล้องวงจรปิด (CCTV Camera)รายหนึ่งออกมาเปิดเผย โดยคาดว่า ในปี 2558 นี้ อัตราเติบโตหรือยอดขายกล้องวงจรปิดทั่วประเทศ จะเพิ่มขึ้นจากอัตราเติบโตปกติเฉลี่ยปีละ 10-15% เพิ่มขึ้นมาเป็น 20% หรือคิดเป็นมูลค่าทางการตลาด อยู่ที่ประมาณ 15,000 ล้านบาท

ปัจจัย หลักที่ทำให้กกล้องวงจรปิด (CCTV Camera)กลายเป็นสินค้าเนื้อหอม ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกรณีเหตุลอบวางระเบิดที่ย่านราชประสงค์ กับกรณีปัญหาความไม่สงบที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมทั้งการขยายตัวของบางธุรกิจ ที่ต้องพึ่งกล้องวงจรปิด

อย่างไรก็ ตาม ทุกวันนี้มีกล้องวงจรปิด (CCTV Camera)มากมายหลายประเภท หลายคนที่กำลังมองหาอุปกรณ์ชนิดนี้มาเพิ่มความอุ่นใจให้แก่ชีวิต อาจสับสน จนเลือกไม่ถูกว่าควรเลือกใช้แบบใด จึงจะเหมาะแก่ตัวเองที่สุด

เพื่อ เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังศึกษาและหาอุปกรณ์ชนิดนี้ไปติดตั้ง ขออนุญาตนำข้อมูลจาก เชียงใหม่อินเตอร์เทค แอนด์ ซีเคียวริตี้ แหล่งจำหน่ายกล้องวงจรปิด (CCTV Camera)และระบบกันขโมยชั้นนำ และ Dahua Total Security จาก Dahua Solution Tecnology Product ซึ่งเผยแพร่ไว้ในอินเตอร์เน็ตมาให้ความรู้

สิ่งแรกที่ควรคำนึง ก็คือ กล้องวงจรปิด (CCTV Camera)ถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญของระบบ CCTV เพราะถ้าตัวกล้องไม่สามารถจับภาพได้หรือจับได้แต่ไม่ชัด...ก็แทบจะถือได้ว่า ระบบ CCTV ที่มีอยู่นั้น ไร้ประสิทธิภาพ เพราะต่อให้คุณมีระบบบันทึกภาพ (DVR) ดีเลิศแค่ไหน ก็ไม่ช่วยอะไร

โดยทั่วไปกล้องวงจรปิดที่ได้รับความนิยม แบ่งออกเป็น 4-5 ประเภทด้วยกัน

1.กล้อง มาตรฐาน (Standard Camera) ส่วนใหญ่มักเป็นรูปทรงกระบอกนิยมใช้ติดตั้งภายในอาคาร กล้องชนิดนี้เหมาะใช้กับในพื้นที่ซึ่งมีแสงสว่างตลอดเวลา จุดเด่นของกล้องชนิดนี้อยู่ที่ สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ (ราคากล้องจึงไม่ได้รวมราคาเลนส์เข้าไปด้วย) และบางรุ่นอาจมีไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียงในตัว

2. กล้องวงจรปิด (CCTV Camera) แบบอินฟราเรด (Infarred Camera) จุดเด่นอยู่ที่สามารถจับภาพในที่มืดสนิทได้ ตัวกล้องทำจากวัสดุทนทาน กันน้ำได้ จึงสามารถนำไปติดภายนอกอาคารได้ แต่การเลือกกล้องชนิดนี้ควรเลือกตามระยะของอินฟราเรด เช่น กล้องที่มีระยะอินฟราเรด 10 เมตร 20 เมตร หรือระยะอื่นๆตามความจำเป็นที่ต้องใช้

3.กล้องวงจรปิด (CCTV Camera) แบบโดม (Dome Camera) เป็นกล้องที่มีรูปลักษณ์ครึ่งวงกลมคล้ายโดม กล้องชนิดนี้เหมาะกับพื้นที่ซึ่งต้องการความสวยงาม เพราะติดตั้งแล้วดูเรียบร้อยไม่สะดุดตา จุดเด่นนอกจากอยู่ที่ตัวกล้องสามารถป้องกันการโยนผ้าปิดหน้ากล้องได้ ยังสามารถหมุนปรับมุมกล้องได้รอบตัว หรือ 360 องศา

กล้องโดมเหมาะใช้ ติดตั้งภายในห้องโถง หรือตามออฟฟิศต่างๆ แบ่งเป็นแบบกล้องโดมธรรมดาและกล้องโดมแบบอินฟราเรด โดยกล้องโดมธรรมดาจะมีโหมด D/N สำหรับสลับดูภาพในตอนกลางวัน เป็นภาพสี และตอนกลางคืนเป็นภาพขาวดำ ส่วนกล้องโดมแบบมีอินฟราเรดในตัว สามารถมองเห็นในที่มืดสนิทได้ โดยมีระยะการมองผ่านทั่วไป อยู่ที่ประมาณ 15-20 เมตร

4.กล้องวงจรปิด (CCTV Camera) แบบสปีดโดม (Speed Dome Camera) เป็นกล้องที่สามารถหมุนรอบตัวเองได้ ก้มเงยได้ ซูมขยายภาพได้ มีทั้งชนิดที่เป็นแบบติดภายนอกอาคาร และติดตั้งภายในอาคาร ควรติดตั้งกล้องวงจรปิดชนิดนี้เพื่อตรวจตราบริเวณโดยรอบของพื้นที่ การสั่งการหรือควบคุมกล้องวงจรปิดประเภทนี้ ต้องสั่งโดยเครื่องบันทึกหรือสั่งจากคีย์บอร์ดควบคุม

ในอนาคตกล้อง ระบบไอพี IP (กล้อง IP Camera) น่าจะเข้าแทนที่ระบบเดิมทั้ง 4 แบบ ซึ่งบางประเภทยังเป็นระบบอนาล็อกที่ใช้สายสัญญาณทั่วไป เพราะด้วย IP มีความสามารถสูงในการส่งสัญญาณภาพออกมาได้คมชัดมากกว่า

กล้องวงจร ปิด (CCTV Camera) แบบไอพี หรือ กล้อง IP Camera นั้นเอง กล้องชนิดนี้ได้รวมเอา Network Card ไว้ในตัวกล้องเป็น Web Server ในตัว มีทั้งแบบ ใช้สาย (wired) และไร้สาย (wireless) เป็นกล้องดิจิตอลที่สามารถควบคุมผ่านคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือหรือ สมาร์ทโฟนได้โดยตรง สามารถทำการบันทึกที่คอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ที่ต่ออยู่ในวง LAN หรือ WAN หรือบันทึกลงที่ Network Video Recorder (NVR) ได้เช่นเดียวกัน

อีกประเภทหนึ่งที่กำลังจะมาแรง คือ กล้องจิ๋ว หรือ กล้องซ่อนตัวได้ (Hidden Camera) จุดประสงค์หลักเพื่อใช้ซ่อน เพื่อไม่ให้มองเห็นว่ามีกล้องติดตั้งอยู่จุดใดบ้าง บางครั้งจึงเรียกว่า “กล้องรูเข็ม หรือ  กล้องจิ๋ว” ส่วนใหญ่ที่มีขายตามท้องตลาด ความละเอียดภาพไม่ค่อยสูงนัก รูปแบบโครงสร้างแตกต่างกันไป เช่น Minicam กล้องปากกา กล้องพวงกุญแจ กล้องนาฬิกาข้อมือ กล้องวีดีโอจิ๋ว ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อ บนโต๊ะ ในรถยนต์ ในสำนักงาน หรือในอุปกรณ์ดับไฟไหม้ (Smoke Detector) เป็นต้น

จริงอยู่ในโลกนี้ไม่มีอะไรหวังผลได้เต็มร้อย แต่อย่างน้อยถ้าหลายพื้นที่พร้อมใจกันติดตั้งกล้องวงจรปิด ก็ไม่ต่างกับสังคมไทยมี “ตาวิเศษ” ไว้ช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่องทุกหย่อมหญ้ามากขึ้นไม่ว่าจะเป็น แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ธนาคาร สถานที่ราชการ สนามบิน โรงงาน โรงแรม ที่พักอาศัย.

Cr.ไทยรัฐ

8 ส.ค. 2558

สมาร์ทโฟนทำอะไรได้บ้าง


16 อย่างที่สมาร์ทโฟนทำได้
(ภาพจาก MacThai)

ยุคสมัยตอนนี้มันก็เปลี่ยนไปกว่าแต่ก่อนมาก เมื่อก่อนมือถือทำได้แค่ รับสาย โทรเข้า โทรออก ส่งข้อความ แต่สมัยนี้มือถือ ถูกเรียกว่าสมาร์ทโฟนไปแล้ว เพราะทำอะไรได้หลายอย่าง จนบางทีก็นึกไม่ถึงเลยก็ว่าได้ และวันนี้ MacThai ได้นำ 16 สิ่งที่เราไม่คิดว่าสมาร์ทโฟนจะสามารถทำได้กัน

1) โปรเจคเตอร์
สมาร์ท โฟนสมัยนี้สามารถใช้เป็น Mini Projector เอาไว้ดูหนังหรือพรีเซ็นต์งาน โดยไม่ต้องซื้อเครื่องโปรเจคเตอร์ใหญ่ ๆ อีกต่อไป ตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy Beam ที่เป็นโปรเจคเตอร์ในตัวเลย และสำหรับไอโฟนก็มีเช่นกันแต่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมมาต่อเพิ่ม

2) หมวกกันน็อค
หมวก กันน็อคที่ว่านี้จะมีเซ็นเซอร์จาก ICEdot’s Crash ซึ่งจะฝั่งสมาร์ทโฟนเข้าไปในหมวก เพื่อตรวจจับแรกกระแทก เมื่อมีอุบัติเหตุ ก็จะแจ้งเตือนพร้อมแนบตำแหน่งจาก GPS ให้คนที่ต้องการเรารู้ เหมาะกับนักกีฬาผาดโผน

3) รีโมท คอนโทรล
รีโมทของ iPhly นี้จะเป็นเคสไว้ใช้กับไอโฟนซึ่งจะทำให้ไอโฟนของคุณเป็นรีโมททีวี แอร์ หรือจะเป็นรีโมทบังคับเครื่องบินของเล่นต่าง ๆ

4) กล้องวงจรปิดสำหรับหนูน้อย
กล้องวงจร ปิดสำหรับดูเด็กทารก ก็มีมากมายหลายยี่ห้อในตลาด ซึ่งมันสามารถจะดูลูกน้อยของคุณได้ตลอดเวลาผ่าน กล้อง IP Camera ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนผ่านสมาร์ทโฟนของคุณ นอกจากนี้ยังสามารถคุยกับลูก หรือสั่งให้กล้องหมุนไปรอบ ๆ แบบระยะไกลได้

5) Fitness Tracker
ขณะ นี้เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง และนี่เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะจดบันทึกพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการออกกำลัง กายของเรา ซึ่ง Fitness Tracker สมัยนี้สามารถ วัดชีพจร วัดความเครียด หรือแม้กระทั่งวัดปริมาณแสง UV (UV Meter)ได้

6) ที่ล็อคประตูบ้าน
Lockitron เป็นบริษัทที่ผลิตที่ล็อคประตูอัจฉริยะ (Digital Door Lock) ซึ่งมันสามารถเปิดล็อคผ่านสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องใช้กุญแจ แจ้งเตือนไปที่สมาร์ทโฟนเมื่อมีคนมาเคาะประตู เป็นต้น

7) สัตว์เลี้ยงแสนรู้
สมาร์ท โฟนเดี๋ยวนี้สามารถเป็นสัตว์เลี้ยงแก้เหงาได้ด้วย โดยจะนำสมาร์ทโฟนฝังเข้าไปในตุ๊กตา ทำให้ตุ๊กตานั้นเหมือนมีชีวิตขึ้นมา สามารถพูดคุยได้ ร้องเพลงได้ หรือตุ๊กตาที่เคยเห็นอาจจะเป็น เฟอร์บี้ ที่เคยฮิต ๆ กัน

8) บัตรเครดิตและบัตรสมนาคุณต่าง ๆ
ปัจจุบันโลก มันเปลี่ยนไป สมัยนี้ไม่มีใครเค้าพกบัตรเป็นสิบ ๆ ใบในกระเป๋าสตางค์กันแล้ว เดี๋ยวนี้มีเพียงแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถเป็นเครื่องรูดบัตร แลกแต้มได้แล้ว และบริการเก็บบัตรต่าง ๆ ไว้ในไอโฟนของแอปเปิลนั่นก็คือ Passbook

9) ตัวติดตามเอาไว้หาของหาย
ตัว นี้จะเป็นเซ็นเซอร์เล็ก ๆ เท่าเหรียญ หรือเป็นบัตร เอาไว้ห้อยติดกับพวงกุญแจ ใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์ หรือว่าจะให้ลูก ๆ พกติดตัวก็ได้ โดยเราจะสามารถหาของเหล่านี้ได้จากสมาร์ทโฟน เพียงแค่กด เซ็นเซอร์ตัวนี้ก็จะมีเสียงร้องออกมาให้เราได้ยิน

10) รีโมทควบคุมรถ
รถ ยนต์สมัยใหม่ ๆ จะสามารถสั่งงานจากสมาร์ทโฟนได้ทันที เช่น เปิดล็อค ปิดประตู บีบแตร แจ้งเตือนเมื่อยางแบน เครื่องยนต์เสียตรงไหน มันก็จะส่งข้อมูลพร้อมพิกัด ให้ศูนย์ซ่อมรถมาซ่อมให้เรา ขณะที่เราจอดเสียอยู่กลางทาง

11) เครื่องรูดบัตรเครดิต
Square เป็นบริษัทที่ทำเครื่องอ่านบัตรแถบแม่เหล็กไว้ใช้กับสมาร์ทโฟน ไอโฟน ไอแพต เมื่อเราเปิดร้านขายของ เราไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องรูดบัตรขนาดใหญ่ ๆ อีกแล้ว มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถรูดบัตรได้แล้ว

12) เซ็นเซอร์วัดสภาพแวดล้อม
นี่เป็นเซ็นเซอร์วัดสภาพแวดล้อมของ Sensordrone ซึ่งสามารถวัดคุณภาพอากาศ แก๊สรั่ว อุณหภูมิ ความชื้นของอากาศและส่งไปที่สมาร์ทโฟนได้

13) เครื่องให้อาหารสัตว์
เครื่องให้อาหารสัตว์เดี๋ยวนี้สามารถตั้งเวลาให้อาหารสัตว์เลี้ยงของคุณผ่านสมาร์ทโฟนได้แล้ว ไม่ว่าคุณจะอยู่ไหนก็ตาม

14) สวิตซ์เปิด-ปิดไฟ
หลอดไฟในปัจจุบันมี Wi-Fi ในตัวซึ่งทำให้สามารถเป็นไฟอัตโนมัติ เปิด-ปิด หรือเปลี่ยนสีไฟ ได้จากสมาร์ทโฟนของเรา

15) รีโมทกล้องถ่ายรูป
ปัจจุบัน กล้องถ่ายรูปก็มี Wi-Fi หรือ NFC ในการเชื่อมต่อกับมือถือของเรา ไว้ส่งรูปเข้าสมาร์ทโฟนและแชร์รูปผ่านโซเชียลมีเดียร์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นรีโมท สายลั่นชัตเตอร์ และระบุตำแหน่งเพื่อใส่ไปใน EXIF ของภาพ

16) เครื่องตั้งเวลาปิด-เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องตั้ง เวลาปิด-เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ Thermostat จะเป็นตัวตัดกระแสไฟฟ้าในเวลาที่เรากำหนด เช่นตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ หรือตั้งอุณหภูมิของแอร์ให้เข้ากับอากาศภายนอก เพื่อทำให้ประหยัดไฟได้สูงสุด

และนี่เป็น 16 สิ่งที่สมาร์ทโฟนทำได้แล้วในปัจจุบัน แต่คุณอาจจะยังไม่รู้ โดยส่วนใหญ่แล้วเทคโนโลยีจะเข้าไปในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น อนาคตเราจะเห็น ทีวี ตู้เย็น รถ แอร์ พัดลมต่อ Wi-Fi และเชื่อมต่อกับมือถือของเราเพื่อสั่งงานด้วยเสียง และนี่เป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Internet of Things” (IoT)

ซึ่งแอ ปเปิลก็ได้รุกตลาด IoT นี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยใช้ชื่อว่า HomeKit คือสร้างเครื่องมือให้นักพัฒนาได้ใช้ไอโฟนควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านได้

Cr. MacThai,Synergy | Facebook ,Asia21st

12 พ.ค. 2558

กล้องวงจรปิดยุคใหม่ (CCTV Camera)


กล้องวงจรปิดยุคใหม่ (CCTV Camera)

กล้องวงจรปิดหรือที่เราคุ้นกันในชื่อของ CCTV นั้น ความเข้าใจส่วนใหญ่ หรือแม้แต่ฟังก์ชันหลักๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้งานทางด้านความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ด้วยความคมชัดและซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย ทำให้การติดกล้องวงจรปิดในปัจจุบันไม่ใช่แค่การรักษาความปลอดภัยอีกต่อไป เพราะกล้องวงจรปิดบางชนิด สามารถนำมาใช้ในการช่วยวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจได้ และน่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ของกล้องวงจรปิดนับจากนี้
     
       ด้วยเทคโลยีใหม่ที่จะมาเปลี่ยนโฉมหน้าและการทำงานนี่เอง ทำให้มีคาดการณ์กันว่าปี 2018 ส่วนแบ่งในตลาดกล้องแบบอนาล็อกจะเหลือไม่ถึง 10% ของตลาดรวม จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งอยู่ที่ประมาณ 50% โดยกล้องแบบไอพีเน็ตเวิร์ก หรือที่เรียกว่า กล้อง IP (IP Camera)ที่บรรจุเทคโนโลยีทันสมัยจะเริ่มเข้ามากลืนกินพื้นที่ตั้งแต่ปี 2015 นี้เป็นต้นไป ซึ่งสาเหตุของการเสื่อมสลายของกล้องแบบอนาล็อกนอกเหนือจากการไม่สามารถเพิ่ม หน้าที่ใดๆ ให้แล้ว ปัจจุบันยังเริ่มขาดแคลนอะไหล่อีกด้วย
     
       กล้องวงจรปิดแบบไอพีเน็ตเวิร์ก หรือ กล้อง IP Camera  นอกจากจะให้ประสิทธิภาพในหลายๆ ด้านที่น่าพึงพอใจมากกว่าแล้ว ยังสามารถลดขนาดพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลด้วยซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยได้อีก อย่างล่าสุดแบรนด์แอ็กซิสได้นำเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า “ชิปสตรีม” เข้ามาเพิ่มความจุในการจัดเก็บข้อมูล วิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณกล้องตรวจการณ์แบบวิดีโอ เน็ตเวิร์กแบบเรียลไทม์ และยังสามารถเพิ่มความชาญฉลาดให้กับตัวกล้องได้อีก
     
       ***กล้องวงจรปิดยุคใหม่ไม่ใช่แค่กล้องกับที่เก็บข้อมูล
     
       ชิปสตรีมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดพื้นที่จัดเก็บ แต่สำหรับการทำงานของกล้องวงจรปิดยุค ใหม่ยังต้องประกอบด้วยการทำงานของเครือข่ายที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ และยังต้องสามารถเก็บข้อมูลได้อย่างละเอียดเพื่อส่งไปทำการวิเคราะห์ได้ อย่างแม่นยำ และนำผลที่ได้มาตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน เฮลท์แคร์ การผลิต สนามบิน หรือแม้แต่ภาคการศึกษา  กล้องที่รองรับพวกนี้ เช่น กล้อง WIFI  หรือ กล้อง IP Camera   เป็นต้น
     
       ธงชัย วัฒนโสภณวงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน แอ็กซิส กล่าวว่า การนำเสนอโซลูชันตัวใหม่นี้นอกจากจะช่วยลดการใช้แบนด์วิธและพื้นที่การจัด เก็บข้อมูลให้กับกล้องและบีบอัดสัญญาณได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยในการวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณได้อีก โดยฉากที่มีรายละเอียดที่น่าสนใจจะได้รับการบันทึกไว้ด้วยความคมชัดสูงสุด ความละเอียดมากที่สุด ส่วนพื้นที่อื่นๆ จะถูกคัดกรองออก ซึ่งจะทำให้การทำงานสอดส่องดูแลมีประสิทธิภาพมากที่สุด และสอดคล้องกับความต้องการใช้งานมากที่สุด
     
       ด้วยความสามารถที่เพิ่มขึ้น ในอุตสาหกรรมออยแอนด์แก๊ส ยังใช้กล้องวงจรปิดใน การรักษาความปลอดภัยสำหรับพื้นที่ต้องห้าม ด้วยการใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการวิเคราะห์และควบคุมพื้นที่ในเขตอันตรายต่างๆ ซึ่งหากมีเหตุเกิดขึ้นกล้องจะสามารถส่งสัญญาณมาที่ฝ่ายควบคุมได้ทันที
     
       นอกจากนี้ทางด้านความปลอดภัยนั้น กล้องยังสามารถให้ข้อมูลด้านนิติวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยยับยั้งหรือชะลอเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือแม้แต่การใส่เทคโนโลยีเชิงลึก ที่จะแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อมีการรุกล้ำระดับความปลอดภัยที่ตั้งไว้ สำหรับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ที่ต้องการดูแลในระดับสูงสุด
     
       ทั้งนี้การทำธุรกิจในตลาดกล้องวงจรปิดนับ จากนี้ แอ็กซิสมองทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์ม เช่น กล้อง ชิป รวมไปถึงตัวซอฟต์แวร์ที่เอามาใช้งานบนตัวกล้อง ซึ่งต้องเป็นภาพที่ใช้งานได้จริงอยู่ในแพลตฟอร์มที่เปิดกว้าง เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้เป็นอย่างดี โดยได้ร่วมกันพัฒนากับพาร์ทเนอร์ 65,000 ราย เพื่อนำเสนอแอปพลิเคชันที่พร้อมใช้งาน เพื่อตอบสนองกับการใช้งานในหน้าที่ใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมไปถึงการเน้นในเรื่องของคุณภาพตัวกล้องก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มักจะติดตั้งอยู่ในที่ซึ่งซ่อมบำรุงได้ยาก
     
       ***วิเคราะห์ด้านการตลาดลูกเล่นใหม่
     
       ด้านนายฮิโรอากิ ซากะโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทพานาโซนิค ซิสเต็มโซลูชั่น เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า ปลายปีที่ผ่านมาตลาดกล้องวงจรปิดค่อน ข้างซบเซา และเพิ่งจะเริ่มดีขึ้นในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยธุรกิจกล้องซีซีทีวีของพานาโซนิคก็มีอัตราการเติบโตสูงถึง 40% ในไตรมาสที่ผ่านมา ประกอบกับความต้องการใช้งานกล้องวงจรปิดในปัจจุบันนั้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะการใช้งานด้านความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานด้านการตลาดที่สามารถนำมาใช้วิเคราะห์ถึงความสนใจของ ลูกค้าในพื้นที่นั้นๆได้ ดังนั้นด้วยความพร้อมทางด้านผลิตภัณฑ์ของพานาโซนิคที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยี เอง และมีพาร์ทเนอร์ที่มีความพร้อม จึงสามารถสร้างสรรค์การใช้งานของกล้องวงจรปิดให้สามารถตอบสนองกับธุรกิจ ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และมีโซลูชันที่เพรียบพร้อมเพื่อให้สามารถนำไปสู่การใช้งานในรูปแบบของการ วิเคราะห์ได้มากขึ้น
     
       ในส่วนธุรกิจรีเทล การใช้กล้องวงจรปิดความ คมชัดสูง สามารถบอกเจ้าของธุรกิจได้ว่าสินค้าในหมวดหมู่ไหนที่กำลังจะหมด หรือสินค้าประเภทใดได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก ก็จะสามารถใส่เติมเข้าไปได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที นอกจากนี้ยังช่วยในการวิเคราะห์ได้ว่าหากต้องการจะจัดโปรโมชันจะใช้พื้นที่ ส่วนไหนจึงจะได้รับความสนใจจากลูกค้ามากที่สุด หรือ แม้แต่การจัดพื้นที่สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่จะเลือกได้อย่างเหมาะสมได้มากขึ้น และสามารถรับรู้การตอบรับของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จากเดิมที่ต้องมานั่งรอการรวมรวมข้อมูลช่วงปลายเดือนเพื่อ ทำการวิเคราะห์ แล้วค่อยมาทำการปรับให้สอดคล้องกับพฤติกรรมเหล่านั้น ซึ่งอาจเกิดความล้มเหลวมากกว่าการนำข้อมูลที่ได้วันนี้มาปรับเปลี่ยนให้ เหมาะสมได้ในวันรุ่งขึ้น
     
       หรือแม้แต่ในที่จอดรถของห้างสรรพสินค้าก็สามารถนำกล้องวงจรปิดเข้า ไปช่วยควบคุมปริมาณการจราจรได้ เพราะกล้องเหล่านี้จะมีความสามารถในการตรวจนับว่ามีรถทั้งหมดกี่คัน เหลือช่องจอดอีกกี่คันในชั้นไหนบ้าง เพื่อให้ผู้ดูแลควบคุมอาคารสามารถจัดการจราจรให้เป็นไปอย่างสะดวกสบาย และรวดเร็วตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยนี้นอกจากจะทำให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าไปได้อย่าง รวดเร็ว ช่วยให้คนที่เข้ามาใช้บริการรู้สึกดีจนกลายเป็นแบรนด์รอยัลตี้ได้แบบไม่รู้ ตัวแล้ว ส่วนตัวเจ้าของธุรกิจเองยังสามารถควบคุมต้นทุนต่างๆ ได้ดีขึ้นอีก
     
       ***เทคโนโลยีใหม่ใส่ซอฟต์แวร์เพิ่มความฉลาด
     
       กล้องวงจรปิดที่ ทันสมัยแบบเดิมนั้น ด้วยความฉลาดที่เราเรียนรู้กันนั้นเพียงแค่กล้องๆ หนึ่งสามารถหันหน้าไปตามผู้ต้องสงสัยได้ และเมื่อพ้นรัศมีก็จะจะส่งต่อไปให้กล้องอีกตัวหนึ่งทำหน้าที่ต่อ ก็ถือได้ว่ามีความสามารถที่เพียงพอแล้ว แต่ด้วยการพัฒนาที่ก้าวไปอีกขั้นทำให้กล้องวงจรปิดเหล่านี้ทำหน้าที่ได้โดด เด่นกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นการใส่ฟังก์ชันอย่างการวิเคราะห์ภาพในส่วนของการนับคนเข้าออก การวิเคราะห์ภาพในเรื่องของความหนาแน่นของคนในภาพ อย่างเช่น บริเวณที่มีคนหนาแน่นก็จะปรากฏเป็นสีแดง บริเวณคนน้อยจะเป็นสีฟ้า เป็นต้น
     
       ทั้งนี้ในยุคก่อนหน้าที่เทคโนโลยีความคมชัดอย่าง HD เริ่มเข้ามาในตลาดกล้องวงจรปิด ก็เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ดีแล้ว แต่ในปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีความคมชัดระดับ 4K ลงตลาด ดูเหมือนกล้องแบบ Full HD ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดไม่นานก็ดูเหมือนจะล้าสมัยลงไป เพราะเทคโนโลยี 4K นั้น ช่วยให้กล้อง 1 ตัว สามาถใช้แทนกล้อง Full HD ได้ถึง 4 ตัว และแทนกล้องแบบ HD เดิมๆ ได้ถึง 9 ตัวเลยทีเดียว
     
       นอกจากการทดแทนในเรื่องของปริมาณแล้ว กล้องวงจรปิดแบบ เทคโนโลยีใหม่นี้ ยังให้ความคมชัดที่มากกว่า และให้การครอบคลุมพื้นที่ที่มากกว่า สามารถนำภาพที่ได้มาวิเคราะห์ได้แบบชัดเจน ไม่คลุมเคลือเหมือนกล้องแบบเดิม โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัยแล้วถือว่าสามารถตอบสนองในการหาตัวคนร้ายได้ อย่างชัดเจนเลยทีเดียว
     
       กล้องวงจรปิดนับ จากนี้จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานไปตามเทคโนโลยียุคใหม่ ซึ่งต่อไปกล้อง 1 ตัวที่จะมีส่วนประกอบภายในมากมาย ที่นอกจากจะบันทึกข้อมูลภาพและวิดีโอได้แล้ว อาจจะสามารถวิเคราะห์ได้ถึงพฤติกรรมของคนๆ หนึ่งด้วยการประมวลผลในเวลาสั้นๆ และสามารถส่งข้อมูลเหล่านั้นไปให้กับผู้ควบคุมเพื่อให้สามารถป้องกันเหตุที่ จะเกิดขึ้นได้อย่างทันที หรือแม้แต่การใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดยุคใหม่ที่จะนำมาใช้ในการสอดส่อง พฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้า และช่วยให้เจ้าของรีเทลนั้นๆ สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อนำสิ่งที่ได้มาสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า อันจะส่งผลต่อการซื้อครั้งต่อไปได้ไม่ยาก และก็จะไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือจับโจรในห้างเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

Cr.ผู้จัดการ