แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แสงUV แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แสงUV แสดงบทความทั้งหมด

10 ก.ย. 2559

สมาร์ทโฟน ทำได้มากกว่า โทรศัพท์


ยุคสมัยตอนนี้มันก็เปลี่ยนไปกว่าแต่ก่อนมาก เมื่อก่อนมือถือทำได้แค่ รับสาย โทรเข้า โทรออก ส่งข้อความ แต่สมัยนี้มือถือ ถูกเรียกว่าสมาร์ทโฟนไปแล้ว เพราะทำอะไรได้หลายอย่าง จนบางทีก็นึกไม่ถึงเลยก็ว่าได้ และวันนี้ MacThai ได้นำ 1ุ6 สิ่งที่เราไม่คิดว่าสมาร์ทโฟนจะสามารถทำได้นอกจากการทำหน้าที่เป็นแค่ โทรศัพท์

1) โปรเจคเตอร์
สมาร์ท โฟนสมัยนี้สามารถใช้เป็น Mini Projector เอาไว้ดูหนังหรือพรีเซ็นต์งาน โดยไม่ต้องซื้อเครื่องโปรเจคเตอร์ใหญ่ ๆ อีกต่อไป ตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy Beam ที่เป็นโปรเจคเตอร์ในตัวเลย และสำหรับไอโฟนก็มีเช่นกันแต่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมมาต่อเพิ่ม

2) หมวกกันน็อค
หมวก กันน็อคที่ว่านี้จะมีเซ็นเซอร์จาก ICEdot’s Crash ซึ่งจะฝั่งสมาร์ทโฟนเข้าไปในหมวก เพื่อตรวจจับแรกกระแทก เมื่อมีอุบัติเหตุ ก็จะแจ้งเตือนพร้อมแนบตำแหน่งจาก GPS ให้คนที่ต้องการเรารู้ เหมาะกับนักกีฬาผาดโผน

3) รีโมท คอนโทรล
รีโมทของ iPhly นี้จะเป็นเคสไว้ใช้กับไอโฟนซึ่งจะทำให้ไอโฟนของคุณเป็นรีโมททีวี แอร์ หรือจะเป็นรีโมทบังคับเครื่องบินของเล่นต่าง ๆ

4) กล้องวงจรปิดสำหรับหนูน้อย
กล้องวงจร ปิดสำหรับดูเด็กทารก ก็มีมากมายหลายยี่ห้อในตลาด ซึ่งมันสามารถจะดูลูกน้อยของคุณได้ตลอดเวลาผ่าน กล้อง IP Camera ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนผ่านสมาร์ทโฟนของคุณ นอกจากนี้ยังสามารถคุยกับลูก หรือสั่งให้กล้องหมุนไปรอบ ๆ แบบระยะไกลได้

5) Fitness Tracker
ขณะ นี้เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง และนี่เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะจดบันทึกพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการออกกำลัง กายของเรา ซึ่ง Fitness Tracker สมัยนี้สามารถ วัดชีพจร วัดความเครียด หรือแม้กระทั่งวัดปริมาณแสง UV (UV Meter)ได้

6) ที่ล็อคประตูบ้าน
Lockitron เป็นบริษัทที่ผลิตที่ล็อคประตูอัจฉริยะ (Digital Door Lock) ซึ่งมันสามารถเปิดล็อคกลอนประตูไฟฟ้าผ่านสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องใช้กุญแจ แจ้งเตือนไปที่สมาร์ทโฟนเมื่อมีคนมาเคาะประตู เป็นต้น

7) สัตว์เลี้ยงแสนรู้
สมาร์ท โฟนเดี๋ยวนี้สามารถเป็นสัตว์เลี้ยงแก้เหงาได้ด้วย โดยจะนำสมาร์ทโฟนฝังเข้าไปในตุ๊กตา ทำให้ตุ๊กตานั้นเหมือนมีชีวิตขึ้นมา สามารถพูดคุยได้ ร้องเพลงได้ หรือตุ๊กตาที่เคยเห็นอาจจะเป็น เฟอร์บี้ ที่เคยฮิต ๆ กัน

8) บัตรเครดิตและบัตรสมนาคุณต่าง ๆ
ปัจจุบันโลก มันเปลี่ยนไป สมัยนี้ไม่มีใครเค้าพกบัตรเป็นสิบ ๆ ใบในกระเป๋าสตางค์กันแล้ว เดี๋ยวนี้มีเพียงแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถเป็นเครื่องรูดบัตร แลกแต้มได้แล้ว และบริการเก็บบัตรต่าง ๆ ไว้ในไอโฟนของแอปเปิลนั่นก็คือ Passbook

9) ตัวติดตามเอาไว้หาของหาย
ตัว นี้จะเป็นเซ็นเซอร์เล็ก ๆ เท่าเหรียญ หรือเป็นบัตร เอาไว้ห้อยติดกับพวงกุญแจ ใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์ หรือว่าจะให้ลูก ๆ พกติดตัวก็ได้ โดยเราจะสามารถหาของเหล่านี้ได้จากสมาร์ทโฟน เพียงแค่กด เซ็นเซอร์ตัวนี้ก็จะมีเสียงร้องออกมาให้เราได้ยิน

10) รีโมทควบคุมรถ
รถ ยนต์สมัยใหม่ ๆ จะสามารถสั่งงานจากสมาร์ทโฟนได้ทันที เช่น เปิดล็อค ปิดประตู บีบแตร แจ้งเตือนเมื่อยางแบน เครื่องยนต์เสียตรงไหน มันก็จะส่งข้อมูลพร้อมพิกัด ให้ศูนย์ซ่อมรถมาซ่อมให้เรา ขณะที่เราจอดเสียอยู่กลางทาง

11) เครื่องรูดบัตรเครดิต
Square เป็นบริษัทที่ทำเครื่องอ่านบัตรแถบแม่เหล็กไว้ใช้กับสมาร์ทโฟน ไอโฟน ไอแพต เมื่อเราเปิดร้านขายของ เราไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องรูดบัตรขนาดใหญ่ ๆ อีกแล้ว มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถรูดบัตรได้แล้ว

12) เซ็นเซอร์วัดสภาพแวดล้อม
นี่เป็นเซ็นเซอร์วัดสภาพแวดล้อมของ Sensordrone ซึ่งสามารถวัดคุณภาพอากาศ แก๊สรั่ว อุณหภูมิ ความชื้นของอากาศและส่งไปที่สมาร์ทโฟนได้

13) เครื่องให้อาหารสัตว์
เครื่องให้อาหารสัตว์เดี๋ยวนี้สามารถตั้งเวลาให้อาหารสัตว์เลี้ยงของคุณผ่านสมาร์ทโฟนได้แล้ว ไม่ว่าคุณจะอยู่ไหนก็ตาม

14) สวิตซ์เปิด-ปิดไฟ
หลอดไฟในปัจจุบันมี Wi-Fi ในตัวซึ่งทำให้สามารถเป็นไฟอัตโนมัติ เปิด-ปิด หรือเปลี่ยนสีไฟ ได้จากสมาร์ทโฟนของเรา

15) รีโมทกล้องถ่ายรูป
ปัจจุบัน กล้องถ่ายรูปก็มี Wi-Fi หรือ NFC ในการเชื่อมต่อกับมือถือของเรา ไว้ส่งรูปเข้าสมาร์ทโฟนและแชร์รูปผ่านโซเชียลมีเดียร์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นรีโมท สายลั่นชัตเตอร์ และระบุตำแหน่งเพื่อใส่ไปใน EXIF ของภาพ

16) เครื่องตั้งเวลาปิด-เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องตั้ง เวลาปิด-เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ Thermostat จะเป็นตัวตัดกระแสไฟฟ้าในเวลาที่เรากำหนด เช่นตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ หรือตั้งอุณหภูมิของแอร์ให้เข้ากับอากาศภายนอก เพื่อทำให้ประหยัดไฟได้สูงสุด

และนี่เป็น 16 สิ่งที่สมาร์ทโฟนทำได้แล้วในปัจจุบัน แต่คุณอาจจะยังไม่รู้ โดยส่วนใหญ่แล้วเทคโนโลยีจะเข้าไปในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น อนาคตเราจะเห็น ทีวี ตู้เย็น รถ แอร์ พัดลมต่อ Wi-Fi และเชื่อมต่อกับมือถือของเราเพื่อสั่งงานด้วยเสียง และนี่เป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Internet of Things” (IoT)

ซึ่งแอ ปเปิลก็ได้รุกตลาด IoT นี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยใช้ชื่อว่า HomeKit คือสร้างเครื่องมือให้นักพัฒนาได้ใช้ไอโฟนควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านได้

Cr. MacThai,Synergy | Facebook

8 ส.ค. 2558

สมาร์ทโฟนทำอะไรได้บ้าง


16 อย่างที่สมาร์ทโฟนทำได้
(ภาพจาก MacThai)

ยุคสมัยตอนนี้มันก็เปลี่ยนไปกว่าแต่ก่อนมาก เมื่อก่อนมือถือทำได้แค่ รับสาย โทรเข้า โทรออก ส่งข้อความ แต่สมัยนี้มือถือ ถูกเรียกว่าสมาร์ทโฟนไปแล้ว เพราะทำอะไรได้หลายอย่าง จนบางทีก็นึกไม่ถึงเลยก็ว่าได้ และวันนี้ MacThai ได้นำ 16 สิ่งที่เราไม่คิดว่าสมาร์ทโฟนจะสามารถทำได้กัน

1) โปรเจคเตอร์
สมาร์ท โฟนสมัยนี้สามารถใช้เป็น Mini Projector เอาไว้ดูหนังหรือพรีเซ็นต์งาน โดยไม่ต้องซื้อเครื่องโปรเจคเตอร์ใหญ่ ๆ อีกต่อไป ตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy Beam ที่เป็นโปรเจคเตอร์ในตัวเลย และสำหรับไอโฟนก็มีเช่นกันแต่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมมาต่อเพิ่ม

2) หมวกกันน็อค
หมวก กันน็อคที่ว่านี้จะมีเซ็นเซอร์จาก ICEdot’s Crash ซึ่งจะฝั่งสมาร์ทโฟนเข้าไปในหมวก เพื่อตรวจจับแรกกระแทก เมื่อมีอุบัติเหตุ ก็จะแจ้งเตือนพร้อมแนบตำแหน่งจาก GPS ให้คนที่ต้องการเรารู้ เหมาะกับนักกีฬาผาดโผน

3) รีโมท คอนโทรล
รีโมทของ iPhly นี้จะเป็นเคสไว้ใช้กับไอโฟนซึ่งจะทำให้ไอโฟนของคุณเป็นรีโมททีวี แอร์ หรือจะเป็นรีโมทบังคับเครื่องบินของเล่นต่าง ๆ

4) กล้องวงจรปิดสำหรับหนูน้อย
กล้องวงจร ปิดสำหรับดูเด็กทารก ก็มีมากมายหลายยี่ห้อในตลาด ซึ่งมันสามารถจะดูลูกน้อยของคุณได้ตลอดเวลาผ่าน กล้อง IP Camera ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนผ่านสมาร์ทโฟนของคุณ นอกจากนี้ยังสามารถคุยกับลูก หรือสั่งให้กล้องหมุนไปรอบ ๆ แบบระยะไกลได้

5) Fitness Tracker
ขณะ นี้เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง และนี่เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะจดบันทึกพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการออกกำลัง กายของเรา ซึ่ง Fitness Tracker สมัยนี้สามารถ วัดชีพจร วัดความเครียด หรือแม้กระทั่งวัดปริมาณแสง UV (UV Meter)ได้

6) ที่ล็อคประตูบ้าน
Lockitron เป็นบริษัทที่ผลิตที่ล็อคประตูอัจฉริยะ (Digital Door Lock) ซึ่งมันสามารถเปิดล็อคผ่านสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องใช้กุญแจ แจ้งเตือนไปที่สมาร์ทโฟนเมื่อมีคนมาเคาะประตู เป็นต้น

7) สัตว์เลี้ยงแสนรู้
สมาร์ท โฟนเดี๋ยวนี้สามารถเป็นสัตว์เลี้ยงแก้เหงาได้ด้วย โดยจะนำสมาร์ทโฟนฝังเข้าไปในตุ๊กตา ทำให้ตุ๊กตานั้นเหมือนมีชีวิตขึ้นมา สามารถพูดคุยได้ ร้องเพลงได้ หรือตุ๊กตาที่เคยเห็นอาจจะเป็น เฟอร์บี้ ที่เคยฮิต ๆ กัน

8) บัตรเครดิตและบัตรสมนาคุณต่าง ๆ
ปัจจุบันโลก มันเปลี่ยนไป สมัยนี้ไม่มีใครเค้าพกบัตรเป็นสิบ ๆ ใบในกระเป๋าสตางค์กันแล้ว เดี๋ยวนี้มีเพียงแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถเป็นเครื่องรูดบัตร แลกแต้มได้แล้ว และบริการเก็บบัตรต่าง ๆ ไว้ในไอโฟนของแอปเปิลนั่นก็คือ Passbook

9) ตัวติดตามเอาไว้หาของหาย
ตัว นี้จะเป็นเซ็นเซอร์เล็ก ๆ เท่าเหรียญ หรือเป็นบัตร เอาไว้ห้อยติดกับพวงกุญแจ ใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์ หรือว่าจะให้ลูก ๆ พกติดตัวก็ได้ โดยเราจะสามารถหาของเหล่านี้ได้จากสมาร์ทโฟน เพียงแค่กด เซ็นเซอร์ตัวนี้ก็จะมีเสียงร้องออกมาให้เราได้ยิน

10) รีโมทควบคุมรถ
รถ ยนต์สมัยใหม่ ๆ จะสามารถสั่งงานจากสมาร์ทโฟนได้ทันที เช่น เปิดล็อค ปิดประตู บีบแตร แจ้งเตือนเมื่อยางแบน เครื่องยนต์เสียตรงไหน มันก็จะส่งข้อมูลพร้อมพิกัด ให้ศูนย์ซ่อมรถมาซ่อมให้เรา ขณะที่เราจอดเสียอยู่กลางทาง

11) เครื่องรูดบัตรเครดิต
Square เป็นบริษัทที่ทำเครื่องอ่านบัตรแถบแม่เหล็กไว้ใช้กับสมาร์ทโฟน ไอโฟน ไอแพต เมื่อเราเปิดร้านขายของ เราไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องรูดบัตรขนาดใหญ่ ๆ อีกแล้ว มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถรูดบัตรได้แล้ว

12) เซ็นเซอร์วัดสภาพแวดล้อม
นี่เป็นเซ็นเซอร์วัดสภาพแวดล้อมของ Sensordrone ซึ่งสามารถวัดคุณภาพอากาศ แก๊สรั่ว อุณหภูมิ ความชื้นของอากาศและส่งไปที่สมาร์ทโฟนได้

13) เครื่องให้อาหารสัตว์
เครื่องให้อาหารสัตว์เดี๋ยวนี้สามารถตั้งเวลาให้อาหารสัตว์เลี้ยงของคุณผ่านสมาร์ทโฟนได้แล้ว ไม่ว่าคุณจะอยู่ไหนก็ตาม

14) สวิตซ์เปิด-ปิดไฟ
หลอดไฟในปัจจุบันมี Wi-Fi ในตัวซึ่งทำให้สามารถเป็นไฟอัตโนมัติ เปิด-ปิด หรือเปลี่ยนสีไฟ ได้จากสมาร์ทโฟนของเรา

15) รีโมทกล้องถ่ายรูป
ปัจจุบัน กล้องถ่ายรูปก็มี Wi-Fi หรือ NFC ในการเชื่อมต่อกับมือถือของเรา ไว้ส่งรูปเข้าสมาร์ทโฟนและแชร์รูปผ่านโซเชียลมีเดียร์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นรีโมท สายลั่นชัตเตอร์ และระบุตำแหน่งเพื่อใส่ไปใน EXIF ของภาพ

16) เครื่องตั้งเวลาปิด-เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องตั้ง เวลาปิด-เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ Thermostat จะเป็นตัวตัดกระแสไฟฟ้าในเวลาที่เรากำหนด เช่นตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ หรือตั้งอุณหภูมิของแอร์ให้เข้ากับอากาศภายนอก เพื่อทำให้ประหยัดไฟได้สูงสุด

และนี่เป็น 16 สิ่งที่สมาร์ทโฟนทำได้แล้วในปัจจุบัน แต่คุณอาจจะยังไม่รู้ โดยส่วนใหญ่แล้วเทคโนโลยีจะเข้าไปในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น อนาคตเราจะเห็น ทีวี ตู้เย็น รถ แอร์ พัดลมต่อ Wi-Fi และเชื่อมต่อกับมือถือของเราเพื่อสั่งงานด้วยเสียง และนี่เป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Internet of Things” (IoT)

ซึ่งแอ ปเปิลก็ได้รุกตลาด IoT นี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยใช้ชื่อว่า HomeKit คือสร้างเครื่องมือให้นักพัฒนาได้ใช้ไอโฟนควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านได้

Cr. MacThai,Synergy | Facebook ,Asia21st

29 ก.ค. 2558

หลอดไฟ LED ถนอมอาหาร


หลอดไฟ LED ถนอมอาหาร
หลอดไฟ LED ถนอมอาหาร


หลอดไฟแอลอีดี เป็นหลอดไฟที่ประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดไฟประเภทอื่นๆที่มีอยู่ในตลาดทั้ง หมด และการประหยัดเงินค่าไฟฟ้าจากการใช้หลอดไฟ LED ตั้งแต่ 15-75% แล้วแต่ชนิดของหลอดเดิม แถมไม่มีแสง UV ปล่อยความร้อนน้อย และแสงจากหลอดไฟ LED ไม่กระพริบ

การใช้หลอดไฟ LED มีประโยชน์พอสมควร ลองมาดูครับว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้าง แล้วทำไมมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ จึงนำมาใช้รักษาอาหาร ฆ่าเชื้อโรคแทนสารเคมี ช่วยให้คุณค่าของผักผลไม้ และ อาหารมีคุณค่า ปราศจากสารเคมี ต่าง ๆ

คณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย แห่งชาติสิงคโปร์ ได้เปิดเผยว่า ได้ค้นพบแสงสีน้ำเงินของหลอดไฟแอลอีดีมีสรรพคุณเป็นยาต้านแบคทีเรียอย่าง ชะงัด สามารถใช้ฆ่าเชื้อโรคที่มากับอาหาร และนำไปใช้ในการถนอมอาหาร แถมยังสามารถตั้งเวลาให้หลอดไฟอัตโนมัติได้ตามเวลาที่ต้องการ ส่งความสดของอาหารได้ตามความต้องการของลูกค้า

แสง สีน้ำเงินของหลอดไฟแอลอีดีจะออกฤทธิ์ได้เต็มที่ หากอยู่ภายใต้อุณหภูมิระหว่าง 4 ถึง 15 องศาเซลเซียส และมีฤทธิ์เป็นกรดเล็กน้อย การค้นพบนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ใช้หลอดไฟแอลอีดีแทนสารเคมีในการรักษาอาหารได้ พวกอาหารสด อย่างเช่นผลไม้สดและเนื้อสัตว์ที่พร้อมที่จะบริโภค จะสามารถรักษาโดยใช้แสงไฟอันนี้ ในอุณหภูมิที่เย็นโดยไม่ต้องใช้สารเคมีอย่างที่ใช้กันอยู่อย่างปกติ

หัวหน้านักวิจัยกล่าวสรุปว่า ผลการศึกษาของเรา ส่อว่าอาจจะใช้แสงไฟจากหลอดแอลอีดีในการเก็บรักษาอาหารเป็นเหมือนไฟอัตโนมัติถนอม อาหารตามเวลาทีต้องการ ภายใต้อุณหภูมิอันเย็นได้ โดยไม่ต้องง้อสารเคมีเลย แต่ยังจะต้องมีการค้นคว้าต่อไปว่ามันจะทำให้รสชาติของอาหารเปลี่ยนแปลงไป หรือไม่  ส่วนประโยชน์ของหลอดไฟแอลอีดี ยังมีประโยชน์อีกเยอะ มาดูกันว่า เขามองประโยชน์อย่างไรบ้าง

ประโยชน์จากการใช้หลอดไฟ LED

1. ไม่มีแสง UV
หลอด ไฟประเภท LED ที่เป็นที่นิยมใช้ในยุโรปและประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหมด เพราะไม่มีแสง UV ปลดปล่อยออกจากแสงใดๆเลยแม้แต่น้อย เนื่องด้วย UV จะมีผลกระทบต่อสินค้าที่โดนแสงอย่างต่อเนื่องยาวนาน

2. ปล่อยความร้อนน้อยลงกว่าหลอดไฟแบบเดิม
เนื่อง ด้วยการเปิดหลอดนีออนเพื่อแสงสว่างนั้น คุณต้องการแค่ “แสงสว่าง” เป็นสำคัญ ไม่ได้ต้องการความร้อนแต่อย่างใด ความร้อนเหล่านี้ เกิดขึ้นอย่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยเทคโนโลยีแบบเดิมๆของหลอดไฟ ที่อาจจะปล่อยความร้อนออกมากับคลื่น แต่หลอดไฟ LED ปล่อยความร้อนน้อยลงกว่าหลอดไฟแบบเดิมหลายเท่า

3. LED ทนต่อการสั่นสะเทือนมากกว่า
หลอด ไฟประเภท LED จะมีความสามารถในการทนต่อการสั่นสะเทือนได้มากกว่า เช่น ลิฟต์ ที่ติดตั้งในอาคาร จะติดไฟประเภท LED เพราะลิฟต์ นั้นจะมีอาการสั่นและเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ทำให้ลดโอกาสการเสียของหลอดไฟได้มากขึ้น ทำให้ไม่ต้องมีพนักงานเข้าไปเปลี่ยนหลอดไฟถี่เท่าเดิม

4. แสงจากหลอดไฟ LED ไม่กระพริบ
หลอด ไฟฟูออเรสเซ้นต์แบบเดิมนั้นจะมีการกระพริบของแสงที่ความถี่ของการกระพริบ 50 Hz.  คนงานและพนักงานประมาณ 10-30% มีปฏิกิริยากับการกระพริบของแสงเหล่านี้ โดยอาการที่เกิดเช่น อาการปวดหัว ปวดตา เมื่อมองชิ้นงานภายใต้แสงนีออนต่อเนื่องหลายชั่วโมง   หลอดไฟ LED ไม่มีการกระพริบของแสง  แสงที่กระทบเข้าตาของพนักงานเหล่านั้นเป็นแสงที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น และเหมาะสมมากขึ้นในการทำงานที่ต่อเนื่อง


5. ประสิทธิภาพของแสงที่เหมาะสมกับรูปแบบโคม
เนื่อง จาก LED จะมีทิศทางการส่องสว่างแบบเป็นท่อ ไม่ได้กระจายออกทุกทิศทาง ทำให้สามารถออกแบบตัวหลอดให้เหมาะสมกับโคม โดยไม่ปล่อยแสงไปในทิศทางที่ไม่ต้องการได้ ทำให้เกิดการประหยัดไฟฟ้าได้

Cr.ไทยรัฐ,เล่าสู่กันฟัง ,Asia21st