แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แอปเปิล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แอปเปิล แสดงบทความทั้งหมด

13 ธ.ค. 2562

Tim Cook ซีอีโอ Apple เยือนไทย ไหว้สักการะ วัดอรุณ

Tim Cook ซีอีโอ Apple เยือนไทย ไหว้สักการะ วัดอรุณ
Tim Cook ซีอีโอ Apple เยือนไทย ไหว้สักการะ วัดอรุณ

Tim Cook ซีอีโอ Apple เยือนไทย ไหว้สักการะ วัดอรุณ


ทำเอาหลายคนเซอร์ไพรส์ไม่น้อย เมื่อล่าสุด (13 ธันวาคม 2562) ทิม คุก (Tim Cook) CEO ของ แอปเปิล (Apple) ได้โพสต์ภาพขณะเดินทางมาเมืองไทย ในโอกาสนี้ โจ จีรศักดิ์ ยังได้พาซีอีโอของ Apple ล่องเรือไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเที่ยวชมความสวยงามของวัดอรุณ


ทิม คุก (Tim Cook) ได้เดินทางไปยังวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร โดยมี โจ จีรศักดิ์ พานเพียรศิลป์ (IG: joez19) ช่างภาพเจ้าของผลงานภาพถ่ายที่เคยได้รับเลือกลงใน Instagram ของ Apple เป็นคนนำเที่ยว ก่อนจะเดินทางไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ในเมืองไทยอีกมากมาย อาทิ การไปเยี่ยมเด็ก ๆ ที่ รร.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้ "Everyone Can Create" ในการเรียนวิทยาศาสตร์ ไปร่วมยินดีกับทีมนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ที่ได้เหรียญทองซีเกมส์ 2019 และดูการใช้ Apple Watch และ iPad ในการฝึกซ้อม เป็นต้น


ก่อนหน้าจะมาไทย Tim Cook ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Tim Cook ได้เดินทางไปยังญี่ปุ่น โดยมีภารกิจหลายอย่างเช่นเยี่ยมชมโรงงาน Seiko Advance ที่ทำสีของ iPhone 11 Pro และพบปะกับนักพัฒนาแอพชาวญี่ปุ่น หลังจากนั้นก็ไปสิงคโปร์ โดยหนึ่งในภารกิจคือเยี่ยมชมกิจการของ Singapore Airlines ที่นำ iPad มาใช้ในห้องนักบิน และในไทยมีรายงานว่า Tim Cook เดินทางไปเยี่ยมชม Apple Store สาขา Iconsiam ของไทยด้วย


Cr.Flashfly,Kapook

10 ก.ย. 2559

สมาร์ทโฟน ทำได้มากกว่า โทรศัพท์


ยุคสมัยตอนนี้มันก็เปลี่ยนไปกว่าแต่ก่อนมาก เมื่อก่อนมือถือทำได้แค่ รับสาย โทรเข้า โทรออก ส่งข้อความ แต่สมัยนี้มือถือ ถูกเรียกว่าสมาร์ทโฟนไปแล้ว เพราะทำอะไรได้หลายอย่าง จนบางทีก็นึกไม่ถึงเลยก็ว่าได้ และวันนี้ MacThai ได้นำ 1ุ6 สิ่งที่เราไม่คิดว่าสมาร์ทโฟนจะสามารถทำได้นอกจากการทำหน้าที่เป็นแค่ โทรศัพท์

1) โปรเจคเตอร์
สมาร์ท โฟนสมัยนี้สามารถใช้เป็น Mini Projector เอาไว้ดูหนังหรือพรีเซ็นต์งาน โดยไม่ต้องซื้อเครื่องโปรเจคเตอร์ใหญ่ ๆ อีกต่อไป ตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy Beam ที่เป็นโปรเจคเตอร์ในตัวเลย และสำหรับไอโฟนก็มีเช่นกันแต่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมมาต่อเพิ่ม

2) หมวกกันน็อค
หมวก กันน็อคที่ว่านี้จะมีเซ็นเซอร์จาก ICEdot’s Crash ซึ่งจะฝั่งสมาร์ทโฟนเข้าไปในหมวก เพื่อตรวจจับแรกกระแทก เมื่อมีอุบัติเหตุ ก็จะแจ้งเตือนพร้อมแนบตำแหน่งจาก GPS ให้คนที่ต้องการเรารู้ เหมาะกับนักกีฬาผาดโผน

3) รีโมท คอนโทรล
รีโมทของ iPhly นี้จะเป็นเคสไว้ใช้กับไอโฟนซึ่งจะทำให้ไอโฟนของคุณเป็นรีโมททีวี แอร์ หรือจะเป็นรีโมทบังคับเครื่องบินของเล่นต่าง ๆ

4) กล้องวงจรปิดสำหรับหนูน้อย
กล้องวงจร ปิดสำหรับดูเด็กทารก ก็มีมากมายหลายยี่ห้อในตลาด ซึ่งมันสามารถจะดูลูกน้อยของคุณได้ตลอดเวลาผ่าน กล้อง IP Camera ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนผ่านสมาร์ทโฟนของคุณ นอกจากนี้ยังสามารถคุยกับลูก หรือสั่งให้กล้องหมุนไปรอบ ๆ แบบระยะไกลได้

5) Fitness Tracker
ขณะ นี้เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง และนี่เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะจดบันทึกพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการออกกำลัง กายของเรา ซึ่ง Fitness Tracker สมัยนี้สามารถ วัดชีพจร วัดความเครียด หรือแม้กระทั่งวัดปริมาณแสง UV (UV Meter)ได้

6) ที่ล็อคประตูบ้าน
Lockitron เป็นบริษัทที่ผลิตที่ล็อคประตูอัจฉริยะ (Digital Door Lock) ซึ่งมันสามารถเปิดล็อคกลอนประตูไฟฟ้าผ่านสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องใช้กุญแจ แจ้งเตือนไปที่สมาร์ทโฟนเมื่อมีคนมาเคาะประตู เป็นต้น

7) สัตว์เลี้ยงแสนรู้
สมาร์ท โฟนเดี๋ยวนี้สามารถเป็นสัตว์เลี้ยงแก้เหงาได้ด้วย โดยจะนำสมาร์ทโฟนฝังเข้าไปในตุ๊กตา ทำให้ตุ๊กตานั้นเหมือนมีชีวิตขึ้นมา สามารถพูดคุยได้ ร้องเพลงได้ หรือตุ๊กตาที่เคยเห็นอาจจะเป็น เฟอร์บี้ ที่เคยฮิต ๆ กัน

8) บัตรเครดิตและบัตรสมนาคุณต่าง ๆ
ปัจจุบันโลก มันเปลี่ยนไป สมัยนี้ไม่มีใครเค้าพกบัตรเป็นสิบ ๆ ใบในกระเป๋าสตางค์กันแล้ว เดี๋ยวนี้มีเพียงแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถเป็นเครื่องรูดบัตร แลกแต้มได้แล้ว และบริการเก็บบัตรต่าง ๆ ไว้ในไอโฟนของแอปเปิลนั่นก็คือ Passbook

9) ตัวติดตามเอาไว้หาของหาย
ตัว นี้จะเป็นเซ็นเซอร์เล็ก ๆ เท่าเหรียญ หรือเป็นบัตร เอาไว้ห้อยติดกับพวงกุญแจ ใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์ หรือว่าจะให้ลูก ๆ พกติดตัวก็ได้ โดยเราจะสามารถหาของเหล่านี้ได้จากสมาร์ทโฟน เพียงแค่กด เซ็นเซอร์ตัวนี้ก็จะมีเสียงร้องออกมาให้เราได้ยิน

10) รีโมทควบคุมรถ
รถ ยนต์สมัยใหม่ ๆ จะสามารถสั่งงานจากสมาร์ทโฟนได้ทันที เช่น เปิดล็อค ปิดประตู บีบแตร แจ้งเตือนเมื่อยางแบน เครื่องยนต์เสียตรงไหน มันก็จะส่งข้อมูลพร้อมพิกัด ให้ศูนย์ซ่อมรถมาซ่อมให้เรา ขณะที่เราจอดเสียอยู่กลางทาง

11) เครื่องรูดบัตรเครดิต
Square เป็นบริษัทที่ทำเครื่องอ่านบัตรแถบแม่เหล็กไว้ใช้กับสมาร์ทโฟน ไอโฟน ไอแพต เมื่อเราเปิดร้านขายของ เราไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องรูดบัตรขนาดใหญ่ ๆ อีกแล้ว มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถรูดบัตรได้แล้ว

12) เซ็นเซอร์วัดสภาพแวดล้อม
นี่เป็นเซ็นเซอร์วัดสภาพแวดล้อมของ Sensordrone ซึ่งสามารถวัดคุณภาพอากาศ แก๊สรั่ว อุณหภูมิ ความชื้นของอากาศและส่งไปที่สมาร์ทโฟนได้

13) เครื่องให้อาหารสัตว์
เครื่องให้อาหารสัตว์เดี๋ยวนี้สามารถตั้งเวลาให้อาหารสัตว์เลี้ยงของคุณผ่านสมาร์ทโฟนได้แล้ว ไม่ว่าคุณจะอยู่ไหนก็ตาม

14) สวิตซ์เปิด-ปิดไฟ
หลอดไฟในปัจจุบันมี Wi-Fi ในตัวซึ่งทำให้สามารถเป็นไฟอัตโนมัติ เปิด-ปิด หรือเปลี่ยนสีไฟ ได้จากสมาร์ทโฟนของเรา

15) รีโมทกล้องถ่ายรูป
ปัจจุบัน กล้องถ่ายรูปก็มี Wi-Fi หรือ NFC ในการเชื่อมต่อกับมือถือของเรา ไว้ส่งรูปเข้าสมาร์ทโฟนและแชร์รูปผ่านโซเชียลมีเดียร์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นรีโมท สายลั่นชัตเตอร์ และระบุตำแหน่งเพื่อใส่ไปใน EXIF ของภาพ

16) เครื่องตั้งเวลาปิด-เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องตั้ง เวลาปิด-เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ Thermostat จะเป็นตัวตัดกระแสไฟฟ้าในเวลาที่เรากำหนด เช่นตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ หรือตั้งอุณหภูมิของแอร์ให้เข้ากับอากาศภายนอก เพื่อทำให้ประหยัดไฟได้สูงสุด

และนี่เป็น 16 สิ่งที่สมาร์ทโฟนทำได้แล้วในปัจจุบัน แต่คุณอาจจะยังไม่รู้ โดยส่วนใหญ่แล้วเทคโนโลยีจะเข้าไปในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น อนาคตเราจะเห็น ทีวี ตู้เย็น รถ แอร์ พัดลมต่อ Wi-Fi และเชื่อมต่อกับมือถือของเราเพื่อสั่งงานด้วยเสียง และนี่เป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Internet of Things” (IoT)

ซึ่งแอ ปเปิลก็ได้รุกตลาด IoT นี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยใช้ชื่อว่า HomeKit คือสร้างเครื่องมือให้นักพัฒนาได้ใช้ไอโฟนควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านได้

Cr. MacThai,Synergy | Facebook

21 ก.ค. 2559

แจกฟรี "ไอแพด" ให้ผู้สูงวัย




เมื่อเร็วๆ นี้ที่ประเทศญี่ปุ่นมีการแถลงถึงโครงการใหญ่ภายใต้ความร่วมมือของ 3 องค์กรธุรกิจ คือ แอปเปิล อิงค์., ไอบีเอ็ม กับการไปรษณีย์แห่งญี่ปุ่น (เจพีจี-แจแปน โพสต์ กรุ๊ป ซึ่งไม่ได้ประกอบกิจการไปรษณีย์อย่างเดียว แต่มีอีกหลายธุรกิจ หนึ่งในจำนวนนั้นคือ ธุรกิจประกันชีวิต ที่ได้ชื่อว่าเป็นกิจการประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดของที่นั่น) นั่นคือ โครงการ "แจก" แท็บเล็ตไอแพด (Ipad) ให้กับผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่น เริ่มต้นด้วยจำนวน 5 ล้านเครื่อง ในช่วงระยะเวลา 5 ปีนับจากนี้

แนว คิดเบื้องหลังโครงการนี้น่าสนใจไม่น้อย แต่ก่อนที่จะทำความเข้าใจกับแนวคิดดังกล่าว ต้องทำความเข้าใจกับสังคมผู้สูงอายุในญี่ปุ่น ที่แตกต่างจากบ้านเราอยู่ไม่น้อย

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสัดส่วน ประชากรสูงอายุสูงที่สุดในโลก จำนวนผู้สูงอายุ (อายุเกิน 65 ปี) ในญี่ปุ่นตอนนี้มีมากถึง 33 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 25 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นราว 40 เปอร์เซ็นต์ในอีกเพียง 40 ปีข้างหน้า

สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ผู้สูงอายุของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง ไม่ว่าจะ "เต็มใจ" หรือ "ไม่เต็มใจ" ที่จะอยู่เช่นนั้นก็ตาม

นั่นทำให้บริการอย่าง "วอทช์ โอเวอร์ เซอร์วิส" ของเจพีจี กลายเป็นบริการยอดนิยมในประเทศญี่ปุ่น

"วอทช์ โอเวอร์ เซอร์วิส" คือบริการส่งพนักงานไปยังที่พักของลูกค้าสูงอายุ เพื่อตรวจสอบความเป็นอยู่และให้ความช่วยเหลือในเรื่องความเป็นอยู่เล็กๆ น้อยๆ อาทิ กำหนดการรับประทานยา กำหนดนัดพบแพทย์ หรือช่วยเหลือให้ผู้สูงอายุได้เข้าถึงบริการต่างๆ ที่ทางการจัดสรรให้กับพวกเขา และกับการจ่ายค่าบริการให้กับเจพีจีเป็นรายเดือน เป็นต้น

ตรงนี้เองที่ "ไอแพด" เข้ามามีบทบาท ภายใต้แนวคิดใหม่นี้ พนักงานของเจพีจีแทนที่จะไปพบลูกค้าเฉยๆ จะนำเอาไอแพดไป ด้วยทำหน้าที่เป็นครูสอนการใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดให้กับผู้สูงวัยทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานชุดแอพพลิเคชั่นที่ทางไอบีเอ็มออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเชื่อมโยงผู้สูงอายุเหล่านั้นเข้ากับเครือข่าย ทางสังคมของชุมชน, ครอบครัว และการบริหารจัดการเรื่องทางด้านสุขภาพของลูกค้าผู้สูงวัยเหล่านั้น นอกเหนือจาก "ความบันเทิง" ที่ผู้ใช้ไอแพดจะได้รับเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

แอ พพลิเคชั่นของไอบีเอ็มจะเตือนให้ผู้ใช้ที่มีอาการป่วยรับประทานยาให้ตรงเวลา ไม่ลืมกินยา "ความดัน" ของตัวเองซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอาการถึงขั้นเสียชีวิต ในเวลาเดียวกัน ผู้ใช้ก็สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่น "เฟซไทม์" เพื่อติดต่อพูดคุยกับบุคคลในครอบครัวไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลแค่ไหนได้ เช่นเดียวกับที่สามารถใช้มันเพื่อจองวันเวลาสำหรับใช้บริการช่างประปา เข้ามาซ่อมแซมอ่างล้างหน้าที่รั่วซึม เป็นต้น

ผู้บริหารของเจพีจีและแอปเปิลไม่ได้พูดถึงการใช้ไอแพดใน แง่ของอุปกรณ์เพื่อรับบริการ "เทเลเมดิซิน" หรือการแพทย์ทางไกล แต่ด้วยขีดความสามารถของเทคโนโลยีและเครือข่ายที่มีอยู่ในปัจจุบันในญี่ปุ่น การให้บริการเพื่อที่ผู้สูงอายุสามารถพบ ปรึกษาหารือกับแพทย์เกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยของตัวเองได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลหรือคลินิก ไม่ได้เป็นเรื่องยากอีกต่อไป

ไอบีเอ็ม นอกจากจะทำหน้าที่ออกแบบแอพพลิเคชั่นแล้ว ยังเป็นตัวหลักในการพัฒนาระบบคลาวด์สำหรับเก็บข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้าทุกราย เชื่อมต่อกับไอแพดในมือ ผู้ใช้บริการทุกเครื่อง เจพีจี ที่ให้บริการ "วอทช์ โอเวอร์" มานาน ไม่เพียงเข้าใจถึงความต้องการและทรรศนะของบรรดาลูกค้าผู้สูงวัยเหล่านี้เท่า นั้น ยัง "ได้รับความไว้วางใจ" จากสังคมผู้สูงอายุของญี่ปุ่นสูงมากที่สุดอีกด้วย

ข้อมูลเหล่านี้มี ความสำคัญมากสำหรับการนำมาใช้ "สังเคราะห์" ด้วยระบบ เดต้า อะนาไลติค เพื่อขจัดข้อบกพร่อง หรือเพิ่มเติมบริการให้ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น หรือเพื่อให้การแจกไอแพดครั้งนี้มีประโยชน์ตรงกับวัตถุประสงค์ในการช่วยให้ ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตอยู่โดยลำพังอย่าง "ปลอดภัย" และ "มั่นคง" มากยิ่งขึ้น

หาก ประสบความสำเร็จ โครงการนี้ไม่เพียงสามารถขยายออกไปครอบคลุมสังคมผู้สูงอายุญี่ปุ่นเท่านั้น แต่อาจกลายเป็นตัวอย่างในการประยุกต์ใช้ที่ดีสำหรับสังคมของอีกหลายประเทศ ทั่วโลกที่เริ่ม "ชราภาพ" ลงไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน

ปัญหาก็คือโครงการริเริ่มนี้ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าไอแพดที่แจกออกไป มีประโยชน์ในการช่วยชีวิตและสร้างความมั่นคงให้กับผู้ชราภาพเหล่านั้นได้

Cr.มติชน,แบตสำรอง ipad

8 ส.ค. 2558

สมาร์ทโฟนทำอะไรได้บ้าง


16 อย่างที่สมาร์ทโฟนทำได้
(ภาพจาก MacThai)

ยุคสมัยตอนนี้มันก็เปลี่ยนไปกว่าแต่ก่อนมาก เมื่อก่อนมือถือทำได้แค่ รับสาย โทรเข้า โทรออก ส่งข้อความ แต่สมัยนี้มือถือ ถูกเรียกว่าสมาร์ทโฟนไปแล้ว เพราะทำอะไรได้หลายอย่าง จนบางทีก็นึกไม่ถึงเลยก็ว่าได้ และวันนี้ MacThai ได้นำ 16 สิ่งที่เราไม่คิดว่าสมาร์ทโฟนจะสามารถทำได้กัน

1) โปรเจคเตอร์
สมาร์ท โฟนสมัยนี้สามารถใช้เป็น Mini Projector เอาไว้ดูหนังหรือพรีเซ็นต์งาน โดยไม่ต้องซื้อเครื่องโปรเจคเตอร์ใหญ่ ๆ อีกต่อไป ตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy Beam ที่เป็นโปรเจคเตอร์ในตัวเลย และสำหรับไอโฟนก็มีเช่นกันแต่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมมาต่อเพิ่ม

2) หมวกกันน็อค
หมวก กันน็อคที่ว่านี้จะมีเซ็นเซอร์จาก ICEdot’s Crash ซึ่งจะฝั่งสมาร์ทโฟนเข้าไปในหมวก เพื่อตรวจจับแรกกระแทก เมื่อมีอุบัติเหตุ ก็จะแจ้งเตือนพร้อมแนบตำแหน่งจาก GPS ให้คนที่ต้องการเรารู้ เหมาะกับนักกีฬาผาดโผน

3) รีโมท คอนโทรล
รีโมทของ iPhly นี้จะเป็นเคสไว้ใช้กับไอโฟนซึ่งจะทำให้ไอโฟนของคุณเป็นรีโมททีวี แอร์ หรือจะเป็นรีโมทบังคับเครื่องบินของเล่นต่าง ๆ

4) กล้องวงจรปิดสำหรับหนูน้อย
กล้องวงจร ปิดสำหรับดูเด็กทารก ก็มีมากมายหลายยี่ห้อในตลาด ซึ่งมันสามารถจะดูลูกน้อยของคุณได้ตลอดเวลาผ่าน กล้อง IP Camera ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนผ่านสมาร์ทโฟนของคุณ นอกจากนี้ยังสามารถคุยกับลูก หรือสั่งให้กล้องหมุนไปรอบ ๆ แบบระยะไกลได้

5) Fitness Tracker
ขณะ นี้เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง และนี่เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะจดบันทึกพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการออกกำลัง กายของเรา ซึ่ง Fitness Tracker สมัยนี้สามารถ วัดชีพจร วัดความเครียด หรือแม้กระทั่งวัดปริมาณแสง UV (UV Meter)ได้

6) ที่ล็อคประตูบ้าน
Lockitron เป็นบริษัทที่ผลิตที่ล็อคประตูอัจฉริยะ (Digital Door Lock) ซึ่งมันสามารถเปิดล็อคผ่านสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องใช้กุญแจ แจ้งเตือนไปที่สมาร์ทโฟนเมื่อมีคนมาเคาะประตู เป็นต้น

7) สัตว์เลี้ยงแสนรู้
สมาร์ท โฟนเดี๋ยวนี้สามารถเป็นสัตว์เลี้ยงแก้เหงาได้ด้วย โดยจะนำสมาร์ทโฟนฝังเข้าไปในตุ๊กตา ทำให้ตุ๊กตานั้นเหมือนมีชีวิตขึ้นมา สามารถพูดคุยได้ ร้องเพลงได้ หรือตุ๊กตาที่เคยเห็นอาจจะเป็น เฟอร์บี้ ที่เคยฮิต ๆ กัน

8) บัตรเครดิตและบัตรสมนาคุณต่าง ๆ
ปัจจุบันโลก มันเปลี่ยนไป สมัยนี้ไม่มีใครเค้าพกบัตรเป็นสิบ ๆ ใบในกระเป๋าสตางค์กันแล้ว เดี๋ยวนี้มีเพียงแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถเป็นเครื่องรูดบัตร แลกแต้มได้แล้ว และบริการเก็บบัตรต่าง ๆ ไว้ในไอโฟนของแอปเปิลนั่นก็คือ Passbook

9) ตัวติดตามเอาไว้หาของหาย
ตัว นี้จะเป็นเซ็นเซอร์เล็ก ๆ เท่าเหรียญ หรือเป็นบัตร เอาไว้ห้อยติดกับพวงกุญแจ ใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์ หรือว่าจะให้ลูก ๆ พกติดตัวก็ได้ โดยเราจะสามารถหาของเหล่านี้ได้จากสมาร์ทโฟน เพียงแค่กด เซ็นเซอร์ตัวนี้ก็จะมีเสียงร้องออกมาให้เราได้ยิน

10) รีโมทควบคุมรถ
รถ ยนต์สมัยใหม่ ๆ จะสามารถสั่งงานจากสมาร์ทโฟนได้ทันที เช่น เปิดล็อค ปิดประตู บีบแตร แจ้งเตือนเมื่อยางแบน เครื่องยนต์เสียตรงไหน มันก็จะส่งข้อมูลพร้อมพิกัด ให้ศูนย์ซ่อมรถมาซ่อมให้เรา ขณะที่เราจอดเสียอยู่กลางทาง

11) เครื่องรูดบัตรเครดิต
Square เป็นบริษัทที่ทำเครื่องอ่านบัตรแถบแม่เหล็กไว้ใช้กับสมาร์ทโฟน ไอโฟน ไอแพต เมื่อเราเปิดร้านขายของ เราไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องรูดบัตรขนาดใหญ่ ๆ อีกแล้ว มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถรูดบัตรได้แล้ว

12) เซ็นเซอร์วัดสภาพแวดล้อม
นี่เป็นเซ็นเซอร์วัดสภาพแวดล้อมของ Sensordrone ซึ่งสามารถวัดคุณภาพอากาศ แก๊สรั่ว อุณหภูมิ ความชื้นของอากาศและส่งไปที่สมาร์ทโฟนได้

13) เครื่องให้อาหารสัตว์
เครื่องให้อาหารสัตว์เดี๋ยวนี้สามารถตั้งเวลาให้อาหารสัตว์เลี้ยงของคุณผ่านสมาร์ทโฟนได้แล้ว ไม่ว่าคุณจะอยู่ไหนก็ตาม

14) สวิตซ์เปิด-ปิดไฟ
หลอดไฟในปัจจุบันมี Wi-Fi ในตัวซึ่งทำให้สามารถเป็นไฟอัตโนมัติ เปิด-ปิด หรือเปลี่ยนสีไฟ ได้จากสมาร์ทโฟนของเรา

15) รีโมทกล้องถ่ายรูป
ปัจจุบัน กล้องถ่ายรูปก็มี Wi-Fi หรือ NFC ในการเชื่อมต่อกับมือถือของเรา ไว้ส่งรูปเข้าสมาร์ทโฟนและแชร์รูปผ่านโซเชียลมีเดียร์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นรีโมท สายลั่นชัตเตอร์ และระบุตำแหน่งเพื่อใส่ไปใน EXIF ของภาพ

16) เครื่องตั้งเวลาปิด-เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องตั้ง เวลาปิด-เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ Thermostat จะเป็นตัวตัดกระแสไฟฟ้าในเวลาที่เรากำหนด เช่นตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ หรือตั้งอุณหภูมิของแอร์ให้เข้ากับอากาศภายนอก เพื่อทำให้ประหยัดไฟได้สูงสุด

และนี่เป็น 16 สิ่งที่สมาร์ทโฟนทำได้แล้วในปัจจุบัน แต่คุณอาจจะยังไม่รู้ โดยส่วนใหญ่แล้วเทคโนโลยีจะเข้าไปในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น อนาคตเราจะเห็น ทีวี ตู้เย็น รถ แอร์ พัดลมต่อ Wi-Fi และเชื่อมต่อกับมือถือของเราเพื่อสั่งงานด้วยเสียง และนี่เป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Internet of Things” (IoT)

ซึ่งแอ ปเปิลก็ได้รุกตลาด IoT นี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยใช้ชื่อว่า HomeKit คือสร้างเครื่องมือให้นักพัฒนาได้ใช้ไอโฟนควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านได้

Cr. MacThai,Synergy | Facebook ,Asia21st

1 ก.ค. 2558

มาแล้ว ไอโฟน 7 ( iphone 7)


ไอโฟน 7 ( iphone 7)
ที่มีกระแสข่าวหลุดมาให้ฮือฮาอยู่ตลอด โดยเฉพาะใกล้ช่วงเปิดตัวก็จะยิ่งมีข่าวลือหนาหู ล่าสุด เว็บไซต์ต่างประเทศได้ปล่อยภาพชุดถึง 8 ภาพ ซึ่งเชื่อว่าเป็นโฉมใหม่ของไอโฟนรุ่นต่อไป…




ล่าสุด เว็บไซต์ต่างประเทศได้นำเสนอภาพชุดในชื่อ iPhone 6S Concept ซึ่งเป็นไอเดียของนักออกแบบที่ชื่อ Jonas Kvale เจ้าของภาพกราฟิกดีไซน์ไอโฟนชุดดังกล่าว ที่มีด้วยกันทั้งสิ้น 8 ภาพ ในสีเทา และสีชมพู ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวลือออกมาอย่างต่อเนื่องว่า ไอโฟนรุ่นต่อไปจะมีโทนสีชมพู หรือสีทองกุหลาบ (rose gold) ออกมาด้วย

แม้จะยังไม่รู้ว่าไอโฟนรุ่นต่อไปของค่าย "แอปเปิล" จะมีชื่อเรียกว่าอย่างไร ระหว่าง…ไอโฟน 6 เอส และไอโฟน 6 เอส พลัส หรือจะเป็น...ไอโฟน 7 และไอโฟน 7 พลัส แต่แม้ว่าจะยังไม่รู้ชื่ออย่างเป็นทางการของรุ่นล่าสุด แต่ข่าวลือและภาพหลุดของว่าที่ไอโฟนรุ่นใหม่ ยังคงหลุดออกมาสู่โลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

อย่าง ไรก็ตาม คาดว่าภาพดังกล่าวเป็นเพียงไอเดียของบรรดานักออกแบบ ซึ่งนำข้อมูลจากกระแสข่าวลือ ข่าวหลุดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ ดังจะเห็นได้จาก...กล้องหลัง 2 เลนส์, ตัวเครื่องสีชมพู, ขนาดหน้าจอที่ใหญ่เต็มพื้นที่มากขึ้น, ความหนาของเครื่องที่เหมือนจะถูกปรับให้มีขนาดเล็กลงจากเดิม เป็นต้น


ดีไซน์ใหม่ไอโฟน...
ไอโฟน 7 ( iphone 7)
เห็นชัดๆ ว่าอาจจะมีกล้องหลัง 2 ตัว
ไอโฟน 7 ( iphone 7)
สีชมพูแบบนี้ น่าจะถูกใจสาวๆ
ไอโฟน 7 ( iphone 7)
สีชมพู...สไตล์หวานและหรูหรา
ไอโฟน 7 ( iphone 7)
ด้านหน้า ของตัวเครื่องสีเทา
ไอโฟน 7 ( iphone 7)
ด้านหน้า ของตัวเครื่องสีชมพู
ไอโฟน 7 ( iphone 7)
ด้านหลังของเครื่องสีเทา
ไอโฟน 7 ( iphone 7)
ด้านหลังของสีชมพู...

ใครรอไอโฟนรุ่นใหม่อยู่บ้าง อีกไม่กี่เดือนคงจะได้ยลโฉมกันแล้ว...!

Cr.ไทยรัฐ,เล่าสู่กันฟัง , e-news

13 มิ.ย. 2558

Apple Watch OS2


Apple Watch OS2

เปิดตัว Apple Watch OS2 ในงาน WWDC ที่จะมาพร้อม Native App ซึ่งพัฒนาโดยบุคคลภายนอก พร้อมคุณสมบัติใหม่ อย่างหน้าปัดนาฬิการูปแบบใหม่และการสื่อสารที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพ ให้ดียิ่งขึ้น

Apple เผยโฉม watchOS 2 ซึ่งเป็นการอัพเดตซอฟต์แวร์ครั้งแรกสำหรับ Apple Watch OS2 เพื่อช่วยให้นักพัฒนาได้มีเครื่องมือในการสร้างแอปที่รวดเร็วและทรงพลังยิ่งขึ้น สำหรับการรันอย่างรื่นไหลบน  Apple Watch OS2 นับแต่นี้ไป นักพัฒนาสามารถใช้คุณสมบัติจากฮาร์ดแวร์ที่ก้าวหน้าของ  Apple Watch OS2 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
     
       ไม่ว่าจะเป็น Digital Crown, Taptic Engine และเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ เซ็นเซอร์วัดแสงทำหน้าที่คล้าย ๆ เครื่องวัดแสง พร้อม กับ API ของซอฟต์แวร์ในการสร้างประสบการณ์การใช้งานแอปรูปแบบใหม่ นอกจากนี้ watchOS 2 ยังมาพร้อมหน้าปัดนาฬิการูปแบบใหม่ แอพข้อมูลข่าวสารที่พัฒนาโดยบุคคลภายนอกที่ใช้งานเป็นคอมพลิเคชั่นบนหน้าปัด และความสามารถในการสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ ใน Mail, Friends และ Digital Touch โดย watchOS 2 จะเปิดให้ใช้งานได้ภายในปีนี้

Kevin Lynch, รองประธานฝ่ายเทคโนโลยีของ Apple กล่าวว่า แอปเปิลรู้สึกตื่นเต้นกับผลตอบรับจากผู้ใช้งาน  Apple Watch OS2 และเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากวางจำหน่าย ขณะเดียวกันก็รู้สึกตื่นเต้นไปกับนักพัฒนาที่จะได้พัฒนาแอปด้วยภาษาหลักของ แพลตฟอร์มสำหรับ watchOS 2
     
       “คาดว่าผู้ใช้  Apple Watch OS2 จะชื่นชอบการได้เห็นข้อมูลข่าวสารจากแอปโปรดบนหน้าปัดนาฬิกา รวมถึงเพลิดเพลินกับประสบการณ์ใหม่ๆ มากมาย ที่นักพัฒนาจะคิดค้นขึ้น เนื่องจากนักพัฒนาสามารถเข้าใช้งานฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยของ Apple Watch OS2 ได้"

คุณสมบัติใหม่ของ Apple Watch OS2
     
       watchOS 2 ทำให้คุณสามารถเลือกรูปโปรดที่คุณถ่ายมาเป็นภาพบนหน้าปัด และดูภาพจากอัลบั้มรูปภาพที่คุณโปรดปรานได้ง่ายๆ เพียงแค่ยกข้อมือของคุณขึ้น ด้วยหน้าปัด Photo และ Photo Album นอกจากนี้ยังมีหน้าปัดโหมดไทม์แลปส์ (Time-Lapse) ให้คุณสามารถเลือกเล่นวิดีโอแบบไทม์แลปส์ที่บันทึกภาพตลอด 24 ชั่วโมงตามสถานที่ที่มีชื่อเสียงไม่ว่าจะเป็น มหานครนิวยอร์ก ลอนดอน หรือเมืองเซี่ยงไฮ้
     
       คุณสมบัติ Time Travel รูปแบบใหม่ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้ Digital Crown เลื่อนดูเหตุการณ์ในอนาคต (หรือเหตุการณ์ที่ผ่านมา) รวมถึงการนัดหมายประชุมหรือกิจกรรมต่างๆ ที่กำลังจะมาถึง พยากรณ์อากาศประจำสัปดาห์ และข่าวสารจากแอพของผู้พัฒนาอื่นๆ เช่น ข้อมูลตารางเที่ยวบินเที่ยวต่อไป
     
       ซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุดจาก  Apple Watch OS2 ช่วยให้การสื่อสารมีรูปแบบที่สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น คุณสามารถโต้ตอบได้อย่างรวดเร็วขึ้นจากการเขียนตามคำบอก Smart Replies หรืออีโมจิ ผ่าน Mail คุณสามารถสร้างหน้าจอ Friends ได้หลายหน้าจอ โดยแต่ละหน้าจอสามารถรวมเพื่อนๆ ได้สูงสุดถึง 12 คน นอกจากนี้คุณยังเพิ่มเพื่อนใหม่ได้ทันทีบน Apple Watch Digital Touch ช่วยให้คุณวาดรูปและส่งภาพสเก็ตช์ด้วยสีสันที่หลากหลายในรูปเดียว ทำให้คุณมีเครื่องมือมากขึ้นในการสร้างสรรค์ภาพสเก็ตช์ที่สร้างสรร

นอกจากนี้ ยังมีโหมด Nightstand ที่จะเปลี่ยน Apple Watch OS2 ให้กลายเป็นนาฬิกาปลุกข้างเตียง โดยมี Digital Crown และปุ่มด้านข้างสำหรับการเลื่อนเวลาและเป็นปุ่มปิดเสียงปลุก ด้วย Apple Pay™ คุณสามารถใช้ของสมนาคุณจากร้านค้าและสินเชื่อแบบเครดิตหรือเดบิตได้ โดยเพิ่มลงใน Wallet
     
       รองรับ Transit in Maps ให้คุณสามารถดูรายละเอียดแผนที่และตารางเวลาระบบขนส่งได้ รวมถึงเส้นทางเดินเท้าไปยังสถานีที่ใกล้ที่สุดพร้อมทางเข้าและทางออกที่แม่น ยำจากแผนที่ ซึ่งจะเปิดให้บริการเฉพาะเมืองใหญ่บางแห่งภายในฤดูใบไม้ร่วงนี้ ประกอบด้วย บัลติมอร์ เบอร์ลิน ชิคาโก ลอนดอน เม็กซิโกซิตี้ นิวยอร์ก ฟิลาเดลเฟีย พื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก โตรอนโต วอชิงตัน ดีซี และอีก 300 เมืองในประเทศจีน รวมถึงปักกิ่ง เฉิงตู และเซี่ยงไฮ้
     
       การออกกำลังกายด้วยแอปจากนักพัฒนาภายนอกสามารถเชื่อมโยงข้อมูลไปยังเป้าหมาย การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายตลอดทั้งวันของคุณ ใช้งาน Siri เพื่อเริ่มต้นการออกกำลังกายที่เฉพาะเจาะจง ดูและตอบอีเมล์ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติการล็อกไม่ให้เปิดใช้งานเครื่อง (Activation Lock) ที่ช่วยรักษาความปลอดภัยของ  Apple Watch OS2 ด้วย Apple ID ของผู้ใช้ เพื่อป้องกันผู้อื่นเข้าใช้งานจากการปัดหน้าจอหรือเปิดใช้งานอุปกรณ์ในกรณีที่คุณทำหายหรือถูกขโมย

WatchKit สำหรับ watchOS 2
     
       นักพัฒนาได้สร้างสรรค์แอปนับพันที่สามารถใช้งานบน  Apple Watch OS2 และตอนนี้ Watchkit ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเข้าใช้งานอุปกรณ์ที่สำคัญๆ ได้แก่ Digital Crown, Taptic Engine, เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และไมโครโฟนได้ API ของซอฟต์แวร์ใหม่ช่วยให้การเล่นไฟล์เสียง วิดีโอ และแอนิเมชั่นทำงานได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเฟรมเวิร์กของ ClockKit โดยนักพัฒนาสามารถแสดงข้อมูลได้ในรูปแบบคอมพลิเคชั่นบนหน้าปัด
     
       เครื่องมือใหม่ๆ เหล่านี้ช่วยให้นักพัฒนาสร้างสรรค์แอปที่เปี่ยมประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น Strava สามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นในขณะที่คุณปั่น จักรยานหรือวิ่งโดยใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจและอุปกรณ์ ตรวจจับการเคลื่อนไหว Insteon สามารถช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมการหรี่แสงไฟได้แม่นยำขึ้นเป็นเสมือนมี เครื่องมือวัดแสง ในนาฬิกา รวมถึงการควบคุมอุณหภูมิด้วย Digital Crown หรือจะเป็นเจ้าของ Volkswagen ที่สามารถได้รับการเตือนด้วยระบบสั่น (haptic) ทันทีที่ประตูรถถูกล็อก การส่งข้อความเสียงผ่านทาง WeChat ด้วยไมโครโฟน การอัพโหลดและฉายวีดีโอบนแอพ Vine

เปิดให้ใช้ในปีนี้
     
       watchOS 2 จะพร้อมให้ดาวน์โหลดฟรีสำหรับการอัพเดท  Apple Watch OS2 ภายในปีนี้ Apple Watch OS2 สามารถใช้ได้เฉพาะกับ iPhone® 5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPhone 6 หรือ iPhone 6 Plus ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 8.2 ขึ้นไปเท่านั้น iOS 9 SDK beta รวมถึง WatchKit สำหรับ watchOS 2 พร้อมใช้งานได้ทันทีสำหรับสมาชิกโครงการนักพัฒนา iOS ที่ developer.apple.com/watchkit คุณสมบัติอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ คุณสมบัติบางประเภทอาจใช้ไม่ได้ในบางภูมิภาคหรือบางภาษา

Cr.ผู้จัดการ, Asia21st

9 มิ.ย. 2558

มาแล้ว แอปเปิล มิวสิค 'Apple Music'


แอปเปิล มิวสิค  'Apple Music'
แอปเปิล มิวสิค  'Apple Music'

บริษัท แอปเปิล เปิดตัวบริการ Apple Music, ระบบปฏิบัติการ OS X El Capitan และซอฟท์แวร์อื่นๆ ที่งานประชุมนักพัฒนาระดับโลก หรือ WWDC 2015 ที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา...

ที่งานแถลงข่าว WWDC 2015 ที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. แอปเปิลเปิดตัวบริการ Apple Music (แอปเปิล มิวสิค) โดยเป็นบริการที่รวมอยู่ในแอพฯพื้นฐานอย่าง Music โดยให้บริการสถานีวิทยุของแอปเปิลเองชื่อ Beat 1 ออกอากาศสดตลอด 24 ชั่วโมงจากสถานีในนครลอสแอนเจลิส, นครนิวยอร์ก และกรุงลอนดอน ดำเนินรายการโดย Zane Lowe ดีเจชื่อดังชาวนิวซีแลนด์ และจะเปิดให้ฟังมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกภายในช่วงปลายเดือนนี้

แอปเปิล มิวสิค  'Apple Music'
Apple Music ให้บริการสถานีวิทยุตลอด 24 ชั่วโมง
Apple Music รองรับเพลงใน iTunes ที่มีมากกว่า 30 ล้านเพลง ผู้ใช้งานสามารถเลือกสตรีมได้ทุกเพลง ทุกอัลบั้ม ทุกลิสต์ หรือให้ Apple Music เลือกให้โดยดูจากความชอบของผู้ใช้ด้วยฟีเจอร์ For You สามารถใช้งานร่วมกับซิริ เพื่อค้นหาเพลงต่างๆด้วยคำสั่งเสียงได้

Apple Music ยังมีช่องทางสำหรับติดตามศิลปินที่ผู้ใช้ชื่นชอบผ่านฟีเจอร์ Connect ซึ่งศิลปินต่างๆสามารถเข้ามาโพสต์หรืออัพโหลดเพลง, วิดีโอ หรือรูปภาพของพวกเขา และแฟนๆก็สามารถเข้ามากดไลค์หรือแสดงความคิดเห็นในโพสต์นั้นๆได้

แอปเปิล มิวสิค  'Apple Music'
บอกแนวเพลงที่ชอบแก่ Apple Music
บริการ Apple Music มีราคาอยู่ที่ 9.99 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน (ราว 337 บาท) มีโปรโมชั่นครอบครัวสูงสุดไม่เกิน 6 คน สนนราคา 14.99 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน (ราว 505 บาท) โดยผ่านฟีเจอร์ iCloud Family Sharing เปิดตัววันที่ 30 มิ.ย. พร้อมกับ iOS 8.4 โดยสามารถใช้งานฟรีใน 3 เดือนแรก รองรับในอุปกรณ์ต่างๆของ แอปเปิลทั้ง ไอโฟน, ไอพอด ทัช, ไอแพด, ไอแมค และ แอปเปิล ทีวี รวมไปถึงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ด้วย โดย 2 อย่างหลังจะเปิดให้ใช้งานในช่วงปลายปี 2015
แอปเปิล มิวสิค  'Apple Music'
เปิดตัว OS X รุ่นใหม่
นอกจากนี้ แอปเปิลยังเปิดตัวระบบปฏิบัติการ OS X เวอร์ชั่น 10.11 โดยมีชื่อรุ่นว่า 'El Capitan' (เอล คาปิตัน) โดยมีฟีเตอร์ใหม่แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มประสบการณ์ใช้งาน (Experience) และ กลุ่มประสิทธิภาพการใช้งาน (Performance)

โดยในกลุ่มประสบการณ์ใช้งาน แอปเปิลพัฒนาในส่วนของอีเมล เพื่อลูกเล่นปัดซ้าย-ขาวที่รายการอีเมล เหมือนกับที่มีบน iOS และสามารถเขียนอีเมลหลายแท็บพร้อมกันได้แล้ว ขณะที่โปรแกรมเว็บบราวเซอร์ สิริ (Siri) เพิ่มฟังก์ชั่นส่ง ปักหมุด หรือ pin site เข้ามา ส่วนการค้นหาโดยใช้ Spotlight ก็มีการเพิ่มข้อมูลหลายประเภทเช่น ผลกีฬา หรือสภาพอากาศ เพิ่มการแสดงผลแบบ Split View หรือเปิด 2 หน้าต่างแบบเต็มจอ

แอปเปิล มิวสิค  'Apple Music'
ค่าบริการ Apple Music ต่อเดือน
ส่วนในปรับปรุงด้านประสิทธิภาพ El Capitan ทำให้สามารถเปิดไฟล์ PDF ได้เร็วขึ้นมากสุด 4 เท่า และเปิดแอพพลิเคชันเร็วขึ้นมากสุด 1.4 เท่า ขณะที่ แอพพลิเคชัน Metal สำหรับเครื่องแมค มีการนำกราฟิกของ iOS มาใช้ ซึ่งทำให้การแสดงผลกราฟิกดีขึ้นมากสุดถึง 50%

ทั้งนี้ El Capitan เปิดให้ผู้พัฒนาดาวน์โหลดไปทดลองใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. ส่วนรุ่นทดสอบสำหรับสาธารณะจะเปิดให้ดาวน์โหลดในเดือนก.ค. และจะเปิดให้อัพเดตตัวเต็มในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

แอปเปิล มิวสิค  'Apple Music'
ค่าบริการ Apple Music ต่อเดือนแบบแพ็กเกจครอบครัวสูงสุดไม่เกิน 6 คน
 
Cr.ไทยรัฐ 

8 พ.ค. 2558

แจกฟรี "ไอแพด" ให้ผู้สูงวัย


แจกฟรี "ไอแพด" ให้ผู้สูงวัย


เมื่อเร็วๆ นี้ที่ประเทศญี่ปุ่นมีการแถลงถึงโครงการใหญ่ภายใต้ความร่วมมือของ 3 องค์กรธุรกิจ คือ แอปเปิล อิงค์., ไอบีเอ็ม กับการไปรษณีย์แห่งญี่ปุ่น (เจพีจี-แจแปน โพสต์ กรุ๊ป ซึ่งไม่ได้ประกอบกิจการไปรษณีย์อย่างเดียว แต่มีอีกหลายธุรกิจ หนึ่งในจำนวนนั้นคือ ธุรกิจประกันชีวิต ที่ได้ชื่อว่าเป็นกิจการประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดของที่นั่น) นั่นคือ โครงการ "แจก" แท็บเล็ตไอแพดให้กับผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่น เริ่มต้นด้วยจำนวน 5 ล้านเครื่อง ในช่วงระยะเวลา 5 ปีนับจากนี้

แนว คิดเบื้องหลังโครงการนี้น่าสนใจไม่น้อย แต่ก่อนที่จะทำความเข้าใจกับแนวคิดดังกล่าว ต้องทำความเข้าใจกับสังคมผู้สูงอายุในญี่ปุ่น ที่แตกต่างจากบ้านเราอยู่ไม่น้อย

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสัดส่วน ประชากรสูงอายุสูงที่สุดในโลก จำนวนผู้สูงอายุ (อายุเกิน 65 ปี) ในญี่ปุ่นตอนนี้มีมากถึง 33 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 25 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นราว 40 เปอร์เซ็นต์ในอีกเพียง 40 ปีข้างหน้า

สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ผู้สูงอายุของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง ไม่ว่าจะ "เต็มใจ" หรือ "ไม่เต็มใจ" ที่จะอยู่เช่นนั้นก็ตาม

นั่นทำให้บริการอย่าง "วอทช์ โอเวอร์ เซอร์วิส" ของเจพีจี กลายเป็นบริการยอดนิยมในประเทศญี่ปุ่น

"วอทช์ โอเวอร์ เซอร์วิส" คือบริการส่งพนักงานไปยังที่พักของลูกค้าสูงอายุ เพื่อตรวจสอบความเป็นอยู่และให้ความช่วยเหลือในเรื่องความเป็นอยู่เล็กๆ น้อยๆ อาทิ กำหนดการรับประทานยา กำหนดนัดพบแพทย์ หรือช่วยเหลือให้ผู้สูงอายุได้เข้าถึงบริการต่างๆ ที่ทางการจัดสรรให้กับพวกเขา และกับการจ่ายค่าบริการให้กับเจพีจีเป็นรายเดือน เป็นต้น

ตรงนี้เองที่ "ไอแพด" เข้ามามีบทบาท ภายใต้แนวคิดใหม่นี้ พนักงานของเจพีจีแทนที่จะไปพบลูกค้าเฉยๆ จะนำเอาไอแพดไป ด้วยทำหน้าที่เป็นครูสอนการใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดให้กับผู้สูงวัยทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานชุดแอพพลิเคชั่นที่ทางไอบีเอ็มออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเชื่อมโยงผู้สูงอายุเหล่านั้นเข้ากับเครือข่าย ทางสังคมของชุมชน, ครอบครัว และการบริหารจัดการเรื่องทางด้านสุขภาพของลูกค้าผู้สูงวัยเหล่านั้น นอกเหนือจาก "ความบันเทิง" ที่ผู้ใช้ไอแพดจะได้รับเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

แอ พพลิเคชั่นของไอบีเอ็มจะเตือนให้ผู้ใช้ที่มีอาการป่วยรับประทานยาให้ตรงเวลา ไม่ลืมกินยา "ความดัน" ของตัวเองซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอาการถึงขั้นเสียชีวิต ในเวลาเดียวกัน ผู้ใช้ก็สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่น "เฟซไทม์" เพื่อติดต่อพูดคุยกับบุคคลในครอบครัวไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลแค่ไหนได้ เช่นเดียวกับที่สามารถใช้มันเพื่อจองวันเวลาสำหรับใช้บริการช่างประปา เข้ามาซ่อมแซมอ่างล้างหน้าที่รั่วซึม เป็นต้น

ผู้บริหารของเจพีจีและแอปเปิลไม่ได้พูดถึงการใช้ไอแพดใน แง่ของอุปกรณ์เพื่อรับบริการ "เทเลเมดิซิน" หรือการแพทย์ทางไกล แต่ด้วยขีดความสามารถของเทคโนโลยีและเครือข่ายที่มีอยู่ในปัจจุบันในญี่ปุ่น การให้บริการเพื่อที่ผู้สูงอายุสามารถพบ ปรึกษาหารือกับแพทย์เกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยของตัวเองได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลหรือคลินิก ไม่ได้เป็นเรื่องยากอีกต่อไป

ไอบีเอ็ม นอกจากจะทำหน้าที่ออกแบบแอพพลิเคชั่นแล้ว ยังเป็นตัวหลักในการพัฒนาระบบคลาวด์สำหรับเก็บข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้าทุกราย เชื่อมต่อกับไอแพดในมือ ผู้ใช้บริการทุกเครื่อง เจพีจี ที่ให้บริการ "วอทช์ โอเวอร์" มานาน ไม่เพียงเข้าใจถึงความต้องการและทรรศนะของบรรดาลูกค้าผู้สูงวัยเหล่านี้เท่า นั้น ยัง "ได้รับความไว้วางใจ" จากสังคมผู้สูงอายุของญี่ปุ่นสูงมากที่สุดอีกด้วย

ข้อมูลเหล่านี้มี ความสำคัญมากสำหรับการนำมาใช้ "สังเคราะห์" ด้วยระบบ เดต้า อะนาไลติค เพื่อขจัดข้อบกพร่อง หรือเพิ่มเติมบริการให้ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น หรือเพื่อให้การแจกไอแพดครั้งนี้มีประโยชน์ตรงกับวัตถุประสงค์ในการช่วยให้ ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตอยู่โดยลำพังอย่าง "ปลอดภัย" และ "มั่นคง" มากยิ่งขึ้น

หาก ประสบความสำเร็จ โครงการนี้ไม่เพียงสามารถขยายออกไปครอบคลุมสังคมผู้สูงอายุญี่ปุ่นเท่านั้น แต่อาจกลายเป็นตัวอย่างในการประยุกต์ใช้ที่ดีสำหรับสังคมของอีกหลายประเทศ ทั่วโลกที่เริ่ม "ชราภาพ" ลงไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน

ปัญหาก็คือโครงการริเริ่มนี้ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าไอแพดที่แจกออกไป มีประโยชน์ในการช่วยชีวิตและสร้างความมั่นคงให้กับผู้ชราภาพเหล่านั้นได้

Cr.ข่าวจาก i-synes.com

26 มี.ค. 2558

iPhone 7 มาแล้ว (คลิป)

iPhone 7 (ไอโฟน 7) มาแล้ว


iPhone 7 concept หน้าจอไร้ขอบ มาแล้ว!


ล่าสุด Martin Hajek นักออกแบบที่สาวกไอโฟนรู้จักกันดี ได้เผยโฉม iPhone 7 Concept ออกมาให้ชมกันแล้ว โดยความน่าสนใจของ iPhone 7 concept ภาพนี้ นอกจากจะมาพร้อมกับหน้าจอไร้ขอบแล้ว ด้านล่างตัวเครื่อง นอกจากจะมีปุ่ม Home แล้ว ยังมีปุ่มควบคุมการทำงานอื่นๆ รวมอยู่ด้วย

โดยดีไซน์ของ iPhone 7 concept by Martin Hajek นั้น ยังคงคล้ายกับ iPhone 6 ด้วยตัวเครื่องที่บางเฉียบ เพิ่มความเก๋ด้วย หน้าจอไร้ขอบ แต่สิ่งที่แปลกตาไปสักหน่อย ก็คงจะเป็น ปุ่มควบคุมการทำงานด้านล่างตัวเครื่อง ที่ปกติจะมีแต่ปุ่ม Home เพียงปุ่มเดียว

โดยภาพคอนเซปท์ iPhone 7 ชุดนี้ ดีไซน์โดยรวมยังคงคล้าย iPhone 6 แต่ดูบางเฉียบกว่า ซึ่งบางเพียง 6.1 มิลลิเมตร (iPhone 6 บาง 6.9 มิลลิเมตร) และมีให้เลือกถึง 5 สีด้วยกัน ในขณะที่ด้านหลังตัวเครื่อง ตัดแถบขาวๆ ออกไปทั้งด้านบนและด้านล่าง กลายเป็นฝาหลังแบบอะลูมิเนียม ที่มีสีเดียวกันทั้งหมด

กล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มลำโพงไว้ที่ด้านบนของตัวเครื่อง ทำให้ คอนเซปท์ iPhone 7 รุ่นนี้ มีลำโพงทั้งด้านบนและด้านล่าง ซึ่ง Yasser Farahi เผยว่า คอนเซปท์ iPhone 7 เกิดมาจากความต้องการส่วนตัวล้วนๆ โดยเฉพาะในเรื่องของลำโพง

 iPhone 7 จะมาพร้อมกับกล้องคู่ แบบ Dual-Lens Camera แล้วครับ
โดยแหล่งข่าวเผยว่า แอปเปิล เริ่มให้ความสำคัญกับโมดูลกล้องมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายแบรนด์ เริ่มปรับกล้องด้านหน้า ให้มีความละเอียดมากขึ้น รวมไปถึงกล้องด้านหลังด้วยเช่นกัน ทำให้คาดว่า iPhone 7 น่าจะมาพร้อมกับ กล้องคู่ แบบเดียวกับ HTC One M8 รวมไปถึง Asus ZenFone Zoom ที่เพิ่งเปิดตัวไปแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น น่าจะมีฟังก์ชันการถ่ายรูปให้ใช้งานกันอีกเพียบเลยทีเดียว


นอกจากเรื่องของกล้องด้านหลังแล้ว iPhone 7 จะมาพร้อมกับ เซ็นเซอร์ตรวจวัดความดัน (Pressure Sensor) แบบ 3 มิติ เพื่อเชื่อมต่อกับการใช้งานเกี่ยวกับ แอปพลิเคชันด้านสุขภาพ รวมไปถึง Apple Watch ด้วย 



มาดูคลิป IPhone 7 กัน




Cr. TechmoBlog