แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลอดไฟ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลอดไฟ แสดงบทความทั้งหมด

6 ต.ค. 2561

เทคโนโลยี Li-Fi


เทคโนโลยี Li-Fi



นักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จด้วยเทคโนโลยี Li-Fi ในการส่งข้อมูลด้วยความเร็วถึง 224 gigabits ซึ่งความเป็นไปได้ในการที่เทคโนโลยี Li-Fi ดังกล่าวจะเปลี่ยนทุกสิ่งเกี่ยวกับวิธีการใช้อินเตอร์เน็ตของเรานั้นมีสูงมาก และตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์ก็ได้เอาเทคโนโลยี Li-Fi ออกมาจากห้องแลปเป็นครั้งแรกและกำลังทดสอบมันอยู่ในออฟฟิศและสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งพวกเขาได้รายงานว่า พวกเขาสามารถรับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็ว 1 Gigabyte ต่อวินาที ซึ่งมากเป็น 100 เท่าของความเร็วเฉลี่ยของ Wi-Fi ในปัจจุบัน

เทคโนโลยี Li-Fi นั้นได้ถูกคิดค้นขึ้นโดย Harald Haas จาก University of Edinburgh ที่ประเทศ Scotland ในปี 2011 ตอนที่เขาได้สาธิตเป็นครั้งแรกว่าการเปิดปิดไฟจากหลอดไฟอัตโนมัติ (LED) เพียงหนึ่งดวงนั้นทำให้เขาสามารถส่งผ่านข้อมูลได้มากกว่าเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือทั้งต้นเสียอีก ซึ่งถ้าคิดย้อนกลับไปถึงตัวเลข 224 gigabits ต่อวินาทีแล้วล่ะก็ นั่นหมายถึงการดาวน์โหลดภาพยนตร์ขนาด 1.5 GB จำนวน 18 เรื่องในทุกๆ 1 วินาทีเลยทีเดียว

เทคโนโลยี Li-Fi ดังกล่าวนั้นใช้ Visible Light Communication (VLC) หรือการสื่อสารด้วยแสง ซึ่งเป็นสื่อการสื่อสารที่ใช้แสงสว่างที่อยู่ในคลื่นความถี่ระหว่าง 400 ถึง 800 terahertz (THz) โดยการทำงานของมันนั้นจะเหมือนกับรหัสมอสที่ก้าวหน้าไปมาก โดยการจุดและดับ หลอดไฟเปิดปิดอัตโนมัติตามรูปแบบหนึ่งๆนั้นจะสามารถสื่อถึงข้อความลับได้ ซึ่งการเปิดและปิดไฟอัตโนมัติ (LED) ด้วยความเร็วที่สูงมากนั้นสามารถจะนำไปเขียนและส่งผ่านข้อมูลในรูปแบบของ binary code ได้

ในขณะที่เราอาจจะกังวลว่าเทคโนโลยี Li-Fi ด้วยการเปิดปิดไฟอัตโนมัติ (LED)ให้กระพริบอยู่ในที่ทำงานนั้นจะทำให้เราทำงานไม่ได้ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะว่าหลอดไฟเปิดปิดอัตโนมัติ LED นั้นสามารถเปิดปิดด้วยความเร็วที่ตาเปล่าไม่สามารถรับรู้ได้

ส่วนข้อได้เปรียบของเทคโนโลยี Li-Fi ต่อ Wi-Fi ที่นอกเหนือจากความเร็วที่อาจจะสูงกว่ามากแล้วก็คือ การที่แสงนั้นไม่สามารถผ่านทะลุกำแพงได้ ซึ่งทำให้ เทคโนโลยี Li-Fi เป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยกว่ามาก และนั่นก็หมายถึงการรบกวนระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ที่น้อยลงด้วย และถึงแม้ว่าเทคโนโลยี Li-Fi อาจจะไม่ได้แทนที่ Wi-Fi ไปอย่างสิ้นเชิงภายในอีกหลายสิบปีข้างหน้า ทั้งสองเทคโนโลยีก็สามารถถูกนำมาใช้ร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเครือข่ายให้เพิ่มสูงขึ้นได้

บ้าน ที่ทำงาน และตึกอุตสาหกรรมต่างๆ ก็ได้มีการวางระบบพื้นฐานสำหรับการให้สัญญาณ Wi-Fi ไว้แล้ว ซึ่งการจะไปรื้อถอนสิ่งเหล่านั้นออกมาทั้งหมดเพื่อแทนที่มันด้วยเทคโนโลยี Li-Fi นั้นก็ไม่ค่อยจะเหมาะสมเท่าไหร่นัก ดังนั้นเราก็ควรจะเสริมความสามารถให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ที่เรามีอยู่ในตอนนี้ให้ทำงานกับ เทคโนโลยี Li-Fi ได้ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทีมวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกก็กำลังพยายามกันอยู่ในตอนนี้ 

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี Li-Fi ได้รายงานว่า Hass และทีมงานของเขาได้เปิดบริษัท PureLifi ซึ่งให้บริษัทแอพพลิเคสั่นสำหรับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายที่ปลอดภัยด้วยความเร็ว 11.5 MB ต่อวินาที ซึ่งมีความเร็วเทียบเท่ากับ Wi-Fi รุ่นแรก อีกทั้งบริษัท Oledcomm จากฝรั่งเศสเองก็กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการติดตั้งเทคโนโลยี Li-Fi ในโรงพยาบาลท้องถิ่นต่างๆ ด้วยเช่นกัน

หากการใช้งานเทคโนโลยี Li-Fi เหล่านี้ประสบความสำเร็จล่ะก็ ความฝันที่ Hass ได้กล่าวไว้ในปี 2011 ว่าทุกคนอาจจะได้ใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านไฟอัตโนมัติ (LED) ในบ้านของพวกเขาก็อาจจะเป็นจริงก็เป็นได้

Cr.วิชาการ

29 ก.ค. 2558

หลอดไฟ LED ถนอมอาหาร


หลอดไฟ LED ถนอมอาหาร
หลอดไฟ LED ถนอมอาหาร


หลอดไฟแอลอีดี เป็นหลอดไฟที่ประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดไฟประเภทอื่นๆที่มีอยู่ในตลาดทั้ง หมด และการประหยัดเงินค่าไฟฟ้าจากการใช้หลอดไฟ LED ตั้งแต่ 15-75% แล้วแต่ชนิดของหลอดเดิม แถมไม่มีแสง UV ปล่อยความร้อนน้อย และแสงจากหลอดไฟ LED ไม่กระพริบ

การใช้หลอดไฟ LED มีประโยชน์พอสมควร ลองมาดูครับว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้าง แล้วทำไมมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ จึงนำมาใช้รักษาอาหาร ฆ่าเชื้อโรคแทนสารเคมี ช่วยให้คุณค่าของผักผลไม้ และ อาหารมีคุณค่า ปราศจากสารเคมี ต่าง ๆ

คณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย แห่งชาติสิงคโปร์ ได้เปิดเผยว่า ได้ค้นพบแสงสีน้ำเงินของหลอดไฟแอลอีดีมีสรรพคุณเป็นยาต้านแบคทีเรียอย่าง ชะงัด สามารถใช้ฆ่าเชื้อโรคที่มากับอาหาร และนำไปใช้ในการถนอมอาหาร แถมยังสามารถตั้งเวลาให้หลอดไฟอัตโนมัติได้ตามเวลาที่ต้องการ ส่งความสดของอาหารได้ตามความต้องการของลูกค้า

แสง สีน้ำเงินของหลอดไฟแอลอีดีจะออกฤทธิ์ได้เต็มที่ หากอยู่ภายใต้อุณหภูมิระหว่าง 4 ถึง 15 องศาเซลเซียส และมีฤทธิ์เป็นกรดเล็กน้อย การค้นพบนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ใช้หลอดไฟแอลอีดีแทนสารเคมีในการรักษาอาหารได้ พวกอาหารสด อย่างเช่นผลไม้สดและเนื้อสัตว์ที่พร้อมที่จะบริโภค จะสามารถรักษาโดยใช้แสงไฟอันนี้ ในอุณหภูมิที่เย็นโดยไม่ต้องใช้สารเคมีอย่างที่ใช้กันอยู่อย่างปกติ

หัวหน้านักวิจัยกล่าวสรุปว่า ผลการศึกษาของเรา ส่อว่าอาจจะใช้แสงไฟจากหลอดแอลอีดีในการเก็บรักษาอาหารเป็นเหมือนไฟอัตโนมัติถนอม อาหารตามเวลาทีต้องการ ภายใต้อุณหภูมิอันเย็นได้ โดยไม่ต้องง้อสารเคมีเลย แต่ยังจะต้องมีการค้นคว้าต่อไปว่ามันจะทำให้รสชาติของอาหารเปลี่ยนแปลงไป หรือไม่  ส่วนประโยชน์ของหลอดไฟแอลอีดี ยังมีประโยชน์อีกเยอะ มาดูกันว่า เขามองประโยชน์อย่างไรบ้าง

ประโยชน์จากการใช้หลอดไฟ LED

1. ไม่มีแสง UV
หลอด ไฟประเภท LED ที่เป็นที่นิยมใช้ในยุโรปและประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหมด เพราะไม่มีแสง UV ปลดปล่อยออกจากแสงใดๆเลยแม้แต่น้อย เนื่องด้วย UV จะมีผลกระทบต่อสินค้าที่โดนแสงอย่างต่อเนื่องยาวนาน

2. ปล่อยความร้อนน้อยลงกว่าหลอดไฟแบบเดิม
เนื่อง ด้วยการเปิดหลอดนีออนเพื่อแสงสว่างนั้น คุณต้องการแค่ “แสงสว่าง” เป็นสำคัญ ไม่ได้ต้องการความร้อนแต่อย่างใด ความร้อนเหล่านี้ เกิดขึ้นอย่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยเทคโนโลยีแบบเดิมๆของหลอดไฟ ที่อาจจะปล่อยความร้อนออกมากับคลื่น แต่หลอดไฟ LED ปล่อยความร้อนน้อยลงกว่าหลอดไฟแบบเดิมหลายเท่า

3. LED ทนต่อการสั่นสะเทือนมากกว่า
หลอด ไฟประเภท LED จะมีความสามารถในการทนต่อการสั่นสะเทือนได้มากกว่า เช่น ลิฟต์ ที่ติดตั้งในอาคาร จะติดไฟประเภท LED เพราะลิฟต์ นั้นจะมีอาการสั่นและเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ทำให้ลดโอกาสการเสียของหลอดไฟได้มากขึ้น ทำให้ไม่ต้องมีพนักงานเข้าไปเปลี่ยนหลอดไฟถี่เท่าเดิม

4. แสงจากหลอดไฟ LED ไม่กระพริบ
หลอด ไฟฟูออเรสเซ้นต์แบบเดิมนั้นจะมีการกระพริบของแสงที่ความถี่ของการกระพริบ 50 Hz.  คนงานและพนักงานประมาณ 10-30% มีปฏิกิริยากับการกระพริบของแสงเหล่านี้ โดยอาการที่เกิดเช่น อาการปวดหัว ปวดตา เมื่อมองชิ้นงานภายใต้แสงนีออนต่อเนื่องหลายชั่วโมง   หลอดไฟ LED ไม่มีการกระพริบของแสง  แสงที่กระทบเข้าตาของพนักงานเหล่านั้นเป็นแสงที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น และเหมาะสมมากขึ้นในการทำงานที่ต่อเนื่อง


5. ประสิทธิภาพของแสงที่เหมาะสมกับรูปแบบโคม
เนื่อง จาก LED จะมีทิศทางการส่องสว่างแบบเป็นท่อ ไม่ได้กระจายออกทุกทิศทาง ทำให้สามารถออกแบบตัวหลอดให้เหมาะสมกับโคม โดยไม่ปล่อยแสงไปในทิศทางที่ไม่ต้องการได้ ทำให้เกิดการประหยัดไฟฟ้าได้

Cr.ไทยรัฐ,เล่าสู่กันฟัง ,Asia21st

4 ก.ค. 2558

หลอดไฟอัจริยะ


หลอดไฟกลางคืนอัจริยะ

จากเว็บของ kickstarter ได้พัฒนา “Aumi” หลอดไฟอัจริยะที่ จะช่วยให้การเดินภายในบ้านเวลากลางคืนมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วยการตั้ง ค่าผ่าน App บนไอโฟน (iPhone) ที่ทำการเชื่อมต่อเข้ากับ bluetooth ของสมาร์ทโฟน (Smartphone) ทำให้ หลอดไฟอัจริยะ Aumi ที่เสียบอยู่ตามปลั๊คทางเดินหรือห้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนอน สามารถเปิดปิด ไฟอัตโนมัติ ได้เองเมื่อเข้าสู่ความมืดในตอนกลางคืน

โดยแสงที่ได้จากไฟอัตโนมัติ Aumi แสดงออกมานั้นเป็นแสง LED ที่สามารถเปลี่ยนสีของแสงได้ถึง 16 ล้านสี นอกจากนี้ หลอดไฟอัจริยะ Aumi ยังสามารถถอดออกจากปลั๊คและพกพาไปไหนมาไหนด้วยได้โดยสามารถใช้งานได้ถึง 10 ชั่วโมงเต็มๆ 

หลอด ไฟกลางคืนที่ติดตั้งอยู่ในร้านค้า ในบ้าน ภายในห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนอนและห้องโถง ส่วนมากจะมีขนาดใหญ่มาก และรูปร่างก็ไม่ได้สวยงามมากนัก แต่ตัว หลอดไฟอัจริยะ Aumi จะมีขนาดเล็กกระทัดรัดเสียบเข้าไว้กับปลั๊กไฟบ้านได้เลย คงความสวยงานภายในบ้านและห้องต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว

ด้วย ทีมงานของ kickstarter  มีประสบการณ์ในการออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในอเมริกา  เรามีการพัฒนากลุ่มสินค้าที่ประสบความสำเร็จมากมายและออกผลิตภัณฑ์ต่างๆใน ตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค ขณะนี้ก้าวต่อไปเรากำลังพัฒนาและทดสอบไฟ LED RGB ที่ดีที่สุดในตอนนี้ ที่จะมาพัฒนาปรับปรุงนำมาใช้กับ หลอดไฟอัจริยะ Aumi ให้ดียิ่งขึ้นไป

ณ. ตอนนี้ที่เราประสบความสำเร็จคือการพัฒนาแอปที่นำไปใช้กับ App ของไอโฟน (iPhone) ได้แล้ว และเริ่มมีการพัฒนาแอปสำหรับผู้ใช้แอนดรอย (Android) อีกในไม่ช้านี้  ลูกค้าก็สามารถนำสมาร์ทโฟน (Smartphone) ทุกค่ายนำไปควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปของทั้ง 2 ค่ายยักษ์ได้เลย

Cr. TNN24,Synergy Electronic - Google+ ,Asia21st

19 มิ.ย. 2558

ก๊อกน้ำหลอดไฟ


 ก๊อกน้ำหลอดไฟ

นักออกแบบชาวเกาหลีใต้แหกกฎหยินหยางใช้นวัตกรรมเพื่อการผลิตพลังงานได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ด้วยก๊อกน้ำที่ให้แสงสว่างแก่ หลอดไฟ LED เขาคือ "Ryan  Jongwoo Choi ไรอันชอย" ชาวเกาหลีใต้ผู้ได้ออกแบบ "ES Pipe Waterwheel" แนวคิดก๊อกน้ำให้พลังงานแก่หลอดไฟ ซึ่งช่วยประหยัดพลังงาน ด้วยการติดตั้งกังหันน้ำขนาดเล็ก ใช้แรงจากการหมุนเพื่อการผลิตไฟฟ้ายามน้ำไหลลงมาตามก๊อกโดยไม่สูญเปล่า

น้ำ ที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และเกือบตลอดเวลา ผ่านท่อประปาของบ้านและแหล่งธุรกิจชุมชน นั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี เกิดแรงบันดาลใจให้ Ryan  Jongwoo Choi ไรอันชอย สร้างนวัตกรรมใหม่สู่ชาวโลก

มันดูเหมือนโง่ที่ไม่มี ใครได้ทำงานในวิธีการที่จะใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพนี้เช่น กัน ดังนั้นเขาจึงสร้าง ES ท่อ Waterwheel, อุปกรณ์ก๊อกน้ำเล็ก ๆ ที่จะทำให้คลื่นขนาดใหญ่ในโลกของการอนุรักษ์พลังงานจากน้ำเปลี่ยนเป็นพลังงานแสงสว่างผ่าน ไฟอัตโนมัติ

เป็นระบบอิสระที่สามารถให้การผลิตพลังงานทุกครั้งที่น้ำไหลเพื่อการใช้ดื่มหรืออาบ เก็บไว้ใน แบตเตอรี่สำรอง เป็นพลังงานสำรองไว้ใช้ภายหลัง  หรือจะนำมาใช้ทันทีก็ได้

แนว คิดนี้ Ryan Jongwoo Choi ไรอันชอย วิจัยในประเทศแอฟริกาที่หลายคนไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างใช้ แต่มีแหล่งน้ำและมีการการเข้าถึงการใช้น้ำมากกว่าการผลิตไฟฟ้า  เขาวาดภาพก๊อกน้ำและ กังหันน้ำเป็นวิธีที่จะช่วยให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ นำพลังน้ำที่เข้าถึงได้ง่ายปรับเปลี่ยนทรัพยากรที่พวกเขาใช้อยู่ประจำวัน เปลี่ยนเป็นแสงสว่างและพลังงานไฟฟ้า หรือ ไฟอัตโนมัติ ภายในหมู่บ้านชุมชน

ผลิตภัณฑ์ก๊อกน้ำหลอดไฟนี้ เข้ารอบสุดท้ายการออกแบบยอดเยี่ยมนานาชาติมาแล้วในสมาคมนักออกแบบอุตสาหกรรม ของอเมริกา 2012 เป็นรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมระหว่างประเทศและในปัจจุบัน และกำลังจดลิขสิทธิ์เพื่อการผลิตเป็น แก็ดเจ็ต gadgets ต่อไป

Cr.บ้านเมือง, Asia21st

13 มิ.ย. 2558

รับส่งข้อมูลผ่าน LED


รับส่งข้อมูลผ่าน LED

เทคโลโยยีใหม่ล่าสุด ไลไฟ (LiFi)  รับส่งข้อมูลข่าวสารผ่านหลอดไฟแอลอีดี (LED) แทนการใช้งานผ่านไวไฟ (Wi-Fi)

ยุคที่คลื่นวิทยุหนาแน่นและอัดอยู่รอบข้างตัวจนเป็นระบบสื่อสารครบ วงจรแล้วนี้ พลันที่แอลอีดี (LED) ปัจจัยเศรษฐกิจตัวใหม่จะให้แสงสว่างอยู่ทั่วไปมากมายเจ็ดพันล้านหลอดอันเป็น จำนวนคาดการณ์เพียงเท่าประชากรโลก ก็ได้ทำให้วงการสื่อสารเห็นอนาคตตลาดขนาดมหึมาของแสงนำพาข่าวสาร ผ่านหลอด LED  หลอดไฟอัตโนมัติ


แสง ช่วยสื่อข่าวสารไปยังผู้รับมิใช่เรื่องใหม่ เกิดมาในยุคแรกโทรคมนาคมแล้ว โดย“เบลส์”ผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์บ้านก็เคยได้นำเสียงส่งผ่านลำแสงกว่าร้อยปี เมื่อพ.ศ.2423 เป็นระบบไร้สายแรก  “เบลส์” จะรู้สึกดีแค่ไหนหากรับรู้ว่าแสงกำลังกลับมาสื่อสารเพื่อทั้งการส่องสว่าง และ รับส่งข้อมูลได้อีกด้วย  ซึ่งก็จะมีโมเดลการใช้แสงอยู่ 3 แบบ

 1) การส่องสว่างข้อมูล (Visible Light Communications) หรือ“วีแอลซี”ที่ใช้แสงส่งข้อมูลไม่ว่าจะด้านเดียว (broadcasting) และอื่น ๆ ที่หลากหลาย ในรีโมทต่าง ๆ

 2) “ไลไฟ”การสื่อสารด้วยแสงสองทาง (LiFi: Light Fidelity) ที่ถูกนิยามครั้งแรกว่าเหมือน“ไวไฟ” (WiFi) เพียงเปลี่ยนมาใช้แสงแทน

 3) “ฮายไฟ”การสื่อสารผสมด้วยแสง (HyFi: Hybrid- LiFi) ที่อาจมีขาขึ้น (uplink) เป็นคลื่นวิทยุทั้ง ไวไฟ บลูทูธ หรือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ได้ แต่ขาลง (downlink) จะมาจากแสงของหลอดแอลอีดีที่ให้ความสว่างอยู่นั่นเอง  ซึ่งระบบ Hybrid จะมีเป็นลูกผสม 2 ส่วน คือ ภาคส่งแสงและข้อมูล กับ ภาครับข้อมูล


3.1) ภาคส่งแสงและข้อมูล ผู้ผลิตแอลอีดีสร้างส่วนสื่อสารข้อมูลร่วมไปด้วยตั้งแต่ต้น เมื่อประชากรโลกเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟอัตโนมัติ (LED) เพื่อประหยัดไฟอย่างเดียวแล้วจะเกิดผลดีเพราะอายุของแอลอีดี (LED)ใช้จนอิ่มนานลืมเปลี่ยนไปได้เลย แล้วหลอดไฟให้ข้อมูลก็เกิดได้เร็วในตลาด

3.2) ภาครับข้อมูล “ไลไฟ (Li-Fi) ”จะมาเป็นระบบสื่อสารบรอดแบนด์แบบลูกผสม Hibrid  (HyFi) ใช้คลื่นวิทยุขาขึ้นพ่วงใช้ บลูทูธ ไวไฟ หรือ โทรศัพท์
หากเทคโนโลยีตัวนี้สามารถพัฒนาจนสามารถใช้งานได้สำเร็จจริงๆ เราอาจจะได้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในแทบทุกสถานที่ที่มีแสงสว่างไม่ว่าจะมากหรือ น้อยก็ตาม ทำให้เครือข่ายของเราอาจจะปลอดภัยมากขึ้นเพราะการรับสัญญาณนั้นต้องใช้แสง นั่นเอง (แน่นอนว่าไม่สามารถทะลุกำแพงได้เหมือนสัญญาณวิทยุ ) ก็ถือว่าเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่ไม่ใหญ่โตมาก

ตอนนี้ทางฝังเอเชียทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีเดินเงียบ หลังจากผลิตหลอดไฟเปิดปิดอัตโนมัติ  เห็นเตรียมโผล่ระบบลูกครึ่ง (HyFi) ขาขึ้นพ่วงใช้บลูทูธ(Bluetooth) ไวไฟ (WiFi) หรือโทรศัพท์ (Smartphone) กันแล้ว ไปดูกันรอบหน้ากับธุรกิจ“ฮายไฟ (HyFi) ” ที่ไม่ต้องคุยโตแต่ขายเอาสตางค์เลยดีกว่า … อนาคตแสงเอเชียส่องขึ้นก่อนแน่นอน


Cr.เดลินิวส์, Asia21st

6 มิ.ย. 2558

Li-Fi เครือข่ายไร้สายผ่านหลอดไฟ (LED)


Li-Fi เครือข่ายไร้สายผ่านหลอดไฟ (LED)

การสื่อสารโดยใช้สเปกตรัมของแสงก็ยังพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจากมีความน่าสนใจมีอะไรหลายๆ อย่างเอื้อมากกว่าหากเราทำสำเร็จ ล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Oxford, Cambridge, Edinburgh, St Andrews และ Strathclyde ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีที่อาจจะมาแทน ไวไฟ (Wi-Fi) ได้

ในอนาคตโดยใช้ชื่อว่า Li-Fi (Light Fidelity) เป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว และได้ออกมาประกาศว่าสามารถทำความเร็วในการส่งถ่ายข้อมูลได้มากกว่าเน็ตไวไฟ (Wi-Fi)  Ultra High Speed ที่เรารู้จักกันถึง 250 เท่า

ความเร็ว ที่ทีมวิจัยทำได้ในขณะนี้สามารถทำได้สูงสุดถึง 10.5 Gb/s นับว่าสูงมากทีเดียวสำหรับการสื่อสารแบบไม่ใช้สาย โดยเทคโนโลยีตัวนี้จะใช้ หลอด LED ที่ทำการคิดค้นขึ้นมาพิเศษและมีขนาดเล็กมากจนทำให้สามารถต่อขนานเพื่อทำการส่งข้อมูลให้กับตัวรับได้หลายๆ ตัวพร้อมกัน


Harald Haas หนึ่งในผู้นำทีมนักวิจัยกล่าวว่าหากมองมันก็คล้ายๆ กับฝักบัวอาบน้ำที่เปิดก๊อกแล้วมีน้ำออกมาเป็นสายๆ นั่นคือสิ่งที่ทีมนักวิจัยกำลังทำอยู่ในขณะนี้ ด้วยการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ใช้ไม่ใช้คลื่นวิทยุแต่เป็นแสงแทน แล้วแสงที่ว่านี้ก็มาจาก หลอด LED ราคาแสนถูกและดีในบ้านเรา


ตัว หลอดไฟ LED ที่ใช้นั้นก็จะมีคลื่นแสงที่แตกต่างกันออกไปทำให้สามารถแยกช่องสัญญาณออกจาก กันได้โดยความเร็วที่กล่าวว่าทะลุ 10 Gb นี่ก็ได้จากการทดสอบจากสีหลักๆ สามสีนั่นคือ RGB (สีแดง เขียว และน้ำเงิน) โดยทำความเร็วได้ช่องละ 3.5 Gb/s


หากเทคโนโลยีตัวนี้สามารถพัฒนาจนสามารถใช้งานได้สำเร็จจริงๆ เราอาจจะได้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในแทบทุกสถานที่ที่มีแสงสว่างไม่ว่าจะมากหรือ น้อยก็ตาม ทำให้เครือข่ายของเราอาจจะปลอดภัยมากขึ้นเพราะการรับสัญญาณนั้นต้องใช้แสง นั่นเอง (แน่นอนว่าไม่สามารถทะลุกำแพงได้เหมือนสัญญาณวิทยุ ) ก็ถือว่าเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่ไม่ใหญ่โตมาก


Cr.Tech Blog