แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แสงอาทิตย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แสงอาทิตย์ แสดงบทความทั้งหมด

7 ก.ย. 2559

Solar Charger บางสุดในโลก


Solar Cell Charger” ที่ชาร์จเก็บไฟด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่บางเฉียบที่สุดในโลก !!!

เชื่อ ว่าหลายคนคงเคยจะได้ยินเรื่องของพลังงานโซล่าเซลล์ (Solar Cell)กันมาบ้างแล้ว แต่ยังไงมันก็ยังเป็นเรื่องที่ไกลตัวคนธรรมดาอย่างเราอยู่ดี เพราะด้วยการติดตั้งและบริษัทที่เชี่ยวชาญในการทำนั้นยังมีไม่มาก แต่วันนี้มีสิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งที่จะทำให้เราเข้าใกล้กับพลังงาน Solar Cell ได้ง่ายมากขึ้นสิ่งประดิษฐ์ที่ว่านี้มีชื่อว่า “Solar Paper”  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับการระดมทุนจากเว็บไซต์ start-up ชื่อดังอย่าง Kickstarter

“Solar Paper” คือที่ชาร์จแบตเตอรี่สำรอง พลังงาน โซล่าเซลล์ (Solar Cell) ที่บางที่สุดในโลก โดยเจ้า Solar Paper สามารถใช้งานได้กับหลากหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน (Smartphone) โน๊ตบุ๊ค หรือแม้กระทั่งกล้องบางประเภท ขนาดของมันก็พอๆกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ๆประมาณ iPhone 6 Plus หรือ Samsung Galaxy Note 4 แต่จะมีความหนาแค่เพียง 1.5 มิลลิเมตรเท่านั้น

ที่ ชาร์จแบตพวกอุปกรณ์สมาร์ทโฟน (Smartphone) หรือที่หลายๆคนอาจจะเรียกมันว่าแบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) ที่ทำมาจากโซล่าเซลล์นั้น น่าสนใจไม่ใช่น้อย แต่หลายๆคนก็อาจจะสงสัยว่า มันจะหนักมั้ย? หรือมันจะใหญ่เทอะทะไปมั้ย?  เพราะคิดว่าแผงโซล่าเซลล์ต้องใหญ่ๆ ถึงจะเก็บไฟได้เยอะๆ

เมื่อแบตของ Solar paper หมดลงคุณก็สามารถชาร์จแบตฯ ให้กับมันได้ด้วยการนำ Solar Paper วางไว้กลางแดด ถึงแม้ว่าแหล่งพลังงานของ  Solar Paper จะมาจากแสงอาทิตย์แต่มันก็สามารถให้พลังงานกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ไม่ต่างจากปลั๊กไฟที่บ้านเลย

หากอยากจะเพิ่มปริมาณความจุพลังงาน แสงอาทิตย์ให้กับ Solar Paper ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการเพิ่มแผ่น Solar Paper ต่อกันไปเรื่อย ๆ ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดถือเป็นการเก็บสำรองไฟฟ้า Solar Collector ที่มีประโยชน์ ถ้าจะใช้งานก็แค่เปิดแผงออกมา แล้วก็เสียบเข้ากับอุปกรณ์ของคุณเพื่อเริ่มการชาร์จไฟ และไม่ว่าจะชาร์จกับแดดกลางแจ้ง หรือแม้แต่ชาร์จกับไฟในห้อง ก็ใช้ได้

นอก จากจะช่วยประหยัดค่าไฟที่บ้านคุณแล้ว Solar Paper ยังช่วยประหยัดพลังงาน และไม่สร้างมลพิษให้กับโลกอีกด้วย ล่าสุด เจ้า Solar Cell Charger ราคาอยู่ที่ 69 ดอลล่าร์ (ประมาณ 2,350 บาท) ซึ่งตัวเดียวน่าจะเพียงพอที่จะชาร์จไฟให้กับโทรศัพท์ แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) หรืออุปกรณ์เล็กๆที่กินไฟไม่มาก ส่วนแท็ปเล็ต หรือ กล้องถ่ายรูป อาจต้องใช้ประมาณ 3 – 4 แผงเลย ถ้าจะชาร์จไฟให้เต็ม ซึ่งสามารถซื้อแยกได้ แล้วเอามาติดกันแบบแม่เหล็กได้


Cr.Marketeer

16 ต.ค. 2558

มหาลัยพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกในเอเชีย

มหาลัยพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกในเอเชีย
ม.นเรศวรก้าวไกลผลิตพลังงานใช้เองแห่งแรกในเอเชีย โดยมีกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเป็นแรงหนุนหลัก  ดร.สุขฤดี สุขใจ ผู้อำนวยการ วิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยนเรศวร หรือ มน.ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงกรณีที่วิทยาลัยพลังงานทดแทน ม.นเรศวร ได้ริเริ่มดำเนินการระบบ “ไมโครกริด” ผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ เป็นแห่งแรกของเอเชียเมื่อประมาณ 2-3 ปีมาแล้ว โดยได้รับการสนับสนุนจาก “เนโดะ” ของประเทศญี่ปุ่น

แม้ว่าจะช่วยให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 120 kW แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของวิทยาลัย จึงได้ทำการค้นคว้าวิจัยเพิ่มเติม พร้อมกับจัดทำโครงการสถานีผลิตไฟฟ้าในหน่วยงานราชการเสนอต่อกรมพัฒนาพลังงาน ทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบให้ได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี  จากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานมาสนับสนุน ในการเพิ่มกำลังการผลิตอีก 400 kW

ดร.สุขฤดี สุขใจ ผู้อำนวยการ วิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เปิดเผยถึงผลสำเร็จของการดำเนินโครงการสถานีผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยเซลล์ แสงอาทิตย์ในหน่วยงานราชการ ซึ่งวิทยาลัยฯ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  ณ ปัจจุบันการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์กับระบบการเก็บและจ่ายกระแสไฟฟ้าด้วยกำลัง ไฟ 400 kW เป็นที่เรียบร้อยได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว พร้อมกับเดินระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์

โดยจ่ายกระแส ไฟฟ้าผ่านเข้าสู่ระบบ “สมาร์ท กริด” และป้อนไปใช้งานวิทยาลัยพลังงานทดแทนทั่วบริเวณ รวมทั้งป้อนเข้าสู่ระบบจ่ายไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรด้วย จึงส่งผลให้มีกำลังผลิตรวมแล้วกว่า 500kW พร้อมกับพัฒนาให้การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์เชื่อมเป็นระบบเดียว กันในชื่อ “สมาร์ท กริด” โดยมีระบบบริหารจัดการแบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ Building Energy Management (BEM)
     
สำหรับในแง่ของส่วน ประกอบหลักสำหรับระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ในโครงการนั้น ผศ.ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการโครงการสถานีผลิตไฟฟ้าในหน่วยงานราชการ วิทยาลัยพลังงานทดแทน ม.นเรศวร ระบุว่ามีด้วยกัน 2 แบบ แบบแรกเป็นการติดตั้งแบบกราวนด์เมาท์ (ตั้งบนพื้น) มีกำลังผลิต 350 kW อีกแบบคือติดตั้งแบบ “รูฟท็อป” (ติดตั้งบนหลังคา) มีกำลังผลิต 50 kW โดยมีระบบสะสมพลังงานจากแบตเตอรี่ที่มีความจุ 100 kW ต่อชั่วโมง

การ ออกแบบผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์เป็นระบบบริหารจัดการ พลังงานแบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (BEM) ที่ให้ประโยชน์ยิ่งกว่าระบบผลิตไฟฟ้าในอดีต ซึ่งแต่ละระบบจะทำงานในลักษณะแยกจากกัน แล้ววิทยาลัยพลังงานทดแทนจึงได้พัฒนาระบบต่างๆ ให้สามารถสื่อสารเข้ากันได้ ทั้งการผลิตไฟฟ้า และการควบคุมการใช้งานที่เราสามารถกำหนดการใช้ในแต่ละวันและแต่ละช่วงเวลา ได้
     
ด้วยเหตุนี้ ระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ดังกล่าวจึงมีประสิทธิภาพสูงสำหรับ การควบคุมในเรื่องความต้องการกระแสไฟฟ้าสูงสุด โดย ดร.สุขฤดี สุขใจ ได้ยกตัวอย่างการติดเซ็นเซอร์เพื่อควบคุมแสงสว่างในอาคารติดตั้งเป็นระบบไฟ อัตโนมัติ ซึ่งหากไม่มีคนอยู่ในห้องก็จะไม่มีการจ่ายพลังงานไฟฟ้าไปยังหลอดไฟและ เครื่องปรับอากาศ แต่จะจ่ายพลังงานไฟฟ้าตามปกติเฉพาะเมื่อมีคนอยู่เท่านั้น ทำให้ช่วยลดค่ากระแสไฟฟ้าได้ร้อยละ 30-40 ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่มีระบบ โคมไฟโซล่าเซลล์ ใช้แทนไฟฟ้าที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย และเป็นมหาวิทยาลัยผลิตพลังงานแสงอาทิตย์(โซล่าเซลล์)ใช้เองแห่งแรกในเอเชีย
     
ที่ ผ่านมามีหน่วยงานราชการ และหน่วยงานเอกชนเดินทางมาศึกษาดูงานผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ที่วิทยาลัยของเราเกือบทุกวัน ดูระบบการจ่ายพลังงานไฟฟ้าไปยังหลอดไฟ โคมไฟโซล่าเซลล์ และเครื่องปรับอากาศ ตัวโคมไฟโซล่าเซลล์มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความสว่างโดยเมื่อคุณเดินผ่านจุดที่มี แสงสว่างน้อย โคมไฟโซล่าเซลล์จะทำการเปิดไฟอัตโนมัติช่วย ให้คุณประหยัดพลังงานได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง ต้องถือว่าบรรลุเป้าหมายและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกองทุนเพื่อส่งเสริมการ อนุรักษ์พลังงานทุกประการ และทีมงานเราเองก็มีความเต็มใจอย่างยิ่งสำหรับการแบ่งปันข้อมูลและเทคโนโลยี ในเรื่องนี้

Cr.ผู้จัดการ,Voice of America

28 ส.ค. 2558

พลังงานแสงอาทิตย์ลอยบนผิวน้ำ

พลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำ
พลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำ


พลังงานแสงอาทิตย์ถูกใช้งานอย่างมากแล้วในหลายส่วนทั่วทุกมุมโลก เช่นมาทำเป็นโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ หรือแบตเตอร์รีสำรองพลังแสงอาทิตย์ ฯลฯแถมมีศักยภาพในการผลิตพลังงานมากพอสมควร หากใช้ประโยชน์และนำมาพัฒนาอย่างเหมาะสม พลังงานแสงอาทิตย์ก็สามารถนำมาใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าหรือ สำหรับทำความร้อน หรือแม้แต่ทำความเย็น หรือแสงสว่างตามที่กล่าวมาแล้ว ศักยภาพในอนาคตของพลังงานแสงอาทิตย์นั้นถูกพัฒนาไปอีกขึ้นหนึ่งโดยประเทศที่ ถูกจำกัดด้วยพื้นที่ อย่างประเทศสิงค์โปร

ปัจจุบันต้องยอมรับว่าสิงคโปร์มีความเชี่ยวชาญการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ บนบก มากแล้ว ไม่ว่าจะติดตั้งบนหลังคา หรือ สิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ อย่างซุปเปอร์ทรี ตั้งอยู่ในสวนมารีนาเบย์ กระชากความสนใจจากผู้คนทั่วโลกด้วยความก้าวหน้าล่าสุดของประเทศ  ส่วนผลผลิตไฟฟ้าจาก 30 เมกะวัตต์เมื่อปลายปี 2557 คาดว่าปลายปีนี้จะเพิ่มเป็น 130 เมกะวัตต์ และเพิ่มเป็น 350 เมกะวัตต์ในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือประมาณร้อยละ 5 ของความต้องการในช่วงชั่วโมงใช้ไฟฟ้าสูงสุด

ในอนาคตสิงคโปร์จะใช้พลังงานที่ได้จากธรรมชาติและสะอาด โดยเฉพาะแสงอาทิตย์กับลม ซึ่งขณะนี้พลังงานแสงอาทิตย์ของสิงคโปร์ก้าวหน้าอย่างมาก เพราะการวิจัยได้พ้นขั้นพื้นฐานไปแล้ว คือจากการผลิตและติดตั้ง ขยับไปที่ผลกระทบที่อาจเกิดจากการใช้ เพื่อขยายการผลิตและใช้ให้ได้มากกว่าเดิม

โครงการหนึ่งที่กำลังวิจัย คือ การติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าลอยน้ำในบ่อน้ำและอ่างเก็บน้ำ เพื่อค้นหาวิธีนำแผงโซลาร์เซลล์ไปใช้ประโยชน์ ถ้าทำสำเร็จสิงคโปร์จะมีพื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มมากขึ้นบนพื้นผิว น้ำ สามารถให้พลังงานไฟฟ้า หรือแสงสว่างผ่านโคมไฟโซล่าเซลล์ตามชายฝั่งยามคำคืน หรือเก็บสำรองพลังงานไฟฟ้าไว้ในแบตเตอร์รีสำรองได้

ฟัง ดูแล้วง่าย แต่ความจริงไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะปรกติน้ำกับไฟไม่ค่อยเป็นมิตรกันอยู่แล้ว ในน้ำยังมีวัชพืชและสัตว์ที่อาจส่งผลกระทบได้ จึงต้องค้นคว้าระบบบริหารจัดการที่ทำให้ไม่กระทบระบบการติดตั้ง โดยระบบที่ทดลองมีขนาด 5 กิโลวัตต์ ไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่งตรงไปยังพื้นที่บนบกผ่านเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งทั้งหมดผลิตในสิงคโปร์ ทั้งยังได้รับการบริจาคจากบริษัทผู้ผลิตอีกด้วย

ส่วน อีกโครงการเป็นการวิจัยการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อค้นหาว่าแผงโซลาร์เซลล์ควรอยู่เหนือน้ำเท่าไรเพื่อให้การผลิตมี ประสิทธิภาพสูงที่สุด หลักการคือยิ่งอุณหภูมิเย็นมากเท่าไร ประสิทธิภาพจะยิ่งมากเท่านั้น นี่เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมสิงคโปร์จึงสนใจติดตั้งระบบในบ่อน้ำและอ่างเก็บน้ำ ทั้งยังคิดจะติดตั้งในทะเล เพราะโครงการนี้มีการวิจัยผลกระทบที่น้ำทะเลมีต่อระบบรวมอยู่ด้วย

ทั้ง นี้ ทั้ง 2 โครงการใช้งบประมาณ 11 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือเกือบ 300 ล้านบาท โดยผู้นำในการวิจัย ได้แก่ สภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติกับองค์การจัดการน้ำแห่งชาติ ส่วนผู้บริหารจัดการโครงการคือ สถาบันวิจัยพลังงานแสงอาทิตย์แห่งสิงคโปร์

ขณะ ที่บริษัทผลิตแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ต่างพากันก่อตั้งกลุ่มเข้าร่วมการวิ จัย โดยคาดการณ์ว่าภายในปีหน้ากลุ่มดังกล่าว 6 กลุ่ม จะติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าลอยน้ำที่ใช้แผงโซลาร์เซลล์ได้สำเร็จ ซึ่งจะดึงดูดให้บริษัทต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในด้านที่สิงคโปร์ยังไม่ เชี่ยวชาญเข้ามาร่วม เพื่อยกระดับการวิจัยให้มากขึ้นจนสามารถนำระบบลอยน้ำไปติดตั้งในทะเลได้

ปริมาณ การผลิตอาจยังดูน้อย แต่ถ้าดูผลพลอยได้ทั้งการสร้างองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ การสร้างโอกาส สร้างคน และสร้างงาน ถือว่ามีมากจนไม่อาจประเมินได้ ยังไม่รวมถึงด้านความมั่นคงที่ใช้แผงโซลาร์เซลล์แบบพกพาและใช้ประจำหน่วยรบ ที่กำลังมีการพัฒนาอย่างขะมักเขม้นด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

Cr.โลกวันนี้,อยากใช้พลังงานแสงอาทิตย์

21 ส.ค. 2558

ท่าอากาศยานพลังงานแสงอาทิตย์


ท่าอากาศยานพลังงานแสงอาทิตย์
ท่าอากาศยานพลังงานแสงอาทิตย์
ท่าอากาศยาน  Cochin International แห่งนี้อยู่ที่เมือง Kochi City ในรัฐ ในรัฐ Kerala ประเทศอินเดีย  เป็นท่าอากาศยานพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของโลก  จากเทคโนโลยีของเยอรมนี บริษัทวิศวกรรม Bosch ของเยอรมนีเป็นผู้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าที่ว่านี้ ซึ่งมีขนาด 12 เมกกะวัตต์ และใช้แผงรับแสงอาทิตย์มากกว่า 46,000 แผง  สามารถนำมาพัฒนาเป็นพลังงานไฟฟ้ามาใช้กับอุปกรณ์เครืองใช้ไฟฟ้ามากกมายภายใน ท่าอากาศยาน ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟโซล่าเซลล์  แบตสำรองโซล่าเซลล์ (Solar Collector)  ฯลฯ

นาย V.J. Kurian กรรมการผู้จัดการของท่าอากาศยานใหม่แห่งนี้ กล่าวว่า ระบบการผลิตไฟฟ้าของท่าอากาศยานสามารถผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้ มากถึง 52,000 กิโลวัตต์ แต่ที่จะใช้เองนั้น เท่ากับ 49,000 กิโลวัตต์ ที่เหลือจะส่งมอบให้การไฟฟ้าของรัฐ Kerala ท่าอากาศยานพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของโลกจะมีพิธีเปิดท่าอากาศยานแห่งนี้ อย่างเป็นทางการในวันที่ 18 สิงหาคมนี้

ก่อนหน้านี้ ประเทศอินเดียมได้เริ่มใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยนำมาพัฒนาเป็นโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์คร่อมคลองนามา ด้า ทางตอนเหนือของแคว้นคุชราต ในพื้นที่รกร้างทางเหนือของเมือง มีโครงการนำร่องที่แก้ปัญหาทั้งการขาดแคลนพลังงาน และขาดน้ำใช้ในละแวกคลองนามาด้า ด้วยวีธีง่ายๆ แต่ได้ผลไม่น่าเชื่อ โครงการน้ำร่องนี้เริ่มต้นที่ต้องการจะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ แจกจ่ายไฟฟ้าตามหมู่บ้านแล้วเหลือเก็บสำรองในรูปแบบพลังงานสำรอง หรือ แบตสำรองโซล่าเซลล์ (Solar Collector)

พื้นที่ จะติดตั้งนั้นเมื่อไปวางบนผืนดินก็อาจจะเสียพื้นที่อยู่อาศัยหรือการทำ เกษตรกรรมรูปแบบต่างๆ ไปได้ ทางเลือกที่โครงการน้ำเสนอคือ ไหนๆ ก็ต้องวางเหล่าดงแผงโซลาร์เซลล์เหล่านี้แล้ว ต้องวางที่ไหนจึงจะได้ประโยชน์สูงสุด ทางออกของปัญหาจึงมาจบลงที่วางทุ่งแผงโซลาร์เซลล์นี้คร่อมคลองนามาด้าเสีย เลย ด้วยเพราะจะสามารถลดการเสียน้ำไปจากการระเหยด้วยความร้อนจากแสงอาทิตย์

ใน 1 ปีจะลดการระเหยของน้ำได้ถึง 9 ล้านลิตรจากระยะทางของการคลุมคลองความยาวกว่า 19,000 กิโลเมตร ผลลัพธ์เหล่านี้สามารถนำน้ำที่เคยหายไปมาช่วยชาวคุชราตได้มากเลยทีเดียว และยังผลิตไฟฟ้ากว่า 600 เมกกะวัตต์ให้กับ 11 ตำบลในคุชราตอีกด้วย

ใน ปัจจุบันคลองที่มีแผงโซลาร์เซลล์คลุมเพื่อลดการระเหยของน้ำนี้มีความยาวกว่า 458 กิโลเมตรในเส้นคลองหลัก หากโครงการนี้แล้วเสร็จจะมีความยาวมั้งหมด 85,000 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยให้ชาวอินเดียมีน้ำใช้ ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอีกโขเลยทีเดียว ด้วยวิธีแก้ปัญหาอันชาญฉลาดก็คือ การวางแผน การออกแบบก่อนลงมือทำเท่านั้นเอง และในขณะเดียวกันที่บ้านเรามีคลองชลประทานมากมาย พร้อมกับมีแสงอาทิตย์เข้มข้นเหลือเฟือ ดูงานนี้แล้วมันน่าสนใจจริงๆ

อย่าง ไรก็ตาม ท่าอากาศยาน “สีเขียว” แห่งแรกของโลกนั้นที่ใช้พลังงานทดแทนจากธรรมชาติ มีการสร้างมาก่อนหน้าอินเดียเสียอีก  สร้างขึ้นไว้ที่หมู่เกาะ Galapagos ในประเทศ Ecuador เมื่อปี ค.ศ. 2012 และพลังงานที่ท่าอากาศยานแห่งนี้ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าคือพลังลม ซึ่งทั้งพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์เมืองไทยเรามีเหลือที่สามารถนำมา พัฒนาได้เลย  เหลือเพียงวางแผนและลงมือทำอะไร ๆ ก็ง่ายไปหมด

Cr.Creative Move,Voice of America,Synergy | Facebook ,เล่าสู่กันฟัง ,

24 ก.ค. 2558

Solar Charger บางสุดในโลก


Solar Charger บางสุดในโลก

Solar Cell Charger” ที่ชาร์จเก็บไฟด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่บางเฉียบที่สุดในโลก !!!

เชื่อ ว่าหลายคนคงเคยจะได้ยินเรื่องของพลังงานโซล่าเซลล์ (Solar Cell)กันมาบ้างแล้ว แต่ยังไงมันก็ยังเป็นเรื่องที่ไกลตัวคนธรรมดาอย่างเราอยู่ดี เพราะด้วยการติดตั้งและบริษัทที่เชี่ยวชาญในการทำนั้นยังมีไม่มาก แต่วันนี้มีสิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งที่จะทำให้เราเข้าใกล้กับพลังงาน Solar Cell ได้ง่ายมากขึ้นสิ่งประดิษฐ์ที่ว่านี้มีชื่อว่า “Solar Paper”  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับการระดมทุนจากเว็บไซต์ start-up ชื่อดังอย่าง Kickstarter

“Solar Paper” คือที่ชาร์จแบตเตอรี่สำรอง พลังงานโซล่าเซลล์ (Solar Cell) ที่บางที่สุดในโลก โดยเจ้า Solar Paper สามารถใช้งานได้กับหลากหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน (Smartphone) โน๊ตบุ๊ค หรือแม้กระทั่งกล้องบางประเภท ขนาดของมันก็พอๆกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ๆประมาณ iPhone 6 Plus หรือ Samsung Galaxy Note 4 แต่จะมีความหนาแค่เพียง 1.5 มิลลิเมตรเท่านั้น

ที่ชาร์จแบตพวกอุปกรณ์สมาร์ทโฟน (Smartphone) หรือที่หลายๆคนอาจจะเรียกมันว่าแบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) ที่ทำมาจากโซล่าเซลล์นั้น น่าสนใจไม่ใช่น้อย แต่หลายๆคนก็อาจจะสงสัยว่า มันจะหนักมั้ย? หรือมันจะใหญ่เทอะทะไปมั้ย?  เพราะคิดว่าแผงโซล่าเซลล์ต้องใหญ่ๆ ถึงจะเก็บไฟได้เยอะๆ

เมื่อแบตของ Solar paper หมดลงคุณก็สามารถชาร์จแบตฯ ให้กับมันได้ด้วยการนำ Solar Paper วางไว้กลางแดด ถึงแม้ว่าแหล่งพลังงานของ  Solar Paper จะมาจากแสงอาทิตย์แต่มันก็สามารถให้พลังงานกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ไม่ต่างจากปลั๊กไฟที่บ้านเลย

หากอยากจะเพิ่มปริมาณความจุพลังงาน แสงอาทิตย์ให้กับ Solar Paper ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการเพิ่มแผ่น Solar Paper ต่อกันไปเรื่อย ๆ ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดถือเป็นการเก็บสำรองไฟฟ้า Solar Collector ที่มีประโยชน์ ถ้าจะใช้งานก็แค่เปิดแผงออกมา แล้วก็เสียบเข้ากับอุปกรณ์ของคุณเพื่อเริ่มการชาร์จไฟ และไม่ว่าจะชาร์จกับแดดกลางแจ้ง หรือแม้แต่ชาร์จกับไฟในห้อง ก็ใช้ได้

นอก จากจะช่วยประหยัดค่าไฟที่บ้านคุณแล้ว Solar Paper ยังช่วยประหยัดพลังงาน และไม่สร้างมลพิษให้กับโลกอีกด้วย ล่าสุด เจ้า Solar Cell Charger ราคาอยู่ที่ 69 ดอลล่าร์ (ประมาณ 2,350 บาท) ซึ่งตัวเดียวน่าจะเพียงพอที่จะชาร์จไฟให้กับโทรศัพท์ แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) หรืออุปกรณ์เล็กๆที่กินไฟไม่มาก ส่วนแท็ปเล็ต หรือ กล้องถ่ายรูป อาจต้องใช้ประมาณ 3 – 4 แผงเลย ถ้าจะชาร์จไฟให้เต็ม ซึ่งสามารถซื้อแยกได้ แล้วเอามาติดกันแบบแม่เหล็กได้


Cr.Marketeer