22 พ.ค. 2558

"แกมเบีย"ประกาศรับ ชาวโรฮีนจา ทั้งหมด

 
 "แกมเบีย"ประกาศรับ ชาวโรฮีนจา ทั้งหมด
 "แกมเบีย"ประกาศรับ ชาวโรฮีนจา ทั้งหมด

ชาวโรฮีนจามีที่พักพิงแล้ว "แกมเบีย"ประกาศรับหมด
กรุงบันจูลประเทศแกมเบีย เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ประกาศว่าแกมเบียจะรับผู้หลีภัยชาวโรฮีนจาทั้งหมด 

ประเทศยากจนแถบแอฟริกาตะวันตกออกแถลงการณ์เสนอที่พักพิงให้แก่ผู้อพยพชาวโรฮีนจาทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์เพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนของพี่น้องชาวมุสลิมเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อหลีกหนีการถูกกดขี่ข่มเหง

โดยรัฐบาลแกมเบียเรียกร้องต่อประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วยส่งผู้อพยพมายังชายฝั่งของแกมเบีย ซึ่งจะมีการสร้างค่ายผู้ลี้ภัยให้แก่ชาวโรฮีนจา ทั้งนี้ทางการแกมเบียแสดงความวิตกต่อสถานการณ์ผู้อพยพชาวโรฮีนจาในเมียนมา

โดยเฉพาะเรือมนุษย์จำนวนมากลอยเคว้งคว้างอยู่ในทะเลนอกชายฝั่งอินโดนีเซีย และมาเลเซีย คำประกาศนี้มีขึ้นในขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทยประชุมหารือกันเกี่ยวกับกรณีชาวโรฮีนจา หลังเผชิญเสียงวิจารณ์จากทั่วโลกกรณีผลักดันเรือผู้อพยพชาวโรฮีนจาออกไปจากน่านน้ำของตน

ด้านนายกรัฐมนตรีโทนี แอ็บบอตต์ แห่งออสเตรเลียกล่าวว่า รัฐบาลออสเตรเลียไม่ต้อนรับกลุ่มผู้อพยพที่เดินทางมาอย่างผิดกฎหมาย เนื่องจากจะสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นในประเทศ.“

เกี่ยวกับชาวโรฮีนจา

ชาวโรฮีนจาสืบเชื้อสายมาจากพ่อค้าชาวอาหรับ ที่โยกย้ายเข้ามาตั้งรกรากนานนับ 1,000 ปีที่แล้ว บางส่วนอาศัยอยู่ในบังคลาเทศ ปากีสถาน ซาอุดิอาระเบีย เมื่ออาศัยอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะตกอยู่ในชนชั้นแรงงาน และบางส่วนที่อาศัยอยู่ในบังคลาเทศ จะถูกปิดกั้นจากการประกอบอาชีพ

สื่อต่างประเทศบางสำนัก อ้างว่า ชาวโรฮีนจาเดินทางมาจากอินเดีย ภายใต้การผลักดันจากอังกฤษ ซึ่งขณะนั้นยึดครองอินเดียอยู่ใต้อำนาจ และได้ผลักดันชาวโรฮีนจาออกจากอินเดีย โดยอ้างว่า ภูมิลำเนาที่แท้จริงของพวกเขา อยู่บริเวณทางตอนเหนือของเมียนมาและบังคลาเทศ และตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจวบจนปัจจุบัน

Cr.เดลินิวส์

21 พ.ค. 2558

โตโน่เปิดใจแยกบ้านกับแตงโม


โตโน่เปิดใจแยกบ้านกับแตงโม
โตโน่เปิดใจแยกบ้านกับแตงโม
โตโน่” เปิดใจแบบแมนๆ ยอมรับ ห่างเหินและแยกบ้านกันอยู่กับ “แตงโม” แล้ว หลังใช้ชีวิตคู่อยู่กินกันมากว่า 500 วัน เผยเหตุชีวิตคู่ไปกันไม่ได้เพราะเรื่องเวลา ที่ต่างคนต่างทำงานจนทำให้เตียงหักรักล่ม พร้อมปฏิเสธเหตุร้างราไม่เกี่ยวกับดาราสาวลูกครึ่ง “เฌอเบลล์” ที่ถูกจับโยงว่าเป็นมือที่สาม ชี้ความรักต้องอยู่ด้วยความเข้าใจและความอดทน

หลังสร้างความฮือฮาให้กับวงการบันเทิง ด้วยการเข้าพิธีหมั้นแบบสายฟ้าแลบเมื่อปลายปี 2556 และใช้ชีวิตคู่อยู่กินกันแบบคู่รักวัยรุ่นมาเกือบ 2 ปี จนมีข่าวลือในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า นางเอกสาว แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ กับ โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ นักร้องหนุ่มชื่อดัง จากเวทีการประกวดเดอะสตาร์ 6 เริ่มมีปัญหาระหองระแหงหนักจนถึงขั้นเลิกรากัน เมื่อแตงโมสร้างความกังขาให้กับแฟนคลับ ด้วยการขึ้นข้อความตัดพ้อรัก ในอินสตาแกรมส่วนตัวชื่อ “Melon1stchapter” และต่อมาก็มีการปิดอินสตาแกรมดังกล่าว จนทำให้ผู้คนสงสัยและกระหายใคร่รู้ในความเป็นไปของแตงโมและโตโน่ แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ออกมาชี้แจง ยิ่งทำให้เกิดข่าวลือหนักว่าความรักของทั้งคู่ยังดีอยู่หรือไม่

จนเมื่อวันที่ 20 พ.ค. โตโน่-ภาคิน เดินทางมาร่วมงาน “น้ำใจ..สร้างกุศล” เปิดตัว “เข็มอานันทมหิดล” ประจำปี 2558 ที่ห้องอเนกประสงค์ ตึกแพทยพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยมี คุณแม่น้อย-สุดลมโชย คำวิลัยศักดิ์ เดินทางมาพร้อมลูกชาย ซึ่งโตโน่ ได้ยืดอกยอมรับแบบแมนๆว่า มีปัญหาเรื่องเวลาและทัศนคติกับแตงโมจนห่างกันและตัดสินใจแยกบ้านกันอยู่มา 1 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ขอใช้คำว่า “เลิก” และถึงกับมีอาการอึกอักเมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่า ยังเป็นคู่รักกันหรือไม่

หลังเจอคำถามแรกที่จี้ใจและตรงประเด็นเกี่ยวกับเรื่องสถานะชีวิตคู่ โตโน่ก็กล่าวเปิดใจว่าตอนนี้ต่างฝ่ายต่างทำงาน เจอกันน้อยลง ทั้งโมและตนทำงานค่อนข้างหนัก เวลาไม่ตรงกัน มีบ้างที่น้อยใจและไม่เข้าใจกัน แต่เป็นเรื่องธรรมดา สาเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของเวลา ไม่เกี่ยวกับข่าวที่เกิดขึ้นกับแตงโมก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะข่าวไหนก็ตาม 2 ปีที่ผ่านมา ชัดเจนว่าไม่ได้มีผลต่อความรู้สึก ถ้าเกิดปัญหาจริงๆคงไม่ได้เกิดจากคนอื่น คงเกิดจากเรื่องเวลาและหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคน ที่ต้องทำให้เต็มที่ เราอยู่บนโลกใบนี้ไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีอีกหลายๆอย่างที่ต้องทำ มีหลายคนที่รอดูผลงานติดตามเราอยู่ ถามว่าแตงโมไม่เข้าใจเรื่องการทำงานของตนใช่หรือไม่ ก็ไม่ใช่ เรื่องนี้มีหลายอย่างเป็นองค์ประกอบ คิวละครของแตงโมก็ไม่ได้ถ่ายทำเรื่องเดียว ตนก็มีทั้งเพลง คอนเสิร์ต และละครเพชรฆาตดาวโจร ที่ต้องถ่ายทำหนักมากและใช้ความอดทนสูงกับภาวะต่างๆ มาถึงทุกวันนี้ไม่ได้มาเพราะแมวมอง แต่มาเพราะคะแนนโหวตของคนทั้งประเทศที่เลือกและรัก จึงคำนึงถึงความรู้สึกของพวกเขา

เมื่อถามถึงข่าวที่ว่า ก่อนหน้านี้นางเอกสาวรุ่นน้อง เฌอเบลล์-ลัลณ์ลลิน เตจะสาเวศซ์ ออกมาพูดว่ารู้เรื่องความสัมพันธ์ทุกอย่าง จึงถูกจับโยงว่าเป็นมือที่สาม โตโน่ ปฏิเสธทันทีว่าเป็นข่าวมั่ว ไม่เกี่ยวกัน และไม่มีทางที่จะเป็นมือที่สาม ผู้สื่อข่าวถามว่าได้พยายามปรับความเข้าใจกันหรือยัง “โตโน่” ระบุว่า พยายามทำความเข้าใจ แต่ก็ไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร บางครั้งอธิบายไปก็ใช่ว่าทุกคนจะเข้าใจกันหมด ถามว่า ณ ตอนนี้ใช้คำว่าเลิกได้หรือยัง โตโน่ตอบชัดว่า “ไม่ครับ” ส่วนเมื่อถามว่ายังเรียกว่าเป็นคู่รักกันได้หรือเปล่า โตโน่ หยุดคิดชั่วขณะก่อนตอบว่า ได้นะ มันไม่ใช่เรื่องของการหมดรัก มันเป็นเรื่องของความเข้าใจ ทัศนคติและการใช้ชีวิตที่ทุกคู่ต้องเจอ แต่ว่าเราจะผ่านไปในรูปแบบไหนอนาคตอาจจะมีโอกาสกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่ อันนี้ไม่ทราบ ถามว่าอยากกลับมาเหมือนเดิมไหม ถ้าทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิมแล้วโมมีความสุข ผมมีความสุข เราเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น คิดว่าไม่มีปัญหาที่จะกลับไปคบกัน

พระเอกหนุ่มกล่าวอีกว่า แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายทำเต็มที่ทั้งเรื่องการงานและความรัก แต่มันยังปรับกันไม่ได้ คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต เรื่องพวกนี้ ไม่ใช่วันสองวันจะมาพูดได้ ไม่อยากให้มีใครมาเกี่ยวข้อง ข่าวลือต่างๆมันไม่แฟร์ เป็นห่วงความรู้สึกโม เวลามีข่าวมือที่สามมันแย่ เพราะว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย ทุกอย่างมันก็มีปัญหากันหมด มันเป็นชีวิตคู่ ถ้าคนจะอยู่ไปจนแก่เฒ่า โดยเฉพาะคู่ของตนต้องมีความเข้าใจเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องลักษณะนิสัย ความฝัน ทัศนคติ จุดยืนของตนและของโม จะไปถึงจุดๆ นั้นได้ต้องอดทน อย่างที่บอกเป็นแฟนตนต้องอดทน

ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่าโตโน่ย้ายของออกจากบ้านที่อยู่กับแตงโม โตโน่กล่าวยอมรับว่าตอนนี้ คุณแม่มาจากขอนแก่นอยู่ที่กรุงเทพฯ จึงมาอยู่กับคุณแม่ที่คอนโดฯ คุณแม่เป็นกำลังใจที่ดีที่สุด ส่วนที่ว่าเมื่อคุณแม่กลับบ้าน จะย้ายกลับไปอยู่กับแตงโมเหมือนเดิมหรือไม่ ตอนนี้คุณแม่อยู่ยาว และนานมากแล้วที่คุณแม่ไม่ได้มาอยู่ด้วยกันแบบนี้ จึงรู้สึกอบอุ่นมากเพราะแม่ได้มาเห็นเราทำงาน คุณแม่ไม่มีใคร เป็นสิ่งที่ควรจะเป็นตั้งนานแล้ว ไม่ว่าตนจะมีแฟนหรือไม่มีแฟน มีครอบครัวหรือไม่มี สิ่งที่จะทิ้งไม่ได้เลยคือคุณแม่ อย่างคุณพ่อของแตงโมก็จะอยู่กับเราตลอดที่ผ่านมา ฉะนั้นคุณแม่ก็ควรมาอยู่กับเรา ถามว่าแยกกันอยู่นานหรือยัง ถ้าช่วงเริ่มมีปัญหาเรื่องเวลาก็ประมาณ 3 เดือน แต่ที่ห่างกันก็ไม่ถึงเดือน มีการคุยกันเรื่อยๆที่จะปรับความเข้าใจ กว่าจะรักกันได้ กว่าจะฝ่าฟันอะไรหลายๆอย่างมาด้วยกัน ตนว่ามันมีค่า ถ้าเกิดปัญหาอะไรก็ตาม โมกับตนไม่ควรใช้อารมณ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว บางทีต้องใช้เวลาใคร่ครวญดูดีๆทั้งสองฝ่าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ทั้งคู่ยังรักกันอยู่เหมือนเดิมหรือไม่ โตโน่เผยว่า อย่างที่บอกไปตั้งแต่วันแรก บางทีความรักไม่ได้เป็นเรื่องของความรู้สึก ความรักเป็นเรื่องของความตั้งใจ ถ้าความรู้สึกมันมีเรื่องความโกรธเกลียดซึ่งมันลดลงเพิ่มขึ้นได้ “ถ้าวันข้างหน้าตนและโมต้องเลิกกัน ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้รักกัน ตนคิดว่าความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับหัวใจและความรู้สึกของคนสองคนด้วย” โตโน่กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่แตงโมโพสต์ไอจีเหมือนปิดประตูความสัมพันธ์ไปแล้วเกี่ยวข้องหรือไม่ โตโน่ เผยว่า เรื่องไอจีไม่ทราบ จุดประสงค์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คงไปตอบแทนในส่วนของไอจีไม่ได้ ทุกวันนี้เรารักกันเราก็บอกว่าเรารัก ถ้ามันมีปัญหาขึ้นมาเป็นข่าว เราก็ต้องออกมาพูด ถามว่าเราเป็นคนธรรมดา เรามีความรู้สึกอยากจะให้ทุกคนเข้าใจเรา หรือจะต้องออกมาพูดนั้น มันไม่ใช่ตัวตน เข้าใจว่าอยู่จุดๆนี้ก็ต้องออกมาพูด ทุกๆครั้งที่ออกมาพูด ต้องคิดถึงใจเขาใจเรา อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นการให้สัมภาษณ์โตโน่ ได้ขอบคุณสื่อมวลชนว่าและพูดทิ้งท้ายด้วยความเป็นห่วงว่า ถ้าพี่ๆสื่อเจอแตงโม ขอให้รักแตงโมด้วยนะครับ

ทั้งนี้ เรื่องราว “เลิฟสตอรี่” ของโตโน่-แตงโม เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นเรื่องที่ถูกจับจ้องในสังคมวงกว้าง เริ่มจากความรักก่อตัวอย่างรวดเร็วในช่วงกลางปี 2556 หลังคบหากันแค่ 6 เดือน ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ต่อมาก็สร้างความฮือฮาในวันที่ 11 ธ.ค. 2556 เมื่อมีภาพหลุดเล็ดลอดผ่านอินสตาแกรมเป็นภาพงานหมั้นเงียบแบบสายฟ้าแลบของแตงโม-โตโน่ ที่ถูกจัดขึ้นใน บรรยากาศเก๋ไก๋ สุดคลาสสิก แต่เรียบง่าย ที่เบเนดิกต์ สตูดิโอ ย่านถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา โดยในงานมีเพียงญาติและเพื่อนสนิทเพียง 50 คนร่วมเป็นสักขีพยาน ท่ามกลางคำมั่นสัญญาอันสุดหวานที่ทั้งคู่มีให้แก่กัน

โดยโตโน่ ที่ในนาทีนั้น กำลังอยู่ในห้วงแห่งอารมณ์รักสุดหวาน ได้ลั่นประโยคสำคัญกับแตงโมและ ถือเป็นประโยคกินใจผู้คนที่อยู่ร่วมในพิธีหมั้นว่า “ภาคินจะรักภัทรธิดาที่สุดในชีวิต ภาคินจะรักภัทรธิดาคนเดียว ภาคินจะรักภัทรธิดาตลอดไป” ขณะที่แตงโมกล่าวว่า “หนูมีความสุขมาก พี่ทำให้หนูรู้สึกมีค่า หนูจะดื้อหรือแย่แค่ไหน กลับกลายเป็นพี่เอ็นดูหนูและยิ้มให้หนูทุกครั้ง พี่ต้องอยู่กับหนูไปตลอดชีวิตแล้ว” ซึ่งถ้อยคำเป็นที่ซาบซึ้งตรึงใจและทั้งคู่ก็ประคองรักใช้ชีวิตผ่านทั้งทุกข์และสุขร่วมกัน มาเป็นระยะเวลาประมาณ 525 วัน หรือปีกว่า ก่อนที่โตโน่จะออกมาประกาศว่าได้แยกบ้านและความสัมพันธ์ได้ห่างเหินเดินกันคนละทางกันแล้วในวันนี้

Cr.ไทยรัฐ

ฐปณีย์ เอียดศรีไชย & กระแสโรฮิงยา (แยม)


ฐปณีย์ เอียดศรีไชย & กระแสโรฮิงแยม
ฐปณีย์ เอียดศรีไชย & กระแสโรฮิงแยม
 หลายฝ่ายมองว่าการนำเสนอข่าวของน.ส.ฐปณีย์ นั้น เป็นการใส่ความ"ดราม่า" เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมให้สังคมเกิดความสงสารมากเกินไป ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาถึงการทำหน้าที่สื่อมวลชน ขณะเดียวกัน ก็มีหลายฝ่ายกังวลว่า"เจตนาที่ดี"นั้น จะก่อให้ให้ปัญหาทางการเมืองและความมั่นคงของประเทศแทน

"กระแสโรฮิงแยม" ของน.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย หรือแยม ผู้สื่อข่าวชื่อดัง ที่นำเสนอข่าวชาวโรฮิงยาอย่างใกล้ชิด ชนิดที่เรียกว่าเกาะติดขอบเรือ ยังคงเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งต่อมา น.ส.ฐปณีย์ ก็ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ยืนยันว่าการนำเสนอข่าวของตนเองนั้นเป็นไปตามหน้าที่ของสื่อมวลชน และเพื่อนมนุษย์อย่างดีที่สุดแล้ว ไม่มีเบื้องหลังและเจตนาใด พร้อมทั้งยืนยันว่า ไม่เคยพูดว่าให้ไทยให้ตั้งศูนย์พักพิง และรัฐบาลไทยต้องดูแลชาวโฮิงยา แต่อย่างใด ทั้งนี้ ตนเองนั้นเสียใจ ที่ข่าวดังกล่าวนั้นสร้างความเกลียดชังต่อเพื่อนมนุษย์

ล่าสุด แฟนแพจ"อีเจี๊ยบ เลียบด่วน" เพจชื่อดังที่มีจำนวนผู้ติดตามทะลุล้าน ก็ได้มาร่วมแสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่า

ข่าว"เจ๊แยม ฐปณีย์" โพสเฟซฯ บ่นทำนองว่าโดนด่าเยอะ เรื่องโรฮิงยา เสียใจ ผมว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็สงสารคนพวกนั้นเหมือนเจ๊แยมแหละ เข้าใจว่าลำบาก เข้าใจว่าเดือดร้อน เมตตา สงสารเห็นใจ ถ้าประเทศเรามีความสามารถ มีเงินทอง จะดูแลเค้า ก็คงไม่ค้านหรอก

แต่เจ๊ก็เห็นว่า ตอนนี้เราแม่งไม่ไหวแล้ว คนค้าขายรู้กันว่าเงียบมาก เศรษฐกิจย่ำแย่ ภาษีที่จ่ายไปร้องไห้ไป นอกจากมาเป็นเงินเดือนให้หน่วยงานรัฐห่วยๆ บางหน่วยงานแล้ว ยังต้องมาดูแลต่างชาติอีกเหรอ จะให้ส่งเงินไปช่วย ไปบริจาคที่ไหน คนไทยช่วยไม่ยั้งนะผมว่า จะเนปาล ญี่ปุ่น แต่จะลงเรือล่องมา แล้วเราต้องมาดูแลแบบไม่มีกำหนด ผมว่าคนไทยไม่โอ

แล้วทางเราก็ไม่ได้ไปไล่ยิง ขับไล่เค้าเหมือนหมูหมา เราให้ทั้งอาหาร น้ำ น้ำมัน ยา พวกค้ามนุษย์ที่เป็นปัญหาก็กวาดล้างให้ ขอแค่ไม่ขึ้นฝั่งมาประเทศเรา จนกว่าจะตกลงกันให้ชัดเจนก่อน ว่าประเทศต่างๆ จะมีมาตการอย่างไร จะมาพักพิงกับเรานานแค่ไหน ใครจ่ายค่าดูแล ผมว่าก็สมเหตุสมผลอยู่นะ

ผมชอบเจ๊นะ ตอนเจ๊ทะเลาะกะลุง (พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี) รอบที่แล้ว คนไทยก็เข้าข้างเจ๊ทั้งนั้น แต่รอบนี้ ที่เค้าไม่ชอบก็คือการทำข่าวของเจ๊มันเหมือนเราทำกับเค้าแบบไร้เมตตา เจ๊สงสารเขา เจ๊ไม่อยากปล่อยมือให้เขาลอยจากไป ไม่รู้จะได้พบกันไหม เจ๊ร้องไห้แงๆ เหมือนไปว่าคนที่เขาไม่เห็นด้วย มันใจโหด ใจชั่ว ไม่รักเพื่อนมนุษย์ไปโน่น

เจ๊ไม่ต้องเลิกทำข่าวหรอก เพียงแต่อย่าให้แม่งดราม่าขนาดนั้น คิดถึงผลกระทบด้านอื่นด้วย เจ๊มีหน้าที่เสนอความจริง ไม่ได้เสนออารมณ์สะเทือนใจของตัวเอง เจ๊เป็นนักข่าวเจ๊ไม่ใช่ดารา

ขณะเดียวกัน "อีเจี๊ยบ"  ก็ได้กล่าวถึงคนบางกลุ่มที่ไม่อยากให้ไทยช่วยชาวโรฮิงยา เนื่องจากมองว่า คนกลุ่มนี้เป็นคน"ขี้เกียจ เป็นคนไม่ดี" นั้นก็ไม่ถูกต้อง เพราะถ้าเขาไม่เดือดร้อน ก็คงไม่ออกมาตายเอาดาบหน้าแบบนี้ เช่นเดียวกับพวกที่ "โหน" โรฮิงยา เพื่อหวังผลทางการเมือง...นั่นก็แย่พอๆ กัน!

Cr.มติชน

20 พ.ค. 2558

ทีวีดิจิตอล กับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

นางสายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม แชนแนล ดิจิตอล ทีวี หรือสถานีโทรทัศน์ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ในเครือ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอล มีการแข่งขันกันที่รุนแรง ส่งผลให้แต่ละช่องต้องพัฒนารายการโทรทัศน์ของตนอย่างต่อเนื่อง และตอนนีู้้บริโภคก็มีหลายทางเลือก สามารถต่ออินเตอร์เน็ตรับชมผ่าน
กล่องสมาร์ตบ๊อก กล่องแอนดรอย

http://www.matichon.co.th/online/2015/05/14320031011432003129l.jpg
เพิ่มคำอธิบายภาพ


ในส่วนของช่องจีเอ็มเอ็ม 25 จะลงทุนในการผลิตรายการไว้ 700 ล้านบาท ขณะนี้สัดส่วนรายการแยกเป็น ละคร 50% รายการวาไรตี้ 30% และรายการอื่นๆ 20% ซึ่งที่ผ่านมาละครของสถานีโทรทัศน์ถือเป็นรายการหลักที่ได้รับกระแสตอบรับด้านเรตติ้งจากผู้ชมมากที่สุด ผ่านทางดาวเทียม ทางยูโธป ทางเว็บไซว์ หรือ ทาง กล่องแอนดรอย กล่องเคเบิ้ลทีวี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งละครชุดคลับ ฟรายเดย์ เดอะ ซีรีส์ เพราะแตกต่างจากละครในตลาด และมีมาตรฐานการผลิตที่ใช้ต้นทุนสูง ตั้งเป้าเพิ่มอันดับเรตติ้งติด 10 อันดับแรก จากปัจจุบันอยู่อันดับ 12-13 และมีส่วนแบ่งการตลาด 4% จากมูลค่าโฆษณา 70,000 ล้านบาท
http://www.matichon.co.th/online/2015/05/14320031011432003133l.jpg
เพิ่มคำอธิบายภาพ


นางสายทิพย์กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายของจีเอ็มเอ็ม 25 คือคนรุ่นใหม่อายุ 12-29 ปี ชื่นชอบรายการเกี่ยวกับบันเทิงเต็มรูปแบบ เนื่องจากเห็นว่าสภาพเศรษฐกิจเวลานี้ค่อนข้างชะลอตัว ลูกค้าไม่กล้าใช้เงินในการซื้อโฆษณามากนัก ซึ่งเมื่อลูกค้ามีงบประมาณที่จำกัดจะส่งผลให้ลูกค้าเน้นซื้อเวลาโฆษณาลงในช่องรายการที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ตนเองต้องการมากที่สุด แทนการหว่านซื้อทุกกลุ่มเป้าหมายเหมือนอดีต เพราะผู้บริโภคมีหลายช่องทางเลือก ผ่านอินเตอร์เน็ต ผ่าน กล่องแอนดรอย

แต่ยอมรับว่าข้อเสียกลยุทธ์นี้อยู่ที่พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายเวลานี้ นิยมการชมรายการผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ใช่หน้าจอโทรทัศน์ เช่น อินเตอร์เน็ต ยูทูบ หรือไลน์ทีวี เป็นต้น โดยใช้ กล่องแอนดรอย กล่องอินเตอร์เน็ตทีวี เคเบิ้ลทีวี  ส่งผลให้เรตติ้งของจีเอ็มเอ็ม 25 แม้กระแสตอบรับดีคนรู้จัก แต่ในเชิงของเรตติ้งกลับไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งกำลังแก้ไข

นางสายทิพย์กล่าวว่า ในวันที่ 20 พฤษภาคม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมพิจารณาว่าจะอนุมัติให้เลื่อนจ่ายเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลในงวดที่ 2 หรือไม่ 


หากผลตัดสินออกมาว่าไม่อนุมัติให้เลื่อนและต้องให้จ่ายเงินไม่เกินวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ ก็ไม่มีผลกระทบต่อบริษัท เพราะจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เตรียมบริหารจัดการเงินไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่หาก กสทช.อนุมัติให้เลื่อนก็ถือเป็นการดี เพื่อนำเงินไปพัฒนางานให้ดีขึ้นอีก ผ่านทางหลากหลายช่องทาง
รวมทั้งพัฒนากล่องดิจิตอลดาวเทียม กล่องอินเตอร์เน็ต  กล่องแอนดรอย ด้วย

Cr.มติชน

ติดตั้งโซล่าเซลล์ให้กับชาวบ้านหนองกอก จ.ปราจีนบุรี


ติดตั้งโซล่าเซลล์ให้กับชาวบ้าน
ติดตั้งโซล่าเซลล์ให้กับชาวบ้าน

กลุ่มอาสาพลังงานทดแทน เข้ามาติดตั้งโซล่าเซลล์ให้กับชาวบ้านหนองกอก จ.ปราจีนบุรี หลังไม่มีไฟฟ้าใช้นาน 57 ปี

ที่บ้านหนองกอก หมู่ 4 ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีกลุ่มอาสาพลังงานทดแทนได้เข้ามาติดตั้งโซล่าเซลให้กับชาวบ้าน ทั้งนี้ สืบเนื่องจากตลอดช่วงระยะเวลายาวนานถึง 57 ปี ชาวบ้านหนองกอก จำนวน 21 ครอบครัว ประชากรกว่า 70 คน ไม่มีไฟฟ้าใช้มายาวนาน ที่ในค่ำคืนยังต้องจุดตะเกียงไฟฟ้า

นางระเบียบ จ้อยสกุล อายุ 52 ปี กล่าวว่า ความเป็นมาบ้านหนองกอก ปี 2496 มีพลทหารเลื่อน จ้อยสกุล ซึ่งเป็นบิดาตนเอง เป็นอดีตทหารผ่านศึกสงครามอินโดจีนกลับจากสมรภูมิรบ

ติดตั้งโซล่าเซลล์
ติดตั้งโซล่าเซลล์ให้กับชาวบ้านฟรี


ไม่มีที่ดินทำกินจึงได้ไปแจ้งกำนัน ต.บ่อทอง ได้พาครอบครัวไปสร้างบ้านเรือนอยู่ที่ด้านทิศตะวันออกของบ้านกุดปลาหวี ต่อมาทางราชการอ้างเป็นที่สาธารณะ

จึงไม่สามารถต่อไฟฟ้าเข้าหมู่บ้าน ทำให้ชาวชุมชนหลังพระอาทิตย์ตกดินจะจุดตะเกียง เด็กๆ นักเรียนจะมารวมกันอ่านหนังสือ ทำการบ้าน โดยจุดตะเกียงหลายๆ ดวงให้แสงสว่าง วันนี้จึงติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ได้ 4 หลังคาเรือน เอามาต่อกับ โคมไฟโซล่าเซลล์ เพื่อให้แสงสว่างยามค่ำคืน 

แต่ก็ไม่เพียงพอต่อชาวบ้านอีกจำนวนมาก  ซึงที่ต้องการใช้ ก็มีพวก ตะเกียงไฟฟ้า โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์  หรือ โคมไฟโซล่าเซลล์

Cr.INN

โอปอล์ ท้อง 2 เดือนแล้วจ้า

โอปอล์ ท้อง 2 เดือนแล้วจ้า

โอปอล์ ท้อง 2 เดือนแล้วจ้า



แต่งงานกันมาได้ปีกว่า สำหรับ หมอโอ๊ค สมิทธ์ อารยะสกุล และ โอปอล์ ปาณิสรา อารยะสกุล งานนี้ได้เฮดังๆ ซะทีหลังจากที่รอมานาน ในที่สุด หมอโอ๊ค ก็ทำสำเร็จ โอปอล์ ท้องแล้วจ้า 2 เดือนกว่า (10 อาทิตย์ 4 วัน)

โดยล่าสุด โอปอล์ ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ "Opal Panisara Official" ว่า "ช่วงที่ผ่านมา โอปไม่ได้อ้วนนะคะ โอปท้องงงงงงค่าาาา#10weeks4days :)" พร้อมลงรูปที่ โอปอล์ และ หมอโอ๊ค ถ่ายกับภาพอัลตราซาวด์ของเจ้าตัวเล็ก งานนี้ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ขอแสดงความยินดีด้วยดังๆ จ้า.


“หมอโอ๊ค-โอปอล์” เซอร์ไพรส์ปั้มลูกแฝดด้วยวิธีธรรมชาติ ลั่นยังไม่รู้เพศ เรียกชื่อเล่น “กล้วย-ก้อย-ท็อป-ไทด์” โอดฝืนคำสั่งหมอห้ามบอกข่าวดีก่อนอายุครรภ์ครบ 16 สัปดาห์ ฝ่ายหญิงดี๊ด๊าน้ำหนักพุ่ง สามีขุนอาหารการกินแน่น เผยก่อนรู้ว่าป่อง ทั้งติดเชื้อในกระแสเลือดทั้งมีประจำเดือน

      
       ทำเอาเฮลั่นหลังจากที่ “หมอโอ๊ค สมิทธิ์ อารยะสกุล” รู้ว่าภรรยาสุดที่รัก “โอปอล์ ปาณิสรา อารยะสกุล” ตั้งครรภ์สมใจ ก่อนประกาศข่าวดีในอินสตาแกรมว่าอายุครรภ์ได้ 10 สัปดาห์ 4 วันแล้ว ล่าสุดทั้งคู่ควงแขนมาร่วมงานเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุด “แอมบิเพอร์ มูดเธอราพี่ คอลเล็กชั่น” ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว

ก่อนเผยความเซอร์ไพรส์ดับเบิ้ลหลังทั้งคู่ประกาศว่าได้ลูกแฝดโดยวิธีธรรมชาติ เรียกชื่อเล่นๆ ว่า “กล้วย-ก้อย-ท็อป-ไทด์” ไปก่อนเพราะยังไม่รู้เพศ รับฝืนคำสั่งหมอห้ามบอกเรื่องมีลูก เพราะอยากให้อายุครรภ์ครบ 16 สัปดาห์ก่อน
      
       โอปอล์ : “คือตอนแรกที่รู้เนี่ยอยากบอกทันที อยากบอกทุกคนคือดีใจมากค่ะ แต่ว่าก็ไม่เข้าใจ คือก่อนหน้านี้ก่อนท้องเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนท้องต้องรอให้ 3 เดือนก่อนแล้วค่อยพูด บางคนบอกว่าโชคลางหรือเปล่า ถือเคล็ดหรือเปล่า ความจริงไม่ใช่นะคะ คือพอท้องเราต้องมาลุ้นทีละสเต็ปว่าพอท้องแล้วลูกเรามีหัวใจไหม หัวใจลูกเราเต้นไหม อวัยวะครบไหม คือช่วง 3 เดือนแรกหรือ12 สัปดาห์แรกเนี่ยอะไรก็เกิดขึ้นได้”
      
       หมอโอ๊ค : “เป็นช่วงที่เปราะบางมากนะครับแล้วก็เหมือนเราก็อยากให้ชัวร์นะครับถึงจะบอกทุกๆ คน”
      
       โอปอล์ : “คือคุณหมอเขาก็บอกว่าถ้ายังไม่ถึง 12 สัปดาห์เนี่ยเกิดอะไรขึ้นก็ได้ ลูกจะอยู่หรือไม่อยู่ก็ได้ เขาก็กลัวว่าเราประกาศดีใจไปแล้วลูกไม่อยู่จะทำยังไง ก็เลยยังไม่ได้บอกใครจนตอนนี้ 11 สัปดาห์แล้ว แล้วเราไปอัลตร้าซาวด์มาวันที่ลงไอจีไปเราไปอัลตร้าซาวด์มาแล้ว เขาแข็งแรง แล้วเราเลยรู้สึกว่าคนรู้เริ่มเยอะ บอกเลยดีกว่า”
      
       เผยดีใจได้ลูกแฝด ฝืนคำสั่งหมออยากให้เก็บเป็นความลับ 16 สัปดาห์
       โอปอล์ : “ใช่ค่ะ คือประเด็นลูกแฝดเนี่ยคุณหมอก็บอกว่าอย่าเพิ่งบอกนะ ถ้าลูกแฝดเนี่ย 16 สัปดาห์แล้วค่อยบอก”
      
       หมอโอ๊ค : “คือผมค่อนข้างกังวลเรื่องนี้ เขาบอกว่าจะรู้ว่าเขาอยู่กับเราหรือว่าไม่อยู่กับเราหรือว่าอยู่ทั้งสองคน ก็คือประมาณ16สัปดาห์ครับ”
      
       โอปอล์ : “ที่คนรู้ว่าท้องเนี่ยเพราะปอล์ทำงานไม่ไหวจริงๆ มันก็ต้องมีการลางานเยอะ ข่าวมันก็เลยรั่วไปแต่เรารู้สึกว่ามันเป็นข่าวดีเราก็ไม่อยากจะปิด อย่างประเด็นลูกแฝดเนี่ยคือแบบมหัศจรรย์มากแล้วเราอยากแชร์เรากรี๊ดมากเพราะว่าเป็นแฝดที่เราไม่ได้ทำอ่ะ มันมหัศจรรย์ตรงที่ว่าเมื่อตอนต้นปีที่ปอล์เข้าโรงพยาบาลนาน ปอล์ติดเชื้อในกระแสโลหิตแล้วร่างกายปอล์พังไปเลย พังในที่นี้คือประจำเดือนก็ไม่มา ร่างกายคือแย่ ความดันต่ำ”
      
       หมอโอ๊ค : “จริงๆ ตอนนี้เป็นช่วงที่ผมมีแผนที่จะเอาแล้วล่ะ ปีนี้เราก็แพลนว่าจะมีน้องกัน แล้วเขาก็ป่วย มันก็แบบเป็นช่วงหนักของเรา คือตอนนั้นกังวลมาก”
      
       โอปอล์ : “คือตอนนั้นปอล์ป่วยแบบนิ้วเขียว ความดันต่ำเหลือ 30 เท่าไหร่นะพี่โอ๊ค”
      
       หมอโอ๊ค : “คือเขาเหมือนคล้ายๆ ช็อกนิดหนึ่งครับ ตอนนั้นเขาก็ไม่ได้พูดให้ทุกคนฟังเพราะว่าเป็นความเครียดแล้วมันกังวลเยอะอ่ะ ผมรู้สึกว่ามันเหนื่อยแล้วก็เครียด แล้วก็เหมือนกับเรื่องลูกด้วยเราก็พยายามด้วย สุดท้ายก็พยายามวางแผนกัน มีกระตุ้นให้ประจำเดือนเขามาด้วย แล้วก็นับวันกันแบบจริงจังมาก”
      
       โอปอล์ : “จริงจังและมุ่นมั่นมาก แล้วทีนี้พอเลือดปอล์ไม่ดี ประจำเดือนไม่มาก็เลยต้องไปฉีดกระตุ้นไข่ จริงๆ วัตถุประสงค์คือให้ประจำเดือนปอล์มาตรง ยังไม่ได้ตั้งใจเรื่องลูกขนาดนั้น”
      
       หมอโอ๊ค : “จริงๆ ผมกลัวมากเรื่องลูกแฝดเพราะคุณหมอทุกคนจะรู้ดีอยู่แล้วว่าแฝดเนี่ยถือเป็นการตั้งครรภ์ที่ซับซ้อนอย่างหนึ่งที่เป็นความเสี่ยง”
      
       รับ “อ้อม สุนิสา” ทักว่าท้องหรือเปล่าเหตุหน้าอกเปลี่ยน หน้าฉ่ำ หลังไปอัลตร้าซาวด์ถึงรู้ว่ามีน้อง
       โอปอล์ : “ตอนแรกยังไม่คิดฝากไข่ คือถ้าปีนี้ยังไม่มีลูกจะไปฝากไข่ แต่ว่าตั้งแต่ต้นปีประจำเดือนปอล์ยังไม่มาเลยไง พอไปหาคุณหมอ คุณหมอให้ฉีดกระตุ้นไข่ตั้งแต่มกรา กุมภา มาเรื่อยๆ เราก็รู้สึกว่าประจำเดือนเรามาร่างกายเราดีขึ้น แล้วเราไม่รู้ว่า effect อย่างหนึ่งคือเราจะมีสิทธิ์มีลูกแฝด จนพอต้นเดือนเมษาปอล์ก็ยังไม่รู้เลยว่าปอล์ท้อง แล้วรู้สึกตอนไปกองช่างแต่งหน้าหรือว่าพี่อ้อม สุนิสา เขาก็จะบอกว่าทำไมดูแปลกๆ เราก็บอกว่าแปลกยังไง เขาบอกว่าหน้าอกเราเปลี่ยน หน้าเราดูฉ่ำๆ”
      
       หมอโอ๊ค : “สุนิสาเนี่ยจ้องหน้าอกภรรยาผม(หัวเราะ)”
      
       โอปอล์ : “เออ จ้องหน้าอกฉันทำไม แล้วปอล์ก็รู้สึกว่าปอล์ไม่กล้าตรวจเองก็เลยไปโรงพยาบาลแล้วเจาะเลือด”
      
       หมอโอ๊ค : “ช่วงนั้นอาจจะต้องย้อนนิดหนึ่งคือตอนนั้นเขาเหมือนมีประจำเดือนมาด้วย แล้วทีนี้พอกลายเป็นว่าตรวจปุ๊บแล้วเขาบอกว่าอาจจะมีน้องนะ ตอนแรกดีใจนะแต่อีกอย่างหนึ่ง เฮ้ย…เลือดที่ประจำเดือนมายังไง”
      
       โอปอล์ : “ใช่ เพราะว่าปอล์อ้วนอยู่แล้ว เพราะว่าตั้งแต่ต้นปีมากินฮอร์โมนช่วย แล้วประจำเดือนก็ยังมาแล้วจะท้องได้ยังไง ก็ต้องใช้เวลา กว่าจะตรวจเลือดเสร็จก็ต้องเว้นวรรคไว้ 2 สัปดาห์ อัลตร้าซาวด์ถึง เอ้า มีน้องจริงๆ”
      
       หมอโอ๊ค : “ทีนี้ก็เป็นปัญหาว่า ตายละการมีน้องแล้วมีเลือดออกเนี่ยตกในกลุ่มที่ว่าเราก็ต้องดูแลเป็นพิเศษละ ตายแล้วยิ่งซับซ้อนไปใหญ่ ช่วงก่อนหน้านี้มันก็หนักสำหรับผมนะ ผมก็รู้สึกว่าเป็นห่วง”
      
       เผยน้ำหนักพุ่งดี๊ดี กินได้ทุกอย่าง แฮปปี้มากได้กินทุเรียน ด้านสามีเหม็นข้าวแพ้ท้องแทนเมีย
       โอปอล์ : “คือตอนนี้ที่อัลตร้าซาวด์คือเป็นเด็กที่สมบูรณ์แข็งแรงสองคนค่ะ ก็หัวใจเต้นเรียบร้อยแต่ว่าหมอก็บอกว่าไว้ 16 สัปดาห์ค่อยบอกไหม แต่เรารู้สึกว่าไม่ทันแล้วล่ะค่ะ แล้วปอล์ไม่เคยคิดเลยว่าอาการแพ้ท้องเป็นยังไง ถ้าถามว่าอาการเป็นยังไงสำหรับเพื่อนที่ไม่เคยท้อง มันเหมือนกับคนเมาแล้วแฮ้งค์ แล้วยืนตากแดดอ่ะ เหมือนสมัยสาวๆ ไงที่เวลาเมาแฮ้งค์แล้วต้องยืนตากแดดแต่ว่ามันเป็นทั้งวัน แล้วก็มึนมากแล้วก็อาเจียน แต่ว่าคนอื่นกินไม่ได้ปอล์ก็กินได้เนาะ”
      
       หมอโอ๊ค : “นี่ยังดีที่เขาทานได้นะครับ”
      
       โอปอล์ : “นี่ปอล์ท้องจะ 3 เดือนน้ำหนักขึ้นแบบดี๊ดี ตอนนี้กินได้ทุกอย่างเลยค่ะ ปอล์กินทุเรียนทุกวัน ซึ่งแต่ก่อนพี่โอ๊คเขาจะห้ามแต่ตอนนี้นางก็แกะไว้ให้ แฮปปี้ อันนี้ติดมากตั้งแต่แต่งงาน”
      
       หมอโอ๊ค : “รู้สึกเขาจะติดสามีนะ (หัวเราะ)”
      
       โอปอล์ : “ปอล์แพ้ท้องไปไหนไม่ได้อย่างน้อยก็ต้องนั่งรถไปส่งที่ทำงานแล้วก็รอกลับ”
      
       หมอโอ๊ค : “จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเถียงมาตลอดชีวิตว่าด้วยหลักการแพทย์เนี่ยเป็นไปไม่ได้เลย มาเจอกับตัวเองมันแบบรู้สึกแปลกๆ เหมือนเหม็นๆ จะอาเจียน ไม่ใช่เหม็นพี่ปอล์แต่เหมือนเหม็นข้าว อาจจะเป็นเพราะว่าเราเห็นเขาพะอืดพะอมกินอะไรไม่ค่อยได้เราก็รู้สึกแบบรู้สึกไปด้วยครับ”
      
       บอกเห่อเรียกชื่อสมมติไปก่อน ถ้าเป็นหญิงเรียก “กล้วย-ก้อย” ถ้าเป็นชายเรียก “ท็อป-ไทด์”
       หมอโอ๊ค : “(หัวเราะ) หน้าตาแพรวพราวมากเลยนะครับ”
      
       โอปอล์ : “ก็อย่างที่แจ้งไปว่าทั้งหมดที่เราเล่าเรื่อง process มันเป็นความมหัศจรรย์ มันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ มันไม่มีเคล็ดลับหรืออะไรเลย แล้วมันก็ซับซ้อนอยู่เพราะว่าตอนแรก ลูกเราคนหนึ่งตัวใหญ่คนหนึ่งตัวเล็ก มันลุ้นทุกจังหวะ เราก็กลัวว่าเขาจะแย่งกันกิน เราก็เลยกินใหญ่เลยให้เขารู้สึกว่าไม่แย่งกัน หนูจะไม่แย่งกัน จนตอนนี้เขาก็ตัวใหญ่เท่ากัน”
      
       “เรายังไม่รู้เพศ ตอนนี้เราก็เรียกเขาว่ากล้วยก้อย เรียกเพราะว่าเราต้องเรียกเขาไว้ก่อน เป็นผู้ชายก็เรียกท็อปไทด์ คือเรียกไว้ล่วงหน้าเพราะเรายังไม่รู้ว่าเขาเพศอะไรมันต้องใช้เวลา”
      
       หมอโอ๊ค : “(หัวเราะ) มันดีใจอยู่แล้ว แล้วมันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เรารอคอยเนาะ เพราะว่าเรารู้สึกว่าชีวิตเราดำเนินมาด้วยกัน ผมมีสิ่งที่ค่อนข้างครบแล้ว ทั้งเรื่องการงานเรื่องชีวิต มีคนที่รักเราอยู่ด้วยกันทุกวัน มันก็ถึงขั้นต่อไปก็คือมีสมาชิกคนใหม่เข้ามา”
      
       เล็งพักงาน ด้านเพื่อนๆ ดี๊ด๊า ดึงเข้ากลุ่มพ่อแม่มือใหม่
       โอปอล์ : “พักงานค่ะ อย่างอีเว้นต์ปีนี้ไม่น่าจะรับไหว เพราะว่าช่วงท้องตอนแรกก็แพ้มาก แล้วพอผ่านไป 4-5 เดือน พอเราท้องแฝดเรายิ่งต้องพักเพราะว่าเดี๋ยวคลอดก่อนกำหนด เพิ่งรู้ว่าชีวิตมีปัญหาอย่างนี้ แล้วก็งานพิธีกร รายการทุกรายการที่ปอล์ทำน่ารักมาก ถ้าวันไหนไม่ไหวก็บอกพิธีกรสแตนบายก็จะพร้อมมาช่วย”
      
       หมอโอ๊ค : “ไม่ถึงขั้นห้ามครับแต่ก็มีเตือนกัน ดูแลกันว่าวันนี้ไปไหน ไปประชุม เขายังต้องเข้าบริษัท ต้องทำงานบริหารงานอะไรในเรื่องธุรกิจเยอะ ก็แบบไม่ต้องเครียดนะ ไม่ต้องลุยงานมากเกินไป อยากให้พักผ่อนเยอะๆ”
      
       โอปอล์ : “เพื่อนๆ ทุกคนแฮปปี้ดีใจ อย่างเพื่อนรุ่นปอล์ส่วนใหญ่ก็จะมีลูกแล้ว อย่างคนที่เขามีลูกแล้วเขาจะดีใจมากอย่างพอลล่า(พอลล่า เทเลอร์) คนที่ไม่มีลูกก็รู้สึกปิติยินดีไปด้วย”
      
       หมอโอ๊ค : “ก็ได้เข้ากลุ่มใหม่ ผมก็ได้เข้ากลุ่มคุณพ่อมือใหม่ไปด้วย ก็เพื่อนๆ ที่เป็นคุณพ่อรวมกัน”
      
       โอปอล์ : “คือทันทีที่รู้ว่าเรามีลูก แก๊งแม่ๆ ก็จะไลน์มาว่าต้องการความช่วยเหลือไหม ซึ่งจริงๆ เราก็ยังไม่รู้ว่าต้องทำยังไง”
      
       รับสามีดูแลดี ให้กินทุกอย่างที่อยากกิน
       หมอโอ๊ค : “ถามผมบ่อยนะ เพราะว่าเป็นหมอด้วยมั้ง ของคุณผู้ชายจะถามบ่อยมาก ก็ต้องทานอาหารให้ครบ สังกะสีสำคัญ”
      
       โอปอล์ : “เราก็ใช้วิธีทั่วไป เราก็นับวันนะ เราก็ใช้วิธีนับวันเหมือนคนอื่น ปอล์โชคดีตรงที่พี่โอ๊คเขาดูแลดีอยู่แล้วค่ะ แต่ว่ามันเจ๋งอย่างหนึ่งตรงก่อนแต่งงานพี่โอ๊คจะดูแลการกินแล้วก็บังคับปอล์ออกกำลังกาย แต่ว่าพอมีลูกแล้วเขายอมให้ปอล์กินอะไรก็ได้ที่มันไม่เกินไปที่ยังอยู่ในเกณฑ์ แต่ก่อนทุเรียนได้แต่ฝันเลย ตอนนี้ก่อนนอนปอล์กินทุเรียนได้ ถ้าหิวปอล์ยังขอกินได้ รู้งี้ฉันพยายามท้องนานแล้ว ตอนนี้ก็ดีใจมากค่ะแต่หมอก็ยังให้ระวัง แต่คือที่บอกชื่อลูกเมื่อกี้คือชื่อสมมตินะคะ (หัวเราะ) เดี๋ยวไว้รู้เพศแน่นอนเดี๋ยวเราจะตั้งใหม่”
      
       หมอโอ๊ค : “เดี๋ยวเราจะรีบบอกนะครับ”
      
       โอปอล์ : “ชื่อสมมตินะไม่ใช่ชื่อจริงนะ”
      
       หมอโอ๊ค : “เพราะว่าเพิ่งเจาะเลือดไป เดี๋ยวถ้ารู้ยังไงจะบอก”
      
       โอปอล์ : “คือเราไม่ได้ตั้งใจว่าจะมีเร็วอะไรขนาดนี้ คิดไม่ทันแล้ว ด้วยอายุที่มากขึ้นเราก็เลยต้องมีการเจาะตรวจโดยละเอียดก็เดี๋ยวรีบแจ้งผลเรื่อยๆ ค่ะ”
      
       ยังไม่ชินกับคำว่าแม่ ส่วนจะคลอดเองหรือผ่าต้องรอปรึกษาหมอ
       โอปอล์ : “ยังเลยค่ะ ตอนนี้ยังทำใจ ยังค่อนข้างงงกับตัวเองเพราะว่าร่างกายมันเปลี่ยน เราก็ยังไม่ได้ตั้งใจอะไร ก็งงๆ เนาะ ตอนนี้งดรับงาน แต่ว่าด้วยพาร์ตธุรกิจส่วนตัวร้านกาแฟหรือบริษัทมันต้องเข้าอยู่แล้ว แต่ว่าออกทีวีหรือว่าอีเว้นต์ก็ต้องน้อยลง”
      
       หมอโอ๊ค : “ตอนนี้ผมลุยเต็มที่ครับตอนนี้”
      
       โอปอล์ : “คือตั้งแต่รู้ว่าลูกแฝดพี่โอ๊คก็สแตนบายอยู่โรงพยาบาลสมิติเวช แล้วก็คลินิก”
      
       หมอโอ๊ค : “คือพอจ่ออัลตร้าซาวด์มาเห็นเป็นกลมๆ สองอัน โอ้โหเพิ่มเวรครับอาจารย์ (หัวเราะ)”
      
       โอปอล์ : “ส่วนวิธีคลอด ทั้งหมดอยู่ที่คุณหมอค่ะ ต้องปรึกษาคุณหมออีกทีหนึ่ง”
      
       หมอโอ๊ค : “เราคงกำหนดไม่ได้ครับผม”

Cr.ผู้จัดการ,ไทยรัฐ

'ชมพู่ อารยา' บนพรมแดงเเมืองคานส์ 2015



'ชมพู่ อารยา'  บนพรมแดงเเมืองคานส์ 2015 (คลิป)
'ชมพู่ อารยา'  บนพรมแดงเเมืองคานส์ 2015
 
หลังจากเข้าประตูวิวาห์ไปหมาดๆเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 'ชมพู่ อารยา' นางเอกสาวสุดมั่นได้บินลัดฟ้าไปเมืองน้ำหอม เพื่อร่วมเดินพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2015 ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของลอรีอัลทันที ท่ามกลางการรอคอยตั้งหน้าตั้งตาว่าคืนนี้ 'ชมพู่' จะใส่ชุดอะไรเฉิดฉายบนพรมให้แฟนคลับได้ภาคภูมิใจอีกครั้ง

'ชมพู่ อารยา'  บนพรมแดงเเมืองคานส์ 2015
'ชมพู่ อารยา'  บนพรมแดงเเมืองคานส์ 2015



ล่าสุด สมการรอคอยจริงๆ  ''ชมพู่ อารยา" มาในลุค 'Born to be a Star' โดยเลือกใส่ชุดราตรีจากแบรนด์จาก Ashistudio SS2015  ของดีไซน์เนอร์ชาวเลบานอน และเครื่องประดับตุ้มหูเพชรจาก Chopard พร้อมช่างแต่งหน้าคู่ใจอย่าง คุณป้อม วินิจ บุญชัยศรี ที่บินไปแต่งหน้าให้ชมพู่เพื่องานนี้โดยเฉพาะ


นอกจากนี้ ชมพู่ อารยา จะมีคิวเดินพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์อีกครั้งในวันนี้ (20 พ.ค.2558) เวลาประมาณ 18.00 น. ตามเวลาในประเทศฝรั่งเศส 

โดดเด่นที่ริมฝีปากเฉดแดงเย้ายวนพร้อมสะกดทุกสายตา ด้วยลิปสติกแท่งโปรด สีแดงรูบี้ อย่าง “ลอรีอัล ปารีส คัลเลอร์ ริช คอลเลกชั่น สตาร์ เพียว เรดส์” ซึ่งชมออกแบบเองและพกพาไปจากเมืองไทย

ความหรูหราของเมคอัพที่แต่งแต้มอยู่บนใบหน้าเนียนเรียบสามารถสร้างออร่าได้อย่างไร้ที่ติ สะกดทุกสายตาด้วยดวงตาที่เด่นชัดคมกริบทุกมิติ แถมยังอัพเลเวล ความหรูหราเฉิดฉายด้วยคอสตูมสุดเจิดที่ใครๆ ก็จับตามอง ด้วยเดรสสีครีมจาก แบรนด์ ASHI STUDIO SS2015 เพิ่มความอลังการและมีสไตล์ขึ้นไปอีกด้วยตุ้มหูเพชรจาก CHOPARD

Cr.ไทยรัฐ