4 ก.พ. 2558

ศึกคิงส์คัพมีแค่ 4 ทีม ??


ศึกคิงส์คัพ 2015 เหลือเพียง 4 ทีม เข้าแข่งขัน
ศึกคิงส์คัพ 2558 เหลือเพียง 4 ทีม เข้าแข่งขัน

คิงส์คัพ จากฟุตบอลรายการใหญ่...ทำไม ? เหลือแค่ 4 ทีม
การแข่งขัน ศึกชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ เริ่มการแข่งขันเป็นครั้งแรกใน ปี 2511 ซึ่งในยุคแรก ๆ การแข่งขันของรายการนี้จะมีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 8 ทีม ด้วยกัน และแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 สาย ซึ่งทีมชาติไทยก็จะแบ่งเป็น ทีมชาติไทยชุด เอ กับ ทีมชาติไทยชุด บี เป็นทีมวางของทั้งสองสาย

ทว่าเมื่อกาลเวลาผ่านเลยมาเรื่อย ๆ ความนิยมของ ฟุตบอลคิงส์คัพ ก็เริ่มได้รับความนิยมน้อยลงไป ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่าผลงานของทีมชาติในช่วงหนึ่งไม่สู้ดีเอาซะเลย เมื่อแพ้มากกว่าชนะทำให้ศรัทธาของแฟนบอลก็เริ่มหดหายไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ซะทั้งหมด

อีกอย่างก็คือทีมใหญ่ ๆ ที่เคยมาแข่งขันกันเป็นกระจำอย่าง เกาหลีใต้ หรือว่า ญี่ปุน นักเตะชุดใหญ่ของพวกเขาก็เริ่มทยอยออกไปค้าแข้งกันในยุโรปแล้ว ทำให้การที่จะมารวมตัวแข่งขันกันในทัวร์นาเม้นท์ที่ออกแนวกึ่ง ๆ เตะกระชับมิตรมันก็ยาก

โดยในปัจจุบันนี้การแข่งขัน คิงส์คัพ ก็จะเหลือทีมที่เข้าแข่งขันเพียงแค่ 4 ทีม เท่านั้น เนื่องด้วยกฎเกณฑ์ของทาง ฟีฟ่า และเอเอฟซี ได้ระบุเอาไว้ว่า รายการแข่งขันที่จัดแข่งทุกปีจะต้องมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันไม่เกิน 4 ทีม แต่หากเป็นทัวร์นาเม้นท์ที่แข่งปีเว้นปีก็จะมีทีมแข่งขันได้ไม่เกิน 8 ทีม

แน่นอนว่า คิงส์คัพ อาจจะถูกเมินเฉยมากพอสมควรเพราะว่าเป็นรายการแข่งขันที่ไม่ได้มีผลอะไรมากนักผิดกับรายการใหญ่ ๆ อย่าง เอเชียนคัพ, อาเซียนคัพ ,ปรีโอลิมปิก หรือว่าซีเกมส์ เป็นต้น

แต่ยังไงก็ตามด้วย มนต์ขลังแห่งคิงส์คัพ ก็สามารถแจ้งเกิดให้กับนักเตะได้หลายคนเลยทีเดียว โดยเฉพาะชุดดรีมทีมที่นำโดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชคนปัจจุบันของทีมชาติไทย เมื่อปี 2536 ที่ลงแข่งขันในนาม ทีมชุดบี แต่กลับคว้าแชมป์มาครองได้อย่างฮือฮา

แม้ว่าในปัจจุบันคนไทยหรือว่าเพื่อนบ้านของเราจะมีรายการแข่งขันที่สำคัญมากมายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม แต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของการแข่งขันคิงส์คัพ มันจำเป็นอย่างยิ่งที่รายการแข่งขันฟุตบอลที่อยู่คู่กับวงการฟุตบอลไทยมานานแบบนี้ สมควรที่จะมีอยู่สืบไปอีกนานเท่านาน

Cr. MThai

โตโยต้า มิไร (Toyota Mirai) พลังไฮโครเจน

 
รถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิงHydrogen Fuel Cell Vehicle – FCV
รถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Cell Vehicle – FCV)

TOYOTA MIRAI ยานยนต์ไฮโดรเจน ปล่อยของเสียเป็นน้ำดื่มบริสุทธิ์


บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวรถรุ่นใหม่ ‘มิไร’ รถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Cell Vehicle – FCV) และจะจำหน่ายในตลาดรถยนต์ประเทศญี่ปุ่นวันที่ 15 ธันวาคม 2557 โตโยต้า มิไร ส่งสัญญาณว่ายุคใหม่แห่งยานยนต์โตโยต้าเริ่มต้นแล้ว ด้วยการเป็นยนตรกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ความสะดวกสบาย สุนทรียภาพในการขับขี่ มิไร ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญในอนาคต ในการผลิตกระแสไฟฟ้า

มิไร

โตโยต้า มิไร ใช้ระบบเซลล์เชื้อเพลิงโตโยต้า (Toyota Fuel Cell System—TFCS) มีต้นกำเนิดจากการผสานการทำงานของเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงกับนวัตกรรมไฮบริด รวมถึง ระบบเซลล์เชื้อเพลิงลิขสิทธิ์ใหม่ล่าสุดของโตโยต้า อย่าง เซลล์เชื้อเพลิงโตโยต้า (FC Stack) และถังเก็บไฮโดรเจนแรงดันสูง สำหรับระบบเซลล์เชื้อเพลิงโตโยต้านั้น กล่าวได้ว่าประหยัดพลังงานกว่าระบบเครื่องยนต์เผาไหม้และไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ สารที่มีผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์ (Substance of Concern—SOCs) ในระหว่างการขับขี่ โดยผู้ขับขี่จะได้สัมผัสการขับขี่ที่สะดวกสบาย และขับได้ในระยะทางที่ไกล รวมถึงใช้เวลาในการเติมพลังงานเชื้อเพลิงไฮโดรเจนแค่ประมาณสามนาที
มิไร เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติที่ยานยนต์รุ่นใหม่ควรจะมี ทั้งดีไซน์โดดเด่นสะดุดตา ประกอบกับการขับขี่ที่เหนือชั้นด้วยเสถียรภาพแห่งการควบคุมยานยนต์ที่เหนือกว่า โดยมาจากศูนย์ถ่วงต่ำของรถ ความเงียบแต่ปราดเปรียวทรงพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า โตโยต้า มิไร ยังประกอบไปด้วยระบบเทเลมาติกส (Telematics Service) เพื่อให้มั่นใจว่าการขับขี่จะปลอดภัย มีเสถียรภาพ และสะดวกสบาย รถรุ่นนี้ยังสามารถเป็นแหล่งพลังงานสำรองที่ทรงประสิทธิภาพถึงสองเท่า หากเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ ภัยพิบัติ หรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ

TOYOTA MIRAI ยานยนต์ไฮโดรเจน

TOYOTA MIRAI ยานยนต์ไฮโดรเจน




เชื่อเพลิงไฮโดรเจน

พลังงานไฮโดรเจน ถือเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกอีกประเภทหนึ่ง ผลิตได้จากแหล่งต้นกำเนิดพลังงานที่หลากหลาย อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม เมื่อได้รับแรงอัด มวลความหนาแน่นของพลังงานไฮโดรเจนจะสูงกว่าแบตเตอรี่สำรองที่ใช้ในรถขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งความสะดวกในการเก็บรักษา และการขนส่ง นอกเหนือจากอรรถประโยชน์ในฐานะเชื้อเพลิงสำหรับที่อยู่อาศัยและวงการยานยนต์แล้ว พลังงานไฮโดรเจนยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์อีกมากมาย รวมทั้ง เป็นแหล่งสร้างพลังงานขนาดใหญ่ ดังนั้น รถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิง หรือ FCV จึงสามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าจากไฮโดรเจนได้ หมายถึง มันจะนำไปสู่ภาพอนาคตของสังคมที่จะพึ่งพาพลังงานไฮโดรเจน และเพิ่มความหลากหลายในการผลิตพลังงานให้มากขึ้น




เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Cell Vehicle – FCV)
‘มิไร’ รถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Cell Vehicle – FCV)

แผนการวางจำหน่าย รถไฮโดรเจน

เริ่มวางจำหน่าย: ต้นปี     2558 เป็นต้นไป
ช่องทางการจำหน่าย: ตัวแทนจำหน่าย “โตโยต้า” และ “โตโยเปต” (Toyopet)
เป้าหมายของยอดขาย : ประมาณ 400 คัน ภายในปี 2558 สำหรับตลาดรถยนต์ประเทศญี่ปุ่น
ราคาปลีกที่ผู้ผลิตแนะนำ: 7,236,000 เยน
 (รวมภาษีผู้บริโภค แต่ไม่รวมค่ารีไซเคิล ราคาอาจแตกต่างสำหรับ  ฮอกไกโด และโอกินาว่า)

โรงงานผลิต
โรงงานประกอบรถยนต์โมโตมาจิ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น

Cr.ไทยรัฐ

3 ก.พ. 2558

ไอเดียเจ๋ง “คอมพิวเตอร์สร้างเอง”

 
แรงบันดาลใจจาก stev jobs
“คอมพิวเตอร์สร้างเอง” เผยได้แรงบันดาลใจจาก Apple I

ชุดคิตไอเดียเจ๋ง “คอมพิวเตอร์สร้างเอง” เผยได้แรงบันดาลใจจาก Apple I

คำกล่าวข้างต้นมาจาก Alex Klein ผู้ก่อตั้งบริษัท Kano เจ้าของสิ่งประดิษฐ์ในชื่อเดียวกับบริษัท โดยเป็นชุดคิตที่ช่วยให้คุณสร้างคอมพิวเตอร์เองได้แบบง่าย ๆ ที่เด็กแปดขวบก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง รวมถึงสามารถฝึกเขียนโปรแกรมแบบง่ายๆ ได้ด้วย
   
       แต่ไอเดียเล็กๆ จากคนเล็กๆ ครั้งนี้ กลับไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป เมื่อพวกเขาสามารถรวบรวมเงินจากผู้ให้การสนับสนุนไอเดียดังกล่าวได้อย่างรวด เร็ว เพียง 16 ชั่วโมง ก็สามารถได้เงินเท่าที่บริษัทต้องการแล้ว (100,000 เหรียญสหรัฐ) ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีคนเข้ามาให้เงินสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจนได้เงินสูงถึง 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว
   
       จากการเปิดเผยของ Alex Klein และ Yonatan Raz-Fridmen ผู้ก่อตั้งบริษัท คาโน (Kano) ถึงแรงบันดาลใจในการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้มาจากการพัฒนา Apple I ของสตีฟ จ็อบส์ และ Homebrew Computer Club เบื้องหลังความสำเร็จของแอปเปิล และยักษ์ใหญ่ในแวดวงไอทีหลายๆ บริษัทนั่นเอง
   
       หลายคนอาจสงสัยว่า Homebrew Computer Club คืออะไร มันคือสถานที่ให้เหล่าคนเจ๋งๆ มาแชร์ไอเดีย รวมถึงนำผลงานที่ประดิษฐ์ขึ้นมาโชว์กัน ซึ่งเมื่อครั้งสตีฟ จ็อบส์ และเพื่อนร่วมทีมอย่าง Steve Wozniak พัฒนา Apple I สำเร็จ พวกเขาก็ยังไม่ได้นำมันออกแถลงข่าวต่อสื่อเลยทันที แต่พวกเขาเลือกที่จะเอาไปโชว์ให้กับเพื่อนๆ ในกลุ่ม Homebrew Computer Club ได้ติชมกันก่อน
   
       หากแนวคิดของสตีฟ จ็อบส์ในการสร้าง Apple I คือความต้องการเปลี่ยนโลกไปสู่ยุคคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แนวคิดของ Kano ก็คือ การพัฒนาชุดคิตคอมพิวเตอร์ที่แม้แต่เด็กแปดขวบก็สามารถสร้างเองได้ แถมยังสามารถฝึกโปรแกรมมิงแบบง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง


ชุดคิด Kit ระบบปฏิบัติการลินุกซ์
ชุดคิด (KIT) ไวร์เลสคีย์บอร์ด ไวไฟ บลูทูธ สายเคเบิล และระบบปฏิบัติการลินุกซ์
 
โดย ในชุดคิดประกอบด้วย เคสขนาดเล็ก ไวร์เลสคีย์บอร์ด (Wireless Keyboard) ไวไฟ (WiFi) บลูทูธ (Bluetooth) สายเคเบิล(Cable) และระบบปฏิบัติการลินุกซ์บนเมมโมรี่การ์ด (Linux,Memory card) ซึ่งทั้งหมดนี้ เด็ก ๆ จะต้องประกอบในส่วนของเคสเอง และหาจอมอนิเตอร์เอง
   
       ในส่วนของการสร้างบอร์ดก็ไม่ยาก เพียงแต่ใส่เมนบอร์ดลงไปในกล่องเคสพลาสติก ต่อสายเคเบิล ต่อลำโพง ต่อบลูทูธ ต่อไวไฟ รวมถึงเมมโมรี่การ์ด จากนั้นก็นำคอมพิวเตอร์ตัวจิ๋วนี้ไปต่อเข้ากับจอมอนิเตอร์และเริ่มทำงานได้ เลยทันที
   
       เมื่อเปิดระบบขึ้นมา จะพบว่ามีโปรแกรมที่ผู้ซื้อสามารถปรับแต่งเองได้หลายส่วน ทั้ง Pong และ Minecraft ซึ่งเมื่อผู้ใช้ประสบความสำเร็จในการปรับแต่งโปรแกรมก็สามารถแชร์ความสำเร็จ นี้ให้กับผู้ประกอบคอมพ์ Kano คนอื่น ๆ ได้รับทราบด้วย
   
       “เด็กสมัยนี้มีเทคโนโลยีมากมายใน ชีวิตก็จริงอยู่ แต่โอกาสที่พวกเขาจะได้เป็นผู้สร้างเทคโนโลยีกลับมีน้อยมาก คนรุ่นปัจจุบันถูกผลักให้เป็นเพียงแค่ผู้บริโภค และรอแต่บริโภคเทคโนโลยีเท่านั้น” Klein ผู้ก่อตั้งบริษัท Kano กล่าว
   
       “สินค้าเช่นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน WiFi PC มีความสามารถมากมายก็จริง แต่คุณไม่สามารถแม้แต่จะแงะเครื่องมันออกมาดู หรือแค่จะเปลี่ยนแบตเตอรี่ ผู้บริโภคก็ไม่มีสิทธิ คุณทำได้เพียงแค่ลูบคลำมันแค่ภายนอกเท่านั้น”
 























































เคนจิ โกโตะ นักข่าวญี่ปุ่นผู้กล้าหาญ


เคนจิ โกโตะ นักข่าวญี่ปุ่น
เคนจิ โกโตะ นักข่าวผู้กล้าหาญ ชาวญี่ปุ่น


World Focus วันนี้ ขอไว้อาลัยให้กับ นายเคนจิ โกโตะ นักข่าวญี่ปุ่น ผู้มากประสบการณ์ในสมรภูมิรบทั่วโลก ที่ถูกกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม (ไอเอส) ฆ่าตัดคอรายล่าสุด  แต่กรณีของนายเคนจิ โกโตะ ผู้คนในญี่ปุ่นรู้สึกสะเทือนใจมากกว่า เพราะเขาคือนักข่าวที่มีจิตวิญญาณในการนำความจริงในสนามรบมาตีแผ่ให้โลกได้รู้เรื่องราวชีวิตของนักข่าวผู้กล้าชาวญี่ปุ่นคนนี้

นายเคนจิ โกโตะ นักข่าวอาวุโสมากประสบการณ์ชาวญี่ปุ่น วัย 47 ปี ผู้คร่ำหวอดทำข่าวตามพื้นที่เสี่ยงภัยมาทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น หรือพื้นที่ห่างไกลในแอฟริกาอย่างเซียร์ราลีโอน ที่บอบช้ำอย่างหนักจากสงครามกลางเมือง สิ่งที่ผลักดันให้เขายอมลงพื้นที่เสี่ยงภัยก็คือความปรารถนาที่จะนำเสนอเรื่องราวชีวิตของผู้เคราะห์ร้าย เด็กๆ และคนยากจน ให้คนทั่วโลกได้รับรู้

นายโกโตะบอกเสมอว่า ผมชอบใกล้ชิดกับผู้คน เพราะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเข้าถึงผู้คนในแบบฉบับของผม และเมื่อได้ใกล้ชิดกับพวกเขา ผมก็มีโอกาสได้พูดคุยกับประชาชน ได้รับฟังความคิดเห็นของพวกเขา ได้รับรู้ความเจ็บปวดและความหวังของพวกเขา ชายผมหางม้าท่าทางเป็นมิตร ผู้เป็นเจ้าของเสียงหัวเราะแบบสบายใจไร้กังวลผู้นี้คือนักข่าวอิสระผู้มากประสบการณ์ และเคยทำงานร่วมกับผู้สร้างภาพยนตร์ และผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ญี่ปุ่นอยู่หลายครั้ง นอกจากนี้สื่อกระแสหลักของญี่ปุ่นยังเคยนำเสนอเรื่องราวของนายเคนจิเป็นบางครั้งด้วย

เมื่อปี 2005 หรือเมื่อ 10 ปีก่อน เขาเคยเขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องราวความทุกข์ทรมานของเด็กๆ ในเซียร์ราลีโอนที่มีชื่อว่า "We want Peace Not diamonds" หรือ "สิ่งที่เราต้องการคือสันติภาพไม่ใช่เพชร"

อย่างไรก็ตาม นายโกโตะได้เฝ้าย้ำเตือนเสมอมาว่าเขาไม่ใช่นักข่าวสายสงคราม โดยย้ำว่าเขาชอบนำเสนอเรื่องราวชีวิตคนธรรมดา ซึ่งมักอยู่ห่างจากเขตสู้รบ 1 ก้าว และสิ่งที่เขาทำก็คือ การลงพื้นที่ค่ายผู้ลี้ภัยและเด็กกำพร้า เพื่อเก็บข้อมูลนำเสนอเรื่องราวของเด็กๆ ที่ต้องตกเป็นเหยื่อความรุนแรงสภาวะอดอยากและฝันร้าย สิ่งที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าโกโตะเป็นที่รักใคร่และเป็นคนซื่อสัตย์คือ การที่ประชาชนชาวญี่ปุ่นหลั่งไหลออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนให้รัฐบาลญี่ปุ่นช่วยเหลือนายเคนจิทันทีที่ทราบข่าวว่าเขาถูกจับเป็นตัวประกัน

หน้าเพจ FB ซึ่งตั้งขึ้นมาทันที หลังไอเอสแพร่คลิปวิดีโอขู่สังหารเขา มีผู้คนมากด "ถูกใจ" หลายหมื่นคน และมีการโพสต์ภาพผู้คนมากมาย ไม่เพียงที่ญี่ปุ่นเท่านั้น แต่จากทั่วทุกมุมโลกพร้อมใจกันถือป้ายที่มีข้อความว่า "ฉันคือเคนจิ" ทาคุ นิชิมาเอะ ผู้สร้างภาพยนตร์ที่พำนักในนครนิวยอร์ก และเป็นผู้ตั้ง FB ให้นายเคนจิ ระบุว่าโกโตะยังอยู่ในหัวใจของเราทุกคน เมื่อใดก็ตามที่คุณส่งยิ้มให้ผู้คนรอบข้าง แน่นอนว่าคุณต้องสามารถจดจำรอยยิ้มที่โกโตะมอบให้เรา

นอกจากนี้ยังมีผู้คนจำนวนมากแห่ไปรวมตัวกันที่หน้าทำเนียบนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ พร้อมถือป้ายที่มีข้อความว่า "ปล่อยเคนจิ" หรือ "ฉันคือเคนจิ" คนที่รู้จักนายโกโตะกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาเป็นสุภาพบุรุษ และเป็นคนซื่อสัตย์ จุนโกะ อิชิโดะ แม่ของเคนจิ บอกว่า โกโตะก็แค่ออกเดินทางต่อไป สิ่งเดียวที่ฉันหวังตอนนี้คืออยากให้พวกเขาสานต่อภารกิจช่วยเหลือเด็กๆ จากสงครามและความยากจนต่อจากโกโตะ

ทั้งนี้ นายเคนจิ โกโตะ เคยถูกกลุ่มหัวรุนแรงในตะวันออกกลางจับกุมตัวมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ตอนนั้นเขาได้รับการปล่อยตัว เมื่อเขายืนยันกับคนร้ายว่าเขาเป็นผู้สื่อข่าว แต่สำหรับคราวนี้ที่เขาถูกไอเอสจับกุมตัว ไอเอสไม่สนใจว่าเขาจะเป็นใครมาจากไหน ถ้าตกมาอยู่ในเงื้อมมือของไอเอสก็จะต้องใช้เขาเป็นเครื่องมือในการเจรจาต่อรอง เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ไอเอสต้องการ

ตามคำบอกเล่าของวันโกะ โจโกะ ภรรยาของเขา เล่าว่า โกโตะออกเดินทางไปยังซีเรียเมื่อปลายเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว เพื่อหาทางช่วยชีวิตฮารนะ อูคาวะ เพื่อนของเขา ที่ถูกกลุ่มไอเอสจับเป็นตัวประกันตั้งแต่เดือน ส.ค.ปีที่แล้ว ก่อนจะกลายเป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ถูกไอเอสเชือดคออย่างเหี้ยมโหด

ทั้งนี้ นายเคนจิ โกโตะ เดินทางไปยังซีเรีย ภายหลังภรรยาคลอดลูกคนที่ 2 ได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น และได้ถ่ายวิดีโอไว้ก่อนออกเดินทาง คำพูดสุดท้ายที่เขาถ่ายไว้ในวิดีโอเพียงไม่นานก่อนออกเดินทางไปยังเมืองรักกา รังใหญ่ของกลุ่มไอเอส โกโตะบอกว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับผม ผมจะยังรักซีเรียอย่างนั้นตลอดไป

Cr. สำนักข่าวไทย, Sanook  News

2 ก.พ. 2558

ป่าเด็งโมเดล พลังแสงอาทิตย์


มหัศจรรย์ “ป่าเด็งโมเดล”  พลังงานทดแทนเพื่อชุมชน
มหัศจรรย์ “ป่าเด็งโมเดล”นวัตนกรรมพลังงานทดแทน  พลังงานทดแทนเพื่อชุมชน

ยูเอ็นพีดี ยกย่องนวัตกรรมพลังงานทดแทน 'ป่าเด็งโมเดล' เจ๋งสุด

ไม่ง้อรัฐ ชาวบ้านป่าเด็งร่วมใจศึกษาและปรับใช้นวัตกรรมพลังงานทดแทน สร้างไฟฟ้า แก๊ส ใช้เองในหมู่บ้าน ด้าน ยูเอ็นพีดี ยกย่องเป็นโมเดลการจัดการที่ลงทุนน้อย แต่ประสบความสำเร็จและให้ผลคุ้มค่า
วันที่ 28 ม.ค. นายโกศล แสงทอง ประธานเครือข่ายรวมใจตามรอยพ่อ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าร่วมปฏิบัติการพลังงานชุมชนครบวงจร ที่จัดโดยกระทรวงพลังงาน ว่า จากความพยายามของชาวบ้าน ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่นำองค์ความรู้เรื่องพลังงานทดแทน มาปรับใช้ในพื้นที่และพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด โดยเสนอขอทุนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นดีพี เพื่อนำมาพัฒนาหมู่บ้านนั้น ได้รับการยอมรับจากยูเอ็นดีพีว่า โครงการป่าเด็งเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณน้อยที่สุด เพียง 10,000 บาท แต่กลับกลายเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด
นายโกศล อธิบายต่อว่า ป่าเด็งตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าลึก ทำให้การหุงหาอาหารต้องมีการตัดไม้มาเผาถ่าน ใช้ชีวิตกันค่อนข้างลำบาก เลยคิดว่าจะแก้เรื่องนี้อย่างไร จึงเริ่มศึกษาการทำก๊าซชีวภาพ หรือ ไบโอแก๊สจากมูลสัตว์ โดยเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูก และเดินทางไปดูงานในพื้นที่ต่างๆ ก่อนนำความรู้ที่ได้กลับมาทดลองทำทดลองใช้ ปรับเทคนิคสวมเข้ากับบ่อปูน ก็ประสบความสำเร็จผลิตก๊าซไว้ใช้ได้นานขึ้น
“จำได้ว่าช่วงนั้นพวกเราก็ไม่มีเงินทองมากนัก บางครั้งต้องเอากล้วยเอามะนาวไปแลกความรู้ ขณะที่การติดตั้งซึ่งมีราคาราว 3,900 บาท เป็นราคาที่สูงเกินไปสำหรับชาวบ้าน จึงได้ใช้วิธีลงขันจับฉลาก คนละ 300 บาทต่อเดือน 1 เดือน ซื้ออุปกรณ์ 1 ครั้ง วนไปจนกว่าจะครบจำนวนคน” ประธานเครือข่ายรวมใจตามรอยพ่อ ระบุ
นายโกศลกล่าวต่อด้วยว่า นอกจากผลิตไบโอแก๊สแล้ว กลุ่มชาวบ้านยังนำแผงโซล่าเซลล์จากนโยบาย Solar home ที่รัฐบาลแจกให้บ้านเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ในปี 2545-2546 แต่พังไปตามเวลาและการใช้งาน กลับมาซ่อมแซมใช้ใหม่ได้อีกครั้ง และสามาารถประยุกต์ทำ โคมไฟโซล่าเซลล์
“เหตุที่ชาวบ้านซ่อมเองไม่เป็นเพราะรับมาฟรี ไม่มีการสอนให้ซ่อม ทำให้แผงโซลาร์เซลล์ที่ควรมีอายุอย่างน้อย 20 ปี ใช้งานไม่ได้เลย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะแผงโซลาร์เซลล์แต่ละเซ็ต มีราคาสูงถึง 3-4 หมื่นบาท ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายที่ที่เจอปัญหานี้ ทำให้เครือข่ายฯ อยากขยายความรู้นี้ไปช่วยคนที่อื่นๆ ด้วย เพราะการไม่มีไฟฟ้าใช้ทำให้ชีวิตลำบากมาก" นายโกศล กล่าวพร้อมบอกด้วยว่า การซ่อมแผงโซลาร์เซลล์ทำไม่ยาก เพียงแค่นำตัวไดโอด ซึ่งเป็นตัวควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าให้เป็นไปในทางเดียวมาใส่ ก็สามารถใช้แผงโซลาร์เซลล์ได้อีกครั้ง

ด้านพิรัฐ อินพานิช นักวิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นคนควบคุมดูแล และออกแบบการอบรมทั้งหมด เป้าหมาย คือ ให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จริง ปฏิบัติจริง ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณ การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในบ้านเรือน หรือการสอนให้รู้จักอุปกรณ์ต่างๆ ในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ประยุกต์ใช้เป็น โคมไฟโซล่าเซลล์ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังสอนผลิตแก๊สชีวภาพด้วยมูลสัตว์ เศษอาหาร และหญ้าเนเปียร์ เพื่อหุงต้มและผลิตกระแสไฟฟ้า และติดตั้งปั๊มพลังงานแสงอาทิตย์เข้าถังเก็บขนาด 500 ลิตร เพื่อการเกษตร ซึ่งปั๊มดังกล่าวสามารถช่วยให้ชาวบ้านลดรายจ่ายเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านั้นต้องใช้น้ำมันสูบน้ำรดต้นไม้ เดือนละไม่ต่ำกว่าเดือนละ 3,000 บาท
พิรัฐ กล่าวต่อด้วยว่า ก่อนหน้านี้ภาครัฐทุ่มเทงบประมาณนับ 1,000 ล้านบาท เพื่อแจกเทคโนโลยีต่างๆ ให้กับประชาชน แต่ก็ไม่มีโครงการไหนที่เห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรม เพราะชาวบ้านไม่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างแท้จริง
"ความสำเร็จที่เกิดขึ้นชาวบ้านไม่ได้พึ่งงบประมาณของรัฐเลย แต่ชาวบ้านได้เรียนรู้ที่เทคโนโลยีต่างๆ ด้วยตนเอง นี่คือ ต้นแบบที่เป็นรูปธรรมที่สุด ที่ชาวบ้านนำเทคโนโลยีต่างๆ มาปรับใช้เพื่อชีวิตที่ดีกว่าและยั่งยืนด้วย" นักวิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าว.

Cr.ไทยรัฐออนไลน์

1 ก.พ. 2558

ช้างศึกประเดิมคิงส์คัพ ชนะ ฮอนดุรัส

 
ช้างศึกคิงส์คัพ ไม่ทำให้แฟนบอลโคราชผิดหวัง
ช้างศึกประเดิมคิงส์คัพ ไม่ทำให้แฟนบอลโคราชและชาวไทยผิดหวัง

ช้างศึกประเดิมคิงส์คัพ ไม่ทำให้แฟนบอลโคราชและชาวไทยผิดหวังเมื่อรัวแซงทีมแกร่งจากโซนคอนคาเคฟถึง 3-1 แม้จะตกเป็นรองไปก่อน


ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา ทีมชาติไทย เปิดสนามนัดแรกในศึกคิงส์คัพครั้งที่ 43 พบกับ ทีมชาติฮอนดูรัสชุดผสม U-20 และ U-23
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จัดการส่ง ชนาธิป สรงกระสินธิ์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าแทนที่ อดิศักดิ์ ไกรษร ที่บาดเจ็บโดยมี ประกิต ดีพร้อม , เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ มงคล ทศไกร ทำเกมสนับสนุน ขณะที่คู่เซนเตอร์ฮาร์ฟเป็น มิก้า ชูนวลศรี จับคู่กับ สุทธินันทิ พุกหอม ส่วนฮอนดูรัสมี อัลเบิร์ธ เอลิส ดาวยิงที่เพิ่งพาทีมคว้าตั๋วเวิร์ลคัพ ยู-20 ล่าตาข่าย
ออกสตาร์ทครึ่งแรกนาทีที่ 11 ช้างศึกสถานการณ์ไม่ดีทันทีเมื่อฮอนดูรัสได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ อัลเบิร์ต เอลิส หลุดเข้าเขตโทษก่อนยิงผ่านมือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เข้าไปอย่างเด็ดขาด
ถัดมา 2 นาทีช้างศึกได้โอกาสลุ้นคืนรวดเร็วจากจังหวะที่ มงคล ทศไกร ควบบอลด้วยความเร็วเข้าเขตโทษก่อนเสียหลักยิงหลุดกรอบ
นาทีที่ 20 ช้างศึกได้ลุ้นต่อเนื่องจากจังหวะการผสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อ นฤบดินทร์ ยกให้ ปกเกล้า ก่อนจ่ายต่อให้ ชนาธิป ดึงหลอกหนึ่งจังหวะแล้วซัดด้วยซ้ายเฉี่ยวเสาออกไปแบบหวุดหวิด
จนกระทั่งนาทีที่ 29 แฟนบอลชาวโคราชก็ได้เฮกันลั่นเมื่อช้างศึกไล่ตีเสมอสำเร็จ 1-1 จากจังหวะที่ ประกิต ดีพร้อม โยนเตะมุมเข้ากลางประตูก่อนชลมุนและเป็น มงคล ทศไกร ขึ้นโขกเข้าไปแบบสะใจและจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
กลับสู่ครึ่งหลังช้างศึกส่ง ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ ลงเฝ้าเสาแทน กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่บาดเจ็บ และนาทีที่ 47 ฮอนดูรัสสบโอกาสทายก่อนเมื่อ ดาเนรี บาร์ราลาก้า ยิงบนเส้น 18 หลาเข้ามือนานด่านจากนกใหญ่พิฆาต
นาทีที่ 58 ช้างศึกที่เริ่มสร้างสรรค์เกมได้ดีกว่ามาได้ลุ้นจากลูกยิงไกลของ ปกเกล้า อนันต์ แต่ก็ไปเข้ามือ เอดริค เมนฆิบาร์ ก่อนจะถอด ประกิต ดีพร้อม ออกและส่ง ภิญโญ อินพินิจ ลงเล่นแทน
นาทีที่ 64 พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา เติมขึ้นมากดเรียดด้วยซ้ายก็ยังไม่ผ่านมือ เอดริค เมนฆิบาร์ ก่อนที่

นาทีที 67 ช้างศึกจะมาพลิกออกนำเป็น 2-1 เมื่อ มงคล ทศไกร จ่ายเข้ากลางให้ ชนาธิป แล้วไหลออกซ้ายให้ เกริกฤทธิ์ ยิงไปแฉลบ เจฟฟรี ฟลอเรส เข้าประตูตัวเอง
และนาทีที่ 74 ช้างศึกพลาดได้ประตูที่สามอย่างเหลือเชื่อเมื่อ นฤบดินทร์ แหวกแนวรับฮอนดูรัสเข้าเขตโทษก่อนจ่ายให้ สารัช ซัดโล่งๆข้ามคานอย่างหวุดหวิด
จากนั้นนาทีที่ 78 ฮอนดูรัสได้ลุ้นบ้างจากจังหวะที่ โควิน โลเปซ ได้ยิงในกรอบเขตโทษฝั่งขวาไปเข้ามือ ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ ที่รับเข้าซองแบบสบายๆ
ทว่าถัดมาไม่กี่อึดใจนาทีที่ 80 ฮอนดูรัสกลับถูกช้างศึกทิ้งห่างเป็น 3-1 เมื่อ มงคล ทศไกร จ่ายให้ ปกเกล้า อนันต์ วางเท้ายิงเต็มข้อนอกเขตโทษเข้าไปอย่างเด็ดขาด
เวลาที่เหลือยังเป็นช้างศึกที่เหนือกว่าบุกเข้าใส่อย่างหนักทว่าก็บวก ประตูเพิ่มไม่ได้จบเกม ทีมชาติไทยพลิกแซงชนะ ฮอนดูรัว 3-1 คว้า 3 คะแนนแรกได้ตามเป้าหมาย
โดยทีมชาติไทย จะลงเล่นนัดต่อไปด้วยการพบกับทีมชาติอุซเบกิสถานที่พึ่งพ่าย เกาหลีใต้ 1-0 วันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 19.00 น. ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

ซิโก้ พอใจ  ชนะ ฮอนดูรัส ศึกคิงส์คัพ 43 เย้ เย้
ซิโก้ พอใจ ช้างศึกไทย ชนะ ฮอนดูรัส เย้ เย้


ทีมชาติไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ – พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา , มิก้า ชูนวลศรี , สุทธินันท์ พุกหอม , นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดรม – สารัช อยู่เย็น , ปกเกล้า อนันต์ – ประกิต ดีพร้อม , มงคล ทศไกร , เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ – ชนาธิป สรงกระสินธิ์ 

ฮอนดุรัส: เอดริค เมนฆิบาร์(GK), ดาเนรี บาร์ราลาก้า , โจนาธาน ปาซ , คาลอส มอนกาด้า , มาร์วิน บาร์ริออส , โจว เบนาบิเดซ , เจฟฟรี ฟลอเรส , อัลเบิร์ธ เอลิส , เควิน โลเปซ , เควิน เอสปิโนซา , เดบี ฟลอเรส

Cr.Goal Thailand Post

เทรนเทคโนโลยี่ ปี 2558


ออกจำหน่าย วินโดว์ 10 Windows 10
ประกาศตัว วินโดว์ 10 Windows 10
  2015 จะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นอีกปี ปริมาณความวุ่นวายที่เราได้เห็นน่าจะทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นไปในปี 2014 ดูเป็นเรื่องเล็กไปเมื่อนำมาเทียบ ไม่ว่าจะเรื่องอื้อฉาว, หุ่นยนต์, การเลือกตั้ง และการเกิดขึ้นใหม่ของเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำขึ้นไปอีกมากมายในหลายแขนง ที่จะมาให้คำจำกัดความพื้นที่ที่กว้างไกลไร้พรมแดนนี้ชัดเจนขึ้นไปอีก ปี 2015 จะน่าตื่นตาตื่นใจขนาดไหน ปี 2016 จะยิ่งกว่านั้นอีกมาก โชคดีที่พวกเราทุกคนพร้อมที่จะก้าวตามเทคโนโลยีที่วิ่งช้าบ้างเร็วบ้าง แต่ไม่เคยหยุดให้เราวิ่งตามอย่างสนุกในทุกวันนี้
    เมื่อ 3-4 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ เราน่าจะได้เห็นบทสรุปของปีที่ผ่านมา คือปี 2014 กันมาบ้าง ไม่ว่าจะเรื่องราวที่เป็นข่าวดัง หรือเรื่องราวที่ถูกเก็บงำไม่เคยถูกเปิดผยหรือเป็นข่าวใหญ่มาก่อน ในบทความนี้ เราจะมองไปข้างหน้า ถึงบางเรื่องราวที่กำลังจะมาในปี 2015
    ชีวิตประจำวันเราจะต้องเจอกับหุ่นยนต์มากขึ้น ทำงาน หรือร่วมงานกันมัน ทั้งแบบรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว อย่างรถยนต์ที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง โดรนติดอาวุธที่ทำงานแบบอัตโนมัติ กล้อง ข่าวฉาว ไปจนถึงการเมือง
    ในปี 2015 อุปกรณ์รอบตัวทุกอย่างจะ "โก ไวร์เลสส์" ถึงเวลาลงมือใช้งานจริงแล้วสำหรับหลายเทคโนโลยีที่เคยเห็นพรีวิวให้รู้จัก กันมาบ้างในปี 2014 มีการนำมาเปิดตัวในงาน CES ที่เพิ่งผ่านไป หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจที่สุดคือ การชาร์จด้วยคลื่น ทำให้ดีไวซ์ของคุณที่อยู่ในบริเวณที่ชาร์จ สามารถชาร์จพลังงานได้ในแบบไร้สาย ซึ่งจะมีการแสดงให้เห็นผ่านการชาร์จอุปกรณ์อย่างมือถือ และแท็บเล็ต ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ใกล้ตัวที่สุด จากนั้นถึงจะเป็นแล็ปท็อป
    Mu-MIMO ซึ่งเคยได้ประกาศไว้เมื่อปีที่แล้ว ว่าจะนำเสนอประสิทธิภาพการทำงานเครือข่ายให้สอดคล้องกับกิกะบิตสวิตช์ เราจะก้าวไปสู่อุปกรณ์ 10 กิกะบิต ในปี 2015 แล้วเราจะได้รู้จักกับความเร็วที่เหลือเชื่อของมันในเร็วๆ นี้

อุปกรณ์ wireless สู่ 5G
อุปกรณ์ไวล์เลส สู้ 5G





    เรายังจะก้าวไปสู่ WiFi Hotspots ที่แชร์กันดุเดือดยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ขณะที่เครือข่าย 4G ถูกพูดกันมากในปีนี้ ปีหน้าจะมีการพูดถึง 5G กันขึ้นมา มากขึ้นๆ อย่าง 4G ทำให้ 3G ดูห่วยไปขนาดไหน 5G ก็จะทำให้คุณยี้ 4G ได้พอๆกัน
    เราจะได้เห็นการใช้ biometric มากขึ้นอย่างกว้างขวาง ตัวอย่างคือ การสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าถึงการใช้งานโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟน และพีซี จากนี้มันไม่ใช่แค่ฟิงเกอร์ปรินต์แล้ว มันจะขยับไปถึงการตรวจสอบคุณลักษณะทางกายภาพอื่นๆ อีก อย่างเช่น การจดจำใบหน้า ฯลฯ เป็นด่านรักษาความปลอดภัยเพื่อการเข้าใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ
    เราจะมีแนวโน้มที่จะต้องใช้องค์ประกอบอีกอย่างเป็นอย่างน้อย อย่างเช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือพีซี เพื่อให้แน่ใจว่าเราเป็นคนที่บอกว่าเราเป็นหรือเปล่า
    กรณีที่เคยเกิดกับ Sony เมื่อเร็วๆ นี้ อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะจบง่ายๆ เมื่อใครบางคนสามารถทำเรื่องอย่างนั้นคือแบล็กเมล์ประสบความสำเร็จได้ คนคนนั้นก็มักจะกลับมาก่อเหตุอีก เป้าหมายต่อไปก็คือ สตูดิโอ ต่อไปก็องค์กรภาครัฐ และองค์กรธุรกิจอื่นๆ ก็ต้องระวังตัวไว้
    ข่าวมากมายที่อื้อฉาวถึงความล้มเหลวของซัพพลายเออร์ Apple ในการสร้างหน้าจอสำหรับ iPhone 6 สะท้อนภาพของบริษัทว่าไร้ศักยภาพ และในปี 2015 เราน่าจะได้เขาใจว่า ทำไมแซฟไฟร์ถึงทำงานได้ไม่ดีเท่ากับกระจกแข็ง
    มือถือบิดงอได้ แต่คริสตัลไม่ ดังนั้น เอามาใช้กับโทรศัพท์คงเป็นปัญหา แต่เราก็ต้องรอดูกันต่อไปสำหรับสงครามนี้ที่จะยังไม่จบง่ายๆ
    หุ่นยนต์ ก้าวล้ำไปมากอย่างไม่น่าเชื่อแล้วตอนนี้ จากหุ่นยนต์ที่บังคับรถพาเราสู่จุดหมาย มาเป็นหุ่นยนต์สำหรับสายการผลิต และสู่หุ่นยนต์ขับเคลื่อนเครื่องบินติดอาวุธ เราจะได้ยินเรื่องราวน่าทึ่งอีกมากในปี 2015 ปีที่แล้ว Amazon ปลดคนงานฟูลไทม์จำนวนมาก แล้วเอาหุ่นยนต์ทำงานแทนมาแล้วในปี 2014 บริษัทนี้ และบริษัทอื่นๆ จะยิ่งเพิ่มการใช้งานทดแทนคนมากขึ้นอีกแน่ในปี 2015 แล้วเราจะต้องตกใจว่าเครื่องจักรเหล่านี้มีศักยภาพมากขนาดไหน แล้วคนที่ทำงานในตำแหน่งไหนที่สุ่มเสี่ยงกันบ้าง
    ในทางกลับกัน เราจะได้เห็นสถานที่ทำงานของเรามีความปลอดภัยมากขึ้น ท้องถนนที่ควรต้องปลอดภัยมากขึ้น ท้องฟ้าที่ปลอดภัยมากขึ้น

ปิดฉาก ขายทิ้ง Google Glass
ปิดฉาก Google Glass



    ในขณะที่ Google ปิดฉาก Google Glass เลิกขายไปแล้ว แต่ยังอาจพัฒนาต่ออย่างเงียบๆ อาจปรับโปรเจ็กต์เพื่อตอบสนองผู้ใช้งานมากขึ้น ตอนนี้มีแนวโน้มที่จะเน้นไปที่การติดตั้งกล้องให้กับเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานต่างๆ กับอุปกรณ์สวมศีรษะ อย่างน้อยก็เพื่อดูว่าเจ้าหน้าที่คนนั้นเห็นอะไรบ้าง ทำขั้นตอนอย่างไรบ้าง มีการทดสอบและประสบความสำเร็จอย่างมากแล้วในการทดลองใช้ในวงการแพทย์, ช่างเทคนิค, คนงานประกอบชิ้นส่วน และพนักงานในอาชีพอื่นๆ 
    มาถึง Windows 10 หลายคนบอกว่าเป็นโปรดักต์ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาจากไมโครซอฟท์ ในรอบหลายปีในเรื่องการจัดการแก้ปัญหาที่เคยทำให้หลายคนเคยส่ายหน้าหนีจาก Windows 8 มาแล้ว โดยมันจะทำงานกลับไปคล้าย Windows 7 และ Windows XP แต่เหนือกว่า
    ยังมีอีกหลายต่อหลายอย่างที่เราเริ่มคุ้นหูคุ้นตา คุ้นว่ามันจะต้องมากันบ้างแล้ว ปี 2015 เพิ่งผ่านไปครึ่งเดือนกว่า ดังนั้น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอีกหลายอย่างจะทยอยตามกันออกมาเซอร์ไพรส์ จนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ไม่มีอะไรน่าประหลาดใจอีกต่อไป อย่างเช่นที่ผ่านๆ มา.

Cr. ไทยโพสท์