9 พ.ค. 2563

งานวิ่ง ดีที่สุด ในไทย

 งานวิ่ง ดีที่สุด ในไทย

งานวิ่ง ดีที่สุด ในไทย


การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หลายๆๆ กิจกรรมกลางแจ้งไม่สามารถจัดงานได้ ตามเงือนไขและประกาศ กระทรวงมหาดไทย ที่ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการภาคเอกชน หลีกเลี่ยงหรือเลื่อนจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก และอาจมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยไม่จำเป็น เช่น การแข่งขันกีฬา การจัดคอนเสิร์ต และการจัดมหรสพ เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนมีความจำเป็นต้องจัดกิจกรรมโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ให้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด วันนี้เลยมาย้อนดูงานวิ่งไหนทีน่าสนใจในไทยแล้วเป็นงานวิ่งที่จัดได้ดีมากพอเที่ยบกับในระดับโลกได้


วิ่งมาราธอน ดีที่สุดในโลก

เวลาจัดอันดับงานวิ่งมาราธอนที่ดีที่สุดในโลก วงการนักวิ่งจะคุ้นเคยกับคำว่า "เวิลด์ เมเจอร์ มาราธอน" ที่หมายถึงงานวิ่งมาราธอนที่นานาชาติยอมรับกันว่าเป็นงานวิ่งที่้ดีที่สุด มีด้วยกันทั้งหมด 6 งานระดับโลก ใน 6 เมืองใหญ่ของโลก คือ โตเกียว บอสตัน ลอนดอน เบอร์ลิน ชิคาโก และนิวยอร์ก แล้วถ้าว่ากันถึงในประเทศไทยละ? รายการเมเจอร์ของไทยมีอะไรบ้าง?


รายการเมเจอร์ ทีนักวิ่งยกย่องมากที่สุด

ถึงแม้นจะยังไม่มีใครจัดเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วประเทศว่ารายการเมเจอร์ของไทยประกอบด้วยรายการใดบ้าง ดังนั้น การจัดอันดับงานวิ่งที่ดีที่สุด จึงเป็นเรื่องของรสนิยมของปัจเจกบุคคล แต่ว่ามีรายการวิ่งซีรีส์หนึ่งที่นักวิ่งทั่วประเทศยกย่องเป็นเอกฉันท์เสียงเดียวกันว่า เป็นหนึ่งในงานวิ่งที่ดีที่สุดในประเทศไทย นั่นคือซีรีส์งานวิ่ง "บางแสน" ของบริษัทไมซ์ ที่ประกอบไปด้วย บางแสน 10 บางแสน 21 และบางแสน 42 และหนึ่งในนั้นทีนักวิ่งชื่นชมมากทีสุดคือ "บางแสน 21" เป็นงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่ดีที่สุดในไทย
งานวิ่ง ดีที่สุด ในไทย

"บางแสน 21" ฮาล์ฟมาราธอน

"บางแสน 21" เป็นงานวิ่งที่มีเพียงระยะเดียว คือฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร เป็นงานวิ่งที่นักวิ่งไทยนิยมกันในระดับที่ว่าจะต้องลงชื่อเพื่อจับสลากให้ได้สิทธิ์ในการสมัคร หรือที่เรียกว่าลอตโต้ ยกเว้นนักวิ่งเก่าของปีที่ผ่านมาที่จะได้สิทธิ์สมัครได้ทันที ราคาค่าสมัครแพงเป็นลำดับต้น ๆ ของไทยคือ 1,100 บาท แต่ก็แลกมาด้วยคุณภาพที่สมราคา ความดีงามของงานนี้ คือมาตรฐานของการจัดงานที่ได้มาตรฐานระดับโลก ความวุ่นวายชุลมุนไร้ระเบียบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของงานวิ่งในไทย ไม่ปรากฏให้เห็นในงานนี้อย่างแน่นอน ด้วยว่ามีการจัดการที่ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปราบรื่น


ระบบความปลอดภัย ดีเยี่ยม

เริ่มตั้งแต่การรับหมายเลขวิ่ง หรือที่นักวิ่งเรียกกันว่ารับ BIB ซึ่งสำหรับงานใหญ่ ๆ ในไทยจะเป็นขั้นตอนที่วุ่นวายมาก เช่น งานหนึ่งที่ศูนย์สิริกิติต์ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ขาแข็งกันเลยทีเดียว แต่สำหรับงานบางแสน 21 ซึ่งมีคนเข้าร่วมหลักพัน แต่มีการจัดการที่ดี เลยใช้เวลาเพียงไม่ถึง 10 นาทีก็เสร็จสิ้น ทั้งที่มีขั้นตอนหลากหลายมาก ที่สำคัญคือมีการสแกนใบหน้าด้วยระบบ face id เพื่อเป็นการตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นใบหน้าของบุคคลเดียวกันกับที่มาวิ่งปีที่แล้วหรือไม่ ป้องกันการสวมสิทธิ์นักวิ่งเก่า และมีการตรวจสอบบัตรประชาชนอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการขาย BIB หรือเอาคนอื่นมาวิ่งแทนซึ่งผิดกติกา


ตรวจสุขภาพ วัดความดัน ก่อนวิ่งแข่ง

นอกจากนั้น ยังมีบริการตรวจวัดความดันด้้วย เครื่องวัดความดัน ด้วยเทคโนโลยี Oscillometric โดยนิสิตเทคนิคการแพทย์ของมหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจว่าเรามีสุขภาพแข็งแรงพอที่จะร่วมแข่งขันได้ไม่หัวใจวายตายระหว่างทาง จึงเป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนในการรับ BIB และเสื้อสำหรับใส่วิ่ง และเข้าสู่บริเวณงาน expo ที่มีห้างร้านจำหน่ายอุปกรณ์การวิ่งมาวางขายให้จับจ่ายหลายเจ้า

จุดตรวจโลหะ & เครื่องตรวจโลหะ

เช้าวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันแข่งขัน หาดบางแสนล่างเวลาตีสามยังมืดมิด มองเห็นทะเลเป็นสีดำ มีเงาคนตะคุ่มและแสงจากไฟฉายที่ติดอยู่บนหัว พวกเขาออกมาทำมาหากินแต่เช้ามืด สร้างสีสันของงานไปอีกแบบ งานวิ่งเป็นงานที่รวมคนเอาไว้มาก ถ้ามีผู้ร้ายคิดจะก่อเหตุก็คงสูญเสียกันเยอะ เหมือนเหตุก่อการร้ายที่บอสตัน มาราธอน ที่มีผู้ก่อการร้ายวางระเบิดจนเสียชีวิตกันไปหลายราย ทางผู้จัดบางแสน 21 จึงตั้งจุดตรวจโลหะ ผ่าน เครื่องตรวจโลหะ ให้นักวิ่งเดินผ่านก่อนเข้าพื้นที่ น่าเสียดายที่ยังไม่รัดกุมพอ เพราะทางเข้ามีหลายจุด ซึ่งบางจุดไม่มีเครื่องตรวจโลหะเลย จริง ๆๆ เพียงแค่เพิ่มจุดรปภ พร้อม เครื่องตรวจจับโลหะพกพา ก็สามารถช่วยได้อีกทางหนึ่งลดค่าใช้จ่ายไปเยอะ ราคาถูก คุณภาพดี มีเยอะไป
งานวิ่ง ดีที่สุด ในไทย

จัดเต็ม งางวิ่ง "บางแสน 21"

"บางแสน 21" ไม่ทำให้นักวิ่งทีรอคอยมานานไม่ผิดหวัง ระหว่างเส้นทางที่วิ่งผ่านบางแสนล่าง อ่างศิลา เขาสามมุก และแหลมแท่น ขณะที่พระจันทน์เต็มดวงที่ลอยอยู่บนภูเขา อีกฟากหนึ่งก็มีทิวทัศน์ทะเลที่มาพร้อมกับลมเย็น และลิง กองเชียร์มากกมายที่มายืนให้กำลังใจนักวิ่งระหว่างลิ้นห้อยขึ้นเขาสามมุก หากเหนื่อยแวะพักระหว่างทาง หยุดพักหยุดเติมพลังของกินเพียบสมกับที่ร่ำลือว่าเป็นงานวิ่งที่อิ่มหนำระหว่างทางที่สุด ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น ระหว่างเส้นทางการวิ่ง ผู้จัดจัดสรรให้ทั้งสิ่งที่ควรมี เช่น กล้วย แตงโม เอเนอร์จี้เจล ฯลฯ และอาหารที่ไม่คาดว่าจะมีในเส้นทางการวิ่งเช่น บัวลอย ทองหยิบ ทองหยอด หรือพิซซ่าที่มากันเป็นถาดเลยทีเดียว


ฮาล์ฟมาราธอน ระดับโลก ในไทย

เมื่อเข้าเส้นชัยแล้วรับเหรียญกับของที่ระลึกด้วยความจุกจากอาหารที่เต็มท้อง ผู้จัดยังประโคมอาหารชุดใหญ่ไว้ให้กินหลังเส้นชัย พร้อมด้วยข้าวหลามเป็นของฝากติดมือกลับบ้านอีก บางแสน 21 ด้วยการจัดการที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้งานวิ่งของไทย แม้จะขาดสีสันจากชาวบ้านที่ดูจะไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมกับการจัดงานวิ่งสักเท่าไหร่ ก็ยังยกให้เป็นงานวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอนที่ดีที่สุดในไทย พอเทียบกับ 6 เมืองใหญ่ระดับโลก อย่าง โตเกียว บอสตัน ลอนดอน เบอร์ลิน ชิคาโก และนิวยอร์ก ได้เลย

Cr.TrueID,New18

พันธบัตรรัฐบาล เราไม่ทิ้งกัน

พันธบัตรรัฐบาล  เราไม่ทิ้งกัน
พันธบัตรรัฐบาล  เราไม่ทิ้งกัน

กระทรวงการคลัง แถลงข่าวเรื่องการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล ออมทรัพย์พิเศษ รุ่น 'เราไม่ทิ้งกัน' ของ กระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 แบบไร้ใบตราสาร (Scripless) โดยมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบ และแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามแผนงานโครงการของรัฐบาล ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินวงเงินไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท

เริ่มจำหน่ายในวันที่ 14 พฤษภาคม 2563

พันธบัตรออมทรัพย์เป็นพันธบัตรรัฐบาล หนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายของรัฐบาลซึ่งจะสนับสนุนการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยของประชาชนรายย่อย และเป็นการเยียวยาให้กลุ่มประชาชนที่เสียภาษีให้กับรัฐบาลให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีในช่วงที่ตลาดการเงินมีความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจ โดยจะเริ่มจำหน่ายในวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 เวลา 8.30 น. วงเงินไม่เกิน50,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได รุ่นอายุ 5 ปี เฉลี่ยร้อยละ 2.40 และรุ่นอายุ 10 ปี เฉลี่ยร้อยละ 3.00 ต่อปี

การจำหน่ายแบ่งออกเป็น 3 ช่วง

สัปดาห์ที่ 1 จำหน่ายให้ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
สัปดาห์ที่ 2 จำหน่ายให้ประชาชนรายย่อยซื้อได้ก่อน แบบจำกัดวงเงิน 2 ล้านบาท/คน/ธนาคาร และ
สัปดาห์ที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เปิดให้ประชาชนทั่วไปและนิติบุคคลที่ไม่แสวงหาผลกำไรเข้าซื้อได้แบบไม่จำกัดวงเงิน โดยซื้อผ่าน BOND DIRECT Application และช่องทางของธนาคารตัวแทนจำหน่าย 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ สรุปเงื่อนไขการจำหน่ายได้ ดังนี้


ช่องทางการจำหน่าย พันธบัตร “เราไม่ทิ้งกัน”

การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น “เราไม่ทิ้งกัน” ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงินจำหน่าย วงเงินไม่เกิน 50,000 ล้านบาท (ออกเพิ่มเติมได้วงเงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินโควิด-19 ไม่เกิน 200,000 ล้านบาท)

- BOND DIRECT Application: ชำระเงินผ่าน Mobile Application และ เคาน์เตอร์ ธ.กรุงไทย
- ATM/Counter/Internet Banking/Mobile Application ของธนาคารตัวแทนจำหน่าย 4 แห่ง ได้แก่ ธ.กรุงเทพ ธ.กรุงไทย ธ.กสิกรไทย ธ.ไทยพาณิชย์

พันธบัตรรัฐบาล  เราไม่ทิ้งกัน
พันธบัตรรัฐบาล  เราไม่ทิ้งกัน


ดอกเบี้ย รุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี


รุ่นอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได

ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ2.00ต่อปี
ปีที่ 2 - 3 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ2.25ต่อปี
ปีที่ 4 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ2.50ต่อปี
ปีที่ 5 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ3.00ต่อปี
(อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย ร้อยละ 2.40 ต่อปี)

รุ่นอายุ 10ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได

ปีที่ 1 – 3 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ2.50ต่อปี
ปีที่ 4 – 8 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ3.00ต่อปี
ปีที่ 9 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ3.50ต่อปี
ปีที่ 10 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ4.00ต่อปี
(อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย ร้อยละ 3.00 ต่อปี)
ระยะเวลาการจำหน่าย 14 พฤษภาคม – 10 มิถุนายน 2563


การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น เราไม่ทิ้งกัน ของ กระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วันที่จำหน่าย ผู้มีสิทธิ์ซื้อ และวงเงินซื้อขั้นต่ำ-ขั้นสูง โดยในวันที่จำหน่าย ผู้มีสิทธิ์ซื้อ วงเงินจำหน่าย(ล้านบาท) วงเงินซื้อขั้นสูงต่อราย/รวมทุกรุ่น/ต่อธนาคาร (ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อ)

พันธบัตรรัฐบาล  เราไม่ทิ้งกัน
พันธบัตรรัฐบาล  เราไม่ทิ้งกัน


จำนวนการซื้อพันธบัตรรัฐบาล


ช่วงที่ 1 (วันที่ 14 – 20 พ.ค. 2563)
บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ ในประเทศไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
1,000 และ 50,000

ช่วงที่ 2 (วันที่21 – 27 พ.ค. 2563)
บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ ในประเทศไทย
วงเงินจำหน่าย ที่เหลือจากช่วงที่ 1 1,000

ช่วงที่ 3 (วันที่ 28 พ.ค. – 10 มิ.ย. 2563)
บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่
ในประเทศไทย และนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร
วงเงินจำหน่ายที่เหลือจากช่วงที่ 2 1,000 บาท


ผู้ที่มีสิทธิ์ซื้อ ไม่จำกัด

*นิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร ได้แก่ สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ และนิติบุคคลอื่นที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร

**ผู้มีสิทธิ์ซื้อสามารถทำรายการซื้อผ่าน BOND DIRECT Application ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้ตามตารางการจำหน่ายช่วงที่ 1 - 3
หมายเหตุวงเงินจำหน่ายในแต่ละช่วงไม่นับรวมกันหากชำระด้วยเช็คต้องทำรายการไม่เกินเวลาปิดเคลียริ่งเช็คของแต่ละสาขา
และดอกเบี้ยจะเริ่มนับในวันทำการถัดไป (วันที่ 10 มิถุนายน 2563 ไม่รับชำระด้วยเช็ค)

การจ่ายดอกเบี้ย 

จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 งวด ได้แก่ วันที่ 14 พฤศจิกายนและวันที่ 14 พฤษภาคมของทุกปี วันครบอายุไถ่ถอน 14 พฤษภาคม 2568 และ 14 พฤษภาคม 2573


ทั้งนี้ สบน. ได้แจ้งให้ธนาคารตัวแทนจำหน่ายปรับวิธีการจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถทำธุรกรรมได้อย่างปลอดภัย ซึ่งผู้ลงทุนสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขและวิธีการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคาร รวมถึงการใช้งาน BOND DIRECT Application จาก สบน. ซึ่งผู้ลงทุนจะสามารถเข้าถึงพันธบัตรออมทรัพย์ได้อย่างสะดวกสบายผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยเลือกไปชำระเงินที่สาขาธนาคารหรือผ่าน Krungthai NEXT ได้

สำนักพัฒนาตลาดตราสารหนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
โทร. 0 2271 7999 ต่อ 5809/ 0 2265 8050 ต่อ 5307


Cr.กรุงเทพธุรกิจ,Thai2news,

28 ก.พ. 2563

โควิด-19 พ่นพิษ เลเจนด์ สยาม ขอปิดตัวชั่วคราว

โควิด-19 พ่นพิษ ลเจนด์ สยาม ขอปิดตัวชั่วคราว
โควิด-19 พ่นพิษ เลเจนด์ สยาม ขอปิดตัวชั่วคราว

เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยตลอดปี 2562 ที่ผ่านมามีการชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก อีกทั้งปัจจุบันได้เกิดสถานการณ์ภาวะโรคระบาดโคโรน่า 2019 (Covid-19) เป็นจำนวนมากและมากขึ้นตามลำดับ ทั้งในประเทศและต่างประเทศดังที่ปรากฏทั่วไปตามสื่อต่าง ๆ มีผลทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยชะลอตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากกว่าที่คาดคิด โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชลบุรี

เลเจนด์ สยาม (Legend Siam) ขาดสภาพคล่อง
ผู้ให้บริการสวนสนุกเชิงวัฒนธรรมเมืองพัทยามูลค่า 4,000 ล้านบาท ประกาศปิดกิจการชั่วคราวหลังสู้ศึกเศรษฐกิจโลก-ไทย รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ไม่ไหว จากภาวะเศรษฐกิจซบเซาชะลอตัวและโรคระบาดดังกล่าว เป็นสาเหตุที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทฯ เพราะอยู่ในพื้นที่เขตท่องเที่ยว ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ ประสบภาวะขาดทุนสะสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์อยู่ในภาวะวิกฤต ขาดสภาพคล่องทางการเงินในการดำเนินธุรกิจ

เลิกจ้างพนักงาน พัทยาใต้
ฝ่ายบริหาร เลเจนด์ สยาม (Legend Siam)  ได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นต้องปิดกิจการของบริษัทฯ ลง และต้องเลิกจ้างพนักงานทุกท่าน ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ การเลิกจ้างพนักงานทุกท่าน บริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้างและค่าชดเชยให้ตามที่กฎหมายกำหนด โดยได้มอบหมายให้ฝ่ายบุคคล เป็นผู้จัดการดูแล ประสาน และดำเนินการกับท่านให้เรียบร้อยต่อไป

โควิด-19 พ่นพิษ เลเจนด์ สยาม ขอปิดตัวชั่วคราว

แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของพัทยา
สำหรับโครงการเลเจนด์ สยาม (Legend Siam) เป็นสวนสนุกเชิงวัฒนธรรมของบริษัทในกลุ่มณุศาศิริ ที่ใช้งบลงทุนสร้างกว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของพัทยา ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ณุศา เลเจนด์ สยาม จำกัด (มหาชน) หวังเกาะขบวนระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC นั่นเองทว่าประเด็นที่น่าสนใจที่ทำให้สวนสนุกมูลค่า 4,000 ล้านบาท ขอ Say Goodbye นั่นดูเหมือนจะเป็นโครงการดังกล่าวประสบปัญหาขาดทุนสะสมต่อเนื่อง

เลเจนด์ สยาม พัทยาใต้
โครงการเลเจนด์ สยาม (Legend Siam) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 164 ไร่ ติดถนนสุขุมวิท พัทยาใต้ พื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดรวม 1 แสนตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่สวนสนุกและร้านค้า 5 หมื่นตารางเมตร โดยคัดร้านค้าเสนอขายของดีจาก 77 จังหวัด ให้นักท่องเที่ยวได้ช็อปปิ้งด้วย ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์รุกสู่ธุรกิจท่องเที่ยวและสุขภาพของบริษัทอย่างเต็มรูปแบบ โดยได้วางเป้าหมายว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 4 ปี มีรายได้ในปีแรกไม่ต่ำกว่า 2-3 พันล้านบาท

โควิด-19 พ่นพิษ เลเจนด์ สยาม ขอปิดตัวชั่วคราว

อารยธรรมและวิถีชีวิตแห่งสยาม
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะนำเสนอตำนานแห่งสยาม ที่เน้นความแตกต่างของอารยธรรมและวิถีชีวิตแห่งสยาม ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.โซนสยามวิไลซ์ นำเสนอความศิวิไลซ์แห่งเมืองสยามและอดีตอันรุ่งเรือง ผ่านสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย 2.โซนไทยอารยะ จัดพื้นที่เป็นงานวัด นำเสนอวิถีชีวิตและประเพณีวัฒนธรรมแห่งชาวสยาม และ 3.โซนภูมิแผ่นดิน บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของตำนานผู้กล้าแห่งบางระจัน และเรียนรู้วิถีชีวิตแห่งความพอเพียง เป็นต้น

ผลประกอบการย้อนหลัง Legend Siam
จากการตรวจสอบงบประมาณรายปีจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า บริษัท ณุศา เลเจนด์ สยาม จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555 โดยมีรายชื่อคณะกรรมการเป็นคนนามสกุล “เทพเจริญ “ และ “ชัยชนะจารักษ์” ดำเนินธุรกิจด้านกิจกรรมด้านสวนสนุกและธีมปาร์ค ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท โดยมีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้

ปี 2555 รายได้ 376,943 บาท กำไร 47,078 บาท
ปี 2556 รายได้ 2.83 ล้านบาท ขาดทุน 4.97 ล้านบาท
ปี 2557 รายได้ 3.26 ล้านบาท กำไร 1.90 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 1.43 ล้านบาท ขาดทุน 6.3 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 1.22 ล้านบาท ขาดทุน 2.54 ล้านบาท
ปี 2560 รายได้ 1.67 ล้านบาท ขาดทุน 17.13 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 8.28 ล้านบาท ขาดทุน 21.81 ล้านบาท

ภาวะขาดทุนสะสม & โรคระบาด
จากภาวะเศรษฐกิจซบเซาชะลอตัวและโรคระบาดดังกล่าว เป็นสาเหตุที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทฯ เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่เขตท่องเที่ยว ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ ประสบภาวะขาดทุนสะสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันสถานการณ์ยู่ในภาวะวิกฤต ขาดสภาพคล่องทางการเงินในการดำเนินธุรกิจ จึงได้ปิดตัวชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์ดังกล่าวผ่านไปด้วยดี ก็จะเปิดดำเนินการต่อไป

Cr.Sanook,Springnews,The Thaiger,ประชาชาติธุรกิจ

19 ธ.ค. 2562

9 วิธีรับมือ เมื่อลูกโดน บูลลี่ในโรงเรียน

9 วิธีรับมือ เมื่อลูกโดน บูลลี่ในโรงเรียน
9 วิธีรับมือ เมื่อลูกโดน บูลลี่ในโรงเรียน

9 วิธีรับมือ เมื่อลูกโดน บูลลี่ในโรงเรียน



ปัญหาการล้อเลียนชื่อพ่อแม่ การเรียกชื่อสมมติหรือปมด้อยของเพื่อน การไม่ให้เข้าร่วมกลุ่มเล่น หรือทำกิจกรรมด้วยกัน และการตบหัวหรือการชกต่อยกัน ซึ้งการรังแก กลั่นแกล้งในโรงเรียน หรือที่เดียวนี้เรียกกันติดปากว่าบูลลี่ในโรงเรียน ได้กลายมาเป็นปัญหาที่ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นในสังคมไทย เมื่อเร็วๆ นี้ กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ได้จัดกิจกรรมเพื่ออบรมให้ความรู้ แก่ พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครู ที่โรงเรียนทอสี ในหัวข้อ “คำพูดสร้างสรรค์ สร้างสังคมน่าอยู่ ไม่บูลลี่ในเด็ก(การรังแก กลั่นแกล้งในโรงเรียน)” จึงขอแนะนำ 9 วิธีรับมือ เมื่อลูกโดนบูลลี่ในโรงเรียน

1.ทำความเข้าใจว่าบูลลี่ในโรงเรียนคืออะไร
แท้จริงแล้วบูลลี่ในโรงเรียนหรือการกลั่นแกล้งคือ นิสัยที่เรียนรู้และเลียนแบบมาจากการเห็นหรือได้ยิน เช่น การพบเจอปัญหาคนในครอบครัวทะเลาะกัน หรือพบเจอคนในชุมชนด่าทอกันด้วยคำพูดหยาบคายทุกวัน จนมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ผู้กระทำบางราย อาจจะเป็นบุคคลที่ขาดความมั่นใจในตนเอง อิจฉาริษยาผู้อื่น รวมถึงผู้กระทำบางรายอาจจะเคยเป็นผู้ถูกกระทำมาก่อน การทำความใจว่าการกลั่นแกล้งคืออะไร คือสิ่งสำคัญ ที่ทำให้เราเข้าใจปัญหาของผู้กระทำและผู้ถูกกระทำมากขึ้น

2.กล้าที่จะพูดหรือแสดงความไม่พอใจต่อผู้กระทำ
การแสดงออกหรือการพูดสื่อสารออกมาว่าผู้ถูกกระทำนั้นไม่พอใจ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้กระทำมีแนวโน้มที่จะบูลลี่ในโรงเรียนลดน้อยลง หรือหยุดการกลั่นแกล้นั้นๆ ลงได้ เนื่องจากผู้กระทำได้รับการตระหนักรู้ ถึงความรู้สึกของผู้ถูกกระทำว่า “ไม่พอใจ” และ “เสียใจ” ตลอดจนรับรู้ว่าการกระทำของตนนั้นสร้างผลกระทบต่อผู้ถูกกระทำอย่างไรบ้าง หลายครั้งที่ปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียนหรือกลั่นแกล้งเกิดขึ้นกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาอย่างยาวนาน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ถูกกระทำ ไม่กล้าที่จะพูด หรือแสดงความไม่พอใจออกมา ทำให้ผู้กระทำไม่รับรู้ว่า ผู้ถูกกระทำนั้นมีความรู้สึกอย่างไร จึงกระทำการกลั่นแกล้งซ้ำๆ เพราะมองว่าบูลลี่ในโรงเรียนเป็นเรื่องที่สามารถทำได้

3.บอกพ่อแม่ ผู้ปกครองหรือครู เมื่อถูกบูลลี่ในโรงเรียน
สิ่งสำคัญมาก ที่ต้องสอนเด็ก และลูกหลานของเรา “ไม่ให้เงียบ”  “เพิกเฉย” หรือ “ทนต่อสถานการณ์บูลลี่ในโรงเรียนที่เกิดขึ้น” และกล้าที่จะบอกเล่าปัญหาของตนกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครูที่โรงเรียน เพราะปัญหาการถูกกลั่นแกล้งที่โรงเรียนต้องได้รับความร่วมมือจากทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครู ต้องปรึกษาหารือกัน เพื่อหาวิธีการรับมือบูลลี่ในโรงเรียน และหาวิธีการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน ปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียน เกิดจากการที่ผู้ถูกกระทำ ไม่ได้บอกเล่าเรื่องถูกกลั่นแกล้งหรือบูลลี่ในโรงเรียนให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทราบ จึงทำให้ปัญหาการกลั่นแกล้งยังคงเกิดขึ้น และไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด

4.การบูลลี่ในโรงเรียนเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แจ้งความได้
การกลั่นแกล้งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากว่าผู้ถูกกระทำ ถูกกลั่นแกล้งทางร่างกาย หรือทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำพูดด่าทอเชื้อชาติ หรือเพศสภาพ ใช้กำลังและความรุนแรงรังแกผู้อื่น หรือแม้แต่การแชร์เรื่องส่วนตัวของผู้อื่นในอินเทอร์เน็ต ล้วนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น หากว่ามีการพบเจอบูลลี่ในโรงเรียนหรือการกลั่นแกล้งที่รุนแรงเช่นนี้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูสามารถรายงานเรื่องบูลลี่ในโรงเรียนนี้ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

5.อย่ามองตัวเองเป็นปัญหา
การมีอัตลักษณ์ที่ต่างจากผู้อื่น เช่น เพศสภาพ เชื้อชาติ รูปร่างหน้าตา ที่ต่างจากผู้อื่น ไม่ใช่ปัญหาของผู้ถูกกระทำเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะทัศนคติของผู้กระทำต่อผู้อื่นต่างหาก สิ่งที่สำคัญคือเราต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองของตนเองก่อนเป็นอันดับแรก หากลูกของคุณเป็นผู้ถูกบูลลี่ในโรงเรียน จงสอนเขาว่า เขาไม่ได้ทำอะไรผิด และมันไม่ใช่ปัญหาของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากตัวผู้กระทำเองทั้งสิ้น

6.หาวิธีจัดการความเครียด
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บูลลี่ในโรงเรียนหรือการกลั่นแกล้งสามารถสร้างความเครียดให้แก้ผู้ถูกกระทำเป็นอย่างมาก นอกจากการบอกเล่าปัญหาต่อผู้ที่ไว้ใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พ่อแม่ หรือครูแล้ว ควรลองมองหากิจกรรมหรือสิ่งใหม่ๆ เช่น การออกกำลังกาย ดูหนัง ฟังเพลง หรือออกไปเที่ยว เพื่อจัดการกับความเครียดของตนเอง และทำให้สภาพจิตใจไม่หมกมุ่นต่อบูลลี่ในโรงเรียนที่เกิดขึ้น

7.อย่าแยกตัวออกมาอยู่คนเดียว
เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ ผู้ปกครองและครู ที่จะคอยสอดส่อง ดูแล พฤติกรรม อารมณ์ของเด็กๆ และบุตรหลาน ไม่ให้ตกอยู่ในภาวะเงียบหรือปลีกตัวมาอยู่คนเดียว การอยู่คนเดียว ไม่สามารถแก้ปัญหา หรือทำให้เราจัดการกับบูลลี่ในโรงเรียนหรือการกลั่นแกล้งได้ อีกทั้งยังสามารถทำให้สถานการณ์แย่ลงไปเรื่อยๆ การอยู่คนเดียวเงียบๆ จะทำให้ลดความมั่นใจ และความภาคภูมิใจของผู้ถูกกระทำได้

8.ดูแลสุขภาพกายและใจให้ดี
สุขภาพกายและใจคือสิ่งสำคัญที่เราควรใส่ใจ บูลลี่ในโรงเรียนหรือการกลั่นแกล้งนั้นสามารถสร้างบาดแผลและปมในใจให้กับผู้ถูกกระทำ ซึ่งสามารถส่งผลต่อสภาพร่างกาย เช่น การอดอาหาร เครียดจนนอนไม่หลับ เป็นต้น หากบุตรหลานของท่านได้รับการกลั่นแกล้งที่กระทบต่อสภาพร่างกาย และจิตใจ ควรพาไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและจิตวิทยา เพื่อช่วยให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาได้อย่างดีและตรงจุด

9.มองหาบุคคลต้นแบบที่ดี
บูลลี่ในโรงเรียนหรือการกลั่นแกล้ง ทำให้ผู้ถูกกระทำสับสนและไม่ชอบในตัวเอง หากว่าผู้ถูกกระทำมีบุคคลต้นแบบที่ดี จะสามารถทำให้เห็นได้ว่า มีอีกหลายคนที่เคยพบเจอกับปัญหาเดียวกัน แต่พวกเขาก็สามารถก้าวข้ามผ่านการโดนกลั่นแกล้งจนสามารถประสบความสำเร็จได้ การมีบุคคลต้นแบบที่ดีนั้น จะทำให้ผู้ถูกกระทำ มองเห็นคุณค่าของตัวเองและรักตัวเองมากขึ้น

Cr.The Bangkok Insight,Kapook,

17 ธ.ค. 2562

สปสช เพิ่มและขยายการให้บริการแก่ประชาชน ปี 2563


สปสช เพิ่มและขยายการให้บริการแก่ประชาชน ปี 2563
สปสช เพิ่มและขยายการให้บริการแก่ประชาชน ปี 2563


สปสช เพิ่มและขยายการให้บริการแก่ประชาชน ปี 2563


สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จับมือภาคีฯ รุกโครงการรู้เท่าทันเท่ากับการป้องกันโรคไม่ติดต่อ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาส พระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 67 พรรษา สปสช.ร่วมกับ สวทช. และ ธ.ก.ส. พัฒนา เครื่องวัดความดัน อัจฉริยะ ตามโครงการเฉลิมพระเกียรติ เพื่อรู้เท่าทันเท่ากับการป้องกันโรคไม่ติดต่อ มีแผนติดตั้ง เครื่องวัดความดัน ใน 10 สาขา ธ.ก.ส.ให้บริการประชาชน

สปสช เพิ่มสิทธิประโยชน์ 6 รายการ
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพิ่มสิทธิประโยชน์ดูแลประชาชน ให้ครอบคลุมการดูแลสุขภาพประชาชน โดยมีอย่างน้อย 6 รายการใหญ่ ประกอบด้วย
1.ขยายสิทธิประโยชน์การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตในกลุ่มผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติ
2.นำร่องการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ในหญิงตั้งครรภ์ทุกอายุ
3.เพิ่มรายการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับบ้าน อีก 12 รายการ (รวมเป็น 24 รายการ)
4.เพิ่มการใช้ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ จ (2) 4 รายการ ในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ มะเร็งไทรอยด์ เส้นประสาทที่เกิดจากการทำลายปลอกไมอีลินชนิดเรื้อรังและผู้ป่วยเอดส์ที่ดื้อยาต้านไวรัสสูตรพื้นฐาน
5.ขยายบริการตรวจคัดกรองยีนเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผื่นแพ้ยาชนิดรุนแรง สำหรับผู้ป่วยที่ต้องเริ่มรักษาด้วยยาคาร์บามาซีปีน (carbamazepine) ในทุกกรณี 6.นำร่องบริการป้องกันการติดเชื้อก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวีในทุกกลุ่มเสี่ยงสูง

สปสช เพิ่มงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 63
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ปรับเพิ่มงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 63 ประชาชนผู้มีสิทธิ 48.26 ล้านคน หัวละ 3,600 บาทต่อประชากร เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 173 บาท นอกจากนี้ในปี 63 เพิ่มยาป้องกันติดเชื้อเอชไอวีก่อนสัมผัสเชื้อ ดูแลกลุ่มเสี่ยงสูง นำร่องหน่วยบริการ 51 แห่งใน 21 จังหวัด ดูแลกลุ่มเสี่ยงทุกกลุ่ม ทุกสิทธิการรักษา 2,000 ราย พร้อมติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

บริการรับยาใกล้บ้าน ผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพิ่มบริการรับยาใกล้บ้านแทนการมารับยาที่โรงพยาบาล ลดความแออัดในโรงพยาบาล และอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยได้ใช้บริการรับยาใกล้บ้าน โดยตั้งเป้าปี 2563 มีโรงพยาบาลเข้าร่วม 50 แห่ง และร้านยา 500 แห่ง ผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค...เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบหืด จิตเวช และกลุ่มโรคอื่นๆตามการพิจารณา

หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ในเวทีโลก
ในเวทีโลก ไทยต้นแบบศึกษาเรียนรู้ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตอกย้ำแม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้ร่ำรวย แต่ทุกวันนี้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งประกอบด้วยระบบบัตรทอง ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ กลับสามารถครอบคลุมผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทยมากถึง 99.6% หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไทย ที่เน้นย้ำและการเข้าถึงความเท่าเทียมกัน ประสิทธิภาพการให้บริการ และหลักการมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นหัวใจของความสำเร็จในเวทีระดับโลกได้

สปสช ขยายการครอบคุมการดูแลพระภิกษุสงฆ์
พระภิกษุสงฆ์...สามเณร และกลุ่มผู้ต้องขังในเรือนจำเข้าถึงสิทธิหลักประกันสุขภาพ ที่เราต้องการขยายสิทธิให้ครอบคลุมสิทธิหลักประกันสุขภาพ ตัวเลขล่าสุดพบว่ามีพระภิกษุสงฆ์-สามเณร เข้าถึงสิทธิบัตรทองแล้ว 134,982 รูป จาก 144,883 รูป และมีผู้ต้องขังกว่า 329,024 ราย ที่ได้รับสิทธิบัตรทอง และเข้าถึงการบริการสุขภาพที่จำเป็นเพิ่มขึ้นอย่างมาก

โครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเพื่อคนกรุง
โดยในปี 2562 สปสช เดินหน้าสร้างเสริมสุขภาพคนกรุงมีโครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเพื่อคนกรุงโดยเฉพาะอย่างน้อย 4 โครงการ ได้แก่ โครงการคลินิกผู้สูงอายุครบวงจรในโรงพยาบาล โครงการคัดกรองสุขภาพแรงงานนอกระบบในผู้ขับขี่รถสาธารณะ โครงการร้านยาชุมชนอบอุ่นและโครงการหน่วยบริการร่วมให้บริการทันตกรรมส่งเสริมป้องกัน จำนวนประชากรว่ามีราว 5 ล้านคน แต่ในความเป็นจริงยังมีประชากรแฝงอีกไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน นั่นทำให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 13 เขต กทม.ต้องทำงานเข้มข้น

Cr.ไทยรัฐ

16 ธ.ค. 2562

รางวัล วิจัยแก้ผมร่วงจากพันธุกรรม แห่งเอเชีย โดย แพทย์หญิงชาวไทย

รางวัล วิจัยแก้ผมร่วงจากพันธุกรรม แห่งเอเชีย โดย แพทย์หญิงชาวไทย
รางวัล วิจัยแก้ผมร่วงจากพันธุกรรม แห่งเอเชีย โดย แพทย์หญิงชาวไทย

รางวัล วิจัยแก้ผมร่วงจากพันธุกรรม แห่งเอเชีย โดย แพทย์หญิงชาวไทย


แพทย์หญิงไทยคนแรกคว้ารางวัล Platinum Follicle Award 2019 ของสมาคม ISHRS ในการประชุม World Congress Meeting ครั้งที่ 27 จัดขึ้นที่ กรุงเทพ เมื่อวันที่  13 -16 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป ผู้ที่มีความสามารถและมีผลงานวิจัยด้านการดูแลสุขภาพเส้นผมนานาชาติ อาจารย์ประจำ สาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นแพทย์หญิงไทยคนแรก ที่ได้รับรางวัลสูงสุดสำหรับผู้ที่มีความสามารถและมีผลงานงานวิจัยด้านเส้นผม

รางวัล Platinum Follicle Award 2019 
สำหรับรางวัล Platinum Follicle Award 2019  จากสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติหรือ (ISHRS) นั้นเป็นรางวัลสูงสุดสำหรับผู้ที่มีความสามารถและมีผลงานวิจัยด้านการดูแลสุขภาพ ที่มีความสำเร็จที่โดดเด่นในการวิจัยพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์หรือทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกับพยาธิสรีรวิทยาของเส้นผมหรือกายวิภาคศาสตร์เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเส้นผม ส่วนสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติหรือ (ISHRS) นั่นก่อตั้งขึ้นในปี 1993 โดยเป็นสมาคมศัลยกรรมปลูกผมที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยสมาชิกกว่า 1,000 คนจากกว่า 70 ประเทศ

รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป ผู้ที่มีอายุน้อยสุด
รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป กล่าวว่า รางวัลเป็นเพียงสิ่งตอบแทนอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งสำคัญในการทำงานวิจัยแต่ความรู้ที่ได้ต่างหาก คือ สิ่งสำคัญที่ได้ทำสำหรับโรคผิวหนังแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะมองดูแต่เพียงผิวเผิน คิดว่ามีแต่ความสวยงาม แต่แท้จริงแล้วยังมีโรคผิวหนังอื่น ๆ อีกมากมาย และโดยส่วนตัวก็ชอบเรียนเรื่องผมมาตั้งนานแล้ว หลังจากเรียนศัลยศาสตร์เลเซอร์ผิวหนังจบ จึงสนใจมาเรียนทางด้านปลูกผมต่อ และปัจจุบันก็ทำงานด้านนี้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ของเวลาทำงานทั้งหมด และยังเป็นผู้ที่มีอายุน้อยสุดของผู้ที่เคยได้รับรางวัลดังกล่าว

งานวิจัยชิ้นแรกในเอเชีย
ก่อนหน้านี้  รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป ได้สร้างชื่อเสียงให้กับวงการแพทย์ไทยจากผลงานวิจัยในงาน ISHRS Poster Awards 2017 ที่จัดโดยสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (International Society of Hair Restoration Surgery) เช่นกัน เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยได้ส่งบทความพิเศษเพื่อการนำเสนองานวิจัย (ประเภทโปสเตอร์) ในหัวข้อวิจัย "Proteomic Analysis in Dermal Papilla from Male Androgenetic Alopecia After Treatment with Low Level Laser Therapy"  และสามารถคว้ารางวัลที่ 1 ในประเภทงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในรูปแบบของโปสเตอร์ ซึ่งเป็นงานวิจัยชิ้นแรกในเอเชีย

การใช้เลเซอร์กระตุ้นหนังศีรษะสร้างเส้นผม
หัวข้อวิจัย "Proteomic Analysis in Dermal Papilla from Male Androgenetic Alopecia After Treatment with Low Level Laser Therapy" นั่น เป็นการวิจัยเพื่อยืนยันประสิทธิภาพของกระบวนการรักษาด้วยเลเซอร์ความเข้มต่ำ เพื่อขจัดปัญหาโรคผมร่วงที่เกิดจากพันธุกรรม ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่าการใช้เลเซอร์ที่มีความเข้มต่ำในการกระตุ้นให้หนังศีรษะสร้างเส้นผมนั้น ให้ผลดีที่ 24 สัปดาห์ โดยความสำเร็จงานวิจัยครั้งนั้นถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของการศึกษาในประเทศไทย

Cr.กรุงเทพธุรกิจ

ทำ บัตรประชาชน Smart Card ด่วน ได้ที่ไหนบ้าง


ทำ บัตรประชาชน Smart Card ด่วน ได้ที่ไหนบ้าง

ทำ บัตรประชาชน Smart Card ด่วน ได้ที่ไหนบ้าง


จากข่าวที่มีออกมาว่า ตั้งแต่ปี 2562 การติดต่อกับหน่วยงานราชการ เราสามารถใช้บัตรประชาชนแบบ Smart Card เพียงใบเดียวในการยืนยันตัวตนกับหน่วยงานราชการผ่าน เครื่องอ่านบัตรประชาชน แทนการขอสำเนาบัตรประชาชน ทำให้เราเกิดความสงสัยว่า ในบัตรประชาชนแบบ Smart Card ของเรามีข้อมูลทะเบียนราษฎร์อะไรเก็บไว้บ้าง และบัตรประชาชนของเราสามารถนำไปติดต่อเพื่อขอรับบริการจากภาครัฐได้ในเรื่องใดบ้าง เราจะมาหาคำตอบไปด้วยกัน

ข้อมูล บัตรประชาชน ไมโครชิป
บัตรประชาชนแบบ Smart Card ทีมีไมโครชิปฝั่งอยู่บนบัตรนั้น มีข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของเจ้าของบัตร สามารถอ่านข้อมูลทะเบียนราษฎรเหล่านี้เพียงเสียบบัตรแล้วอ่านด้วยเครื่องอ่านบัตรประชาชน ข้อมูลทะเบียนราษฎรดังกล่าวได้แก่ วัน เดือน ปีเกิด,สถานที่อยู่ และ ข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ที่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของบัตรเพื่อเปิดเผยข้อมูล เช่น การเปลี่ยนชื่อนามสกุล,ชื่อสถานรักษาพยาบาลตามสิทธิการรักษา,การเกณฑ์ทหาร,ประวัติการศึกษา,ทะเบียนสมรส,ทะเบียนหย่า ฯลฯ ที่กรมการปกครองบันทึกไว้ ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถทำบัตรประชาชนรุ่นใหม่แบบ Smart Card ได้จากทุกเขตทั่วไทย

กทม. เปิด 11 จุดบริการด่วนมหานคร
หากประชาชนต้องการทำบัตรประชาชนใหม่ ตอนนี้ทางกรุงเทพฯ อำนวยความสะดวกไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่เขต ปัจจุบัน กทม. เปิด 11 จุดบริการด่วนมหานคร (Bangkok Express Service) ขึ้นตามนโยบายขยายงานบริการงานทะเบียนราษฎรของ กทม. โดยพัฒนาระบบการให้บริการและเพิ่มจุดบริการกระจายไปยังห้างสรรพสินค้าและสถานีรถไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกในการเข้ารับบริการของประชาชน

ทำบัตรประชาชน ณ สถานีรถไฟฟ้า & ห้างสรรพสินค้า
จุดบริการด่วนมหานคร (Bangkok Express Service) จุดให้บริการนอกสำนักงานเขตของกรุเทพมหานค เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น. ของทุกวันโดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ให้บริการทำบัตรครั้งแรก หรือต่ออายุบัตรเท่านั้น หากบัตรประชาชนสูญหาย ต้องติดต่อทำใหม่ที่สำนักงานเขตเท่านั้น ณ ตอนนี้มีเปิดให้บริการแนวรถไฟฟ้าและในห้างสรรพสินค้าบางแห่ง จำนวน 11 จุดบริการดังนี้
1.สถานีรถไฟฟ้าสยาม
2.สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์
3.สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต
4.สถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข
5.สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่
6.ห้างสรรพสินค้าพาราไดซ์ พาร์ค เขตประเวศ
7.ห้างสรรพสินค้าซีคอนบางแค
8.ศูนย์การค้าแฟชั่นไอซ์แลนด์
9.ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง
10.ศูนย์บริการร่วม (G-Point) ห้างสรรพสินค้าเซ็น
11.ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางแค

กทม.ขยายความสะดวกใกล้รถไฟฟ้า
จุดบริการด่วนมหานคร ถือเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกสบายสำหรับทำ บัตรประชาชนแบบ Smart Card ตลอดจนประหยัดเวลาในการเดินทางแก่ประชาชน เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ จุดบริการด่วนบนแนวสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดที่สยามที่แรกเมื่อ 20 ก.ค.49 และทะยอยเปิดบริการตามแนวรถไฟฟ้า จากจุดหมอชิต พร้อมพงษ์มาเรื่อยๆ ขยายบริการไปที่ห้างสรรพสินค้า ประชาชนสามารถทำบัตรประชาชนแบบไมโครชิปทั้ง 11 จุดได้ตามสะดวก

Cr.ไทยรัฐ,SpringNews,LineToday,Undubzapp