12 ธ.ค. 2562

เครื่องอ่านบัตรประชาชน

เครื่องอ่านบัตรประชาชน


เครื่องอ่านบัตรประชาชน


          รุ่นเสียบบัตรแนวนอน กระทัดรัด พกพาสะดวก เหมาะสำหรับอ่านบัตรประชาชนเพื่อดึงข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง เป็นทีนิยมของหน่วยงานราชการ และเอกชนนำไปใช้ตรวจสอบประวัติ นอกจากนี้ยังสามารถอ่านบัตรสมาร์ทการ์ดที่หน่วยงานต่างๆ เช่น บัตรเครดิต,บัตรเงินสด,บัตร ATM,บัตร Aeon,บัตรพนักงาน,บัตรนักศึกษา,บัตรเจ้าหน้าที ฯลฯ เป็นต้น สินค้าคุณภาพผ่านการรับรองมาตรฐานสากลจาก CE  FCC และ RoHS

คุณสมบัติ
  • เหมาะสำหรับธนาคาร,ไปรษณีย์ไทย,กรมการปกครอง,หน่วยงานราชการ,หน่วยงานทหาร และบริษัทต่าง ๆ
  • อ่านบัตรสมาร์ทการ์ดต่างๆ เช่น บัตรประชาชน,บัตรเครดิต,บัตรเงินสด,บัตร ATM,บัตร Aeon,บัตรพนักงาน,บัตรนิสิตนักศึกษา ฯลฯ และ บัตรซิมการ์ดมือถือ
  • รองรับการใช้งานโปรแกรมทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง  และ โปรแกรมอ่านบัตรสมาร์ทการ์ดของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจต่างๆ และ บริษัทเอกชน
  • ใช้งานง่าย เพียงเชื่อมต่อเข้าเครืองคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ต USB แล้วลงโปรแกรมทะเบียนราษฎร์ หรือโปรแกรมอ่านบัตรสมาร์ทการ์ด ที่คุณใช้งานอยู่ เท่านี้ก็อ่านข้อมูลในบัตรได้แล้ว
  • ระบบปฎิบัติการ Windows (32/64bit) XP/Vista/ 7/8/10 และ Mac OS X
  • อ่านบัตรสมาร์ทการ์ดแบบสัมผัส แรงดันไฟฟ้า 5V, 3V และ 1.8V ได้
  • รองรับบัตรประชาชนและบัตรสมาร์ทการ์ด มาตรฐาน ISO 7816 Class A,B,C
  • เครื่องอ่านบัตรประชาชน ได้รับรองมาตรฐานสากลจาก  ISO-7816 & EMV2 2000 Level 1, CE, FCC, VCCI, CCID, Microsoft WHQL ฯลฯ
  • ขนาด :  กว้าง 65 มม. x ยาว 84 มม.  x  สูง 20 มม
  • สาย USB ยาว 940 มม
    

สินค้า 1 ชุดประกอบด้วย
  • เครื่องอ่านบัตรประชาชน รุ่น SCR1
  • ถาดใส่ซิมการ์ด
  • คู่มือการใช้งาน
หมายเหตุ : โปรแกรมอ่านบัตรสมาร์ทการ์ด ลูกค้าเป็นผู้จัดหามาเอง
วิธีใช้
  1. เชื่อมต่อ เครื่องอ่านบัตรประชาชน เข้ากับเครื่องคอมฯ ผ่านช่อง USB ไฟแดงที่เครืองติดสักครู่แล้วดับลง
  2. ติดตั้งโปรแกรมอ่านบัตรสมาร์ทการ์ดที่คุณใช้งาน จากนั้นเปิดโปรแกรมอ่านบัตรสมาร์ทการ์ด
  3. นำบัตรสมาร์ทการ์ด(หงายบัตร)เสียบเข้ากับเครื่องอ่านบัตรประชาชน ตามลูกศร ไฟแดงติดที่เครืองฯ อีกครั้ง สถานะพร้อมใช้งาน
  4. กดปุ่มอ่านบัตรสมาร์ทการ์ดบนโปรแกรม ข้อมูลในบัตรสมาร์ทการ์ดจะถูกแสดงบนโปรแกรมที่คุณเปิดไว้ 

สั่งซื้อสินค้าได้ในราคา 450 บาท รวมภาษีแล้ว ฟรี่ค่าจัดส่งสินค้า EMS ทั่วประเทศ
ดูสินค้ารุ่นอื่นเพิ่มเติม >> เครื่องอ่านบัตรประชาชน

ศุกร์ 13 หลอน!จากอวกาศ ฟักทองฮาโลวีน

ศุกร์ 13 หลอน!จากอวกาศ ฟักทองฮาโลวีน
ศุกร์ 13 หลอน!จากอวกาศ ฟักทองฮาโลวีน


ศุกร์ 13 หลอน!จากอวกาศ ฟักทองฮาโลวีน




สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ถึงเรื่องราวในอวกาศเนื่องในวันศุกร์ที่ตรงกับวันที่ 13 (ตามเรื่องราวความเชื่อของคนฝั่งตะวันตก) พอดิบพอดี ด้วยภาพที่คล้ายกับฟักทองฮาโลวีนจากกล้องโทรทรรศน์สปิตเซอร์ นักวิจัยใช้ข้อมูลภาพถ่ายอินฟราเรดสามความยาวคลื่นประกอบเป็นภาพหลากสีของเนบิวลา สีเขียวและสีแดง แสดงถึงเมฆฝุ่นที่มีอุณหภูมิต่างกัน สีน้ำเงิน แสดงถึงดาวฤกษ์เกิดใหม่และเมฆฝุ่นร้อนในเนบิวลา เมื่อนำภาพทั้งสามมารวมกัน สีแดงจากฝุ่นจะปรากฏเด่นชัดที่สุด ส่วนพื้นที่สีขาวแสดงถึงวัตถุที่สว่างในทั้งสามช่วงคลื่น มีลักษณะเหมือนฟักทองฮาโลวีน ศุกร์ 13


ศุกร์ 13 กล้องอวกาศสปิตเซอร์ พบ ฟักทองฮาโลวีน

จากการศึกษาข้อมูลภาพถ่ายในช่วงคลื่นอินฟราเรดของกล้องโทรทรรศน์สปิตเซอร์ระหว่างพ.ศ. 2547-2552 นักวิจัยพบดาวฤกษ์มวลมากกว่า 15-20 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ ปรากฏเป็นจุดสีขาวภายในเนบิวลา การแผ่รังสีของดาวฤกษ์มวลสูงนี้พัดกลุ่มแก๊สและเมฆฝุ่นแยกออกจนเกิดเป็นร่องลึกดังภาพ “กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) เผยภาพกลุ่มแก๊สและเมฆฝุ่นในช่วงคลื่นอินฟราเรด ลักษณะคล้ายตะเกียงฟักทองแจ็คโอแลนเทิร์น (Jack-o'Lantern) ฟักทองฮาโลวีน วันฮาโลวีน ศุกร์ 13 นี้


กาแล็กซีทางช้างเผือก ฟักทองฮาโลวีน

วารสาร Astrophysical ตีพิมพ์ผลการศึกษาบริเวณรอบนอกของกาแล็กซีทางช้างเผือกผ่านรังสีอินฟราเรด เพื่อนับจำนวนดาวฤกษ์เกิดใหม่ ระบุว่า ดาวฤกษ์เกิดใหม่ยังคงเกาะกลุ่มในเมฆฝุ่นหนาแน่น เมื่อวิเคราะห์ร่วมกับการกระจายตัวของดาวอายุมากในพื้นที่ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้นักวิจัยตรวจสอบได้ว่า อัตราการก่อตัวของดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ในพื้นที่รอบนอกของกาแล็กซีแตกต่างจากภายในกาแล็กซีทางช้างเผือกหรือไม่ แต่บางคนตีความว่ามันคล้ายกับฟักทองฮาโลวีน ของ ศุกร์ 13 นี้


ความเชื่อเรือง ศุกร์ 13

นักวิจัยทราบดีว่า พื้นที่นอกกาแล็กซีมีสภาพต่างจากในกาแล็กซีเล็กน้อย เช่น กลุ่มแก๊สและเมฆฝุ่นรอบนอกจะเย็นและกระจายตัวมากกว่าบริเวณใกล้ใจกลางกาแล็กซี จึงอาจมีอัตราการก่อตัวของดาวฤกษ์น้อย นอกจากนี้กลุ่มแก๊สและเมฆฝุ่นยังมีองค์ประกอบทางเคมีพวกธาตุหนัก รวมถึงคาร์บอน ออกซิเจน และโมเลกุลอื่นๆ สำหรับสิ่งมีชีวิตในปริมาณน้อย ท้ายที่สุด การศึกษานี้อาจบ่งชี้ได้ว่า มีโอกาสจะพบดาวเคราะห์ลักษณะคล้ายโลกที่บริเวณรอบนอกกาแล็กซีหรือในกาแล็กซีทางช้างเผือกมากกว่ากัน ถึงแม้นว่ารูปทรงมีความคล้ายฟักทองฮาโลวีน วันฮาโลวีน ศุกร์ 13 นี้ แต่ก็เป็นแค่ความเชื่อของบางคนเท่านั้น


Cr. กฤษดา รุจิรานุกูล - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร.

11 ธ.ค. 2562

แจ้งปิดการจราจรเส้นทางต่าง ๆ 12 ธ.ค. พระราชพิธีบรมราชาภิเษกทางชลมารค


แจ้งปิดการจราจรเส้นทางต่าง ๆ 12 ธ.ค. พระราชพิธีบรมราชาภิเษกทางชลมารค


ตั้งแต่เวลา 15.30 – 17.00 น. เมื่อขบวนเรือพระราชพิธี ถึงท่าราชวรดิฐ จะเปิดเส้นทางให้ประชาชนใช้ตามปกติ และมีการปิดการจราจรในถนนที่ขบวนราบผ่าน ดังนี้

ถนนราชินี ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถึง แยกผ่านพิภพ
ถนนหน้าพระธาตุตลอดสาย
ถนนจันทร์ตลอดสาย
ถนนหน้าพระลานตลอดสาย
ถนนมหาราชตลอดสาย (ท่าพระจันทร์ ถึง สน. พระราชวัง)
ถนนท้ายวังตลอดสาย
ถนนราชดำเนินในตลอดสาย (แยกผ่านพิภพ – แยกป้อมเผด็จ)
ถนนสนามไชย (แยกป้อมเผด็จ – วงเวียน รด.)

การจัดการเดินรถทางเดียว

ถนนสวรรคโลก (ตั้งแต่แยกยมราช – แยกสาวนีย์)
ถนนจักรพงษ์ – ขวา ถนนเจ้าฟ้า – ขวาถนนพระอาทิตย์ – ถนนพระสุเมรุ)
สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 1197 ตลอด 24 ชั่วโมง

ปิดการจราจรทางน้ำ


งดใช้ท่าเรือสะพานพระราม 7 ชั่วคราว เวลา 01.00 น. ถึง 19.30 น.หรือจนกว่าจะแล้วเสร็จ

ปิดการจราจรทั้งขาขึ้นและขาล่อง เฉพาะเรือขนาดใหญ่ (เรือที่มาจากทิศเหนือและทิศใต้) เวลา 06.00 น. ถึง 19.30 น.

ปิดการจราจรทางน้ำขั้นเด็ดขาด ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรี – หอประชุมกองทัพเรือรวมทั้งปากคลองบางกอกน้อย ถึง บริเวณวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร เวลา 12.00 น. ถึง 19.30 น.

ปิดการจราจรทางน้ำขั้นเด็ดขาด ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรี ถึงสะพานพระพุทธยอดฟ้าฯ เวลา 06.00 น. ถึง 19.00 น. หรือจนกว่าจะแล้วเสร็จ

Cr.The Tiger

23 ก.ค. 2562

เพิ่มกล้ามเนื้อ กินโปรตีน จำเป็นไหม ?

เพิ่มกล้ามเนื้อ กินโปรตีน จำเป็นไหม ?

เพิ่มกล้ามเนื้อ กินโปรตีน จำเป็นไหม ?


เมื่อพูดถึงเทรนการออกกำลังกาย ดูเหมือนว่าจะมีเป้าหมายอยู่เพียง 2 อย่าง อย่างแรกออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก กรณีที่สอง ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ โดยกลุ่มที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อมักจะพิถีพิถันในการกินอาหารเป็นพิเศษเพื่อให้มีซิกแพค เน้นการกินอาหารประเภทโปรตีนสูงไขมันต่ำ และที่ได้รับความนิยมสูงก็ไม่พ้น เวย์โปรตีนสำเร็จรูป แต่ถ้าไม่ทานเวย์โปรตีนแล้วก็ยังมีอาหารทางเลือกอื่น ๆ อย่างเช่น ไข่ขาวและอกไก่ ที่ให้โปรตีนไม่แพ้กัน และยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้ออีกด้วย

กินโปรตีนสูง ๆๆ สร้างกล้ามเนื้อได้มากไหม ?
การกินอาหารโปรตีนสูงเข้าไปมากเกินส่งผลให้ ร่างกายใช้โปรตีนได้ไม่หมด จะเอาไปสร้างกล้ามเนื้อก็ไม่ได้เพราะร่างกายมีกล้ามเนื้อไว้ใช้ทำงานในปริมาณเหมาะสมแล้วและไม่ได้เป็นแหล่งสะสมโปรตีน จึงจำต้องขจัดโปรตีนออก ส่งผลให้ตับไตทำงานหนัก ในกลไกการสลายโปรตีน ร่างกายจำต้องสร้างโมเลกุลของน้ำให้เกิดขึ้นมาก ทำให้น้ำถูกขับออกมาเยอะแยะ ปัสสาวะบ่อย เหงื่อออกง่าย เมือชั่งน้ำหนักด้วย เครื่องชั่งน้ําหนัก ดิจิตอล จะเห็นว่าน้ำหนักลดลงในช่วงแรกๆ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขับน้ำออกจากร่างกายนี่เอง นอกจากนี้ร่างกายยังมีการสลายแป้งในกล้ามเนื้อที่เรียกกันว่าไกลโคเจนมากขึ้น กล้ามเนื้อเกิดอาการล้าแถมอ่อนเพลียจากการขาดน้ำอีกต่างหาก

กินโปรตีนสูง ดีต่อสุขภาพไหม ?
หลายคนอาจจะสงสัยว่าการกินโปรตีนมากมีผลต่อร่างกายไหม ขอบอกเลยว่าการรับประทานโปรตีนมาก ๆ นอกจากจะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำแล้วก็ยังทำให้เกิดความเสี่ยงโรคไต รวมทั้งนิ่วในไตได้ ยิ่งถ้าหากรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อยด้วยละก็ ยิ่งจะทำให้ไตทำงานหนักขึ้นเลยล่ะ การรับประทานโปรตีนมาก ๆ นั้น อาจจะเคยเจออาการปัสสาวะออกมาเป็นฟอง ซึ่งนั่นเป็นอาการที่บ่งบอกว่าในปัสสาวะมีโปรตีนเจือปนอยู่ เพราะไตต้องกำจัดโปรตีนส่วนเกินออกทางปัสสาวะ

ผลการวิจัย หลังทานโปรตีนมาก ไม่ได้ลดน้ําหนัก
ศาสตราจารย์โรเบิร์ต เอกเกล (Robert Eckel) แห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโด เขียนคำอธิบายไว้ในวารสารชื่อ Circulation ของสมาคมโรคหัวใจอเมริกันว่าอาหารโปรตีนสูงมักมีไขมันสูง วิตามิน เกลือแร่ต่ำ ใยอาหารต่ำ ทำให้ร่างกายมีแนวโน้มที่จะขาดวิตามินเกลือแร่ได้อีก กินอาหารโปรตีนสูงไปได้สักพักโปรตีนที่มากเกินจะเริ่มเปลี่ยนเป็นไขมัน กลับกลายเป็นว่า เมือชั่งน้ำหนักด้วยเครื่องชั่งน้ําหนัก ดิจิตอล จะพบว่าน้ำหนักตัวจะค่อยๆเพิ่มขึ้นจนกลับมาเท่าเดิมอีกครั้ง จึงเตือนว่ากลุ่มที่นิยมใช้อาหารโปรตีนสูงเพื่อลดน้ําหนักตัวขอให้ระวังไว้เพราะมันไม่เคยทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้อย่างถาวรเลย จากการติดตามศึกษามานานเป็นสิบปีพบว่าอาหารโปรตีนสูงมักทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด เสี่ยงต่อโรคหัวใจมากขึ้นจากปัญหาการสะสมไขมัน

โปรตีน กินแค่ไหนมีผลต่อกล้ามเนื้อ และดีต่อสุขภาพ ?
ร่างกายของเรามีความต้องการโปรตีนที่ในปริมาณ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สำหรับคนทั่วไป แต่ถ้าหากเป็นคนที่ใช้พลังงานมากกว่าปกติ ที่จำเป็นต้องได้รับพลังงานในปริมาณมาก ๆ เพื่อให้มีแรงทำงาน ควรจะได้รับโปรตีนในปริมาณ 1.2-1.4 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และถ้าหากเป็นนักกีฬาที่ต้องเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้ร่างกาย หรือผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อควรรับประทานโปรตีนในปริมาณ 1.2-1.7 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ถึงจะเรียกว่าได้รับปริมาณโปรตีนอย่างเหมาะสม ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงวัยทำงานน้ำหนัก 45 กิโลกรัม ควรได้รับโปรตีน วันละ 36 กรัม ผู้ชายวัยทำงานน้ำหนัก 75 กิโลกรัม ควรได้รับโปรตีนประมาณวันละ 90-105 กรัม และ นักกีฬาหรือผู้ที่อยู่ในช่วงสร้างกล้ามเนื้อน้ำหนัก 80 กิโลกรัม ควรได้รับโปรตีนประมาณวันละ 96-136 กรัม เป็นต้น

เทรนการกินโปรตีน สร้างกล้ามเนื้อ ลดน้ำหนัก ดีจริงไหม
สรุปคือหากกลุ่มทีคิดสร้างกล้ามเนื้อด้วยการกินโปรตีนจำนวนมาก หรือกลุ่มที่จะลดน้ำหนักกันให้เป็นเรื่องเป็นราวด้วยโปรตีน แนะนำให้ใช้วิธีการลดพลังงานจากอาหารร่วมกับการออกกำลังกายซึ่งน่าจะได้ผลเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่า แนะนำกันอย่างนี้เพื่อสุขภาพของพวกเราเองแท้ๆ ได้ทราบกันแบบนี้แล้วใครที่กำลังอยู่ในเทรนด์การรับประทานโปรตีนเป็นหลัก ก็ควรเพลา ๆ ลงบ้างนะ เพราะยังไงร่างกายของเราก็ไม่สามารถแข็งแรงสมบูรณ์ด้วยการรับประทานโปรตีนเพียงอย่างเดียว ต้องมีอาหารอย่างอื่นเสริมเข้าไปด้วยถึงจะดีนะ แล้วหมั่นตรวจดูสุขภาพด้วย เครื่องชั่งน้ำหนัก ที่วัดได้ทั้ง น้ำหนักร่างกาย มวลน้ำ มวลไขมัน มวลกล้ามเนื้อ มวลกระดูก ดัชนีมวลกาย และอัตราการเผาพลาญพลังงานพื้นฐานต่อวัน ยิ่งดีใหญ่ ช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายว่ามาถูกทางแล้ว

Cr.สยามรัฐ,Kapook,Rama Channel

25 มี.ค. 2562

ข่าวดี สอบ ใบขับขี่ ได้แล้ว 130 แห่งทั่วไทย

ข่าวดี สอบ ใบขับขี่ ได้แล้ว 130 แห่งทั่วไทย


การจะขับขี่ยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์, รถกระบะ, รถจักรยานยนต์, รถเมล์, รถแท็กซี่ หรืออะไรก็ตามบนถนนสาธารณะ คนที่ขับขี่จะต้องมีใบขับขี่ติดตัวตลอดเวลาที่มีการขับรถ โดยเฉพาะรถยนต์สาธารณะจำเป็นต้องมีการบันทึกลงระบบ GPS ด้วย เครื่องรูดบัตร แถบแม่เหล็ก เพือตรวจสอบผู้ขับขี่และระยะเวลาการขับรถสาธารณะ ในปัจจุบัน ขั้นตอนการขอมีใบอนุญาตการขับขี่ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เนื่องจากกฎหมายใหม่ระบุเอาไว้ว่า ผู้ที่ทำการขอใบอนุญาตขับขี่ใหม่ จะต้องผ่านการอบรมจากทางกรมการขนส่งทางบกอย่างน้อย 5 ชั่วโมง ก่อนที่จะได้รับใบอนุญาต ดังนั้นถ้าใครที่ไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อน ก็ต้องเข้าอบรม 5 ชั่วโมงทุกคน

อบรมและสอบใบขับขี่
ผู้ที่ทำการขอใบอนุญาตขับขี่ใหม่ จะต้องผ่านการอบรมจากทางกรมการขนส่งทางบกอย่างน้อย 5 ชั่วโมง เมื่อผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถเริ่มขั้นตอนการอบรมได้เลย โดย 5 ชั่วโมงนี้ ก็จะมีทั้งทางเจ้าหน้าที่มาบรรยายให้ความรู้เรื่องสัญญาณจราจร, ป้ายจราจรต่าง ๆ และมีการเปิดวีดีโอรูปแบบต่าง ๆ ทั้งภาพการเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง, ภาพการสัมภาษณ์คนที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ, คลิปการขับรถปลอดภัย เป็นต้น ผู้ขอใบอนุญาตก็นั่งดูกันไปจนครบ 5 ชั่วโมง เป็นอันเสร็จพิธี

ทำใบขับขี่ ได้แล้ว ที่ สถาบันการศึกษา 130 แห่ง ทั่วประเทศ ดังนี้
ข่าวดี ทำใบขับขี่ แถบแม่เหล็ก เพิ่มทางเลือกอบรมภาคทฤษฎี ไม่ต้องไปถึงขนส่ง กรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ได้เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ หรือ ใบขับขี่แถบแม่เหล็ก และขอต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ ด้วยการเปิดทางเลือกให้ประชาชนสามารถสมัครเข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีกับ คลิก >>> สถาบันการศึกษาของภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 130 แห่ง ที่มีความตกลงกับกรมการขนส่งทางบก โดยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีกับสำนักงานขนส่งเพียงอย่างเดียว โดยประชาชนที่จะเข้ารับการอบรมสถาบันการศึกษาจำนวน 130 แห่งทั่วประเทศ

สอบ ใบขับขี่ชั่วคราว & การต่ออายุใบขับขี่
อย่างไรก็ตาม หลักสูตรในการอบรมสำหรับผู้ขอรับใบขับขี่ชั่วคราว จะมีระยะเวลา 5 ชั่วโมง และหลักสูตรสำหรับขอต่ออายุใบขับขี่ จะมีระยะเวลา 1 ชั่วโมง รวมถึงการขอต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ กรณีใบเดิมสิ้นอายุเกิน 1 ปี หรือสิ้นอายุ 3 ปีด้วย โดยผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้รับหนังสือรับรองผ่านการอบรม สำหรับนำมายื่นแสดงเป็นหลักฐานขอเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ทดสอบข้อเขียนระบบ E-Exam และทดสอบขับรถ ตามระเบียบที่กรมการขนส่งทางบก กำหนด ก่อนที่จะได้รับ ใบขับขี่ แถบแม่เหล็ก ทีมีข้อมูลผู้ขับขี่อยู่บนแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตร ส่วนเจ้าพนักงานและกรมขนส่ง สามารถตรวจสอบประวัติผูัขับขี่ก็สามารถทำได้ด้วยการใช้ เครื่องรูดบัตร อ่านข้อมูลประวัติบนแถบแม่เหล็กหลังบัตร

ระวัง ใบขับขี่ แถบแม่เหล็ก ปลอม
ทั้งนี้การเพิ่มทางเลือกอบรมหลักสูตรภาคทฤษฎีกับหน่วยงานภายนอก นอกจากจะเพิ่มช่องทางอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนแล้ว ยังมุ่งเน้นให้ผู้ขอรับใบขับขี่มีความรู้ในการขับขี่อย่างปลอดภัย ตระหนักและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ การดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับขี่ต้องติดต่อด้วยตนเองทุกขั้นตอน ดังนั้น อย่าหลงเชื่อติดต่อกับบุคคลภายนอกที่อาสาดำเนินการแทนหรือแอบอ้างว่าจะได้รับใบขับขี่ แถบแม่เหล็ก โดยไม่ต้องผ่านการอบรมหรือไม่ต้องทดสอบอย่างเด็ดขาด นอกจากจะสูญเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นแล้ว อาจสูญเสียเอกสารหลักฐานสำคัญ ที่สำคัญจะได้รับใบขับขี่ แถบแม่เหล็กปลอมที่ไม่ได้ออกให้โดยหน่วยงานราชการ

Cr.ไทยรัฐ,Autodeft

8 ธ.ค. 2561

ลดน้ำหนัก จากการ “กินแตงกวา”

 ลดน้ำหนัก จากการ “กินแตงกวา”

ลดน้ำหนัก จากการ “กินแตงกวา”


ก่อนหน้านี้เทรนสายญี่ปุ่นด้วยการลดน้ำหนักที่ฮอตฮิตด้วยสูตรกล้วยลดน้ำหนักอันโด่งดังของญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อน เรามาฟื้นความทรงจำกันอีกสักรอบ สูตรนี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ Metabolism ของร่างกายเรา แนะนำโดยชายชาวญี่ปุ่นที่ชื่อฮามาจิ ซึ่งภรรยาของเค้าที่เป็นเภสัชกรที่ศึกษาด้านโภชนบำบัดและเวชศาสตร์การป้องกัน เป็นผู้แนะนำและดูแลโภชนาการที่ถูกต้องให้กับเค้า จากการวัดผลน้ำหนักตัวจริงจาก เครื่องชั่งน้ําหนัก ก่อนและหลัง สามารถวัดน้ำหนักร่างกาย มวลไขมัน มวลกระดูก มวลน้ำ มวลกล้ามเนื้อ ดัชนีมวลกาย และอัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐาน รวมทั้งหมดไว้ในเครื่องเดียว ผลที่ได้เขาสามารถลดน้ำหนักลงได้ตามที่ใจต้องการ อีกทั้งยังมีสุขภาพดีขึ้นด้วย

วิธีลดน้ำหนัก ด้วย กล้วยหอม
วิธีการง่ายมากเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ Metabolism โดยอาศัยหลักการที่ว่าเมื่อเส้นใยในกล้วยหอมเจอกับน้ำเปล่า มันจะไปขยายตัวในท้อง และช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ให้สะอาด สลายไขมันที่อุดตันอยู่ในเส้นเลือดออกมาได้ด้วย ซึ่งวิธีการลดน้ำหนักด้วยกินกล้วยมื้อเช้าที่นิยมได้แก่ กล้วยหอมและกล้วยน้ำว้า แล้วให้งดอาหารประเภทอื่น ให้กินเฉพาะกล้วยกี่ผลก็ได้จนกว่าเราจะรู้สึกอิ่ม แต่ต้องกินคู่กับน้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้องเท่านั้น ค่อยๆเคี้ยวช้าๆให้ละเอียด ดื่มน้ำตามมากๆ หากกินกล้วยไปหลายลูกแล้วแต่ยังรู้สึกหิว เพราะร่างกายยังไม่ชินกับการกินกล้วยมื้อเช้า แนะนำว่าอาจหาอะไรอย่างอื่นกินได้ในปริมาณที่จำกัด แต่ต้องผ่านการกินกล้วยไป 15 – 30 นาที

เทรนด์ ลดน้ำหนัก ด้วย แตงกวา
ส่วนปีนี้ที่มาแรงมากๆสำหรับเทรนด์การลดน้ำหนักของคนญี่ปุ่นในตอนนี้ก็คือ การกินแตงกวา จากการลงตีพิมพ์ในหลายๆบทความว่า มีบางคนกินแต่แตงกวาอย่างเดียวสามารถลดน้ำหนักลงได้ 11 กิโลกรัมภายใน 2 เดือน ทีวัดผลกันจริงจังด้วย เครื่องชั่งน้ําหนัก ลดน้ำหนักได้จริง ที่ฮิตกันขนาดนั้นก็เพราะ มีผลวิจัยเพิ่มออกมาว่า แตงกวา เป็นผักที่ มีเอนไซม์ชื่อ "phospholipase" ที่มีคุณสมบัติสลายไขมันและขจัดเซลลูไลท์อยู่ในปริมาณมากกว่าผักชนิดอื่น มีเส้นใยอาหารสูง มีแคลอรีต่ำ จึงถือว่าเป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการลดน้ำหนัก แต่ไม่แนะนำให้กินแตงกวาเพียงอย่างเดียว ควรกินอาหารชนิดอืนๆตามไปด้วยเป็นขั้นตอนจากคำแนะนำด้านล่าง

แตงกวาช่วยเรา ลดน้ำหนัก ได้อย่างไร
แตงกวามีแร่ธาตุ เอนไซม์และน้ำเป็นส่วนประกอบมากมาย จึงเหมาะกับเป็นอาหารลดน้ำหนักได้อย่างดี ช่วยสลายไขมันและขจัดเซลลูไลท์ เพราะกินมากก็จะไม่ทำให้อ้วน แตงกวา 100 กรัม ให้พลังงาน 19 กิโลแคลอรี่เท่านั้นแล้วแตงกวา มีวิตามิน แร่ธาตุ และเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้ แตงกวาทำหน้าที่เหมือนเป็นยาขับปัสสาวะ เหมาะกับคนที่ไตไม่ดี หรือมีอาการบวมน้ำ มีส่วนช่วยขับแอลกอฮอลล์ออกมาจากร่างกายผ่านปัสสาวะ จึงช่วยกำจัดอาการเมาค้าง ผู้เชี่ยวชาญการดูแลน้ำหนักชาวญี่ปุ่น มีหลักการง่ายๆมาแนะนำแบบไม่ทรมานตัวเอง คือ การเรียงลำดับอาหารที่กินให้ถูกต้อง ตามขั้นตอนดังนี้

วิธี ลดน้ำหนัก ด้วยการกินแตงกวา
1.กินอย่างไรไม่ให้อ้วน เริ่มต้นด้วยการกินแตงกวา 1-2 ลูก ก่อนทุกครั้ง โดยเคี้ยวช้าๆ เนื่องจากแตงกวานอกจากมีคุณสมบัติในการช่วยสลายไขมันและขจัดเซลลูไลท์ ช่วยลดน้ำหนักชั้นยอดแล้ว ยังมีเนื้อที่ค่อนข้างแข็ง ฉะนั้น เราก็จะต้องเคี้ยวนานกว่าผักชนิดอื่น และยิ่งเคี้ยวนานเท่าไร ก็จะทำให้กระเพาะของเรารับรู้การอิ่มได้เร็วขึ้น เราจึงควรเลือกหยิบแตงกวาเข้าปากเราก่อน
2.กินผักต้มหรือผักลวกตาม เนื่องด้วยแตงกวามีคุณสมบัติทำให้ร่างกายเย็น ฉะนั้นเพื่อเป็นการปรับสมดุลอุณหภูมิของร่างกายเราก็ต้องกินผักลวกที่อุ่นขึ้นตามเพื่อรักษาระดับการเผาผลาญของร่างกาย
3.ซดซุปผักใส่มิโซะ นอกจากเพื่อเพิ่มอรรถรสในการกินแล้วคุณสมบัติของมิโซะอีกอย่างหนึ่งก็คือ ช่วยชะลอการทำงานของไขมันและปรับสมดุลการทำงานของกระเพาะได้ด้วย
4.กินอาหารที่มีโปรตีนและปรุงด้วยผักเป็นหลัก เพื่อสร้างกล้ามเนื้อทดแทนไขมัน วิธีนี้กินอย่างไรไม่ให้อ้วนก็ใกล้ความเป็นจริง
5.กินข้าวสวยในปริมาณไม่เกิน 1 ถ้วยเล็กเป็นลำดับสุดท้าย แม้แป้งจากข้าวอาจเป็นตัวสร้างน้ำหนัก แต่ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เพื่อสุขภาพที่ดี แต่หากเราจำกัดปริมาณเพียงถ้วยเล็กก็ทำให้ได้สมดุลดี แต่เนื่องจากเราจัดมากินในลำดับสุดท้ายหลังจากกินหลายอย่างไปจนช่องว่างในกระเพาะเราเหลือน้อยลง เราก็จะกินข้าวน้อยลงนั่นเอง

เสริมมื้อเย็น แบบเบาๆ
กินอย่างไรไม่ให้อ้วน แนะนำให้กินมื้อเย็นเร็วขึ้นและพยายามกินไม่เกิน 6 โมงเย็น แต่หากติดธุระ ดึกสุดก็ไม่ควรกินอะไรหลัง 2 ทุ่ม อย่ากินมื้อเย็นตอนดึก เป็นเรื่องสำคัญมากมากที่คุณต้องไม่กินอาหารใดเลยอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพราะร่างกายต้องการแคลอรีน้อยมากตอนหลับ กินอะไรเข้าไปก็จะเป็นส่วนเกินทั้งนั้น เพียงเท่านี้น้ำหนักของคุณบน
ตาชั่ง เครื่องชั่งน้ําหนัก ก็ลดลงจนหน้าใจหาย เครื่องชั่งน้ําหนัก ยังสามารถวัดมวลไขมัน มวลกระดูก มวลน้ำ มวลกล้ามเนื้อ ดัชนีมวลกาย และอัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐานได้อีกด้วย รู้น้ำหนักแล้วยังรู้ว่าเรามีสุขภาพดีขึ้นอย่างไรบ้าง

Cr.มติชน,สนุก,healthy2balance

6 ต.ค. 2561

เทคโนโลยี Li-Fi


เทคโนโลยี Li-Fi



นักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จด้วยเทคโนโลยี Li-Fi ในการส่งข้อมูลด้วยความเร็วถึง 224 gigabits ซึ่งความเป็นไปได้ในการที่เทคโนโลยี Li-Fi ดังกล่าวจะเปลี่ยนทุกสิ่งเกี่ยวกับวิธีการใช้อินเตอร์เน็ตของเรานั้นมีสูงมาก และตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์ก็ได้เอาเทคโนโลยี Li-Fi ออกมาจากห้องแลปเป็นครั้งแรกและกำลังทดสอบมันอยู่ในออฟฟิศและสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งพวกเขาได้รายงานว่า พวกเขาสามารถรับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็ว 1 Gigabyte ต่อวินาที ซึ่งมากเป็น 100 เท่าของความเร็วเฉลี่ยของ Wi-Fi ในปัจจุบัน

เทคโนโลยี Li-Fi นั้นได้ถูกคิดค้นขึ้นโดย Harald Haas จาก University of Edinburgh ที่ประเทศ Scotland ในปี 2011 ตอนที่เขาได้สาธิตเป็นครั้งแรกว่าการเปิดปิดไฟจากหลอดไฟอัตโนมัติ (LED) เพียงหนึ่งดวงนั้นทำให้เขาสามารถส่งผ่านข้อมูลได้มากกว่าเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือทั้งต้นเสียอีก ซึ่งถ้าคิดย้อนกลับไปถึงตัวเลข 224 gigabits ต่อวินาทีแล้วล่ะก็ นั่นหมายถึงการดาวน์โหลดภาพยนตร์ขนาด 1.5 GB จำนวน 18 เรื่องในทุกๆ 1 วินาทีเลยทีเดียว

เทคโนโลยี Li-Fi ดังกล่าวนั้นใช้ Visible Light Communication (VLC) หรือการสื่อสารด้วยแสง ซึ่งเป็นสื่อการสื่อสารที่ใช้แสงสว่างที่อยู่ในคลื่นความถี่ระหว่าง 400 ถึง 800 terahertz (THz) โดยการทำงานของมันนั้นจะเหมือนกับรหัสมอสที่ก้าวหน้าไปมาก โดยการจุดและดับ หลอดไฟเปิดปิดอัตโนมัติตามรูปแบบหนึ่งๆนั้นจะสามารถสื่อถึงข้อความลับได้ ซึ่งการเปิดและปิดไฟอัตโนมัติ (LED) ด้วยความเร็วที่สูงมากนั้นสามารถจะนำไปเขียนและส่งผ่านข้อมูลในรูปแบบของ binary code ได้

ในขณะที่เราอาจจะกังวลว่าเทคโนโลยี Li-Fi ด้วยการเปิดปิดไฟอัตโนมัติ (LED)ให้กระพริบอยู่ในที่ทำงานนั้นจะทำให้เราทำงานไม่ได้ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะว่าหลอดไฟเปิดปิดอัตโนมัติ LED นั้นสามารถเปิดปิดด้วยความเร็วที่ตาเปล่าไม่สามารถรับรู้ได้

ส่วนข้อได้เปรียบของเทคโนโลยี Li-Fi ต่อ Wi-Fi ที่นอกเหนือจากความเร็วที่อาจจะสูงกว่ามากแล้วก็คือ การที่แสงนั้นไม่สามารถผ่านทะลุกำแพงได้ ซึ่งทำให้ เทคโนโลยี Li-Fi เป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยกว่ามาก และนั่นก็หมายถึงการรบกวนระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ที่น้อยลงด้วย และถึงแม้ว่าเทคโนโลยี Li-Fi อาจจะไม่ได้แทนที่ Wi-Fi ไปอย่างสิ้นเชิงภายในอีกหลายสิบปีข้างหน้า ทั้งสองเทคโนโลยีก็สามารถถูกนำมาใช้ร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเครือข่ายให้เพิ่มสูงขึ้นได้

บ้าน ที่ทำงาน และตึกอุตสาหกรรมต่างๆ ก็ได้มีการวางระบบพื้นฐานสำหรับการให้สัญญาณ Wi-Fi ไว้แล้ว ซึ่งการจะไปรื้อถอนสิ่งเหล่านั้นออกมาทั้งหมดเพื่อแทนที่มันด้วยเทคโนโลยี Li-Fi นั้นก็ไม่ค่อยจะเหมาะสมเท่าไหร่นัก ดังนั้นเราก็ควรจะเสริมความสามารถให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ที่เรามีอยู่ในตอนนี้ให้ทำงานกับ เทคโนโลยี Li-Fi ได้ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทีมวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกก็กำลังพยายามกันอยู่ในตอนนี้ 

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี Li-Fi ได้รายงานว่า Hass และทีมงานของเขาได้เปิดบริษัท PureLifi ซึ่งให้บริษัทแอพพลิเคสั่นสำหรับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายที่ปลอดภัยด้วยความเร็ว 11.5 MB ต่อวินาที ซึ่งมีความเร็วเทียบเท่ากับ Wi-Fi รุ่นแรก อีกทั้งบริษัท Oledcomm จากฝรั่งเศสเองก็กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการติดตั้งเทคโนโลยี Li-Fi ในโรงพยาบาลท้องถิ่นต่างๆ ด้วยเช่นกัน

หากการใช้งานเทคโนโลยี Li-Fi เหล่านี้ประสบความสำเร็จล่ะก็ ความฝันที่ Hass ได้กล่าวไว้ในปี 2011 ว่าทุกคนอาจจะได้ใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านไฟอัตโนมัติ (LED) ในบ้านของพวกเขาก็อาจจะเป็นจริงก็เป็นได้

Cr.วิชาการ