แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องบิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องบิน แสดงบทความทั้งหมด

29 ส.ค. 2558

เครื่องยนต์ที่ทันสมัยสุดในเครื่องบิน


เครื่องยนต์ที่ทันสมัยสุดในเครื่องบิน
เครื่องยนต์ที่ทันสมัยสุดในเครื่องบิน


เครื่องยนต์ Gas Turbine ถูกคิดค้นและสร้างขึ้นเป็นเครื่องแรกของโลกในปี ค.ศ. 1930 โดยนักบินทดสอบชาวอังกฤษ Frank Whittle ซึ่งนับไ้ด้ว่ามันคือเครื่องยนต์กังหันไอพ่นเครื่องแรกที่เกิดจากมันสมองและ ความอัจฉริยของมนุษย์สมัยนั้น  ในสมัยนั้นก็คงไม่มีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมืออำนวยความสะดวกเหมือนสมัย นี้ ที่มีทั้งเครื่องมือวัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เวอร์เนียคาลิปเปอร์ (Vernier Caliper ) ฯลฯ

แต่ อย่างไรก็ตาม เครื่องเจ็ตต้นแบบเครื่องแรกของโลกก็ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้งานบนอากาศยานแต่ อย่างใดเนื่องจาก Frank Whittle สร้างเจ้าเครื่องยนต์พลังสูงตัวนี้ด้วยขนาดที่เล็กเพื่อการทดสอบการทำงานแต่ เพียงอย่างเดียว เครื่องยนต์ชนิดนี้ต่อมาในภายหลังถูกเรียกว่า Turbo Jet Engine

อีก 6 ปีต่อมา ในช่วงปีค.ศ. 1936 นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ Dr.Hans Von Ohain ได้ทำการสร้างเครื่องยนต์ Gas Turbine เพื่อนำไปใช้งานกับเครื่องบินทดสอบ Heinkel He178 ของกองทัพอากาศเยอรมัน ซึ่งกลายเป็นอากาศยานแบบแรกของโลกที่ติดตั้งเครื่องยนต์เจ็ตหรือเครื่องแบบ Gus Turbine และทำการขึ้นบินเพื่อประเมินประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ Gus Turbine รวมถึงทดสอบสมรรถนะที่มีความแตกต่างจากเครื่องยนต์แบบลูกสูบในด้านของพลัง และการขับเคลื่อน

GP7200 เกิดจากการพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ให้แรงขับดันสูงเพื่อใช้ในเครื่องบินพาณิชย์ขนาดยักษ์ของบริษัท Airbus รุ่น A380 โดยความร่วมมือในการค้นคว้า ทดสอบและพัฒนาระหว่างสองบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการบินและการผลิตเครื่องยนต์ อากาศยาน นั่นก็คือบริษัท Pratt & Whitney และบริษัท GE Aircraft Engines

การรวมตัวกันของ Engine Alliance LLC บริษัทลูกที่แตกแขนงมาจาก Boeing มันเป็นเครื่องยนต์ Turbofan ที่ผลิตขึ้นใหม่หมดโดยใช้ส่วนประกอบของตัวเครื่องร่วมกันนำมาประกอบกันอย่าง เหมาะสม ด้วยเครื่องมือและเครื่องวัดขนาด(Vernier)ทีทันสมัย ทั้งสองบริษัทซึ่งเป็นการนำเอาข้อดีของเครื่องยนต์ที่ผลิตโดย Pratt & Whitney และบริษัท GE Aircraft Engines มาร่วมกันพัฒนาเพื่อทำให้เกิดเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่มีคุณลักษณะเหมาะสมที่ จะนำไปใช้งานในเครื่องบินโดยสารที่ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่โตที่สุดในโลกอย่าง Airbus A380

เครื่องยนต์ Turbofan GP7200 ถูกผลิตขึ้นโดยบริษัท Engine Alliance ซึ่งเป็นบริษัทที่เกิดจากการร่วมกันของ Pratt & Whitney กับ GE Aircraft Engines ดังกล่าวนั้น ทำให้เครื่องยนต์รุ่นล่าสุดนี้มีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในวงการบินในด้านการใช้ งาน และกลายเป็นจุดแข็งของทั้งสองบริษัท ไม่ว่าจะเป็นข้อดีในระบบต่างๆ จากเครื่องยนต์ในตระกูล GE90-115B ซึ่งประจำการอยู่ภายใต้ปีกของเครื่องบินโดยสารไฮเทคอย่าง Boeing777

เครื่อง ยนต์รุ่นนี้สามารถผลิตแรงขับดันมหาศาลจนขึ้นสู่ทำเนียบสถิติโลกในด้าน เครื่องยนต์ Turbofan ที่มีกำลังมากที่สุดในโลกเมื่อปีค.ศ. 2001 ด้วยแรงขับดันที่มากถึง 115,000 lbs

หลักสำคัญที่สุดในการทำงานของ เครื่องยนต์ Gus Turbine คือระบบควบคุมการจ่ายเชื้อเพลิงให้กับเครื่องยนต์ เนื่องจากเครื่องยนต์ชนิดนี้มีช่วงของการทำงานกว้างมากในด้านความสูงและความ เร็ว รวมถึงอุณหภูมิและปัจจัยต่างๆ ที่มีค่าไม่คงที่และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในระหว่างทำการบิน โดยจะส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ อัตราการจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้จึงต้องผ่านการคำนวณและทดสอบอย่าง หนัก

การสั่งการด้วยสมองกลคอมพิวเตอร์ที่มีความแม่นยำสูงสุด จากกล่องควบคุมของเครื่องยนต์ GP7200 วิศวกรของ Engine Alliance ได้นำเอาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าของเครื่องยนต์รุ่น GE90 และ CFM มาควบรวมเป็นระบบ Fadec III ซึ่งทำการปรับปรุง เพิ่มระบบการตรวจสอบ รวมถึงการวิเคราะห์ปัญหา สามารถช่วยลดการซ่อมบำรุงและเข้าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ปัญหาความล่าช้าในการบินซึ่งมักเกิดการ Delay ในระหว่างการเตรียมขึ้นทำการบินเดินทางลดลง

GP7200 เป็นเครื่องยนต์ที่มีความทันสมัยมากที่สุดแล้วในยุคนี้สำหรับการใช้งานใน กิจการบินของพลเรือนในรูปแบบพาณิชย์ มันถูกพัฒนาจนได้รับความเชื่อถือในระดับสูงสุด เป็นเครื่องยนต์ที่เหมาะเป็นเครื่องบินโดยสารและเครื่องบินลำเลียงทางทหาร ซึงต่างจับตามองด้วยความต้องการนำมาใช้งานจากคุณสมบัติดีเยี่ยมหลายประการ

เครื่อง ยนต์ GP7200  ที่มีความทันสมัยมากที่สุดในปัจจุบันนี้ ได้กลายมาเป็นทางเลือกใหม่ให้กับวงการบินพาณิชย์ในการเลือกใช้เครื่องยนต์ ที่มีประสิทธิภาพและสมรรถนะโดยรวมโดดเด่นกว่าเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนแบบอื่นๆ นับรวมแล้วมันมียอดสั่งซื้อเพื่อนำไปใช้งานถึง 230 ลำจากสายการบินชั้นนำทั่วโลก.

Cr.ไทยรัฐ,อาคม รวมสุวรรณ

5 มิ.ย. 2558

เครื่องบินพลังงานแสงอาทิตย์ ลงจอดที่ญี่ปุ่น

เครื่องบินพลังงานแสงอาทิตย์



"โซลาร์ อิมพัลส์ ทู" เครื่องบินพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องบินแห่งอนาคต ได้ร่อนลงจอดพักที่ญี่ปุ่นเพื่อซ่อมบำรุง ระหว่างบินรอบโลก เป็นครั้งแรก 

เครื่องบินพลังงานแสงอาทิตย์ "โซลาร์ อิมพัลส์ ทู" แวะลงจอดพักที่ญี่ปุ่นนานราว 1 สัปดาห์ เพื่อซ่อมแซมปีกที่ได้รับความเสียหายจากสภาพอากาศเลวร้าย  รายงานจากเมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น วันนี้ว่านายอังเดร บอร์ชแบร์ก และนายแบร์ทรองต์ ปิกการ์ มหาเศรษฐีนักธุรกิจชาวสวิส ซึ่งผลัดกันทำหน้าที่นักบินควบคุมเครื่องบิน "โซลาร์ อิมพัลส์ ทู" ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากแผ่นโซลาร์เซลล์ราว 17,000 แผ่น กล่าวว่าเครื่องบินอาจต้องพักการเดินทางที่ญี่ปุ่นนานอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อซ่อมแซมปีกด้านซ้ายที่ได้รับความเสียหายจากกระแสลมแรง


ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้ายระหว่างเดินทางจากจีนไปยังเกาะฮาวาย ทำให้เครื่องบินจำเป็นต้องขอลงจอดที่เมืองนาโกยาชั่วคราว ทั้งนี้ ทีมงานของโซลาร์ อิมพัลส์ ทู ยืนยันความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และทันทีที่การซ่อมแซมเสร็จสิ้น เครื่องบินจะออกเดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกต่อไปยังเกาะฮาวาย ซึ่งเป็นเส้นทางช่วงที่ 7 ของการเดินทาง


โดยเส้นทางการบินในช่วงนี้ถือว่ามีความ "ท้าทาย" มากที่สุด เนื่องจากเป็นระยะเทางไกลถึง 8,500 กิโลเมตร และเครื่องบินต้องเดินทางต่อเนื่อง 6 วัน 6 คืนโดยไม่หยุดพัก เครื่องบินโซลาร์ อิมพัลส์ ทู อยู่ระหว่างการสร้างภารกิจครั้งสำคัญ นั่นคือการเดินทางรอบโลกผ่านการลงจอดใน 12 เมือง เพื่อประชาสัมพันธ์การใช้ "พลังงานสีเขียว" ในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเครื่องบินออกเดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อวันที่ 9 มี.ค. และลงจอดที่กรุงมัสกัต เมืองหลวงของโอมานเป็นแห่งแรก ขณะที่บอร์ชแบร์กและปิกการ์จะรับหน้าที่เวียนกันเป็นนักบินตลอดการเดินทาง“

การนำพลังงานแสงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าผ่านแผงโซล่าเซลล์ (solar cell) สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย นำพลังงานมาเก็บเป็นรูปแบบพลังงานไฟฟ้าสำรอง หรือมาใช้เป็นโคมไฟแสงสว่าง  โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์  หรือ ที่เราเรียกทั่ว ๆ ไปว่า โคมไฟโซล่าเซลล์  หรือ นำไปใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลาย เหมือนในเครื่องบินพลังงานแสงอาทิตย์ "โซลาร์ อิมพัลส์ ทู"

การใช้พลังงานจากธรรมชาติ คือ แสงอาทิตย์ ซึ่งสะอาดและบริสุทธิ์ ไม่ก่อปฏิกิริยาที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ      เป็นการนำพลังงานจากแหล่งธรรมชาติมาใช้อย่างคุ้มค่าและไม่มีวันหมดไปจากโลก นี้  สามารถนำไปใช้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ทุกพื้นที่บนโลก และได้พลังงานไฟฟ้าใช้โดยตรง หรือจะเก็บสำรองไว้ใน แบตเตอร์รีสำรอง หรือ Solar Cell Charger    ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงอื่นใดนอกจากแสงอาทิตย์

รวมถึงไม่มีการเผาไหม้ จึงไม่ก่อให้เกิดมลภาวะด้านอากาศและน้ำ      ไม่เกิดของเสียขณะใช้งาน จึงไม่มีการปล่อยมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อม     ไม่เกิดเสียงและไม่มีการเคลื่อนไหวขณะใช้งาน จึงไม่เกิดมลภาวะด้านเสียง      เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่กับที่ และไม่มีชิ้นส่วนใดที่มีการเคลื่อนไหวขณะทำงาน จึงไม่เกิดการสึกหรอ     ต้องการการบำรุงรักษาน้อยมาก     อายุการใช้งานยืนยาวและประสิทธิภาพคงที่     มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย เคลื่อนย้ายสะดวกและรวดเร็ว
  

   ที่สำคัญช่วยลดปัญหาการสะสมของก๊าซต่างๆ ในบรรยากาศ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์, ซัลเฟอร์ไดออกไซด์, ไฮโดรคาร์บอน และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ ฯลฯ ซึ่งเป็นผลจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงจำพวกน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกิดปฏิกิริยาเรือนกระจก ทำให้โลกร้อนขึ้น เกิดฝนกรด และอากาศเป็นพิษ ฯลฯ


Cr.เดลินิวส์