แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สยามพารากอน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สยามพารากอน แสดงบทความทั้งหมด

13 พ.ค. 2558

เจนี่ โชว์ลีลาโหนผ้าในห้าง เสียวสุด ๆ ! (คลิป)



 ภายในงานฉลองครบรอบ 100 ปี เครื่องสำอางเมย์เบลลีน นิวยอร์ก  ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวานนี้  สาว "เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ" ได้โชว์โหนผ้าเหินเวหาสุดสวยงามในชุดแนบเนื้อ เรียกเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือของผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก 

เรียกเสียงฮือฮากันทั้งงานเลยทีเดียว เมื่อนางเอกสาว "เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ" ได้เปิดตัวมากับโชว์สุดอลังการ ในงาน 100 ปี เมย์เบลลีน นิวยอร์ก เพราะงานนี้ยิ่งเหมือนเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์สาวสุขภาพดี ที่มีความแข็งแรงสุดๆ

เมื่อเธอได้ โชว์การออกกำลังกาย หรือศิลปกรรมการห้อยโหนกลางอากาศ หรือที่เรียกว่า พิลาทีส ซึ่งกำลังเป็นที่ฮอตฮิตอยู่ในช่วงนี้

ถึงแม้จะรู้ว่าเธอชอบเล่นกีฬาชนิดนี้ แต่ถ้าไม่ได้เห็นกับตา ใครจะเชื่อว่านางเอกคนสวยอย่าง เจนี่ จะกล้าโชว์หวาดเสียว ตีลังกา พลิกหน้า พลิกหลัง กลางอากาศ โดยใช้ผ้าแค่เพียงผืนเดียวเป็นตัวพันธนาการร่างกายไม่ให้หลุดลงมา และใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ช่วยยึดไว้

ได้เห็นจะๆ แบบนี้ ต้องบอกเลยว่า หลุดยกมือขึ้นมาตบดังๆ ให้เธอคนนี้ ตลอดทั้งการโชว์ไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว

แหม่! คนอะไร ทั้งสวย ทั้งเก่ง ไม่รู้ว่าทุ่มเทขนาดนี้เพราะได้กำลังใจล้นหลามจากไฮโซคนสนิทหรือเปล่านะ...คริคริ


Cr.Sanook

10 มี.ค. 2558

"Festival des Metiers" ณ สยามพารากอน จาก Hermes

แอร์เมส เปิดนิทรรศการ "Festival des Metiers"

แอร์เมสเข้าสู่โลกแฟชั่นมายาวนาน จัดเป็นแบรนด์ระดับสูงทั้งด้าน "คุณภาพ" และ "ราคา" กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ลำดับต้น ๆ ของโลกได้ เบื้องหลังการทำงานของแบรนด์ซูเปอร์ลักเซอรี่ย่อมต้องไม่ธรรมดา ยอมทุ่มลงทุนด้วยเวลาและคัดสรรช่างฝีมือชั้นสูงมาประกอบสินค้าแบบชิ้นต่อชิ้น

ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นแอร์เมสเปิดหลังบ้านให้ชมการทำงานโดยมีช่างมืออาชีพมาสาธิตการทำแบบสดๆให้เห็นกับตา เพื่อดูว่าช่างแอร์เมสใช้ความพิถีพิถันในการทำงานมากขนาดไหน

ต้นเดือนมีนาคม  แอร์เมสได้ขนทัพช่างมือดีมาสาธิตการทำงาน ในรูปแบบนิทรรศการ "Festival des Metiers" ประหนึ่งยกช็อปที่ฝรั่งเศสมาไว้เมืองไทยที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นิทรรศการที่บอกเล่าความเป็นมาของแอร์เมสแบรนด์เก่าแก่กว่า 178 ปี ถ่ายทอดความสมบูรณ์ลงในแบรนด์ ตั้งแต่การคัดสรรวัสดุที่มีคุณภาพ การออกแบบที่ตอบโจทย์ในการใช้งานและสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร โดยมีหัวใจสำคัญคือ "ทำด้วยมือ" ด้วยทักษะความชำนาญของช่างฝีมือที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์และสืบต่อกันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น

ภายในงานนี้มีการสาธิตงานช่างฝืมือ 7 สาขา ที่บินตรงมาจากฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นช่างเครื่องหนัง, ช่างพิมพ์ผ้าไหม, ช่างอานม้า, ช่างทำลายผ้าไหม, ช่างทำเนกไท, ช่างทำนาฬิกา และช่างทำจิวเวลรี่

ทุกขั้นตอนผู้ชมสามารถดูการสาธิต และสอบถามผ่านล่ามที่คอยให้บริการทั้งภาษาไทยและอังกฤษตลอดทั้งงาน

หนึ่งในงานช่างที่ผู้คนสนใจเข้าเยี่ยมชมคือ"ผ้าพันคอไหม"อันมีที่มาจากผ้าพันคอของทหารในกองทัพนโปเลียน เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1928 ขนาด 90 ตร.ซม. หนัก 65 กรัม ความยากของผ้าพันคอแต่ละผืนคือ ทุกเส้นด้ายนำเข้าจากบราซิล ทออย่างละเอียด โดยผ้า 1 ผืนต้องใช้รังไหมแท้ถึง 250 รัง และเทคนิคการทอแบบ 16 รังไหม ขณะที่การผลิตทั่วไปใช้แค่ 8 รังไหม แอร์เมสมีช่างพิมพ์ระดับเซียนประมาณ 40 คนเท่านั้น รับแบบมาจากดีไซเนอร์ของแอร์เมส กว่าจะทอออกมาเป็นผืนผ้าได้ต้องใช้ระยะเวลากว่า 6 เดือน

วันนั้นช่างฝีมืออรหันต์จากแอร์เมสทำการพิมพ์ลายด้วยการซิลก์สกรีนด้วยมือล้วน ๆ ใช้สีกว่า 40 สี เรียกว่าต้องค่อย ๆ ทำไปทีละสี และต้องรอให้แห้งไปทีละสี ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงต่อสี เรียกว่าประณีตกันระดับอณูของเส้นด้ายเลยทีเดียวหากพบว่ามีสีที่ผิดเพี้ยนเพียงเล็กน้อยก็จะถูกคัดทิ้งทันที

ฉะนั้น การพิมพ์ลายให้เนียนสวยและงดงามอย่างที่เห็น จึงต้องใช้ช่างฝีมือระดับเทพ และมีขั้นตอนการทำกว่า 40 ขั้นตอนกว่าจะได้มาเป็นผ้าพันคอแต่ละผืน สามารถยกเทียบชั้นกับงานศิลปะภาพพิมพ์เลยก็ว่าได้

จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมผ้าพันคอของแอร์เมสบางผืนจึงมีราคาสูงกว่า 1 แสนบาท และยังเป็นของมีค่าที่นักสะสมนิยมเก็บและตามหามาไว้ในครอบครอง ไม่แพ้งานศิลปะของศิลปินดัง ๆ เลยทีเดียว

นับตั้งแต่ปี 1937 แอร์เมสผลิตผ้าพันคอมาแล้วกว่า 25,000 ลาย แต่ในปัจจุบันจะผลิตผ้าพันคอมาเพียง 2 ซีซั่น ประมาณ 20 ลายต่อปีเท่านั้น และอาจมีรุ่น Limited Edition ในโอกาสพิเศษต่าง ๆ โดยจะใช้เวลาคัดเลือกลวดลายที่จะนำมาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคมของทุกปี

นับเป็นชิ้นงานระดับมาสเตอร์พีซอาศัยทั้งเวลาฝีมือการอดทนรอคอยของทั้งดีไซเนอร์ ช่าง และคนรอซื้อจริง ๆ

ฝึก 3 ปีกว่าจะได้เย็บ Hermes


แอร์เมสมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 178 ปี โดยเริ่มต้นเมื่อปี 1837 "เทียร์รี่ แอร์เมส" (Thierry Hermes) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเริ่มทำกิจการผลิตอานม้าสำหรับผู้ขี่ม้า และกระเป๋าใบใหญ่ที่ใช้ในการเดินทางด้วยรถม้า โด่งดังในเรื่องการเย็บแบบ 2 เข็ม ที่แน่นและทนทาน เทคนิคนี้กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แอร์เมสใช้ต่อยอดผลิตเป็นสินค้าอื่น ๆ จนสินค้ากลายเป็นที่นิยมในหมู่ราชวงศ์และชนชั้นสูงฝรั่งเศส

หัวใจหลักของแอร์เมส คือ ความมุ่งมั่น ตั้งใจของช่าง และความสัมพันธ์ของช่างกับลูกค้า ช่างทำกระเป๋าแต่ละคนต้องได้รับการฝึกอบรมอย่างน้อย 3 ปีจึงได้รับอนุญาตให้ผลิตกระเป๋าได้ กระเป๋าแต่ละใบใช้เวลาเย็บไม่ต่ำกว่า 16-18 ชั่วโมง เมื่อลูกค้าต้องการส่งซ่อมช่างผู้ผลิตใบนั้น ๆ ก็ต้องซ่อมด้วยตนเอง

ด้วยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิต Hermes


ใช่ว่าคุณเป็นมหาเศรษฐีและมีเงิน ก็จะหาซื้อกระเป๋าแบรนด์นี้มาถืออวดสายตาคนได้ง่าย ๆ

แอร์เมสมีเงื่อนไขว่า ขายให้เฉพาะลูกค้าประจำเท่านั้น หรือไม่คนคนนั้นก็ต้องมีบุคลิกเหมาะสม

แม้มีเงื่อนไขที่ยุ่งยากชวนหงุดหงิดขนาดนี้ แต่ยอดสั่งจองถล่มทลายและต้องรอคอยกันนานข้ามปี แถมยังช่วงชิงสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นอีกด้วย เมื่อนำยุทธวิธีการผลิตที่ยากลำบากกับกลยุทธ์การตลาดที่เน้นเฉพาะลูกค้ากระเป๋าหนัก คัดสรรกลุ่มเป้าหมายชนชั้นสูง ผู้ดีมีฐานะและบุคคลที่มีชื่อเสียง

แอร์เมสเปรียบเสมือนสินค้าที่บ่งบอกสถานะทางสังคมกับกลยุทธ์การตลาดแบบ Waiting List ที่ยิ่งทำให้กลายเป็นที่ต้องการมากขึ้น เรียกได้ว่า "ยิ่งหายาก ยิ่งอยากได้"

Cr.ประชาชาติธุรกิจ

18 ก.พ. 2558

ฉลองตรุษจีนในกรุงเทพ และต่างจังหวัด รับปีแพะ 2558

สยามพารากอน  จัดงาน "สยาม ไชนีส นิวเยียร์ 2015" ฉลองตรุษจีนปีมะแม


ฉลองตรุษจีนแสดง‘60พรรษามิ่งมหาบารมี’  ณ สยามพารากอน

กลุ่มสยามจัดงาน‘สยาม ไชนีส นิวเยียร์ 2015’ ฉลองตรุษจีนปีมะแม จัดแสดงชุด ‘60 พรรษามิ่งมหาบารมี’ ททท.จัดงานไชน่าทาวน์เยาวราช

             18ก.พ.2558 สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ จัดงาน "สยาม ไชนีส นิวเยียร์ 2015" ฉลองตรุษจีนปีมะแม โดยมีการแสดงชุด "60 พรรษามิ่งมหาบารมี" การเชิดพญามังกรทองยาว 30 เมตร และขบวนทัพ 61 สิงโตมหามงคล โดยนักเชิดกว่า 200 ชีวิต ที่ลานพาร์ค พารากอน ชั้น เอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอน

"เทศกาลตรุษจีนไชน่าทาวน์ เมืองเชียงใหม่ 2558” ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558

ททท.จัดงานตรุษจีนไชน่าทาวน์เยาวราช

              ศูนย์วัฒนธรรมจีนประจำประเทศไทย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ร่วมจัดงาน เทศกาลตรุษจีนไชน่าทาวน์เยาวราชและเทศกาลตรุษจีนในภูมิภาค ปี 2558 “มะแมเบิกฟ้า เฉลิมหล้ามหามงคล พูนผลเยาวราช” เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา พร้อมทั้งสานสัมพันธไมตรี 40 ปี ไทย – จีน และเฉลิมฉลองปีใหม่ในงานเทศกาลตรุษจีนในประเทศไทย โดยสนับสนุนกิจกรรมระดับประเทศรวม 12 พื้นที่ ต้อนรับนักท่องเที่ยวเชื้อสายจีนในต่างประเทศ นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และกระจายตัวสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย

              นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)กล่าวว่า “เทศกาลตรุษจีนไชน่าทาวน์เยาวราช และเทศกาลตรุษจีนในภูมิภาค ประจำปี 2558” เป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับสากล โดยในปีนี้ ททท. สนับสนุนการจัดงานใน 12 พื้นที่หลักทั่วประเทศ ได้แก่

              - งานตรุษจีนเยาวราชกรุงเทพมหานคร “มะแมเบิกฟ้า เฉลิมหล้ามหามงคล พูนผลเยาวราช”

              - งานตรุษจีน ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต ครั้งที่ 16 จังหวัดภูเก็ต

              - ตรุษจีนโคราช 58 เฮง เฮง เฮง ตอน ตามรอยขงจื้อ จังหวัดนครราชสีมา

              - ราชบุรีไชน่าทาวน์ 2015 จังหวัดราชบุรี

              - งานประเพณีตรุษจีนจังหวัดเพชรบุรี ประจำปี 2558

              - เทศกาลตรุษจีนนครตรังและมหกรรมอาหารตรังดังทั่วโลก จังหวัดตรัง

              - ตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 7 ปี มังกรสวรรค์ จังหวัดสุพรรณบุรี

              - 99 ปี พลังแห่งศรัทธา สืบสานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์

              - Hatyai Chinese New Year Festival 2015 จังหวัดสงขลา

              - ตรุษจีนกรุงเก่าอยุธยามหามงคล ครั้งที่ 9 ประจำปี 2558 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

              - เทศกาลตรุษจีนเมืองพัทยา2558 จังหวัดชลบุรี

              - งานไชน่าทาวน์เมืองเชียงใหม่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 16กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2558 (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.tourismthailand.org หรือเบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย 1672) ​


​              พิเศษในปีนี้ เป็นโอกาสเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน และก้าวเข้าปีที่ 11 ของความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมกับการท่องเที่ยวระหว่าง ททท. และกระทรวงวัฒนธรรม สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้นำการแสดงทางวัฒนธรรมชุดพิเศษจากหลายเมืองของสาธารณรัฐประชาชนจีน อาทิ การแสดงจากนครหางโจว การแสดงจากเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน การแสดงจากมณฑลจี๋หลิน การแสดงจากมณฑลอันฮุย การแสดงจากเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย การแสดงจากมณฑลซานซี การแสดงจากนครต้าเหลียน การแสดงจากมณฑลฝูเจี้ยน การแสดงจากนครเทียนจิน และการแสดงจากเมืองลั่วหยาง มณฑลเหอ หนาน รวมนักแสดงมากกว่ากว่า 180 คนมาร่วมแสดงในเทศกาลตรุษจีนครั้งนี้ เพื่อให้เกิดความหลากหลายและเกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและนำไปสู่ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้ปีท่องเที่ยววิถีไทย (Discover Thainess)

​              สำหรับไฮไลท์สำคัญของการจัดกิจกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้แก่ การแสดงหน้าพระที่นั่งในพิธีเปิดเทศกาลตรุษจีนเยาวราช บริเวณวงเวียนโอเดียน ถนนเยาวราช ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งปีนี้ ททท. ได้คัดเลือกการแสดงจากเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย ในชุด “สายน้ำคนโททอง” และการแสดงจากประเทศไทย ชุด “จตุรภาครวมใจถวายพระพร” เป็นการแสดงเพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในโอกาสมหามงคลในปีนี้

​              ทั้งนี้ นอกจากการแสดงหน้าพระที่นั่งแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ชมการแสดงดังกล่าวที่บริเวณเวทีใหญ่งานตรุษจีนเยาวราชอีกด้วย โดยในวันนี้( 18กุมภาพันธ์ 2558) ยังได้มีการจัดการแสดงรอบพิเศษ โดยรวมสุดยอดการแสดงจาก 10 มณฑล ของสาธารณรัฐประชาชนจีนให้ผู้สนใจได้ชม ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยตั้งแต่เวลา 13.30-16.30 น.

              นายเซี่ยง จ้าว หลุน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวัฒนธรรม สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับคนทั่วโลกที่กำลังเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนอยู่ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดสมความปรารถนา จีนและไทยมีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดและวัฒนธรรมกันมานานจนครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 40 ปีในปีนี้ และตั้งแต่ที่จัดเทศกาลตรุษจีนมาก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกฝ่าย ส่งผลให้ประชาชนทั้งสองประเทศมีความเข้าใจและสนิทสนมทางวัฒนธรรมระหว่างกันมากขึ้น จึงหวังว่าไทยจะให้การสนับสนุนต่ไป เป็นเสมือนบ้านแห่งวัฒนธรรมและบ้านหลังที่ 2 ของชาวจีน



Cr.คมชัดลึก, Hotels Thailand