แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฝรั่งเศส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฝรั่งเศส แสดงบทความทั้งหมด

26 มิ.ย. 2558

รถตุ๊กตุ๊กพลังแสงอาทิตย์


รถตุ๊กตุ๊กพลังแสงอาทิตย์

ผลงานสุดยอดของ นศ. ชาวฝรั่งเศส วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หลักสูตร Double Degree สร้างนวัตกรรม รถตุ๊กตุ๊กพลังแสงอาทิตย์ พลังธรรมชาติและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ทดลองวิ่งจริงจากกรุงเทพฯ สู่ฝรั่งเศส  ระยะทางประมาณ 20,000 กิโลเมตร ตะลุย 16 ประเทศ 120 วัน ขณะที่ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco University) และมุ่งสู่ มหาวิทยาลัยมหิดลแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน (Mahidol Sustainable University)

วันนี้ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัวโครงการ Pilgreens project ของ 2 นักศึกษาหลักสูตร Double Degree ชาวฝรั่งเศส ระหว่างวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล กับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยตูลูส ประเทศฝรั่งเศส โดยนักศึกษาทั้ง 2 คน จะขับรถตุ๊กตุ๊กพลังแสงอาทิตย์ คันแรกของโลก ซึ่งจะออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ไปยังเมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศสในวันที่ 10 ตุลาคม 2558 ใช้เวลา 120 วัน ผ่าน 16 ประเทศ อาทิ ไทย ลาว จีน รัสเซีย ตรุกี ออสเตรีย เยอรมนี และ ฝรั่งเศส รวมระยะทาง 20,000 กิโลเมตร

รศ.นพ.ปรีชา สุนทรานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมา ได้ดำเนินการนโยบายต่างๆ เพื่อทำหน้าที่ดูแลสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน เช่น ดำเนินการมหาวิทยาลัยได้มีนโยบาย เช่น การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว โดยเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง จนทำให้ในปี 2556 มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับการคัดเลือกเป็นสถาบันการศึกษาสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันดับ 1 ของประเทศไทย อันดับ 4 ของเอเชีย และอันดับ 31 ของโลก

รวมถึงได้พยายามส่งเสริสนับสนุนบุคลากรและนักศึกษาให้หันมาใช้ พลังงานทดแทน พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานไฟฟ้า น้ำ และเชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่า นำพลังงานแสงอาทิตย์เปลี่ยนเป็นแสงสว่างด้วย โคมไฟโซล่าเซลล์ เป็นต้น ดังนั้น มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะมหาวิทยาลัยที่มีบทบาทในการช่วยชี้นำสังคม จึงได้สนับสนุนโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นการเผยแพร่ ส่งเสริมให้เห็นถึงประโยชน์ในการใช้พลังงานไฟฟ้า กระตุ้นให้เกิดการเห็นคุณค่าในการใช้พลังงานอย่างประหยัด คุ้มค่าโดยใช้ระบบความรู้ เข้ามาบริหารจัดการ โดย มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งเป้าเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco University) และมุ่งสู่มหาวิทยาลัยมหิดลแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน (Mahidol Sustainable University)

“โครงการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เกิดจากนักศึกษาของ มหาวิทยาลัยมหิดล แม้พวกเขาจะเป็นนักศึกษาจากประเทศฝรั่งเศส แต่การได้มาเรียนที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีการบริการหลักสูตร กิจกรรม ส่งเสริมการลดใช้พลังงาน และรู้จักใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ทำให้พวกเขาเกิดแนวคิดใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ให้คนไทยและคนต่างชาติในแต่ละประเทศที่พวกเขาเดินทางเข้าใจและ ตระหนักในการดูแลใส่ใจสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานทดแทน จึงอยากฝากคนไทยทุกคนติดตามและให้กำลังใจนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลที่เดิน ทางโดยรถตุ๊กตุ๊กพลังแสงอาทิตย์ในครั้งนี้” รศ.นพ.ปรีชา กล่าว

ด้าน รศ.ดร.อรรณพ ตันละมัย คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า วิทยาลัยการจัดการ ได้จัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาโท ซึ่งโครงการนี้ เป็นหลักสูตร Double Degree ความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยมหิดล กับ มหาวิทยาลัยตูลูส ที่ได้ร่วมกันจัดการเรียนการสอน การเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษา เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความต้องการที่จะศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่ม เติม นำมาคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา ซึ่งไม่ใช่การเรียนรู้เพียงองค์ความรู้เท่านั้น แต่ให้นักศึกษาได้รู้จักคิด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนำสิ่งที่เรียนรู้ประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น
  
 
นายลูดวิก แมร์ส นักศึกษาหลักสูตร Double Degree กล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกคนในโลกต้องช่วยกัน ไม่เช่นนั้นอาจต้องเผชิญปัญหาภัยพิบัติอีกมากมาย โดยเฉพาะการใช้รถของผู้คนที่นับวันจะปล่อยมลพิษจากการใชัพลังงานเชื้อเพลิง มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งพวกเราเห็นรถตุ๊กตุ๊กพลังแสงอาทิตย์ของไทยและเกิดไอเดียว่าจะพัฒนาเป็น รถตุ๊กตุ๊กพลังแสงอาทิตย์ และขับจากประเทศไทยไปประเทศฝรั่งเศส จึงเสนอไปยังมหาวิทยาลัย และรู้สึกดีใจที่มหาวิทยาลัยสนับสนุน

เพราะการขับรถตุ๊กตุ๊กพลังแสงอาทิตย์ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเผยแพร่ความเป็นไทยผ่านรถตุ๊กตุ๊กพลังแสงอาทิตย์เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้คนทั่วโลกได้เห็นว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะช่วยให้มนุษย์สามารถใช้พลังงานสะอาดจากธรรมชาติ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นพลังน้ำ พลังแสงอาทิตย์ ที่สามารถนำมาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า พลังความร้อน และ พลังแสงสว่าง เก็บไว้เป็นพลังงานสำรอง หรือ นำประยุกต์ใช้เป็นโคมไฟโซล่าเซลล์ เพื่อให้แสงสว่างในยามค่ำคืน

   
“กว่า 1 ปีที่มาเรียนที่วิทยาลัยฯได้ส่งเสริมให้ผู้เรียน เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ผมและเพื่อนชาวฝรั่งเศสจึงได้เริ่มโครงการดังกล่าว เพื่อพิสูจน์และสำรวจว่าคนทั่วโลกมีความเข้าใจและสนใจการใช้รถพลังงานไฟฟ้า และพลังงานแสงอาทิตย์อย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้รถพลังงานไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ข้ามประเทศ รวมถึงทำให้คนทั่วโลกตระหนัก และหันมาสนใจการใช้พลังงานทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องเผชิญมลภาวะที่ส่งผลต่อสุขภาพ และที่สำคัญ จะช่วยยืนยันว่าสามารถนำพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในการเดินทางคมนาคมขน ส่งได้จริง”นายลูดริก กล่าว
 
  
ทั้งนี้ สำหรับรถตุ๊กตุ๊กพลังแสงอาทิตย์ ครั้งแรกของโลกที่เดินทางจากกรุงเทพฯไปฝรั่งเศส ได้มีการติดตั้งแผนโซลาร์เซลล์บนหลังคารถ โดยกักเก็บไว้ในแบตเตอรีลิเธียม 72 โวลต์ ความจุ 30 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง สามารถเดินทางได้ 200 กิโลเมตรต่อการชาร์ตไฟ 1 ครั้ง (6 - 8 ชั่วโมง) คิดเป็นค่าไฟ 0.7 บาทต่อกิโลเมตร หรือ 14,000 บาท ตลอดการเดินทาง ซึ่งนักศึกษาผู้เดินทางครั้งนี้ เชื่อว่า ด้วยการเตรียมพร้อมทั้งด้านการซ่อมบำรุง ความปลอดภัย การเดินทางจากกรุงเทพฯถึงฝรั่งเศสภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2558 รวมเวลา 120 วัน จะตรงตามวันที่กำหนดอย่างแน่นอน ติดตามให้กำลังใจนักศึกษากลุ่มนี้ ได้ที่ www.cmmu.mahidol.ac.th

Cr.ผู้จัดการ ,ม.มหิดล ,เล่าสู่กันฟัง , Asia21st 

24 มี.ค. 2558

เครื่องบิน ตกในฝรั่งเศส (คลิป)

เครื่องบินตกในฝรั่งเศส คาดไม่มีผู้รอดชีวิต

เกิดเหตุเครื่องบินของสายการบิน "เยอรมันวิงส์" ของเยอรมนีตกในภาคใต้ของฝรั่งเศสพร้อมผู้โดยสารกว่าร้อยชีวิต รัฐบาลฝรั่งเศสคาดไม่มีผู้รอดชีวิต

ทางการฝรั่งเศสเปิดเผยว่า เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ320 ของประสบเหตุตก ในบริเวณเทือกเขาแอลป์สทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสในวันนี้ (24 มี.ค.)

ครื่องบินลำนี้เป็นของสายการบินเยอรมันวิงส์ ซึ่งอยู่ในเครือของสายการบินลุฟต์ฮันซาของเยอรมนี และเป็นเที่ยวบินที่บินจากเมืองบาร์เซโลนาของสเปนไปยังเมืองดุสเซลดอร์ฟของเยอรมนี เครื่องบินรุ่นนี้ถูกออกแบบให้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 150-180 ที่นั่ง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเครื่องบินลำที่ประสบเหตุบรรทุกผู้โดยสาร 144 คนและลูกเรือ 6 คน

เครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ320 ของประสบเหตุตก ในบริเวณเทือกเขาแอลป์ส

ขณะที่ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ของฝรั่งเศส และรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมฝรั่งเศส แถลงว่า มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะไม่มีผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ พร้อมแสดงความเสียใจต่อญาติของผู้ที่อยู่บนเครื่องบิน ด้านรัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส นายแบร์นาร์ด กาฟเนิฟ ระบุว่า มีผู้พบซากเครื่องบินแล้ว และกำลังเร่งเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ

ทำเนียบประธานาธิบดีเปิดเผยว่า นายออลลองด์ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิลของเยอรมนี และกษัตริย์ เฟลิเป้ที่ 6 ของสเปนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว

สำหรับสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผย แต่สำนักงานการบินพลเรือนแจ้งว่า เครื่องบินลำดังกล่าวส่งสัญญาณฉุกเฉินเมื่อเวลา 10:47 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 16.47 น.ตามเวลาไทย

ด้านนายคาร์สเทน สปอห์ร หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอของลุฟต์ฮันซา บริษัทแม่ของสายการบินเยอรมันวิงส์ ทวีตว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเที่ยวบิน 4ยู 9525 เขารู้สึกเห็นใจครอบครัวและเพื่อน ๆ ของผู้โดยสารและลูกเรือในเที่ยวบินนี้อย่างมาก หากมีการยืนยันว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นจริง ก็จะเป็นวันที่มืดมนสำหรับลุฟต์ฮันซา และได้แต่หวังว่าจะพบผู้รอดชีวิต

ก่อนหน้านี้ สายการบินเยอรมันสวิงส์ ยังไม่เคยมีประวัติว่าเคยประสบอุบัติเหตุมาก่อน


หน่วยกู้ภัยเดินทางเข้าถึงจุดเครื่องบินสายการบินเยอรมันวิงส์ ประสบอุบัติเหตุตกบริเวณเทือกเขาแอลป์ ในเขตประเทศฝรั่งเศสแล้ว

เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศส ระบุว่า หน่วยกู้ภัยสามารถกู้กล่องดำของเครื่องบินได้แล้ว โดยอยู่ระหว่างการส่งกลับมาเพื่อดำเนินการตรวจสอบในทันที

เครื่องบินของสายการบินราคาประหยัดเยอรมนีเที่ยวบินนี้ อยู่ระหว่างการเดินจากเมืองบาร์เซโลนา ของสเปน ไปยังเมืองดุสเซลดอร์ฟ ในเยอรมนี ซึ่งสายการบินเชื่อว่า บนเครื่องบินมีผู้โดยสารชาวเยอรมนีอยู่ราว 67 คน รวมถึงเด็กนักเรียนมัธยมปลายจำนวน 16 คน ที่กำลังเดินทางกลับบ้าน หลังเสร็จสิ้นโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนในสเปน

เจ้าหน้าที่เผยด้วยว่า จุดที่เครื่องบินตกนั้น มีความเสียหายอย่างหนัก โดยการสำรวจเบื้องต้นดูเหมือนว่า เครื่องบินจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แทบไม่เหลือชิ้นส่วนที่สมบูรณ์เลย และไม่มีร่องรอยว่ามีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งคาดว่าอาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ทั้งหมด เนื่องจากจุดที่ตกเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงยาก มีหิมะปกคลุม และมีรายงานว่ากำลังจะเกิดพายุขึ้นในบริเวณดังกล่าว



Cr.กรุงเทพธุรกิจ,BBC