แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทอม ครูซ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทอม ครูซ แสดงบทความทั้งหมด

29 ก.ค. 2558

ฉากเสี่ยงตาย Mission: Impossible

 
ฉากเสี่ยงตาย Mission: Impossible
ฉากเสี่ยงตาย Mission: Impossible


Mission: Impossible เป็นภาพยนตร์แฟรนไชส์สายลับที่สร้างติดต่อกันมา5 ภาคแล้ว และเป็นหนึ่งในแอ็คชั่นสายลับสุดคลาสสิคที่แฟนหนังทั่วโลกจดจำได้มากที่สุด โดยในแต่ละภาคประสบความสำเร็จและมีฉากระดับตำนานที่เป็นจุดขายจนเป็นที่จดจำ อีธาน ฮันท์ รับบทโดย ทอม ครูซ จะต้องห้อยโหน โจนทะยานไปกับฉากเสี่ยงตายหลายรูปแบบ ซึ่งนั่นกลายเป็นเสน่ห์ของ Mission: Impossible  ที่ แตกต่างจากหนังเรื่องอื่น เพราะส่วนใหญ่ ทอม ครูซ จะลงทุนเล่นเองโดยไม่ใช้สตั๊นท์แมนเพื่อความสมจริง วันนี้มาดูฉากเบื้องหลังภาคที่ผ่านมา จะพาทุกคนย้อนรำลึกไปกับ 4 ฉากในตำนานและอีก 1 ฉากเสี่ยงตายของทอม ครูซ จากหนังแฟรนไชส์สุดระห่ำนี้

1. Mission: Impossible
อีธานฮันท์ หัวหน้าหน่วย Mission Impossible Force (IMF) ถูกป้ายความผิดว่าอยู่เบื้องหลังฉากฆาตกรรมลูกน้องของตัวเอง เขาจึงต้องพิสูจน์ความบริสุทธื์ด้วยการเข้าไปล้วงข้อมูลในกองบัญชาการของ CIA เพื่อนำข้อมูลลับที่ถูกขโมยไปกลับคืนมา  ฉากลุ้นระทึกที่ทำเอาคนดูต้องลุ้นเกร็งจนเหงื่อตกก็คือฉากที่อีธาน ห้อยตัวลงมาเอาข้อมูลโหลดใส่แผ่นดิสก์ ซึ่งหากเท้าหรือสิ่งแปลกปลอม แตะพื้นแม้แต่นิดเดียวสัญญาณเตือนภัยจะส่ง เสียงดัง โดยระหว่างนั้นเหงื่อของอีธานก็จะหยดลงพื้นพอดีด้วย งานนี้เล่นเอาคนดูลุ้นตามไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น 

ฉากเสี่ยงตาย Mission: Impossible


2. Mission: Impossible II
อีธาน ฮันต์ ถูกตามตัวให้มาปฏิบัติภารกิจทำลายเชื้อไวรัสจากกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่วางแผนจะแพร่เชื้อและขายยาต้านไวรัสในราคาที่สูง อีธานจึงต้องเข้ามายับยั้งแผนร้ายนี้ ซึ่งผู้ก่อการร้ายก็คือ ฌอน แอมโบรส  อดีตสายลับใน IMF เอง โดยฉากขายของภาคนี้มาตั้งแต่เปิดเรื่องเมื่อทอม ครูซ เสี่ยงตายด้วยการปีนหน้าผาสูง แบบไม่ใช่สลิงห้อยโหนแต่อย่างใด มุมกล้องเผยให้เห็นความเวิ้งว้างเบื้องล่าง ยิ่งทำให้คนดูเสียววาบไปกันใหญ่ ความระทึกของฉากนี้อยู่ตรงที่การกระโดดของอีธาน ที่เผลอรูดไปกับหน้าผาก่อนจะใช้มือจับขอบหน้าผาไว้ได้ จนปีนมาสู่ยอดบนสุด 

ฉากเสี่ยงตาย Mission: Impossible


3. Mission: Impossible III
อีธานลาออกจากการทำงานเป็นสายลับเพื่อไป ใช้ชีวิตรักตามปกติ แต่แล้วก็ดันโดนตามตัวด่วนให้มาปฏิบัติภารกิจที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะลูก น้องของเขาถูกจับตัวไป การกลับมารับบทสายลับจึงเริ่มต้นอีกครั้ง โดยฉากที่น่าจดจำของภาคนี้คงจะหนีไม่พ้นฉากการแอ็คชั่นบนสะพาน เมื่อขีปนาวุธยิงถล่มทำให้การจราจรบนเกิดโกลาหล สะพานพังในขณะที่รถของอีธานพลิกคว่ำ บนฟ้ายังมีเฮลิคอปเตอร์สาดกระสุนลงมาอีก ความโดดเด่นของฉากนี้อยู่ที่การจัดเต็มเอฟเฟ็กต์ระเบิดจัดหนัก ทั้งเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์  

ฉากเสี่ยงตาย Mission: Impossible


4. Mission: Impossible – Ghost Protocol
อีธาน ฮันต์ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากคุกในมอสโก ของรัสเซีย ภารกิจในครั้งนี้คือการไปค้นหาเอกสารลับที่อยู่ใน พระราชวังเครมลิน แต่ก็โดนบุกโจมตี ฮันต์หลบหนีไป ในขณะที่รัสเซียเริ่มประกาศสงครามกับสหรัฐ โดยทางสหรัฐได้เริ่มปฏิบัติการไร้เงา ฉากระทึกที่หลายคนชื่นชอบในภาคนี้คือฉากที่อีธาน ปีนตึกสูงในดูไบ โดยใช้เพียงถุงมือเหนียวหนึบ ซึ่งฉากนี้ครูซลงทุนเล่นด้วยเอง สร้างความระทึกมากๆ เพราะมุมกล้องถ่ายให้เห็นความสูงของตัวอาคาร ในขณะที่ข้างนอกเกิดพายุทะเลทรายกำลังพัดเข้ามาด้วย งานนี้ความระทึกจึงไม่ได้อยู่ที่ความสูงเท่านั้น เพราะว่าเจ้าถุงมือสุดไฮเทคเกิดพลังงานหมดด้วย งานนี้จึงทำให้อีธานต้องปีนตึกด้วยมือเปล่า เห็นแล้วเสียวสุดๆ 

ฉากเสี่ยงตาย Mission: Impossible


5.Mission: Impossible – Rogue Nation
เมื่อหน่วย IMF กำลังถูกยุบ แถมอีธาน ฮันต์ก็พบว่าตัวเองกำลังถูกตามล่าจากองค์กรลับที่ชื่อว่า Syndicate  ปฏิบัติการแอ็คชั่นจึงกลับมาเริ่มอีกครั้ง ในภาคนี้มีฉากเสี่ยงตายที่ทำเอาหลายคนอึ้งมากๆ ซึ่งเป็นฉากที่ทอม ครูซ เกาะเครื่องบิน โดยไม่ใช้สตั๊นท์แมน ซึ่งถือว่าอันตรายมากเพราะเครื่องบิน เหาะจริง เหินฟ้าจริง ในขณะที่ร่างของครูซมีเพียบสลิงเส้นเดียวเกาะติดร่างเอาไว้ และความแรงที่เกิดจากความเร็วของเครื่องบินก็เสี่ยงที่จะทำให้เขาตกลงมาได้ ซึ่งเราจะได้ชมฉากนี้เต็มๆ 29 ก.ค.นี้ รอบ หลัง 3 ทุ่ม เป็นต้นไป


ฉากเสี่ยงตาย Mission: Impossible


Cr.เมเจอร์,ข้อมูลอัพเดท ,เล่าสู่กันฟัง  





ทอม ครูซ : Mission Impossible

 
Mission: Impossible
Mission: Impossible
ทอม ครูซ คือนักแสดงที่คนทั่วโลกชื่นชม ผู้สร้างผลกระทบให้กับวงการภาพยนตร์จนประเมินค่าไม่ได้ ด้วยการสร้างสรรค์ตัวละครที่อยู่ในความทรงจำมากที่สุดตลอดกาลในภาพยนตร์ที่ เป็นตำนานอย่าง“Top Gun,” “Jerry Maguire,” “Risky Business,” “Minority Report,” “Interview with the Vampire,” “A Few Good Men,” “The Firm,” “Rain Man,” “Collateral,” “The Last Samurai, “ “Edge of Tomorrow” และ “The Color of Money”

ในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์ เขาได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในทุกแง่มุมของงานสร้างภาพยนตร์ ความสามารถที่หลากหลายของครูซ ปรากฎให้เห็นในภาพยนตร์และบทบาทที่เขาเลือกแสดง เขามีผลงานภาพยนตร์ 39 เรื่อง และหลายเรื่องที่เขาทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างรวมถึง Mission: Impossible 

เขา ยังได้ร่วมงานกับผู้กำกับเก่งๆ มากมาย ซึ่งรวมถึง ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า, ริดลี่ย์ สก็อตต์, โทนี่ สก็อตต์, มาร์ติน สกอร์เซซี่, แบร์รี่ เลอวินสัน, โอลิเวอร์ สโตน, รอน ฮาวเวิร์ด, ร็อบ ไรเนอร์, ซิดนี่ย์ พอลแล็ค, นีล จอร์แดน, ไบรอัน เดอ พัลม่า, คาเมรอน โครว์, สแตนลี่ย์ คูบริค, พอล โธมัส แอนเดอร์สัน, เอ๊ด ซวิค, สตีเว่น สปีลเบิร์ก, ไมเคิล มานน์, เจเจ อับรามส์, โรเบิร์ต เร็ดฟอร์ด, แบร็ด เบิร์ด, ดั๊ก ไลแมน และคริส แม็คควอร์รี่

ครูซประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะนักแสดง ผู้อำนวยการสร้าง และยังเป็นคนใจบุญสุนทานนับแต่อยู่ในวงการมานานกว่าสามทศวรรษ เขาเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 3 ครั้ง และได้รับรางวัลลูกโลกทองคำถึง 3 รางวัล ผลงานภาพยนตร์ที่เขาแสดงเอาไว้ทำรายได้จากทั่วโลกไปมากกว่า 8 พันล้านดอลล่าร์ ถือเป็นความสำเร็จที่ไม่มีใครทัดเทียม ภาพยนตร์ของครูซ 18 เรื่อง สามารถทำรายได้ในอเมริกาได้มากกว่า 100 ล้าน และมี 21 เรื่องที่สามารถทำรายได้จากทั่วโลกไปมากกว่า 200 ล้าน

Mission: Impossible - Ghost Protocol” เปิดตัวฉายในเดือนธันวาคม ปี 2011 และทำรายได้ไปเกือบ 700 ล้าน จนกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดสำหรับครูซ เมื่อรวมรายได้ทั้งหมดจากการเปิดตัวฉายของภาพยนตร์ชุด " Mission: Impossible " สูงมากกว่า 2 พันล้าน นับแต่ที่ครูซเริ่มคิดหาไอเดียในการสร้างภาพยนตร์ และเริ่มต้นทำงานอำนวยการสร้าง และยังรับบทนำเป็น อีธาน ฮันท์ 

"Mission: Impossible Rogue Nation" ภาคที่ 5 ของภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าโรงฉายทั่วโลกในซัมเมอร์นี้ ปัจจุบัน ครูซอยู่ระหว่างดำเนินงานสร้างภาพยนตร์เรื่อง Mena โดยเขาได้ร่วมงานกับ ดั๊ก ไลแมน อีกครั้ง หลังจากนั้น เขาจะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “Nowhere to Run” ซึ่งสร้างจากนิยาย แจ็ค รีชเชอร์ ตอนล่าสุด ซึ่งจะทำให้เขาได้กลับมาร่วมงานกับ เอ๊ด ซวิค อีกครั้ง

ผลงานในระยะหลังๆ ของครูซ ยังรวมถึงภาพยนตร์อย่าง “Edge of Tomorrow” ซึ่งเปิดตัวฉายโดยได้รับคำชมไปทั่ว, “Oblivion” และภาพยนตร์ทริลเลอร์สุดเขย่าขวัญเรื่อง “Jack Reacher” ซึ่งทำรายได้จากทั่วโลกไป 218 ล้าน และยังเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทำกำไรสูงสุดในปี 2012 ก่อนหน้านั้น 

 ผลงานภาพยนตร์ของครูซ ยังได้แก่การร่วมแสดงในภาพยนตร์ตลกสุดฮิตของ เบน สติลเลอร์ เรื่อง “Tropic Thunder” ซึ่งเขารับบทเป็นเจ้าพ่อวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด เลส กรอสส์แมน บทบาทที่ครูซสร้างขึ้นมาเองนี้ ทำให้เขาได้รับคำชมจากทั้งนักวิจารณ์และคนดู รวมไปถึงยังทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำรางวัลที่ 7 ด้วย

ครูซเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ออสการ์ สาขาดารานำชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง “Born on the Fourth of July” และ “Jerry Maguire” นอกจากนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในสาขาดาราสมทบชายยอดเยี่ยมจาก ภาพยนตร์เรื่อง “Magnolia” 

เขายังได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ 3 รางวัล ในสาขาดารานำชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง “Born on the Fourth of July” จาก “Jerry Maguire” และสาขาดาราสมทบชายอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง “Magnolia” และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงจากภาพยนตร์เรื่อง “Risky Business,” “A Few Good Men” และ “The Last Samurai”