20 ส.ค. 2565

ตรวจวัด โควิด-19 ทางลมหายใจ

 

ตรวจวัด โควิด-19 ทางลมหายใจ

ตรวจจวัดหาผู้ติดเชื้อโควิด ผ่านลมหายใจของผู้ติดเชื้อทันที ได้แบบ Real-time ซึ่งช่วยคัดแยกผู้ติดเชื้อโควิด-19 ขึ้นไปอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านความไวความละเอียดในการตรวจวัด เชื้อโควิด-19  นั่นหมายความว่าเราสามารถตรวจหาไวรัสได้ ผ่านลมหายใจของผู้ติดเชื้อทันที...


 

ศูนย์วิจัยเทคโนโยลีควอนตัมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบริษัท Get Solutions จำกัด สร้างเทคโนโลยีไบโอเซนเซอร์ นาโนอินเตอร์เฟอร์โรเมตริก จุดคัดกรองที่สามารถตรวจจวัดหาผู้ติดเชื้อโควิด ได้แบบ Real-time ซึ่งช่วยคัดแยกผู้ติดเชื้อโควิด-19 ขึ้นไปอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านความไวความละเอียดในการตรวจวัด เชื้อโควิด-19 จากผลการวิจัยรายงานว่า เชื้อโควิด-19 สามารถแพร่เชื้อผ่านละอองในอากาศ ได้เช่นเดียวกันกับการสัมผัสโดยตรง นั่นหมายความว่าเราสามารถตรวจหาไวรัสได้ ผ่านลมหายใจของผู้ติดเชื้อทันทีที่ผ่านเครื่องตรวจนี้

ไบโอเซนเซอร์ คืออะไร

ไบโอเซนเซอร์ คืออะไร
ไบโอเซนเซอร์คือ อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเป็นตัวตรวจวัดทางชีวภาพที่นักวิทยาศาสตร์พัฒนาขึ้นเพื่อ ให้ติดตามสารที่ต้องการตรวจวัด โดยใช้สารชีวภาพ อาทิ เอนไซม์ แอนติบอดี กรดนิวคลีอิก หรือ ดีเอ็นเอ ที่ได้จากเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีความจำเพาะเจาะจงต่อสารที่ต้องการวิเคราะห์ เพราะมีลักษณะกลไกแบบแม่กุญแจและลูกกุญแจ เมื่อสารชีวภาพจับกับสารที่ต้องการวิเคราะห์จะทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพหรือทางเคมีซึ่งมีลักษณะเฉพาะ

เครื่องมือวัด วิเคราะห์ด้วย AI

เครื่องมือวัด วิเคราะห์ด้วย AI
เครื่องมือตรวจวัดนี้ประกอบด้วยท่อนำคลื่นสองชิ้น โดยที่หนึ่งชิ้นจะถูกเคลือบผิวด้วยแอนติบอดี้ของโควิด-19 เมื่อจับเข้ากับแอนติเจนที่มีความจำเพาะเจาะจง จะส่งผลให้ลวดลายการแทรกสอดของแสงที่ตกลงบนเซนเซอร์ CCD เปลี่ยนไป และวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี โดยที่การทำงานของอุปกรณ์แต่ละชิ้น จะถูกเชื่อมโยงกันด้วยนาฬิกาอะตอมในระดับชิฟ

ไบโอเซนเซอร์ ทางการแพทย์

ไบโอเซนเซอร์ ทางการแพทย์
ไบโอเซนเซอร์ที่นำมาประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ ได้แก่ กลูโคสไบโอเซนเซอร์ ใช้สำหรับตรวจวัดระดับกลูโคสในผู้ป่วยโรคเบาหวาน นอกจากนี้ยังมีไบโอเซนเซอร์ที่ใช้ตรวจวัดยูเรีย ฯลฯ การพัฒนาไบโอเซนเซอร์สามารถนำไปตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสารโดยตรงหรือใช้ในการวิเคราะห์หาปริมาณสารตามหลักการวิเคราะห์ทางอ้อมได้ การตรวจวัดด้วยไบโอเซนเซอร์มีศักยภาพในการใช้งานค่อนข้างสูง สามารถใช้ทดแทนวิธีวิเคราะห์แบบดั้งเดิม หรือแบบวิเคราะห์ที่ต้องใช้เครื่องมือราคาแพง สามารถลดต้นทุนการวิเคราะห์ต่อตัวอย่างวิเคราะห์สารได้ผลอย่างรวดเร็ว และมีความถูกต้องสูง

โครงการ คุณภาพชีวิตทีดีกว่า

โครงการ คุณภาพชีวิตทีดีกว่า
โดยตอนนี้กำลังระดมทุนกว่า 100 ล้านบาท เพื่อนำเทคโนโลยีไบโอเซนเซอร์ฯ เครื่องมือวัด โควิด-19 ทางลมหายใจ ดังกล่าวออกสู่ท้องตลาดให้ได้ภายในระยะเวลา 6 เดือน หากนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ และความต้องการในการปลดล็อคการค้า และการเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อเร่งการฟื้นตัวจากภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก และปลดปล่อยมนุษยชาติจากความหวาดระแวงจากโวรัส ก็สามารถไปร่วมสนับสนุนได้

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: http://rcqt.science.cmu.ac.th/th/covid-19/

Cr.chiangmainews,thairath,มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี,เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว,


ปลูกต้นไม้ ขวดแก้ว สไตล์นิมิมอล

 ปลูกต้นไม้ ขวดแก้ว สไตล์นิมิมอล

“สวนขวดแก้ว” เป็นการสร้าง ย่อส่วน หรือจำลองธรรมชาติ ระบบนิเวศน์ให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุด สามารถพึ่งพากันเองได้ภายในระบบ ปัจจุบันเป็นที่นิยมในหมู่ของคนวัยทำงาน หนุ่มสาวที่ต้องใช้ชีวิตในเมือง อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม หรือหอพัก ซึ่งมีพื้นที่จำกัดทำให้ห่าง...


 

คนไม่มีพื้นที่ก็ปลูกสร้างสวนหย่อมในบ้านได้! เหล่านี้คือไอเดียที่นำมาสู่การทำได้จริง ปลูกต้นไม้แบบใหม่ ในขวดแก้วสไตล์นิมิมอล ตอบโจทย์คนเมืองสามารถใกล้ชิดธรรมชาติได้ง่าย ๆ ไม่ต้องรดน้ำ ไม่ต้องพึงแสงอาทิตย์ (แสงจากหลอด LED ทดแทนแดดจริง) ทุกคนสามารถปลูกพืชเพาะเนื้อเยื่อนี้ให้เติบโตสวยงามได้โดยที่ไม่ต้องรดน้ำเลย พืชจะเจริญเติบโตได้เองจากสารอาหารในเจลใส และยังหมดปัญหาที่ทำงาน หรือคอนโดไม่มีแสงสว่างเพราะสามารถใช้แสงไฟทดแทนแสงแดด และปลูกในห้องแอร์อากาศเย็นได้อีกด้วย

ปลูกต้นไม้อย่างไร ไม่ต้องรดน้ำ

ปลูกต้นไม้อย่างไร ไม่ต้องรดน้ำ
การปลูกต้นไม้ในขวดแก้ว ที่มีเจลใสเป็นแหล่งธาตุอาหารให้พืช เริ่มเป็นที่รู้จักกันในปัจจุบัน เทคโนลีวิทยาศาสตร์นี้เรียกว่า “การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช” (Plant tissue culture) ซึ่งเมื่อ 8 ปีก่อนยังไม่แพร่หลายนักรู้จักกันในวงแคบของการศึกษาวิจัย และการผลิตกล้วยไม้จำนวนมากเพื่อส่งออกซึ่งใช้เทคโนโลยีนี้มานานกว่า 20 ปี เมื่อวงการไม้ด่างเป็นกระแสนิยมขึ้นมา และเข้าถึงผู้คนทุกเพศทุกวัย จึงทำให้คนไทยเข้าใจหลักการของพืชเพาะเนื้อเยื่อมากขึ้น

ร้าน Parsimony Plant Biotech

ร้าน Parsimony Plant Biotech
ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว การรวมตัวกันเพื่อเริ่มโมเดลธุรกิจเกษตรเล็ก ๆ ของ 3 พาร์ทเนอร์ ซึ่งประกอบด้วย รณยศ พลเสน สายสุพรรณ พลเสน และ จุฬาลักษณ์ น้อยแสง นิสิตปริญญาโทที่ทำงานวิจัยด้าน Biotech การปรับปรุงพันธุ์พืช ก่อนจะต่อยอดเทคนิคการผลิตพืชแบบ Tissue culture ซึ่งเป็นแนวทางตามความถนัดเดิม มาสู่ธุรกิจไม้ประดับสวยงามน้องใหม่ในวงการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ไม้ประดับสวยงามของคนเมือง สามารถเลี้ยงดูเล่น ๆ แบบไม่ต้องมีการรดน้ำ เป็นการจำลองธรรมชาติให้มาอยู่ใกล้ชิดกับคน ตามใจที่ต้องการได้

สวนธรรมชาติ ใน ขวดแก้ว

สวนธรรมชาติ ใน ขวดแก้ว
การปลูกในเจลใสนี้เราสามารถหยิบดูได้ทุกมุม พืชมีการเติบโตทั้งส่วนของลำต้น ดอก ใบ และราก อย่างรากพืชนั้นมีหลายสีเช่น สีแดง ขาว ดำ เขียว และน้ำตาล ตามสายพันธุ์พืช บางคนไม่เคยเห็นรากมาก่อนเลย เพราะแต่ก่อน ต้นไม้ปลูกในดินในกระถางเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องน่าสนุก และเสริมสร้างทักษะการสังเกตเรียนรู้ให้เด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี ที่ร้านพาร์สิโมนี่ มีสายพันธุ์พืชในขวดเจลกว่า 30 ชนิด ให้เลือกสะสม แต่ละชนิดมีรายละเอียดสวยงาม และหาดูได้ยากอย่างเช่น กลุ่มพืชกินแมลง พรรณดอกไม้ และไม้ด่างในกระแส ฯลฯ

การดูแล ต้นไม้ในขวดเจล

การดูแล ต้นไม้ในขวดเจล
1. น้ำและปุ๋ย
เนื่องจากการเลี้ยงต้นไม้ในขวดเป็นระบบปิดจึงสร้างสมดุลระหว่างการแลกเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์และออกซิเจนในระบบการหายใจของต้นไม้ได้เอง ร้านบรรจุสารอาหารที่จำเป็นสำหรับต้นไม้ไว้ในขวดเรียบร้อยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเปิดฝาขวดให้ต้นไม้ได้รับออกซิเจนหรือเติมอาหารอีก
2. แสง 4000-5000 Lux
ให้แสงไฟ LED สีขาว วันละประมาณ 8-10 ชั่วโมง โดยวัดค่าความเข้มแสงด้วยแอพพลิเคชั่น Lux Light Meter วางโทรศัพท์ขนานกับใบไม้ หันด้านจอขึ้นให้แสงไฟส่องลงมาที่กล้องหน้า (ควรเชคให้แน่ใจว่าปรับเป็นกล้องหน้าเพื่อวัดแสงแล้ว) วัดที่ระดับใบไม้ให้ได้ค่าแสงที่ 4000-5000 Lux หากใช้แสงธรรมชาติควรระวัง เรื่องความร้อนสะสม และไม่ควรให้โดนแสงแดดโดยตรงเพราะจะทำให้ต้นไม้เสียหายและร้อนอบในขวดได้
3. ห้ามเปิดฝาขวด!!! มิฉะนั้นจะทำให้เกิดเชื้อราบนอาหารเจลได้

“สวนขวดแก้ว” ย่อส่วน สวนธรรมชาติ

“สวนขวดแก้ว” ย่อส่วน สวนธรรมชาติ
Terrarium หรือในชื่อเรียกที่คุ้นเคยกันคือ “สวนขวด” เป็นการสร้าง ย่อส่วน หรือจำลองธรรมชาติ ระบบนิเวศน์ให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุด สามารถพึ่งพากันเองได้ภายในระบบ ปัจจุบันเป็นที่นิยมในหมู่ของคนวัยทำงาน หนุ่มสาวที่ต้องใช้ชีวิตในเมือง อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม หรือหอพัก ซึ่งมีพื้นที่จำกัดทำให้ห่างไกลธรรมชาติ การได้เห็นสีเขียวของธรรมชาติจาก “สวนขวด” แม้จะเป็นเพียงการจำลอง ได้เห็นการงอกงามและเติบโตของพันธุ์ไม้ต่าง ๆ Terrarium แบ่งออกได้เป็น 2 แบบใหญ่ ๆ คือ

1. แบบเปิด เป็นแบบใช้ขวดหรือภาชนะที่ไม่ต้องมีฝาปิด และต้องการการรดน้ำได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้ความชื้นไหลเวียนออกไปได้ง่าย 2. แบบปิด เป็นแบบขวดที่มีฝาปิดสนิท ต้นไม้และพืชสามารถที่จะนำความชื้นกลับมาหมุนเวียนใช้ได้ภายในขวดหรือภาชนะบรรจุ

สำหรับ “สวนขวด” หรือส่วนย่อส่วนมินิมอลของร้านพาร์สิโมนี่ เหมาะกับการนำไปเลี้ยงดูเล่น ๆ ประดับโต๊ะทำงานหรือภายในบ้าน จะมี 2 แบบคือ แบบสวนมอสที่แต่งสวนด้วยไม้ใบเฟินเล็ก ๆ ที่เลี้ยงในร่ม ใช้แสงไม่มากได้ดี กับแบบสวนมอสที่แต่งด้วยพืชกินแมลง ซึ่งแบบหลังนี้จะค่อนข้างได้รับความสนใจและเป็นซิกเนเจอร์ของที่ร้านด้วย

การดูแลต้นไม้ใน “สวนขวดแก้ว”

การดูแลต้นไม้ใน “สวนขวดแก้ว”
1.น้ำและปุ๋ย
ประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง การให้น้ำโดยใช้วิธีการสเปรย์หรือใช้หลอดหยดให้น้ำ ที่สำคัญต้องระวังไม่มีเกิดน้ำขังอยู่ในภายขวดอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรากเน่า วิธีการดูว่าควรให้น้ำมาก/หรือน้อยแค่ไหน โดยเปิดฝาขวดออกแล้วใช้มือแตะไปที่มอส ถ้าไม่มีความชื้นติดมือมาเลยแสดงว่าควรให้น้ำเติมความชุ่มชื้นได้แล้ว หยดหรือสเปรย์น้ำให้ทั่วไปทั้งขวด
ด้านล่างจะมีสแฟกนั่มมอสที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้อีกทางหนึ่งด้วย การใส่ปุ๋ยอาจจะให้ด้วยสัก 2-3 เม็ด/ครั้ง ดูตามขนาดขวดหรือจำนวนของต้นไม้ที่ปลูกอยู่ด้านใน ให้ปุ๋ยละลายช้าหรือออสโมโค้ด
2. ความเข้มแสงที่เหมาะสม
ควรวางให้ต้นไม้ได้รับแสงสว่างวันละ 8-10 ชั่วโมงต่อเนื่อง เพื่อให้ใบมีสีเขียว และเจริญเติบโตเเข็งแรง หากต้นไม้ได้แสงไม่เพียงพอจะมีอาการใบยืดยาวเรียว สีเขียวค่อยๆ ซีดลงจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หรือกรณีแสงเข้มแรงเกินไปอาจทำให้ใบไหม้ฉับพลัน สังเกตได้จากสีน้ำตาลช้ำบนใบ เราสามารถวัดความเข้มแสงที่เหมาะสมได้ทั้งแสงแดด หรือแสงไฟ LED ที่ให้กับต้นไม้ได้ด้วยแอพพลิเคชั่นนี้ Lux light meter อ่านค่าความเข้มแสงที่ระดับใบไม้ หงายโทรศัพท์ขึ้น (ปรับให้เป็นกล้องหน้าเพื่อวัดค่าแสง) ดูว่าได้ค่าที่ 4,000-5,000 Lux สำหรับต้นไม้ในขวดอาหารเจล และ 9,000-10,000 Lux สำหรับ Terrarium สวนขวด แสดงว่าต้นไม้ได้รับแสงเพียงพอ

จำหน่ายที่ เซ็นทรัลเวสต์เกต & ช้อปปิ้งออนไลน์
ปัจจุบันร้าน Parsimony Plant Biotech มีหน้าร้านจำหน่ายสินค้าอยู่ในห้างฯ เซ็นทรัลพลาซ่าเวสต์เกต(บางใหญ่) ชั้น 3 บริเวณด้านหน้าร้าน sizzler และมีบริการร้านค้าช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านทางพันธมิตร Shopee และ Lazada อีกด้วย จากกำลังการผลิตไม้ขวด(เจล) เฉลี่ย 200-300 ขวด/เดือน การผลิตสวนขวดจะเน้นให้มีครบทุกแบบของร้าน จัดแสดงไว้ที่หน้าร้านเพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อไปดูแลต่อได้ตามความชอบ หรือสามารถสั่งจัดสวนตามแบบของลูกค้าที่ต้องการให้จัดให้ก็ได้เช่นกัน

“โควิด19” ยิ่งขายดี!
ในช่วง “โควิด” ที่ผ่านมายังถือเป็น “โอกาส” อย่างก้าวกระโดดมากๆ สำหรับร้าน เพราะไม่เพียงสร้างยอดขายดีกว่าหลักแสนบาทต่อเดือนให้แล้ว ยังทำให้ร้านสามารถขยายฐานลูกค้าในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เปรียบเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่เห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนอีกด้วย


Cr.ผู้จัดการออนไลน์,Parsimony Plant Biotech,เครื่องมือวัดแสง,เซ็นทรัลพลาซ่าเวสต์เกต


13 ก.พ. 2564

หมาช่วยชีวิตเด็กน้อยกลางป่า

 

🦮บนเกาะซีบู ฟิลิปปินส์ ชายคนหนึ่งขับมอเตอร์ไซค์บนถนนสายหนึ่ง อยู่ๆก็มีหมาออกมาวิ่งไล่เห่าแต่ไม่ก้าวร้าวดุร้ายเหมือนจะขอให้ช่วย จนต้องจอดรถเดินตามหมาไปที่กองขยะพบเด็กทารกถูกทิ้งไว้ที่นั่นจึงรีบพาเด็กไปส่งจนท. มูลนิธิสัตว์พบว่าหมามีเจ้าของ แต่ยากจน เลยช่วยรับบริจาคอาหารให้เจ้าของหมา🐕🦮🐕‍🦺




รีวิว ไฟเปิดปิดอัตโนมัติ LED รุ่น GD-04

21 ก.ย. 2563

วันอัลไซเมอร์โลก 2563

วันอัลไซเมอร์โลก 2563


 องค์การอัลไซเมอร์ระหว่างประเทศ (Alzheimer’s Disease International : ADI) ประกาศให้ วันที่ 21 กันยายน เป็น “วันอัลไซเมอร์โลก” ตามชื่อผู้ค้นพบโรคอัลไซเมอร์  ซึ่งเป็นจิตแพทย์ชาวเยอรมันนามว่า อาลอยซ์ อัลไซเมอร์ (Alois Alzheimer) เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ทุกคนเห็นความสำคัญและเข้าใจโรคนี้กันมากขึ้น โรคอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อม คือ การสูญเสียความจำระยะสั้นร่วมกับความผิดปกติของการเสื่อมของเซลล์สมองทุกส่วน จนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่สามารถแยกถูกผิด มีปัญหาในเรื่องการใช้ภาษา การประสานงานของกล้ามเนื้อเสียไป ความจำเสื่อม ในระยะท้ายของโรคจะสูญเสียความจำทั้งหมด ส่วนใหญ่เริ่มเป็นตอนอายุ 65 ปีขึ้นไป


ผู้ป่วยอัลไซเมอร์คนแรก เมือ 111 ปีมาแล้ว 

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2444 หรือ เป็นเวลากว่า 111 ปีมาแล้ว ที่มีการค้บพบโรคอัลไซเมอร์ โดยจิตแพทย์ชาวเยอรมันนามว่า อาลอยซ์ อัลไซเมอร์ (Alois Alzheimer) ซึ่งได้รายงานการรักษาผู้ป่วยหญิงอายุ 55 ปี คนหนึ่งชื่อ ออกุสต์ เด ที่ญาติๆ ของเธอได้ส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโรคจิต เพราะทุกคนได้ ลงความเห็นว่าเธอกำลังเสียสติ เนื่องจากมีอาการความจำเสื่อม และชอบรู้สึกอิจฉาริษยาผู้อื่นอยู่บ่อยๆ นายแพทย์อัลไซเมอร์ได้ทดสอบผู้ป่วยรายนี้ อย่างเช่นได้ถามชื่อเสียงเรียงนามและชื่อสามีของเธอ แต่เธอก็ไม่สามารถตอบได้เลย หลังจากที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนาน 4 ปี เธอก็ถึงแก่กรรม นายแพทย์ อัลไซเมอร์จึงผ่าสมองเพื่อตรวจดูสภาพภายใน พบว่าสมองส่วนที่เรียกว่า hippocampus ซึ่งทำหน้าที่จำนั้น มีปมพังผืดมากกว่าสมองของคนธรรมดา

“โรคอัลไซเมอร์” (Alzheimer’s Disease)


“โรคอัลไซเมอร์” (Alzheimer’s Disease)

มีรายงานว่า พบผู้ป่วยที่มีอาการความจำเสื่อมเช่นเดียวกันนี้ถึง 11 ราย และโรคนี้จึงเป็นที่รู้จักกันใน ชื่อ “โรคอัลไซเมอร์” (Alzheimer’s Disease) ซึ่งตั้งตามชื่อของนายแพทย์ผู้ทำการค้นพบตั้งแต่นั่นเป็นต้นมา อัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) จัดเป็นโรคทางสมองชนิดหนึ่ง ไม่ใช่ภาวะสมองเสื่อมตามธรรมชาติ หรือตามอายุที่มากขึ้นแต่อย่างใด แต่โรคอัลไซเมอร์นี้ เกิดจากการตายของเซลล์สมอง ซึ่งเซลล์สมองทำหน้าที่ในการเรียนรู้ จดจำ แต่หากเซลล์สมองเหล่านี้เสื่อมโทรมหรือเสียหายไป ก็จะส่งผลให้ความสามารถในการเรียนรู้และจดจำหายไปเช่นกัน 


อัลไซน์เมอร์ หรือ ความจำเสื่อม

เซลล์สมองของคนเราจะมีกลไกการสื่อสารและทำงานผ่านสารเคมี ที่เรียกว่า “สารสื่อประสาท” (Neurotransmitter) ซึ่งสารนี้จะช่วยนำคำสั่งจากสมองไปยังอวัยวะเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการทำงานขึ้น และสารสื่อประสาทชนิดหนึ่ง ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเรียนรู้และจดจำนั่น ก็คือ สารอะเซติลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งพบว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคอัลเมอร์จะมีปริมาณของสารอะเซติลโคลีนลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับคนปกติทั่วไป


สาเหตุของโรคอัลไซเมอร์

ปัจจุบันสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ได้มีวิจัยได้พบว่าเกิดจากการสะสมของ amyloid plaques ในเซลล์สมองส่งผลให้สารอะเซติลโคลีนลดลด นอกจากนี้ยังพบว่าพันธุกรรมก็เป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ทำให้เป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ โดยหากคนในครอบครัวมีประวัติการป่วยเป็นอัลไซเมอร์โอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ ก็จะมีมากกว่าคนปกติ หรืออาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ร่วมด้วยเช่นกัน ซึ่งโรคอัลไซเมอร์จึงเป็นโรคสามารถเกิดได้กับทุกคน และเมื่อเป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การตรวจพบในระยะเริ่มต้นจะช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

คำแนะนำการรักษา ความจำเสื่อม


คำแนะนำการรักษา ความจำเสื่อม

ดังนั้นควรรีบพบประสาทแพทย์ หรือแพทย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ การรักษามีแบบประคับประคองโรคทางกาย และปัญหา ทางจิต การป้องกันโรคแทรกซ้อน การดูแลบำบัดด้านจิตใจและปัญหาพฤติกรรม ฟื้นฟูสุขภาพกายและจิต สร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เน้นคุณภาพชีวิตโดยให้ผู้ดูแลมีส่วนร่วม ปัจจุบันยังไม่มียาเฉพาะ มีเพียงการใช้ยาเพื่อเพิ่มระดับสารสื่อประสาทในสมองที่ช่วยเพิ่มความจำให้ดีขึ้น และลดปัญหาด้านพฤติกรรมที่เกิดจากตัวโรค นอกจากนี้การฝึกบริหารสมองเป็นประจำจะลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรค จึงควรหากิจกรรมฝึกความจำให้แก่ผู้สูงอายุให้ได้ใช้สมองในการทำกิจกรรม เช่น การฝึกถามตอบความรู้ทั่วไป เล่นดนตรีไทย วาดภาพ คิดเลข จะช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้ 


สมุนไพร ป้องกัน สมองเสื่อม

นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์  รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาวะสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยสูงอายุและมีแนวโน้มสูงขึ้น สมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ คือ บัวบก สมุนไพรในกลุ่มโปรดักส์ แชมเปี้ยน เป็นสมุนไพรที่มีอยู่ทุกที่ทั่วประเทศไทยที่สำคัญหาง่าย ใช้คล่อง ปลอดภัย ใช้ได้ทั้งต้นและใบ มีรสขม สามารถนำมารับประทานเป็นอาหาร ทำเป็นเครื่องดื่ม จากการศึกษาวิจัยพบ บัวบกมีฤทธิ์รักษาแผลที่ผิวหนัง รักษาแผลในทางเดินอาหาร รักษาความผิดปกติของหลอดเลือดดำ รักษาแผลในปาก และที่สำคัญ คือ บำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์ และช่วยฟื้นฟูความจำ และมีผลกับการความจำและเรียนรู้ในผู้สูงอายุ

“บัวบก บำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์”


“บัวบก บำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์”

สำหรับสรรพคุณบัวบกที่ให้ความสนใจกันมากเป็นพิเศษคือ “บำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์”  เนื่องจากในบัวบกมีสรรพคุณช่วยบำรุงประสาทและสมอง ช่วยทำให้เพิ่มความจำดีขึ้นและทำให้มีปฏิภาณไหวพริบ  เพิ่มมากขึ้น ใบบัวบกยังช่วยเสริมการทำงานของกาบา (GABA) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยรักษาสมดุลของจิตใจ ลดความกระวนกระวาย ช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลายลงได้ ทำให้สามารถนอนหลับได้ง่ายขึ้น โดยแค่เพียงรับประทานเป็นประจำก่อนนอน ก็จะช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น ปัจจุบันนี้มีการผลิตสารสกัดจากบัวบกเป็นยาบำรุงสมอง สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป โปรดสังเกตุมาตรฐานและเลขจดแจ้งขออนุญาต จาก อย.


วิธีทำ น้ำใบบัวบก บำรุงสมอง

วิธีรับประทานน้ำใบบัวบก บำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์ ให้นำใบบัวบกทั้งต้น มาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นท่อนๆ ประมาณ 2-3 ท่อน นำมาปั่นรวมกับน้ำเปล่า โดยใส่น้ำให้ท่วมใบบัวบก กรองเอาแต่น้ำ และสามารถปรุงรสด้วยน้ำผึ้งตามใจชอบ ให้ดื่มครั้งละ 120-200 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร  และไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน รายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.dtam.moph.go.th และแอพพลิเคชั่นสมุนไพรไทย


Cr. หอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยสยาม,กรมการแพทย์แผนไทย,PPTV,โรงพยาบาลบางมูลนาก


20 ก.ย. 2563

เครื่องตรวจโลหะ

 รีวิวการใช้งาน เครื่องตรวจโลหะ ความไวสูง ใช้งานง่าย

ควรปรับคุณภาพวีดีโอเป็น 720P HD ในการรับชม




เครื่องตรวจโลหะ

 

          ความไวสูง จับความไวของสัญญาณได้จากหน้าปัด LED ที่เพิ่มขึ้นและเสียงเตือนที่ดังขึ้น เมือเข้าใกล้โลหะ ปรับระดับความไวสัญญาณให้เหมาะสมกับแต่ละสถานที ตรวจสแกนโลหะ อัญมณี เครื่องประดับ ทอง เงิน เข็มหมุด คลิปหนีบกระดาษ หรือ ลูกแม็กเย็บกระดาษ ทีซุกซ่อนอยู่ตามร่างกาย สแกนตรวจโลหะติดต่อกันนานถึง 6 วัน ชาร์ตไฟด้วยที่ชาร์ตอุปกรณ์มือถือผ่านพอร์ต USB  ด้ามจับกระชับมือสวยงามน้ำหนักเบาพกพาสะดวก มาพร้อมกับสายรัดข้อมือ วัสดุทำจากพลาสติกภาพสูง ABS  แข็งแรงทดทาน ไม่แตกหักแม้นตกลงพื้น

 

คุณสมบัติ

  • ความไวสูง สแกนตรวจพบโลหะรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ
  • แผงส่งสัญญาณคลื่นมีขนาดใหญ่ สแกนจับโลหะรวดเร็วและไวต่อการตรวจพบโลหะ
  • ปรับระดับความไวสัญญาณจากปุ้มบนด้ามจับ เลือกให้เหมาะกับสถานทีและสถานะการณ์
  • เครื่องตรวจโลหะ ส่งสัญญาณคลื่นสแกนโลหะ ความถี่  50KHz
  • แผงไฟ LED แสดงความแรงคลื่น เมือเข้าใกล้โลหะ ไฟสีเขียวสว่าง พบโลหะแล้ว ไฟสีแดงสว่าง
  • สวิตซ์ตรวจจับโลหะมีให้เลือก  2 ระบบ 1) เตือนด้วยเสียง  หรือ   2) เตือนด้วยการสั่นสะเทือน
  • เตือนด้วยเสียง : ระดับเสียงดังขึ้นเมือเข้าใกล้โลหะ และดังเพิ่มขึ้นเมือเจอโลหะแล้ว หรือพบโลหะขนาดใหญ่
  • เตือนด้วยการสั่น : ระดับการสั่นเพิ่มขึ้นเมือเข้าใกล้โลหะ และสั่นมากขึ้นถี่ขึ้นเมือพบโลหะแล้ว
  • ใช้งานง่าย น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ออกแบบที่จับกระชับมือและมีสายรัดข้อมือ
  • วัสดุทำจากพลาสติกคุณภาพสูง  ABS แข็งแรงทนทาน ป้องกันความเสียหายจากการกระแทก
  • ชาร์จไฟบ้านผ่านอะแดปเตอร์มือถือ (ขณะชาร์จไฟ ไฟขึ้นสีแดง,ชาร์ตไฟเต็ม ไฟขึ้นสีฟ้า)
  • ระบบป้องกันการชาร์ตไฟบ้านที่ผิดปกติ โดยเครื่องจะปิดอัตโนมัติ
  • ระยะเวลาการใช้งาน 120-150 ชั่วโมง (6 วัน) ระยะเวลาการสแตนด์บาย  250-300 ชั่วโมง (12 วัน)
  • กินกระแสไฟฟ้า 40-80 มิลลิแอมป์ (เมือใช้งาน)
  • ขนาด :  ยาว 320 มม. x กว้าง 70 มม. x สูง 40 มม
  • น้ำหนัก 200 กรัม (รวมแบตเตอรี่ในตัว)
  • อุณหภูมิในการทำงาน : -15℃  ถึง +55℃

 


แอพพลิเคชั่นที่นำไปใช้

  • เหมาะสำหรับตรวจจับโลหะ สนามบิน,ศุลกากร,ท่าเรือ,ศาล,เรือนจำ และสถานที่ราชการ ฯลฯ
  • สแกนวัตถุต้องสงสัยใน อาคารสำนักงาน,ธนาคาร,สนามกีฬา,โรงพยาบาล,โรงเรียน,สนามเด็กเล่น ฯลฯ
  • ตรวจจับโลหะมีค่า ใน โรงงานเครื่องประดับ เช่น ทอง,เงิน ฯลฯ,โรงงานผลิตแปรรูป,โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ
  • ตรวจสอบชิ้นโลหะปนเปื้อน ใน โรงงานแปรรูปอาหาร โรงงานอาหารเสริม โรงงานผลิตยา ฯลฯ
  • ตรวจจับโลหะที่ฝั่งในเนื้อวัสดุ หรือ เนื้อไม้ เช่นตะปู คลิปหนีบกระดาษ ลูกแม็กเย็บกระดาษ ฯลฯ
 

ระยะทางตรวจจับ
  • เข็มหมุด ในระยะ  30-60 มม
  • ปืนพกสั้น ในระยะ 180-195 มม
  • มีดยาว 6 นิ้ว ในระยะ 160-180 มม
  • ลูกเหล็กขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 มม. ในระยะ 120 มม
  • เหรียญบาท  ในระยะ 75-100 มม
  • โทรศัพท์มือถือ ในระยะ 150 มม
  • ไฟแช็ค ในระยะ 100 มม
  • ตะปู ในระยะ 70 มม
  • คลิปหนีบกระดาษ ในระยะ 50 มม
  • ลูกแม็กเย็บกระดาษ ในระยะ 20 มม
 
หลอดไฟ LED แสดงสถานะ
  • สีฟ้า หมายถึง เปิดเครื่อง พร้อมใช้งาน
  • สีเขียว หมายถึง เข้าใกล้โลหะ
  • สีแดง หมายถึง ตรวจพบโลหะ

 

สินค้า 1 ชุดประกอบด้วย

  • เครื่องตรวจโลหะ ความไวสูง รุ่น AHS-808
  • สายชาร์ต USB
  • คู่มือการใช้งาน

 




 

วิธีใช้

  1. ชาร์จไฟให้เต็มก่อนการใช้งาน (ไฟเต็มแบตเตอร์รี หลอดไฟสีฟ้าสว่าง)
  2. เลือกวิธีสแกนโลหะ 
  • สแกนโลหะด้วยเสียง เลือกสัญลักษณ์รูป "ลำโพง" เมื่อสแกนพบโลหะเครื่องจะส่งเสียงดังพร้อมหลอดไฟสีแดงสว่าง
  • สแกนโลหะด้วยการสั่น เลือกสัญลักษณ์รูป "การสั่น" เมื่อสแกนพบโลหะเครื่องจะสั่นพร้อมหลอดไฟสีแดงสว่าง 


สั่งซื้อสินค้าได้ในราคา 2,370 บาท รวมภาษีแล้ว ฟรี่ค่าจัดส่งสินค้า EMS ทั่วประเทศ

ดูสินค้ารุ่นอื่นเพิ่มเติม >> เครื่องตรวจโลหะ


19 ก.ย. 2563

โรงเรียนนานาชาติ “คิงส์ คอลเลจ แบงคอก”

 




เปิดตัว “คิงส์ คอลเลจ แบงคอก”  (King’s College International School Bangkok)  โรงเรียนนานาชาติแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ สุดยอดหลักสูตรจากโรงเรียนอังกฤษ บนถนนรัชดาภิเษก – พระราม 3 ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมเปิดการเรียนการสอนปีแรกในปี พ.ศ. 2563 ตั้งเป้าผลักดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางศึกษาของภูมิภาคเอเชีย


โรงเรียนคิงส์คอลเลจวิมเบิลดัน

โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ ก่อตั้งขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนคิงส์คอลเลจวิมเบิลดัน ประเทศอังกฤษ (King’s College School, Wimbledon) หนึ่งในโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จด้านการศึกษาสูงสุดในโลก แตกต่างด้วยแนวคิดการพัฒนาเด็กนักเรียนให้มีจิตใจที่รักการเรียนรู้พร้อมความเป็นเลิศด้านวิชาการ ควบคู่ไปกับระบบการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อปลูกฝังคุณค่าของนักเรียนในทุกมิติ (Pastoral Care) และมุ่งเน้นการผสานกิจกรรมนอกห้องเรียนต่างๆ เพื่อฝึกทักษะชีวิตลงไปในหลักสูตรร่วมผสม (Co-curricular Programme) เพื่อก้าวสู่การเป็นพลเมืองที่ทรงคุณค่าและร่วมสร้างสรรค์โลกแห่งอนาคต


หลักสูตรร่วมผสม (Co-curricular Programme)

โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนรัชดา-พระราม 3 เปิดทำการเรียนการสอนในปี 2563 โดยมีห้องเรียนและห้องทดลองวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย บนพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 41,000 ตารางเมตร และมีสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นยอด อาทิ อาคารเรียนเด็กเล็ก (Early Years Centre) ที่ถูกออกแบบให้ห้องเรียนมีขนาดใหญ่ 64 ตร.ม. สนามเด็กเล่นทั้งในร่ม และกลางแจ้ง เลนจักรยาน ห้องทำอาหาร สระว่ายน้ำเด็กเล็กโดยเฉพาะ และ Splash Area, นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสำหรับนักเรียนระดับชั้นต่างๆ อาทิ สปอร์ตฮอลล์ขนาด 3 สนามบาสเกตบอลที่มีการติดตั้งระบบปรับอากาศ, สระว่ายน้ำในร่ม ระบบน้ำเกลือ ขนาดโอลิมปิค 50 เมตร, ห้องประชุมเอนกประสงค์ขนาด 150 และ 600 ที่นั่ง, พื้นที่สำหรับกิจกรรมในร่มกว่า 2,000 ตารางเมตร และอาคารที่จอดรถพร้อมที่จอดรถในร่มจำนวน 250 คัน


Cr.brandbuffet