แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โอเน็ต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โอเน็ต แสดงบทความทั้งหมด

7 ก.ย. 2558

สอบอัตนัยภาษาไทย ป.6

สอบอัตนัยภาษาไทย ป.6
สอบอัตนัยภาษาไทย ป.6

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ( สทศ.)นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) ได้หารือร่วมกับรศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผอ. สทศ.เกี่ยวกับการจัดสอบและประเมินผลต่าง ๆ ของ สทศ. โดย นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า จากการหารือและรับฟังรายงานทำให้ทราบว่า ข้อสอบที่ออกโดย สทศ.มีมาตรฐานพอสมควร ขณะที่ผลการประเมินต่าง ๆ ที่ออกมาก็ชี้ให้เห็นว่าเด็กไทยยังมีปัญหาอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดไม่เป็น 


ดังนั้นตนจึงมีนโยบายให้ สทศ.ปรับข้อสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต โดยให้เพิ่มข้อสอบแบบอัตนัยมากขึ้น เพราะข้อสอบอัตนัยสามารถวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของเด็กได้ 

ทั้งนี้จะให้เริ่มใช้ในการสอบโอเน็ต ปีการศึกษา 2559 ซึ่งจะจัดในช่วงต้นปีพ.ศ.2560 โดยจะนำร่องสอบระดับประถมศึกษาก่อน คือ ชั้น ป.6 ในวิชาภาษาไทย โดยมีสัดส่วนคะแนนอัตนัยไม่เกิน 20% ของคะแนนเต็ม 

ที่ผ่านมา สทศ.มักจะตกเป็นจำเลยของสังคม และถูกร้องเรียนมาตลอดว่า ข้อสอบไม่มีมาตรฐาน และไม่ยุติธรรม แต่ผมเห็นว่า สทศ.จะต้องจัดสอบทดสอบต่อไป เพราะเป็นสถาบันทดสอบระดับชาติ เพียงแต่ต้องปรับข้อสอบให้สามารถวัดผลประเมินผลได้ตามความสามารถที่แท้จริง ของเด็ก โดยหวังว่าการปรับข้อสอบโอเน็ตเป็นแบบอัตนัยจะทำให้โรงเรียนและทุกภาคส่วน ต้องปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการทดสอบด้วย ซึ่งยอมรับว่าอาจต้องใช้เวลาพอสมควร นพ.ธีระเกียรติกล่าว

 ส่วนที่ให้เริ่มใช้ข้อสอบอัตนัยวิชาภาษาไทยกับเด็ก ป.6ก่อน เพราะต้องการแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดวิเคราะห์ไม่เป็น ส่วนที่ยังไม่ใช้กับเด็กระดับมัธยมศึกษา หรือนำมาใช้ในข้อสอบเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา เพราะเด็กอาจจะยังไม่คุ้นเคย ซึ่งอาจเกิดความไม่เป็นธรรมและเกิดผลกระทบได้ อย่างไรก็ตามในอนาคตหากการใช้ข้อสอบอัตนัยเกิดผลไปในทิศทางที่ดี ก็จะทยอยเพิ่มสัดส่วนคะแนน และขยายการสอบไปในรายวิชาและระดับชั้นอื่นเพิ่มขึ้น 

 ต่อข้อถามหากใช้ข้อสอบอัตนัยสังคมจะเกิดความกังวลไม่ได้รับความเป็นธรรมใน การตรวจสอบนั้นนพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า จากนี้ไป สทศ.ต้องไปพัฒนาข้อสอบและผู้ตรวจข้อสอบให้มีมาตรฐาน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ขณะเดียวกันโรงเรียนก็ต้องพัฒนาการเรียนการสอน และการประเมินผลผลต่าง ๆ ด้วย เพื่อให้การจัดการศึกษามีคุณภาพ ด้าน รศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวว่าข้อสอบอัตนัยที่จะใช้จะให้เด็กเขียนตอบสั้น ๆแต่สามารถวัดถึงการคิดวิเคราะห์ของเด็กได้ซึ่ง สทศ.จะต้องไปศึกษาและทำวิจัย เพื่อมารองรับการปรับข้อสอบ และเตรียมความพร้อมผู้ออกข้อสอบด้วย.

Cr.Springnews,Synergy | Twitter ,e-news ,เล่าสู่กันฟัง ,,




19 มี.ค. 2558

2 เด็กเก่ง ทำคะแนน "โอเน็ต" เต็ม

มหาสารคามปลื้ม 2 เด็กเก่ง ทำคะแนน "โอเน็ต" เต็ม


ตามที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้ทำการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ"โอเน็ต" โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศที่สถาบัน สทศ.ประกาศผลการสอบ ปีการศึกษา 2557 ปรากฏว่า มีนักเรียนในโรงเรียนจังหวัดมหาสารคามสร้างความภาคภูมิใจ สามารถสอบทำคะแนนโอเน็ตได้คะแนนเต็ม 100 จำนวน 2 คน ได้แก่ 1.ดญ.ธมลวรรณ คำชาย และ ดญ.นภัทร วิรัชพงศานนท์ ซึ่งทั้งคู่เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนเดียวกันคือ โรงเรียนอนุบาลกิติยา อ.เมือง จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่มีความโดดเด่นในด้านการจัดการเรียนการสอน มีการพัฒนาหลักสูตรและเสริมอุปกรณ์การเรียนให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

โดย ด.ญ.ธมลวรรณ คำชาย เด็กเก่งพิชิตโอเน็ตได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน ในรายวิชาภาษาอังกฤษ ส่วน ด.ญ.นภัทร วิรัชพงศานนท์ ก็ได้คะแนนโอเน็ตเต็ม 100 คะแนน ในรายวิชาคณิตศาสตร์ ส่วนวิชาอื่น ๆ ถือว่าอยู่ในระดับดีเยี่ยมด้วยกันทั้งคู่ ทั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของเด็กและแรงสนับสนุนจากครอบครัว
ทั้งนี้ ดญ.ธมลวรรณ คำชาย หรือน้องเนย ซึ่งสอบโอเน็ตได้เต็ม 100 คะแนน ในรายวิชาภาษาอังกฤษ เล่าว่า ตนเองเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ภาษาอังกฤษ มีความต้องการอยากสนทนากับชาวต่างชาติ ดังนั้นในช่วงเวลาเรียนจะตั้งใจเรียนเป็นพิเศษและเมื่อมีโอกาศก็จะซักถามครูในส่วนที่ตนเองไม่เข้าใจ หลังเรียนเสร็จก็กลับบ้านก็จะทบทวนสิ่งที่เรียนมาทุกแบบทดสอบ อีกรอบโดยมีพ่อและแม่คอยเป็นครูพิเศษให้อีกด้วย รวมทั้งแบ่งเวลาไปทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกด้วย อนาคตจะตั้งใจเรียนให้มากขึ้นโดยมีเป้าหมายจะเป็นแพทย์ให้ได้

ส่วนดญ.นภัทร วิรัชพงศานนท์ หรือน้องไข่มุก ได้คะแนนโอเน็ตเต็ม 100 คะแนน ในรายวิชาคณิตศาสตร์ เล่าว่าตนเองถนัดวิชาคณิตศษสตร์ ชอบการคิดคำนวณ ถึงเวลาเรียนจะตั้งใจฟังครูและซักถามครูอยู่เสมอเพื่อให้เกิดความเข้าใจ เมื่อเกิดความเข้าใจก็จำทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อ ประกอบกับที่บ้านคุณพ่อคุณแม่มักจะพูดคุยและช่วยติวการบ้านให้เสมอ จึงทำให้คะแนนการสอบในครั้งนี้ออกมาดี ซึ่งตนเองก็ดีใจที่ได้นำความภาคภูมิใจนี้มาให้ครอบครัว คุณครูและโรงเรียน ส่วนเป้าหมายต่อไปคือจะตั้งใจเรียนและเสริมในวิชาที่ตนเองยังไม่ถนัดด้วยการหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อจะสอบเป็นทันตแพทย์ต่อไป

นางนิตยา ศรีปัดถา ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกิติยา จ.มหาสารคาม กล่าวถึงผลการจัดลำดับที่ออกมาว่า รู้สึกภาคภูมิใจ และจริงๆ แล้วเรามุ่งพัฒนาเด็กนักเรียนให้มีความเก่งความรู้และวินับตลอดจนด้านคุณธรรมอย่างเท่าเทียมกัน และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเรียนและโอกาสที่นักเรียนจะได้ทดสอบตนเองในการสอบโอเน็ต ถือเป็นครั้งหนึ่งที่นักเรียนทุกคนต้องทำให้เต็มที่ แม้ที่ผ่านมาเด็ก ๆ จะมีความเครียดแต่ทางโรงเรียนก็จะหากิจกรรมมาผ่านคลายพร้อมทั้งพูดคุยกับผู้ปกครองในการให้กำลังใจบุตรหลานอีกทางซึ่ง เมื่อเห็นผลการจัดลำดับและคะแนนที่ออกมาก็ดีใจแทนผู้ปกครองและภาคภูมิใจที่มีนักเรียนในจังหวัดมหาสารคามทำคะแนนเต็มได้ถึง 2 คน ต่อจากนี้จะเป็นแรงกระตุ้นให้บุคลากรครูทุกคนมีกำลังใจและมุ่งพัฒนาหลักสูตรและเทคนิคการเรียนการสอนมาถ่ายทอดนักเรียนต่อไป 

ด้านนายอรรคเดช สุทธิสา ครูประจำชั้นป. 6/1 โรงเรียนอนุบาลกิติยา กล่าวว่า ตนรู้สึกภูมิใจที่ในการจัดอันดับดังกล่าว มีนักเรียนที่ตนได้สอนร่วมอยู่ด้วย เท่าที่ผ่านมาเห็นความตั้งใจของนักเรียนทุกคนโดยเฉพาะน้องไข่มุกและน้องเนยที่มีความตั้งใจเรียนมาก เป็นคนที่กระตือรือร้น ช่างซักถาม เพื่อเพิ่มความเข้าใจเนื้อหาและนำไปทบทวนทั้งด้วยตนเองและจับกลุ่มกับเพื่อน ส่วนตนเองจะเน้นสอนภายในห้องเรียนให้เด็ก ๆ คิดตามและหาเทคนิคมาสร้างความเข้าใจ พร้อมทั้งกิจกรรมให้ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดและข้อสงสัย เด็กจะเกิดความเป็นกันเองและไม่กลัวคุณครู จนสามารถพูดคุยและซักถามบทเรียนต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่


Cr.บ้านเมือง