แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วันโกหกโลก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วันโกหกโลก แสดงบทความทั้งหมด

1 เม.ย. 2558

1 เมษายน วันเลิกทาส

วันนี้ในอดีต  1 เมษายน วันเลิกทาส

วันโกหกโลก หรือ วันเลิกทาสไทย

    พอเอ่ยถึงวันที่ 1 เมษายน แน่นอนเลยว่าหลายๆคนอาจจะนึกว่าเป็น "วันโกหก" หรือ April Fool และมีกี่คนรู้ว่าวันนี้คือ "วันเลิกทาส"
         
การเลิกทาส และ การเลิกไพร่ เป็นพระราชกรณียกิจสำคัญยิ่งของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เป็นการยกเลิกระบบที่คนชั้นสูงตั้งขึ้น เพื่อกดขี่ราษฎรให้ทำงานรับใช้หรือส่งทรัพย์สินให้โดยไม่มีกำหนดว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด
         
มีเรื่องเล่าวว่า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ประมาณว่าไทยมีทาสเป็นจำนวนกว่าหนึ่งในสามของพลเมืองของประเทศ เพราะพ่อแม่เป็นทาส ดังนั้น ลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นทาสก็ตกเป็นทาสต่อกันเรื่อยไป ซึ่งวิธีแก้ไขการเป็นทาง มีวิธีเดียวคือต้องหาเงินมาไถ่ตัวเอง มิฉะนั้นแล้วก็จะต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิต เพราะตามกฎหมายในสมัยนั้นถือว่า"ทาส"ยังมีค่าตัวอยู่

รัชการที่ 5 ทรงประกาศ เลิกทาส 1 เมษายน 2448

      
กระทั่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงประกาศ "พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาสลูกไทย" เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2417แก้พิกัดค่าตัวทาสใหม่ โดยให้ลดค่าตัวทาสลงตั้งแต่อายุ ๘ ขวบ จนกระทั่งหมดค่าตัวเมื่ออายุได้ 20 ปี
         
แปลว่าเมื่ออายุครบ 21 ทาสผู้นั้นก็จะเป็นอิสระ ซึ่งตามพรบ.นั้น จะมีผลกับทาสที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 รวมทั้งห้ามซื้อขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีมาเป็นทาสอีก
         
จนกระทั่งในปี 2448 ก็ทรงออก "พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124" ให้ลูกทาสทุกคนเป็นไทเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2448 ส่วนทาสประเภทอื่นที่ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยก็ให้ลดค่าตัวเดือนละ 4 บาท นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2448 และยังกำหนดป้องกันคนที่เป็นไทแล้วกลับไปเป็นทาสอีก
         

การเลิก "ไพร่"

         
เพราะ "ไพร่" หมายถึง "พวกรับราชการโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน" รวมทั้งต้องออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างในระหว่างการรับราชการนั้นเองอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ฯลฯ โดย "ไพร่" คือราษฎรอายุตั้งแต่ 15 - 70 ปี ต้องทำงานรับใช้หรือส่งส่วยให้แก่ชนชั้นปกครอง โดยแบ่งเป็นไพร่หลวง ไพร่สมและไพร่ส่วย ไพร่มีกำหนดรับราชการเดือนเว้นเดือน ในสมัยอยุธยาคือเป็นไพร่ปีละ 6 เดือน ลดลงมาเหลือปีละ 4 เดือนในสมัยรัชกาลที่ 1 และเหลือ 3 เดือนในรัชกาลที่ 2 และหากไม่อยากรับราชการ (ในฐานะไพร่) ก็ต้องจ่าย "ค่าราชการ" เดือนละ 6 บาท
         
สำหรับการเลิกไพร่นั้น เกิดขึ้นในปีเดียวกัน(พ.ศ.2448) เมื่อทรงออก "พระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหาร รัตนโกสิทร์ศก 124" เพราะเป็นการ "เลิกขบไพร่" นั่นเอง และในสมัยนั้น ถือว่าการยกเลิกขนบไพร่สำคัญกว่าการยกเลิกขนบทาส เพราะเป็นการทำให้ราษฎรได้รับการส่งเสริมฐานะทางเศรษฐกิจ มีเวลาทำมาหากินได้เต็มที่ และไม่มีใครรังเกียจเหมือนแต่ก่อน
         


Cr.Teenee Post

วันโกหกโลก หรือ วันเลิกทาส 1 เมษายน

รัชการที่ 5 ประกาศเลิกทาส  1 เมษายน 2448

เป็นประจำทุกๆ ปี ในวันที่ 1 เมษายนของทุกปีถือเป็นวันโกหก หรือวันเอพริลฟูลส์เดย์ รวม 9 เรื่องน่ารู้ เรื่องช็อกๆ ในวันโกหกมาให้เท่าทันกัน... แต่รู้ไหม วันนี้ก็เป็นวันเลิกทาสของเราในรัชการที่ 5

1.ทุก 1 เมษา ของทุกปี หรือเรียกกันว่า วันเมษาหน้าโง่ หรือวันเอพริลฟูลส์เดย์ (April Fool's Day) ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และมีการเฉลิมฉลองเป็นวันที่หลายคนจะเล่นมุกตลกและความเขลาทุกรูปแบบ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่จะมีการหลอกลวง และการแกล้งอื่นๆ ที่มีระดับการตบตาต่างๆ กัน กับเพื่อน สมาชิกครอบครัว ครูอาจารย์ เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน เป็นต้น

2. การเชื่อมโยงระหว่างวันที่ 1 เมษายน กับความเขลาเก่าแก่ที่สุดที่มีบันทึกสามารถพบได้ใน ตำนานแคนเตอร์บรี ของชอเซอร์ (ค.ศ. 1392) นักเขียนจำนวนมากเสนอว่า การฟื้นฟูวันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 มีผลต่อการสร้างสรรค์วันดังกล่าว แต่ทฤษฎีนี้มิได้อธิบายการอ้างถึงก่อนหน้านั้น
วันโกหกโลก 1 เมษายน
วันเมษาหน้าโง่
3. อีกกระแสหนึ่งกล่าวถึงต้นเค้าของวันเมษาหน้าโง่มีเทศกาลฮิลาเรียของโรมัน ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 25 มีนาคม และเทศกาลคนโง่ในสมัยกลาง จัดขึ้นวันที่ 28 ธันวาคม และยังคงเป็นวันซึ่งมีการเล่นตลกอยู่ในประเทศที่พูดภาษาสเปน

4. นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าในตำนานแคนเตอร์บรี ของชอเซอร์ "ตำนานของแม่ชีของพระ" (Nun's Priest's Tale) ซึ่งเรื่องมีขึ้น "Syn March bigan thritty dayes and two" นักวิชาการสมัยใหม่เชื่อว่ามีความผิดพลาดในการทำสำเนาในเอกสารเขียนต้นฉบับ เท่าที่มีอยู่ และชอเซอร์แท้จริงแล้วเขียนว่า "Syn March was gon" ดังนั้น วลีนี้เดิมจึงหมายถึง 32 วันหลังเดือนเมษายน คือ 2 พฤษภาคม วันครบรอบการหมั้นระหว่างสมเด็จพระเจ้าริชาร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษกับแอนน์แห่งโบฮีเมีย ซึ่งเกิดขึ้นใน ค.ศ. 1381 ผู้อ่านกลับเข้าใจผิดว่าวลีนี้หมายถึง "32 มีนาคม" หรือ 1 เมษายน ในตำนานของชอเซอร์ ไก่ตัวผู้ที่หลงตัวเองถูกสุนัขจิ้งจอกตบตา

5. ในสมัยกลาง วันขึ้นปีใหม่เฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 มีนาคมในเมืองยุโรปส่วนมาก ในบางพื้นที่ของฝรั่งเศสเป็นวันหยุดนานหนึ่งสัปดาห์ที่สิ้นสุดลงในวันที่ 1 เมษายน นักเขียนจำนวนมากเสนอว่า วันเมษาหน้าโง่ถือกำเนิดขึ้นเพราะผู้ที่เฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคม ล้อคนที่เฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่วันอื่น การใช้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่นั้นพบทั่วไปในฝรั่งเศสเมื่อถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และวันนี้ได้รับมาอย่างเป็นทางการใน ค.ศ. 1564 โดยกฤษฎีการูสิยอง (Edict of Roussillon)
6. ในเมืองไทยมีข่าวที่ถูกกุขึ้นมาในวันเอพริลฟูลส์ หรือวันโกหก ถือว่ายังเบาะๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวดาราเสียชีวิต ข่าวอุบัติเหตุของดารา ข่าวบิน ลาเดน ตอนขณะกำลังมีชีวิตอยู่มีสื่อไทยระบุว่า มากบดานในเมืองไทย หรือลูกอดีตผู้นำพลัดถิ่นบอกว่าคุณพ่อกลับมาอยู่เชียงใหม่ในวันโกหก หรือมีข่าวลือว่าอดีตผู้นำคนนี้แหละประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต จนสร้างความตื่นตระหนกกันมากมาย แต่สุดท้ายก็เฉลยว่าเป็นวันเอพริลฟูลส์

7. ในต่างประเทศเล่นกันแรงมากกว่าหลายเท่าตัว เช่น ที่อังกฤษ สถานีวิทยุ Kiss FM ออกอากาศว่าดวงจันทร์จะชนโลก หรือ องค์การ NASA ได้พาดหัวที่หน้า website ของตัวเองว่าได้พบน้ำบนดาวอังคาร ซึ่งเมื่อคลิกเข้าไปก็พบภาพแก้วน้ำวางอยู่บนขนมยี่ห้อ Mars หรือ BMW ประกาศเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ป้องกันสุนัขฉี่ใส่รถ โดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าตอบกลับเพื่อช็อตเจ้าตูบที่กำลังปลดทุกข์อยู่ เป็นต้น
8. หรือในเรื่องของกีฬาสื่อผู้ดีโหนกระแสวันโกหกด้วยการเผยว่ารัฐบาลโปรตุเกส ขาย คริสเตียโน โรนัลโด ให้สเปน เพื่อเป็นการล้างหนี้ประเทศ

9. ไม่เพียงวันที่ 1 เมษายนจะเป็นวันโกหกแล้ว รู้หรือไม่ว่าย้อนไป พ.ศ. 2448 นับเป็นวันประกาศเลิกทาส ซึ่งใช้กันมากว่า 500 ปี รัชกาลที่ 5 จึงทรงประกาศเลิกทาสในวันนี้อีกด้วย.

Cr.ไทยรัฐ