3 พ.ย. 2558

สมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์


สมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์
จากงาน Microsoft Windows 10 Event ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวอุปกรณ์มากมาย เช่น Surface Pro 4 Surface Book Lumia 950 และ 950 XL แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ สมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์ หรือโปรเจ็ก Microsoft Continuum ที่ต่ออุปกรณ์มือถือสมาร์ทโฟน ให้เป็นคอมพิวเตอร์ได้ด้วยกล่อง Microsoft Display Dock ไมโครซอฟท์ประกาศว่า สมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์ หรือโปรเจ็ก สมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์ (Continuum for phones) ฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้มือถือสมาร์ทโฟนของเราแปลงกายเป็นคอมพิวเตอร์ได้

เป็น ที่รู้กันว่ามือถือสมาร์ทโฟนในสมัยนี้ก็คือคอมพิวเตอร์ เครื่องย่อมๆ ที่สามารถพกพาไปได้ทุกที่ อำนวยความสะดวกและความบันเทิงมากมาย ทำลายข้อจำกัด จากแต่ก่อนว่าต้องอยู่กับคอมพิวเตอร์ PC หรือ โน้ตบุ๊คเท่านั้น แต่สำหรับการเปิดตัวของ Windows 10 (Windows 10 for phones) ที่คาดว่าจะเริ่มเปิดให้ใช้งานได้อย่างเป็นทางการในช่วงซัมเมอร์นี้ แล้วจะได้เห็นว่าสมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์ เป็นได้ทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์ในตัว

ทางไมโครซอฟท์ ยังได้พัฒนาความสามารถให้กับ Windows 10 สำหรับมือถือสมาร์ทโฟน (Windows 10 for phones) ให้สามารถเชื่อมต่อผ่่านกล่อง Microsoft Display Dock แสดงผลกับจอโทรทัศน์ จอ LCD ได้อย่างไร้รอยต่อด้วยโปรเจคที่ชื่อว่า สมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์ Microsoft Continuum โดยจะช่วยให้มือถือสมาร์ทโฟนหรือแท๊บเลตสามารถเป็น Hub เชื่อมต่อระหว่างจอทีวีและอุปกรณ์ไร้สาย เช่น คีย์บอร์ด  เม้าส์ หรือ เครื่องสแกนแบบพกพา เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

และ ด้วยซอฟท์แวร์ของไมโครซอฟท์ ที่มีในส่วนของ MS Office เป็นจุดขายหลัก สามารถเชื่อมต่อทำงานได้ผ่านเครือข่ายในระบบกลุ่มเมฆ (Cloud) ของ OneDrive อยู่แล้ว ก็เป็นไปได้ว่าก้าวพัฒนาการต่อไปของมือถือสมาร์ทโฟนให้เป็นสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ จะยิ่งน่าตื่นเต้นและมอบประสบการณ์ทำงานและความบันเทิงได้ดียิ่งขึ้นกว่า เดิม ซึ่งไมโครซอฟท์พัฒนาทั้งซอฟแวร์(Windows 10 for phones)และฮาร์ดแวร์ (Microsoft Display Dock)

แนวคิดสมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์ (Continuum for phones) คือการนำมือถือสมาร์ทโฟนหรือ Windows Phone มาต่อจอโทรทัศน์ จอคอมพิวเตอร์ภายนอก หรือจอ LCD แล้วต่อเมาส์และคีย์บอร์ด ก็สามารถใช้งานเหมือนเป็นคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่ง (แนวคิดเดียวกับ Ubuntu Phone) โดยหน้าจอของมือถือ กับหน้าจอที่ต่อเพิ่มเข้ามาจะแยกกันเป็นคนละจอ ใช้งานแต่ละจอแยกจากกันได้ โดยเจ้าตัวนี้สมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์ที่มี Microsoft Continuum นี้มีทั้งพอร์ต USB 3 ช่อง รวมไปถึง พอร์ด HDMI และพอร์ต Display สามารถเสียบเป็น USB Drive ได้ด้วย

แอพที่รันใน โหมด Microsoft Continuum จะรองรับการควบคุมด้วยเมาส์และคีย์บอร์ดเต็มรูปแบบ สามารถสั่งคัดลอกข้อความบนหน้าจอมือถือ แล้วมา Ctrl+V ด้วยคีย์บอร์ดได้เลย  ไอเดียของไมโครซอฟท์ คือเมื่อสมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์ มีความสามารถเทียบเท่าพีซี(PC)หรือ คอมพิวเตอร์ัตัวหนึ่ง ต่อไปเราก็สามารถพกแค่ สมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์ ติดตัวไปก็เท่านั้นเอง และถ้าที่ทำงานเตรียมพื้นที่พร้อมอุปกรณ์ที่มี จอภาพ LCD เมาส์ และคีย์บอร์ดไว้ให้ ใครๆ ก็สามารถเดินเข้ามานั่งทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยพกแค่มือถือสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว

ไมโครซอฟท์บอกว่า สมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์ (Continuum for phones) จำเป็นต้องใช้ฮาร์ดแวร์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวพร้อม Windows 10 (Windows 10 for phones) รุ่นสมบูรณ์ เนื่องจากใช้ซีพียู Qualcomm รุ่นใหม่ที่สามารถประมวลผล 2 จอได้พร้อมกัน ก็ต้องรอดูสมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์ในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่จะออกแบบรองรับสนับ สนุนกับฟีเจอร์ตัวนี้ต่อไปในอนาคตและอีกไม่นานจากนี้ โดยไม่ต้องต่อผ่านกล่อง (Microsoft Display Dock) อีกต่อไป

Cr.Mobile ร้ายสาระ,MXphone

คอมพิวเตอร์ Power Bank


มาแล้วคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก Kangaroo PC หรือ คอมพิวเตอร์ PowerBank จาก InFocus ที่ถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์พกพาที่มีขนาดเล็กที่สุด ด้วยน้ำหนักแค่ 200 กรัม สูง 12.4 ซม. กว้าง 8.05 ซม. หนา 1.29 ซม.ที่วัดได้จากเครื่องมือวัด เวอร์เนียคาลิปเปอร์ (Vernier Caliper) เรียกว่าขนาดพอๆกับ phablet หลายรุ่นที่วางขายในตลาดตอนนี้

ตัว เครื่องคอมพิวเตอร์ PowerBank จะแบ่งเป็นสองส่วนแยกออกจากกันได้ คือส่วนที่เป็นหน่วยประมวลผลและฐานโดยในส่วนฐานจะประกอบด้วยพอร์ตต่างๆดัง นี้ HDMI, USB 2 พอร์ตและพอร์ตสำหรับต่อสายอแดปเตอร์ ในการใช้งานมันสามารถเสียบต่อกับจอต่างๆให้กลายเป็น คอมพิวเตอร์ PowerBank เต็มรูปแบบไม่ว่าจะเป็นจอมอนิเตอร์, ทีวี หรือจอโปรเจคเตอร์ แม้แต่ไอแพดด็ต่อได้นะ แต่จะต้องลงแอปฟรี OS Link เพิ่มซะก่อน

ส่วน สเปคของคอมพิวเตอร์ PowerBank นั้นจะมาพร้อมกับชิพ Intel Cherrytrail (Atom Z8500) 2.24GHz ที่ไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมระบายความร้อน จึงทำให้ออกแบบมีขนาดเล็กได้ ในส่วนของ RAM จะเป็น LPDDR3 ขนาด 2GB พื้นที่เก็บข้อมูล  eMMC 32 GB

ถ้ายังไม่พอตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ PowerBank สามารถเพิ่ม microSD ได้อีกสูงสุด 128 GB สำหรับการเชื่อมต่อมาพร้อมกับ Dual-band wireless AC ที่ช่วยให้การรับส่ง Wi-Fi เร็วขึ้น จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องมีพอร์ต ethernet  นอกจากนั้นยังมี Bluetooth 4.0 สำหรับเชื่อมต่อกับเม้าส์และคีย์บอร์ดไร้สาย

ภาย ในคอมพิวเตอร์ PowerBank มีแบตเตอรี่ในตัวสามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 4 ชั่วโมงหรือใครอยากจะต่อไฟบ้านก็ได้ไม่ว่ากัน ซึ่งแบตนี้ยังสามารถใช้เป็นแบตเตอรี่สำรอง สำหรับชาร์จสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ด้วย นี่ถือว่าเป็นทั้งคอมพิวเตอร์ PowerBank ขนาดเล็กแล้วยังสามารถทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่สำรองได้อีกด้วย

ตัว คอมพิวเตอร์ PowerBank มาพร้อมกับระบบปฏิบัติ Windows 10 Home Edition ซึ่งใช้งานได้ดีกับงานทั่วไป ท่องเว็บ ใช้งานโปรแกรมออฟฟิซ นอกจากนั้นยังเพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบสแกนนิ้วป้องกันคนอื่นมาแอบใช้ เครื่องคอมพิวเตอร์ PowerBank ได้อีกด้วย

สำหรับคนที่สนใจสามารถ สั่งซื้อคอมพิวเตอร์ PowerBank ได้ทางเว็บ Newegg.com และร้านออนไลน์ของ Microsoft โดยจะเริ่มส่งของกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ สนนราคาก็ 99 ดอลล่าร์หรือ 3,600 บาทเท่านั้นเอง

ส่วนแผนการในอนาคตทางบริษัทก็ เตรียมปล่อยคอมพิวเตอร์ PowerBank รุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงเข้ามาเติมเต็ม รวมถึงออกแบบส่วนฐานใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มฟังก์ชั่นการทำงานให้กับ Kangaroo PC หรือ คอมพิวเตอร์ PowerBank

Cr.Dailygizmo

2 พ.ย. 2558

Drone บินลาดตะเวนฉลาม


Drone บินลาดตะเวนฉลาม
ทางการรัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียจะทดลองใช้อากาศไร้คนขับ หรือโดรน(Drone)บินลาดตะเวนฉลาม เพื่อตรวจสอบติดตามฉลามในพื้่นที่ชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน(Drone)บินลาดตะเวนฉลาม จะบินลาดตระเวนในพื้นที่ว่ายน้ำบริเวณชายฝั่งของออสเตรเลียความยาวถึง 2,000 กิโลเมตร และคอยติดตามเเละตรวจสอบฉลามที่ติดแท็กเพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวของฝูงฉลาม

หลัง จากมีรายงานพบฉลามในพื้นที่ โดยในปีนี้ในรัฐนิวเซาท์เวลท์มีนักท่องเที่ยวถูกฉลามโจมตีเเล้วกว่า 13 รายเเละมีผู้เสียชีวิต 1 ราย อีกทั้งประเทศออสเตรเลียยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่เกิดเหตุการณ์ ฉลามทำร้ายคนในอัตราที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ส่งผลด้านลบต่อการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศอย่างมาก มาตรการโดรน(Drone)บินลาดตะเวนฉลาม จึงเสริมให้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูการท่องเที่ยว

รัฐ นิวเซาท์เวลท์ เปิดเผยอีกว่า โดรน(Drone)บินลาดตะเวนฉลาม เป็นมาตรการรับมือฉลามครั้งนี้ เป็นหนึ่งในแผนระยะเวลา 5 ปีของรัฐบาลท้องถิ่นรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งจะมีเเผนเล็งใช้มาตรการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การติดตั้งเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว(Motion Sensor) ด้วยระบบคลื่นโซนาร์ใต้น้ำ เพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหวของฉลามที่ถูกติดป้ายไว้ ซึ่งระบบนี้จะส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายไร้สาย 4จี หรือ ไวไฟพกพา(Pocket WiFi) เพื่อเตือนภัยเเก่นักท่องเที่ยวว่าบริเวณนั้นมีฉลามอยู่ใกล้เคียงโดยจะปรากฎบนหน้าจอโทรศัพท์ของนักท่องเที่ยว

ทาง การเปิดเผยอีกว่า ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ซึ่งเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวในฤดูร้อนเป็นต้นไป ทางการจะนำ โดรน(Drone)บินลาดตะเวนฉลาม มาบินสำรวจเหนือพื้นที่ชายหาดในซิดนีย์ ซึ่งหากตรวจพบฉลามก็จะส่งสัญญาณเตือนผ่านทางดาวเทียมจีพีเอส (GPS)ไปยังเจ้าหน้าที่ต่อไป และยังตั้งใจจะเปิดให้ประชาชนสามารถติดตามรายงานสดได้ผ่าน “ชาร์ค สมาร์ท” แอพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่เป็นส่วนหนึ่งในมาตรการรับมือฉลาม สำหรับโครงการดังกล่าว ทางรัฐวางงบประมาณไว้ราว 16 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 420 ล้านบาท

มาตรการป้องกันดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มเติม จากการใช้เฮลิคอปเตอร์บินลาดตระเวนเพื่อตรวจตราความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ที่เป็นมาตรการมาตรฐานของรัฐนิวเซาท์เวลส์อยู่แล้ว ทั้งนี้ ข้อมูลทางการรัฐนิวเซาท์เวลส์ระบุว่า สถิติการโจมตีของฉลามเพิ่มขึ้นจาก 3 ครั้งเมื่อปี 2557 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ตัวเลขสถิติการโจมตีของฉลามต่อมนุษย์ทั่วออสเตรเลียสูงถึง 31 ครั้งในปีนี้ ทางการหวังว่า โดรน(Drone)บินลาดตะเวนฉลาม จะช่วยลดความสูญเสียจากการทำร้ายของฉลาดได้

Cr.ประชาชาติธุรกิจ

สนามปั่นจักรยาน SKY LANE


หลังจากที่ลู่ปั่นจักรยานคู่บุญเมืองสยาม อย่าง สนามเขียวความยาวกว่า 23.5 กิโลเมตร (เลนเขียว) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ปิดปรับปรุงมาพักใหญ่  ก็แน่นอนว่าทำให้บรรดานักปั่นทุกรุ่นทุกวัย ทั้งขาแรง และขาชิว ต้องเหงาหงอย กล้ามเนื้อขาห่อเหี่ยว ไปตามๆ กัน และเฝ้ารอการเปิดบริการสนามปั่นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตามกำหนดการในครั้งแรกคาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 4 เดือน ในการปรับปรุงเปลี่ยนโฉมลู่ปั่นสนามเขียว หรือในชื่อใหม่ว่า สนามปั่นจักรยาน SKY LANE จนพร้อมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

และ ล่าสุดดูเหมือนจะมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ที่ทำให้เห็นว่า สนามปั่นจักรยาน SKY LANE นั้นใกล้จะเปิดอย่างเป็นทางการแล้วประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน แต่ก่อนจะลงสนามปั่นจักรยานมีการประกาศลงทะเบียนรับสายข้อมืออัจฉริยะ SNAP Band เพื่อให้นักปั่นสวมใส่ขณะเข้า-ออกลู่ปั่น สนามปั่นจักรยาน SKY LANE ดังนั้นท่านใดที่วางแผนว่าจะไปปั่นจักรยานที่ สนามปั่นจักรยาน SKY LANE คงต้องเตรียมตัวเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ มิเช่นนั้นท่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปปั่นจักรยานใน สนามปั่นจักรยาน SKY LANE

สำหรับสายรัดข้อมืออัจฉริยะ SNAP Band นี้ด้วยความร่วมมือระหว่าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะของผู้สนับสนุนหลักของโครงการสนามปั่นจักรยาน SKY LANE ระดับโลกความยาวกว่า 23.5 กิโลเมตร ได้เตรียมความพร้อมมอบให้นักปั่นน่องเหล็กได้ลงทะเบียนรับสายรัดข้อมือ SNAP ฟรี เป็นอุปกรณ์สำหรับระบุตัวบุคคล (Personal ID) คล้ายกับบัตรประชาชน โดยอาศัยข้อมูลจากบัตรประชาชนของเราที่นำไปลงทะเบียนในการระบุตัวตน ซึ่งนอกจากจะใช้สำหรับสแกนเข้า-ออกลู่ปั่น SKY LANE ได้แล้ว ในอนาคตอาจรองรับการระบุตำแหน่งของนักปั่นจักรยานด้วยระบบดาวเทียม (GPS) เพื่อความปลอดภัยในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุการฉุกเฉิน รวมไปถึงสามารถใช้งานแทนเงินสดในการซื้อสินค้า หรือบริการต่างๆ ได้

ท่าน ใดที่สนใจสามารถลงทะเบียนรับสายรัดข้อมือ SNAP ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายในชิ้นแรก โดยให้นำบัตรประจำตัวประชาชนของท่าน ไปรับสายรัดข้อมือ SNAP ที่ตู้ลงทะเบียนอัตโนมัติ ณ จุดให้บริการทั้ง 11 แห่งดังต่อไปนี้

1. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สาขา สยามพารากอน ชั้น G
2. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สาขา เอ็มควอเทียร์
3. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สาขา เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ชั้น 2
4. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สาขา เซ็นทรัล พลาซ่า พระราม 9
5. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สาขา เมกา บางนา
6. ร้านจักรยาน Bike Station
7. ร้านจักรยาน Cycle Square
8. ร้านจักรยาน Free Life Sport
9. ร้านจักรยาน PROBIKE สวนลุมพินี
10. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (โถงอาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ประตู 2)
11. ท่าอากาศยานดอนเมือง (โถงอาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 3 หน้าจุดตรวจหนังสือเดินทาง)

ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับสนามปั่นจักรยาน SKY LANE

- สนามปั่นจักรยาน SKY LANE เป็นชื่อที่เกิดมาจากการโหวดคะแนน จากผู้ร่วมโหวต
- สนามปั่นจักรยาน SKY LANE มีสีฟ้าอ่อน ไม่ได้มีสีเขียวดังเช่นสนามเขียวในอดีต
- คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการปลายเดือนพฤศจิกายน นี้
- ระยะทางรอบใหญ่คือ 23.5 กิโลเมตร พร้อมลู่เล็กสำหรับปั่นซ้อม 1.6 กิโลเมตร
- สามารถปั่นในเวลากลางคืนได้ เปิดให้บริการถึงเที่ยงคืน (00.00 น.)
- สนามปั่น มีไฟอัตโนมัติ ส่องสว่างในเวลากลางคืน ด้วยเทคโนโลยีหลอดไฟ LED
- ลู่ปั่นจักรยาน มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด(กล้อง IP Camera) ตลอดเส้นทาง 23.5 กิโลเมตร
- มีที่จอดรถยนต์ที่สะดวกสบาย และกว้างขวางกว่าเดิม
- ลู่ปั่นจักรยาน รองรับนักปั่นจักรยานได้กว่า 14,000 คน ต่อสัปดาห์
- เป็นโครงการระยะยาวกว่า 10 ปี โดยไม่แสวงหาผลกำไร
- มีศูนย์รวมบริการเพื่อนักปั่น ประกอบไปด้วยจุดนัด, จุดเตรียมจักรยาน, จุดเติมลม และห้องน้ำ
- มีมุมร้านขายจักรยาน, ร้านซ่อมจักรยาน, ร้านฝากจักรยาน, ที่นั่งพัก, ตู้เติมเงิน,ร้านอาหาร
- มีจุดพัก ซึ่งประกอบไปด้วยจุดพักในร่มทุกๆ 5 กิโลเมตร พร้อมห้องน้ำสะอาด

สุด ท้ายนี้  นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยของเรากำลังจะมี สนามปั่นจักรยาน SKY LANE ระดับโลกเกิดขึ้น สนามเขียวอันเลื่องลือในอดีต จะกลับมาอีกครั้งด้วยความสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเก่า หากท่านใดสนใจก็อย่าลืมไปลงทะเบียนรับสายรัดข้อมือ SNAP ล่วงหน้าเอาไว้ก่อน แต่หากไม่สะดวกไปรับล่วงหน้า ก็สามารถไปลงทะเบียนรับสายรัดข้อมือที่ สนามปั่นจักรยาน SKY LANE  เมื่อเปิดให้บริการแล้วได้เช่นกัน และอย่าลืมซ้อมปั่นจักรยานเตรียมร่างกายให้พร้อมลงสู่ สนามปั่นจักรยาน SKY LANE  กันนะครับ

Cr.Bike.SCB,ThaimobileCenter

1 พ.ย. 2558

บ้านอัจฉริยะไร้สาย


บ้านอัจฉริยะไร้สาย
เทคโนโลยี Zigbee เพื่อการสื่อสารไร้สายที่ไร้ขีดจำกัดมากขึ้นกว่าเทคโนโลยีไร้สายแบบเดิม ๆ และมีขนาดเครือข่ายที่ใหญ่กว่า  เพราะสามารถเชื่อมต่อได้ถึง 65,000 เซ็นเซอร์ต่อหนึ่งเครือข่าย  ส่วนความแรงของสัญญาญเทคโนโลยี Zigbee สามารถส่่งไปได้ไกล 300 เมตร แถมประหยัดพลังงานสูงที่สุดในบรรดานเทคโนโลยีไร้สายทั้งหมด จึงเหมาะสำหรับการทำบ้านอัจฉริยะไร้สาย จึงเป็นที่มาที่ทาง Legrand พัฒนาต่อยอดโครงการ IOT( Internet of Things) โปรโตคอล Zigbee ในชื่อ Eliot อีกหน่อยเราสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเบื้องต้น เมือย่างก้าวเปิดประตูเข้าบ้านหรืออาคารได้เลยไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์เครื่องวัดความดัน เครื่องวัดออกซิเจน เครื่องวัดชีพจร ฯลฯ

Legrand ยังคงเดินหน้าสนับสนุนความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์เชื่อมต่อ ภายในบ้านและอาคาร ให้มาเป็นบ้านอัจฉริยะไร้สาย หรือ อาคารอัจฉริยะ หลังจากที่ได้ประกาศเปิดตัวโปรแกรม IOT(Internet of Things) ในชื่อ Eliot โดยการใช้โปรโตคอล Zigbee

จากความเชื่อว่า IOT( Internet of Things) กำลังปูทางสู่ยุคใหม่ของบ้านอัจฉริยะไร้สายและอาคารอัจฉริยะไร้สาย ที่มีการเชื่อมต่ออย่างทั่วถึง (Connected Building) และจากการเปิดตัวโปรแกรม Eliot  เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทาง Legrand จึงได้ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทกำลังทำงานร่วมกับ Nest Inc. และจะใช้โปรโตคอล Zigbee จากค่าย Nest Weave ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท ที่เชื่อมต่อไร้สายถึงกันได้ด้วยโปรโตคอล Zigbee

ด้วยเหตุนี้ Legrand จึงได้วางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายในบ้านและอาคารโดยใช้โปรโตคอล Zigbee จากค่าย Nest Weave ด้วยความเชื่อที่ว่า การทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ถือเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการ ใช้ IOT( Internet of Things) ในอาคาร Legrand จึงตั้งใจสนับสนุน "ภาษาแบบเปิด" ที่สามารถผนวกการทำงานและสื่อสารไร้สายกับระบบจากภายนอกมากเท่าที่จะเป็นไป ได้ ทำให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์มากมายและมีตัวเลือกการใช้งานเสริม พร้อมกันนี้ยังทำให้ผู้ใช้มีอิสระในการเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะกับตนเอง เพื่อบ้านอัจฉริยะไร้สายหรืออาคารไร้สาย ในขณะที่ความต้องในด้านนี้เพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ

Legrand ยังเป็นสมาชิกของ AllSeen Alliance สมาคมนานาชาติที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ภายใต้โปรโตคอล Zigbee มาพัฒนาระบบ และบริการในโครงการ IOT( Internet of Things) ที่ใช้เทคโนโลยี AllJoyn นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นสมาชิกของ ZigBee Alliance มาอย่างยาวนาน โดย ZigBee เป็นมาตรฐานสากลสำหรับการสื่อสารไร้สายที่รองรับเทคโนโลยี IOT( Internet of Things) ในอนาคตอันใกล้นี้ พัฒนาต่อยอดเป็นบ้านอัจฉริยะไร้สายและอาคารไร้สาย

ในบ้านเราก็มีการ นำเข้าเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย Zigbee อยู่หลายกลุ่มสินค้า ส่วนที่เป็นระบบสมองกลฝังตัว (Embedded System) ก็มีจากค่าย Digicom ที่มีจำหน่ายในชื่อสินค้าเป็น Xbee ( XBee® 802.15.4 ) หรือ XBEE PRO ( XBee® Pro 802.15.4 ) ใช้ โปรโตคอล IEEE 802.15.4 Zigbee  ในการรับส่งข้อมูลผ่านทางไวเลส ทำให้มีความเร็วในการส่งข้อมูลสูง ซึ่งลักษณะเครือข่ายจะอยู่ในรูปแบบ piont-to-multipoint หรือ peer-to-peer ออก แบบสำหรับงานที่ต้องการค่าใช้จ่ายถูก และประหยัดพลังงาน  สำหรับ XBee PRO RF module นั้นจะเป็นเวอชั่นที่มีการขยายกำลังส่ง สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการระยะทางรับส่งข้อมูลที่สูงขึ้น

หลายคนมักะสับ สน ระหว่าง Zigbee กับ Wifi โดยผู้ที่เริ่มศึกษาจะมีคำถามว่า Zigbee กับ Wifi  นั้น ย่านความถี่เหมือนกัน (โมดูล 2.4 Ghz หรือ 2400 MHz) จะสามารถสื่อสารกันได้หรือไม่ คำตอบคือ สื่อสารกันไม่ได้ เพราะทางกายภาพ ถึงแม้จะเป็นย่านความถี่เดียวกัน แต่ Protocol ที่ใช้สื่อสารกันนั้นไม่เหมือนกัน
ZigBee นำ Physical Layer และ MAC Layer ของ IEEE 802.15.4 ซึ่งเป็นมาตรฐานการกำหนดการสื่อสารไร้สายแบบ WPAN (Wireless Personal Area Network) มาทำงานใน Layer ที่ต่ำกว่า (2 Layer ล่างสุด) ด้วยเหตุนี้การนำ Zigbee มาทำเป็นบ้านอัจฉริยะไร้สาย นั้นดูเหมือนไม่ไกลจากความเป็นจริง

สิ่งที่น่าสนใจของเทคโนโลยี Zigbee
1. ระบบไร้สาย (RF Module)
2. สะดวกต่อการติดตั้ง
3. ระบบป้องกันการโจรกรรมข้อมูล
4. เสถียรภาพในการใช้งานและการสื่อสาร
5. กินไฟน้อยและประหยัดพลังงาน
6. เหมาะสำหรับรับส่งข้อมูลและเป็นตัวเซ็นเซอร์
7. ราคาไม่แพง (Low Cost )

Cr.ADSL Thailand

กล้องถ่ายวิดีโอตอนกลางคืน


ข่าวไอทีอัพเดตวงการเทคโนโลยีมีมาฝากให้ ได้ติดตามกันอีกแล้วครับ ยังคงมีข่าวคราวที่น่าสนใจจากแวดวงไอทีใหม่ๆ ที่หลายคนนั้นให้ความสนใจ วันนี่เรามีข่าวเกี่ยวกับกล้องถ่ายวิดีโอตอนกลางคืน มาฝากกันครับ โดยเฉพาะคนที่ต้องถ่ายทำวิดีโอตอนกลางคืน ต้องชอบแน่นอน

ทางด้านของ ค่าย Canon นั้นได้ประกาศเปิดตัวกล้องถ่ายวิดีโอตอนกลางคืน Canon ME20F-SH กล้องวิดีโอที่ดูเหมือนว่าจะมีมาเพื่อการถ่ายตอนกลางคืนโดยเฉพาะ ด้วยความสุดยอดของการปรับค่า ISO ที่มีค่าสูงสุดอยู่ที่ 4,000,000 ครับ ผมพิมพ์ไม่ผิดและคุณอ่านถูกแน่นอน สถิติมีไว้เพื่อทำลายจริงๆ ครับ แต่งานนี้ไม่ได้ทำลายกันขำๆ เอามาใช้งานจริงจังได้ด้วย ที่มีความไวแสงสูงมากถึงระดับ ISO 4,000,000 สำหรับงานถ่ายวิดีโอโดยเฉพาะ

กล้อง ถ่ายวิดีโอตอนกลางคืน Canon ME20F-SH มาพร้อมคุณสมบัติในการถ่ายวิดีโอได้ในระดับ Full HD และมันสามารถมองเห็นวัตถุได้ชัดแจ๋วแม้ว่าค่าความสว่างในฉากที่ถ่ายทำนั้นจะ มีเพียงแค่ 0.0005 lux เท่านั้น หากจะเทียบกันก็ดูได้ที่วันเดือนเพ็ญจะมีค่าความสว่างอยู่ที่ 0.27 – 1.0 lux ที่สามารถวัดค่าได้จาก เครื่องวัดแสง (LUX Meter) ในขณะที่คืนเดือนดับจะมีค่าความสว่างอยู่ที่ 0.0001 lux เท่านั้น

เรียก ได้ว่ามันเป็นกล้องถ่ายวิดีโอตอนกลางคืนที่มองเห็นในสิ่งที่ตาคนเรามองไม่ เห็นครับ เหมาะสำหรับการถ่ายทำภาพยนต์ สารคดี Reality TV รายการผี หรืออะไรก็ตามที่ต้องมีการถ่ายทำในยามค่ำคืน กล้องถ่ายวิดีโอตอนกลางคืน Canon ME20F-SH ตัวนี้แหละเจ๋งสุดๆ ครับ แนะนำเลย

เจ้ากล้องถ่าย วิดีโอตอนกลางคืน ME20F-SH ตัวนี้ Canon พัฒนาเซนเซอร์แบบ CMOS ขึ้นมาใหม่ที่มีขนาดเท่ากับฟิล์ม 35 mm (full-frame) แต่มีความละเอียดแค่ 2.26 ล้านพิกเซล หรือระดับ Full HD 1080p 60 fps ทำให้แต่ละพิกเซลของ ME20F-SH มีขนาดใหญ่ถึง 19 ไมครอน ซึ่งมากกว่ากล้องวิดีโอระดับท็อปทั่วไปถึง 5.5 เท่า มันจึงสามารถรับแสงความสว่างน้อยแค่ 0.0005 lux ได้ จากวัดค่าได้จาก เครื่องวัดแสง (LUX Meter) แถมยังสามารถใช้เลนส์ Canon EF ได้อีกด้วย

สำหรับสเปคของ กล้องถ่ายวิดีโอตอนกลางคืน Canon ME20F-SH ตัวนี้มีดังนี้ครับ
– เซนเซอร์ CMOS แบบฟุลเฟรมขนาด 35 มม.
– ขนาดพิกเซลที่ใหญ่กว่ากล้อง Interchangeable Lens ตัวท็อปทั่วไปถึง 5.5 เท่า
– สามารถทำงานร่วมกับเลนส์ EF ได้
– มีพอร์ทเชื่อมต่อกับ 3G/HD-SDI และ HDMI ด้วย

กล้อง เทพรุ่นนี้ Canon ก็เคยแสดงตัวอย่างจาก กล้องถ่ายวิดีโอตอนกลางคืน ต้นแบบเมื่อปี 2013 ให้ดูแล้ว ซึ่งถึงจะเป็นรุ่นทดสอบเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ก็ทำให้เราทึ่งได้ โดยเฉพาะฉากถ่ายภาพยามค่ำคืนที่มีแค่แสงจันทร์ แต่กล้องกลับสามารถแสดงสีสันของวัตถุออกมาอย่างชัดเจน

ดูจากความ สามารถของ กล้องถ่ายวิดีโอตอนกลางคืน ME20F-SH คงไม่จำเป็นกับคนทั่วไปแน่ๆ แต่สำหรับคนทำงานสารคดี ภาพยนตร์ เจ้ากล้องนี้ก็เป็นเครื่องมือที่จะทำให้ได้ภาพที่แต่ก่อน ยากมากที่จะถ่ายภาพจริงออกมาได้ โดยไม่มีการตกแต่งแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่ง ME20F-SH จึงพอร์ตเชื่อมต่อที่ใช้ในวงการโปรดักชั่นอย่าง 3G/HD-SDI มาควบคู่กับ HDMI  โดย ME20F-SH มีน้ำหนักตัวไม่รวมเลนส์ที่ 1.1 กิโลกรัม และเตรียมวางขายสิ้นปีนี้ ในราคา $30,000 หรือราวๆ 1 ล้าน 5 หมื่นบาท

Cr.แบไต๋,ที่สุดในโลก

30 ต.ค. 2558

พวงมาลัยเพื่อนักดื่ม


พวงมาลัยเพื่อนักดื่ม
"พวงมาลัยเพื่อนักดื่ม" เหมาะสำหรับเพื่อนักดื่มแอลกอฮอล์ เมาไม่ขยับ-กลับไม่ได้

รายงาน ข่าวจากวงการรถยนต์แจ้งว่า บริษัท โซเบอร์ สเตียริ่ง (Sober Steering) หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตพวงมาลัยน้องใหม่จากอเมริกา ได้คิดค้น"พวงมาลัยเพื่อนักดื่ม" เป็นพวงมาลัยวัดระดับแอลกอฮอล์ออกมา สำหรับนักดื่มทั้งหลายที่ยอดเสียชีวิตเฉลี่ยปีละกว่า 11,000 คน ในสหรัฐอเมริกาประเทศเดียว ทำให้ทางบริษัทคิดค้น"พวงมาลัยเพื่อนักดื่ม" หรือ พวงมาลัยวัดระดับแอลกอฮอล์ออกมา
เป็นการใช้ความทันสมัยของ การตรวจจับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดผ่าน ชุดไบโอเมตริก เซ็นเซอร์ (Biometric Sensor) สามารถอ่านค่าแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดได้เพียงแค่ ผู้ขับขี่แตะใช้งานพวงมาลัยเหมือนกับการขับรถธรรมดาทั่วไป

นอกจากจะ วัดค่าแอลกอฮอลล์ในกระแสเลือดได้แล้ว "พวงมาลัยเพื่อนักดื่ม" นี้ยังสามารถติดตามผลของระดับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดโดยส่งข้อมูลผ่านทางระบบ ดาวเทียม จีพีเอส (GPS) ไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สมาชิกในครอบครัว ตลอดจนผู้จัดการฟลีทรถของบริษัทได้อีกด้วย แต่อีกหน่อยน่าจะมีเซนเซอร์ตรวจสุขภาพคนขับน่าจะดี ทั้ง เครื่องวัดความดัน เครื่องวัดออกซิเจน หรือ เครื่องวัดชีพจร ฯลฯ เพราะเราเป็นห่วงนักดืมและคนเดิมถนน ชีวิตจะได้ปลอดภัยทั้งคู่

แค ทเธอรีน แคลรอล ซีอีโอ โซเบอร์ สเตียริ่ง (Sober Steering) อดีตผู้บริหารจากเจพี มอร์แกน กล่าวว่า ทุกคนที่เป็นนักขับเมื่อดื่มก็มักจะบอกว่าไม่เป็นไร ฉันขับได้สบายมาก แต่การตัดสินใจไม่ควรเป็นของคนดื่ม แต่ควรเป็นของคนที่รู้ว่าสภาวะคุณเป็นอย่างไรในตอนนั้น การพัฒนาตัว"พวงมาลัยเพื่อนักดื่ม"ใช้เวลากว่า 5 ปี
เริ่มจากการทดลองในรถโรงเรียน ที่โรงเรียนใกล้ๆ บริษัทในเมืองออนตาริโอ และสร้างความสนใจให้กับทางการอยากจะยัด"พวงมาลัยเพื่อนักดื่ม"เข้าไปในรถ ยนต์ทุกคันบนถนน เพื่อป้องกันพวกเมาแล้วขับทั้งหลาย

แคลรอลกล่าวว่า สำหรับวิธีการทำงานของ "พวงมาลัยเพื่อนักดื่ม" นั้นง่ายมาก ถ้าคุณไม่มีแอลกอฮอล์ ระบบก็จะอนุญาตให้คุณขับรถตามปกติ แต่ถ้าคุณมีแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเมื่อไร รถจะขยับไม่ได้ แต่คุณก็ยังมีความร้อนให้อบอุ่น มีไฟฟ้าให้ใช้งาน แต่แค่ขับรถออกไปไม่ได้ ทั้งหมดทั้งปวงก็เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง และเพื่อนร่วมทาง

Cr. นสพ.มติชน